ยามห้าย
แสงริบหรี่จากโคมไฟในมือของหลินซีเยว่แกว่งไกวไปตามจังหวะก้าวเดิน สะใภ้รองแห่งตระกูลเซียวรับหน้าที่มาตรวจตราความเรียบร้อยของหอบรรพชนในยามวิกาลแทนสามีผู้มีร่างกายอ่อนแอ ทว่าเมื่อผลักบานประตูไม้สลักเข้าไป นางกลับต้องชะงักงัน
ร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้หนึ่งกำลังนั่งทรุดอยู่หลังป้ายิญญา เขากำมือแน่นจนข้อขาวซีด หอบหายใจหนักหน่วงราวกับคนจับไข้
"ใครอยู่ตรงนั้น... ออกไปเดี๋ยวนี้!"
เสียงทุ้มที่เค้นผ่านไรฟันนั้นแหบพร่า แต่ซีเยว่จำได้ดีว่าคือเสียงของเซียวจิ่นเหิง พี่ชายคนโตของสามี ผู้นำตระกูลผู้แสนจะเคร่งขรึมและเ้าระเบียบ
นางค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้จนแสงโคมไฟสาดส่องให้เห็นใบหน้าคมคายที่บัดนี้แดงก่ำ เหงื่อกาฬแตกพลั่ก ดวงตาที่เคยมองนางอย่างเ็าบัดนี้วาวโรจน์ไปด้วยไฟราคะที่ถูกกดทับไว้
"พี่ใหญ่... ท่านเป็อะไรไปเ้าคะ?" นางถามหยั่งเชิง แม้กลิ่นหอมประหลาดที่ลอยวนในอากาศจะทำให้นางเดาสถานการณ์ออกแล้วก็ตาม
"ข้าถูกคนสารเลวลอบวางยา... ยาปลุกกำหนัด" จิ่นเหิงกัดกรามกรอด พยายามควบคุมสติสัมปชัญญะที่ใกล้จะขาดผึง
"ซีเยว่ หากเ้าไม่อยากแปดเปื้อน ก็จงไสหัวออกไปซะ ก่อนที่ข้าจะทนไม่ไหว"
ซีเยว่ไม่ขยับหนี นางกลับแย้มยิ้มบางเบาในเงามืด สมองอันชาญฉลาดประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว หากผู้นำตระกูลที่หยิ่งทะนงผู้นี้ตบะแตกไปคว้าสาวใช้มาดับความใคร่ ย่อมกลายเป็จุดอ่อนให้ศัตรูโจมตีได้
อีกทั้งสามีของนางก็เคยเอ่ยปากอนุญาตให้นางหาความสุขและสร้างฐานอำนาจในจวนได้อย่างอิสระ นี่คือโอกาสทองที่จะทำให้บุรุษผู้อหังการตกอยู่ใต้อาณัติของนาง
"หากท่านพี่ปล่อยให้ไฟราคะแผดเผาจนคลุ้มคลั่ง ชื่อเสียงของตระกูลเซียวคงป่นปี้แน่" ซีเยว่วางโคมไฟลงบนพื้น ค่อย ๆ ปลดสายคาดเอวของตนเองออกอย่างเชื่องช้า
"ให้ข้า... เป็ผู้ดับไฟให้ท่านเถิดเ้าค่ะ"
เส้นความอดทนของจิ่นเหิงขาดสะบั้นลงทันทีเมื่อร่างอรชรที่มีเพียงเอี๊ยมตัวจิ๋วสีแดงสดก้าวเข้ามาหา ชายหนุ่มคำรามในลำคอ พุ่งตัวเข้ามาคว้าเอวบางแล้วดันร่างของนางไปกระแทกกับผนังไม้ของหอบรรพชนอย่างแรง
"เ้าเสนอตัวให้ข้าเองนะซีเยว่ อย่ามาร้องไห้ทีหลังก็แล้วกัน!"
ริมฝีปากหยักได้รูปบดขยี้ลงบนกลีบปากนุ่มอย่างตะกรุมตะกรามและดุดัน ฝ่ามือหนาที่ร้อนผ่าวสอดเข้าไปใต้ร่มผ้า ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนละเอียด
ก่อนจะวกกลับมาขยำปทุมถันอวบอิ่มที่ล้นทะลักขอบเอี๊ยมออกมา เขาเคล้นคลึงมันอย่างหนักหน่วงสลับกับสะกิดยอดถันจนนางต้องแอ่นอกรับด้วยความเสียวซ่าน
"อ๊ะ... พี่ใหญ่... เบามือหน่อยสิเ้าคะ" ซีเยว่ครางประท้วงเบา ๆ เมื่อความหยาบโลนของเขาเริ่มปลุกปั่นอารมณ์นางเช่นกัน
จิ่นเหิงไม่รอช้า เขาจับเรียวขาข้างหนึ่งของนางยกขึ้นเกี่ยวเอวสอบของเขาไว้ เผยให้เห็นจุดกึ่งกลางความเป็สตรีที่เริ่มชุ่มฉ่ำ นิ้วแกร่งกรีดกรายลงบนร่องธารสีสด ััถึงความเปียกชื้นที่พร้อมต้อนรับ ก่อนจะสอดแทรกเข้าไปในช่องทางคับแคบอย่างจาบจ้วง
"อ๊า!..." ซีเยว่เชิดหน้าขึ้น หวีดร้องเมื่อนิ้วยาวขยับเข้าออกเป็จังหวะรัวเร็ว น้ำอมฤตสีใสหลั่งรินออกมาชโลมนิ้วของเขา ร่างบางสั่นสะท้านไปตามจังหวะการชักนำ
เมื่อเห็นว่าถ้ำหยกพร้อมรับศึกหนัก ผู้นำตระกูลก็ปลดเปลื้องปราการชิ้นสุดท้ายของตนออก เผยให้เห็นแก่นกายลำใหญ่ที่ผงาดง้ำ ร้อนผ่าวและเต้นตุบ
เขากดส่วนหัวที่บานหยักถูไถไปตามร่องธารเพื่อเรียกน้ำหล่อลื่น ก่อนจะจับสะโพกกลมกลึงของนางยึดไว้มั่น แล้วกดกระแทกส่งตัวตนฝังลึกเข้าไปในกายรวดเดียวจนมิดด้าม!
"อึก!... ซี๊ด... แน่น... เ้าตอดรัดข้าแน่นเหลือเกินซีเยว่..." ชายหนุ่มครางเสียงต่ำ ใบหน้าหล่อเหลาซบลงบนซอกคอขาวผ่อง สูบดมกลิ่นกายหอมละมุนของน้องสะใภ้เพื่อบรรเทาความกระสัน
"อ๊า! พี่ใหญ่... ท่าน... ท่านลึกเกินไปแล้ว..." นางร้องครางเสียงหลง เล็บจิกเกร็งลงบนลาดไหล่กว้าง
พายุอารมณ์โหมกระหน่ำ จิ่นเหิงขยับสะโพกเข้าออกอย่างบ้าคลั่งตามสัญชาตญาณและฤทธิ์ยา แรงกระแทกกระทั้นทำเอาแผ่นหลังของซีเยว่เสียดสีกับผนังจนเกิดเสียงดังปึกปึก ผสมผสานกับเสียงเนื้อกระทบเนื้อที่ดังก้องไปทั่ว
"อ๊ะ... อ๊ะ... อ๊า... พี่ใหญ่... ข้าเมื่อยขาแล้ว..." นางกระซิบเสียงพร่า
เพื่อให้ถนัดขึ้น จิ่นเหิงช้อนอุ้มร่างบางขึ้นจากพื้นพานางก้าวเดินไปที่โต๊ะบูชาบรรพชนกลางห้อง เขาจับร่างของนางหมุนกลับ โน้มตัวนางให้พาดทับลงบนขอบโต๊ะไม้ตัวใหญ่
บังคับให้นางคุกเข่าในท่าที่เผยบั้นท้ายงอนงาม ก่อนที่เขาจะตามมาประกบชิด สอดใส่แก่นกายเข้าไปอีกครั้งจากทางด้านหลัง มุมที่ลึกซึ้งและกระแทกจุดกระสันยิ่งกว่าเดิม
"อ๊าา! ท่านี้... อื้ออ..." ซีเยว่สั่นสะท้านไปทั้งร่าง ขยำผ้าปูโต๊ะบูชาจนยับยู่ยี่
ตึก... ตึก... ตึก... ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าของเวรยามด้านนอกก็ดังแว่วมาใกล้ ทำเอาทั้งสองร่างสะดุ้ง
"ชู่ว... อย่าส่งเสียง..." จิ่นเหิงกระซิบข้างหูนาง มือหนาเลื่อนมาปิดริมฝีปากบางไว้แน่น แต่ท่อนล่างกลับจงใจสวนสะโพกเข้าออกเร็วและแรงขึ้น ความตื่นเต้นที่ถูกกระตุ้นจากความกลัวว่าจะถูกจับได้ทำให้อารมณ์ของทั้งคู่พุ่งทะยาน
ซีเยว่ต้องกัดนิ้วของจิ่นเหิงเพื่อกลั้นเสียงคราง ร่างกายของนางบิดเร่าตอดรัดแก่นกายของเขาแน่นขึ้นไปอีก ทรมานและซาบซ่านจนแทบขาดใจ
"ข้า... ข้าจะไม่ไหวแล้ว... รับมันไปซีเยว่!"
เซียวจิ่นเหิงเร่งจังหวะกระแทกกระทั้นอย่างหนักหน่วง ก่อนจะปลดปล่อยสายธารน้ำกามอุ่นร้อน ฉีดพ่นเข้าไปในช่องทางเร้นลับของสะใภ้รองจนล้นทะลัก ร่างแกร่งทาบทับลงบนแผ่นหลังบอบบาง หอบหายใจอย่างหมดสิ้นเรี่ยวแรง