บทที่ 9 1/2
เริ่มเปิดใจ
ความเดิมตอนที่แล้ว
“ผมเห็นมันอยู่ในถังขยะอะ”
สิ้นสุดคำพูดของเด็กเสิร์ฟ เขาก็ค่อนข้างมั่นใจได้ว่า ยัยเด็กคนนั้นคือมิจฉาชีพในคราบแม่ค้าตัวน้อยผู้น่าสงสารนั่นเอง!
เมนิลาที่เพิ่งเข้าใจสถานการณ์ก็ยกมือขึ้นโบกปัดเชิง้าจะบอกว่าไม่เป็ไร
“เดี๋ยววันนี้ฉันเลี้ยงนายเอง”
พูดจบเธอก็หยิบเงินออกมาจ่าย ทำเอาคนหมดตัวถึงกับนั่งหน้าจ๋อย
วันนี้เตชินทร์หรืออุตส่าห์ได้ซีนทำเท่โดยไม่มีชรัญมาตัดหน้าแท้ๆ แต่ไหงกลับต้องมาซวยโดนเด็กตัวกะเปี๊ยกหลอกเอาเสียได้
ขายหน้าฉิบเป๋งเลยโว้ย!
--------------------------------------------------------
ราวกับว่าเบื้องบนกำลังเงี่ยหูฟังความในใจของเขาอยู่ เพราะพอเตชินทร์ตั้งมั่นว่าจะอยู่ช่วยคนรักทำความฝันให้สำเร็จให้ได้ก่อนที่จะแยกจากกันปุ๊บ ท่านก็ไม่รีรอที่จะปาบททดสอบระลอกใหม่มาให้เขาทันที โดยที่ไม่ยอมปล่อยให้เขาได้มีเวลาหายใจหายคอหรือทำตามความปรารถนาได้อย่างง่ายดายนัก…
ซึ่งบททดสอบที่ว่านั้นก็มาในรูปแบบของคณะลูกทัวร์มนุษย์ลุงป้าสุดงี่เง่าเอาแต่ใจที่แผลงฤทธิ์ั้แ่เจอหน้ากันครั้งแรกนั่นเอง
“นี่เธอน่ะ”
เสียงของป้าวัยกลางคนค่อนไปทางชราเรียกขึ้นในขณะที่เตชินทร์กำลังจะเดินผ่านพอดี
“ครับ?”
“ช่วยเอาของพวกนี้ไปไว้ที่ห้องให้ฉันหน่อย”
เธอกรีดนิ้วไปยังกระเป๋าเดินทางใบโตและสัมภาระอีกเล็กๆน้อยๆที่วางกองราวกับูเาขนาดย่อมอยู่ข้างรถทัวร์
“พอดีเลย เอาของผมไปเก็บให้ด้วยนะ”
เพราะที่รีสอร์ตแห่งนี้ไม่มีเด็กขนกระเป๋าโดยเฉพาะ คนอื่นๆที่เห็นดังนั้นจึงเรียกใช้เตชินทร์ด้วยเหมือนกัน ทำเอาเขาถึงกับอ้าปากค้าง หากเป็เมื่อก่อน เขาคงจะมองลูกทัวร์ั้แ่หัวจรดเท้าแล้วตอกกลับไปด้วยประโยคเจ็บแสบอย่าง ‘มีมือมีตีนก็ทำเองดิป้า’ ไปแล้ว
ถึงแม้จะไม่ใช่หน้าที่ของไกด์ที่จะต้องคอยขนข้าวของให้ ทว่าเมื่อนึกถึงคำมั่นสัญญาที่เพิ่งจะปฏิญาณไปอย่างเป็มั่นเป็เหมาะและเพื่อให้ทัวร์ในครั้งนี้ผ่านไปได้ด้วยดีแล้วนั้น เขาจึงทำได้เพียงแค่ตอบกลับไปว่า…
“ได้เลยครับพี่ๆ”
แต่เหมือนคนถูกเรียก ‘พี่’ จะชักสีหน้าอย่างไม่ค่อยพอใจนัก พวกเธอกอดอกเชิดหน้าปรายตามองเหยียดเตชินทร์
“โทษนะ ฉันไปสนิทกับเธอตอนไหนมิทราบ”
อีกคนเสริม “กรุณาเรียกพวกฉันว่าคุณด้วยจ้ะ”
พูดจบก็โยนกุญแจให้เตชินทร์แล้วสะบัดทรงผมกะบังลมวิ่งกระดี๊กระด๊าเข้าไปถ่ายรูปกับต้นไม้ใบหญ้ารอบๆรีสอร์ตกันอย่างสนุกสนาน ในขณะที่เตชินทร์พยายามสูดลมหายใจอย่างช้าๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าเดินทางที่วางกองอยู่ แต่ทันใดนั้นก็มีใครบางคนเดินเข้ามาช่วยเขายก
เมื่อเขามองขึ้นไปก็พบว่าเป็เมนิลานั่นเอง เธอตั้งหน้าตั้งตาช่วยเขาขนโดยที่ไม่ได้ปริปากบ่นอะไร นั่นจึงทำให้เตชินทร์รู้สึกได้ถึงความเท่ของผู้หญิงคนนี้ที่แพร่ออกมารอบๆตัวเธอ ไม่เพียงแค่นั้นเมนิลายังหันมายิ้มบางๆ เพื่อ้าให้กำลังใจเขาอีกด้วย
ความรู้สึกของเขาในตอนนี้ราวกับว่าได้หลุดเข้าไปในภาพยนตร์รักเื่หนึ่ง ซึ่งเป็ฉากที่พระเอกกำลังเข้ามาช่วยนางเอกหลังจากถูกรังแกอย่างไรอย่างนั้นเลย…
แต่ถึงกระนั้น เหล่ามนุษย์วัยทองก็ยังคงแสดงอิทธิฤทธิ์อย่างไม่หยุดไม่หย่อน แม้กระทั่งเมนิลาที่สามารถรับมือลูกทัวร์หลากนิสัยได้มาตลอดถึงกับเผลอถอนหายใจโดยไม่รู้ตัว เพราะเธอต้องเอาอกเอาใจคนเื่มากเหล่านี้มากขึ้นเป็พิเศษ และต้องคอยออกรับหน้าแทนในยามที่พวกเขาหลุดพฤติกรรมที่ไม่น่ารักออกมาจนไปกระทบกับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆตามสถานที่ต่างๆอยู่ตลอดเวลา
อาทิเช่น ส่งเสียงเอะอะโวยวายกันตลอดการเดินเที่ยวโดยไม่เกรงใจชาวบ้านชาวช่อง ไหนจะชอบเอาเื่อายุเข้ามาอ้างเพื่อ้าจะแซงคิว จนคนอื่นๆต่างแสดงท่าทีไม่พอใจ ซึ่งแน่นอนว่าทุกคนพุ่งเป้าไปที่หัวหน้าไกด์อย่างเมนิลาทันทีและตำหนิเธออย่างรุนแรงด้วยเหตุผลที่ว่าเธอไม่สามารถควบคุมดูแลความเรียบร้อยของลูกทัวร์ตัวเองได้
มิหนำซ้ำคุณลุงคุณป้ายังไม่รักษาเวลาอีกด้วย ส่งผลให้โปรแกรมท่องเที่ยวเกิดรวนและไม่เป็ไปตามที่วางไว้ และแม้คิดว่าจะได้พักผ่อนอย่างสบายอารมณ์ใน่ที่ลูกทัวร์แยกย้ายกันเข้านอนแล้ว พวกเขายังต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะโดนโทรตามยิกๆ …
“พวกเธอจองห้องห่วยๆให้ฉันได้ยังไงเนี่ย” คุณป้าปรี๊ดแตก
“เกิดอะไรขึ้นคะ”
“ก็ดูสิ แค่ทีวีฉันยังเปิดไม่ติดเลย”
เมนิลาคว้ารีโมตขึ้นมาเปิดแต่ก็ไม่ติดสักที เตชินทร์นึกเอะใจอะไรบางอย่างจึงเดินไปที่หลังทีวีก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบปลั๊กที่ยังไม่ได้ผ่านการเสียบใช้งานขึ้นมาโชว์ทุกคน
คุณป้าเห็นดังนั้นจึงโวยวายเพื่อกลบเกลื่อนความขายหน้าของตัวเอง
“โอ๊ย! ใครจะไปรู้กันยะ แทนที่จะเสียบไว้เลย ยังต้องให้ลูกค้ามาเหนื่อยทำเองเนี่ยนะ เหอะ!”
และอีกสารพัดความมากเื่ของลูกทัวร์ที่ทีมของเมนิลาต้องคอยรับศึกหนักอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะเตชินทร์ที่ดูจะโดนเรียกใช้งานเยอะกว่าใครเป็พิเศษเพราะดันไปพูดไม่เข้าหูในตอนแรก เขาจึงถูกหมายหัวไปโดยปริยาย แต่เขาก็ยังเลือกที่จะก้มหน้าก้มตาทำตามคำสั่งรวมถึงพยายามปั้นหน้าฉีกยิ้มกลับไปแม้จะฝืนธรรมชาติเพียงใดก็ตาม
ซึ่งการกระทำของเขาก็ได้สร้างความประหลาดใจให้กับเมนิลาและกันต์ได้เป็อย่างมากเพราะไม่คาดคิดมาก่อนว่า เตชินทร์ในเวอร์ชันนี้จะยอมให้แก๊งคนแก่รุมโขกสับ แต่ถึงกระนั้นก็เป็เื่ดีที่เขาไม่สร้างปัญหาให้กับทีมเหมือนก่อน เพราะมิเช่นนั้นเมนิลาอาจจะถูกเรียกตัวเข้าห้องเย็นอีกรอบและกันต์ก็คงได้ระเห็จออกไปวิจัยฝุ่นอยู่ข้างนอกอย่างแน่นอน
เมื่อโปรแกรมท่องเที่ยวดำเนินมาจนถึงวันสุดท้าย ในขณะที่เมนิลากำลังเดินอธิบายข้อมูลทางประวัติศาสตร์อยู่นั้น ก๊วนวัยเกษียณก็แสดงท่าทีเบื่อหน่ายออกมาอย่างเห็นได้ชัด บางคนถึงกับหยิบมือถือขึ้นมาเซลฟีตัวเองกับเพื่อนโดยไม่ได้สนใจข้อมูลที่เธออธิบายแม้แต่น้อย
“เราไปคาเฟ่ตอนนี้เลยไม่ได้เหรอ ฉันอยากถ่ายกับทุ่งนาจะแย่แล้ว”
“นั่นน่ะสิ อยากถ่ายเสื้อทีมลงเฟสแล้วเนี่ย”
จากที่ประท้วงแค่คนสองคนก็เริ่มกลายเป็ทั้งกลุ่ม แต่เพราะคาเฟ่ที่พวกเขาต่างรีเควสจะไปนั้นยังไม่เปิดทำการ ต้องรอเวลาถึงหนึ่งชั่วโมงครึ่งกว่าจะเข้าไปใช้บริการได้ และถึงแม้จะไปคาเฟ่เลยตอนนี้ เหล่าคนแก่วัยหมดฮอร์โมนอาจจะไม่พอใจที่จะต้องมานั่งรออีก
“โอ๊ย ฉันเบื่อที่นี่แล้วเนี่ย”
“ไม่ต้องพูดมากหรอกหนู พวกเรารู้ข้อมูลพวกนี้หมดแล้วอะจ้ะ”
ในระหว่างนั้นเอง ิญญามนุษย์ลุงมนุษย์ป้าก็แผลงฤทธิ์จนเมนิลาเริ่มจะคุมไม่อยู่ ไม่ว่าเธอจะใช้ความพยายามจะโน้มน้าวคนเ่าั้มากแค่ไหนแต่ก็ไม่เป็ผลเลยสักนิด
กระทั่งสถานการณ์เริ่มวุ่นวายขึ้นเรื่อยๆ กันต์กับเตชินทร์เองก็มองเลิ่กลั่กเพราะทำตัวไม่ถูก
เตชินทร์สังเกตเห็นใบหน้าหนักใจของเมนิลาอย่างเห็นได้ชัดและเป็ครั้งแรกที่เธอแสดงความกังวลออกมา…หากเธอโดนคนพวกนี้ร้องเรียน มีหวังผู้จัดการใจเหี้ยมคงไม่ยอมพิจารณาความฝันของเธอแน่ๆ ซึ่งเขาจะไม่ยอมให้เกิดนั้นขึ้นอย่างเด็ดขาด
ชายหนุ่มจึงตัดสินใจหยุดนิ่งไปสักพักเพื่อใช้สมาธิคิดหาวิธีแก้ไขทันที
ทันใดนั้นสายตาของเตชินท์ก็เลื่อนไปเห็นข้อความ ‘ศิษย์เก่าคณะสถาปัตย์’ ปักเล็กๆอยู่บนเสื้อทีมของลูกทัวร์ เขาจึงรีบมองไปที่อาคารและสถาปัตยกรรมรอบๆตัวเขา ฉับพลัน ความรู้เื่ประวัติศาสตร์ศิลป์ที่เกี่ยวกับโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมที่เคยเรียนั้แ่สมัยมหาวิทยาลัยก็ผุดขึ้นมามากมาย
เตชินทร์จึงตัดสินใจเบี่ยงเบนความสนใจด้วยการชวนคุยเื่โครงสร้างของตัวอาคารทันที
และปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น…เมื่อแก๊งคุณลุงคุณป้าเริ่มมีท่าทีสงบลงและฟังอย่างตั้งใจ!
แต่ก็มิวายถูกคนแก่ลองเชิงเขาด้วยการถามข้อมูลเชิงลึก ทว่า(อดีต)หัวหน้าสถาปนิกอย่างเตชินทร์มีหรือจะพลาด เขากลับสามารถตอบได้ทุกคำถามจนพวกเขาเริ่มมองหน้ากันอย่างแปลกใจ
ซึ่งพอคุยไปคุยมาถึงได้รู้ว่าเตชินท์กับพวกเขาก็เรียนมหาวิทยาลัยและคณะเดียวกันอีกด้วย การถามโต้ตอบระหว่างเด็กสถาปัตย์ด้วยกันจึงเริ่มสนุกสนานมากขึ้นจนลืมอาการเหวี่ยงวีนก่อนหน้าไปจนหมด
พูดได้เลยว่า ณ ตอนนี้พวกเขาคุยกันถูกคอสุดๆ!
และขณะเดียวกันนั้น เมนิลาที่ยืนมองดูเห็นเหตุการณ์ไม่ไกลก็รู้สึกทึ่งเป็อย่างมากเพราะไม่คิดว่าเตชินท์จะมีความรู้ความสามารถในการอธิบายข้อมูลทางสถาปัตยกรรมได้ดีกว่าไกด์โดยทั่วไปราวกับว่าเขาเคยเป็สถาปนิกมาก่อน
แต่ถึงอย่างนั้น หญิงสาวก็โล่งอกไปเปลาะหนึ่งที่ชายหนุ่มช่วยกู้สถานการณ์กลับคืนมาได้
และไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนที่เมนิลาเผลอมองหน้าชายหนุ่มคนนั้นที่กำลังบรรยายเื่ราวสนุกๆให้กับลูกทัวร์ฟัง โดยที่ไม่ทันได้รู้สึกตัวเลยว่ามีบางอย่างก่อเกิดขึ้นในหัวใจของเธอ
เมนิลาเริ่มสนใจในตัวเขาขึ้นมาเสียแล้ว…
โปรดติดตามตอนต่อไป
-----------------------------------------------------------
เ้าต้นนุ่น:
เอ้ายังไงๆๆๆ เจ้เมย์เริ่มสนใจเฮียชินแล้วเหรอออ
กรี๊ดกร๊าดดด
ความในใจเ้าต้นนุ่น :
คอมเมนต์สักนิดเพื่อเป็กำลังใจให้เ้าต้นนุ่นได้มีแรงปั่นเฮียชินหน่อยนะคะพี่ๆ