ASTERRA
ภาค I — ดาวดวงแรกแห่งเซเลสเทรีย
ตอนที่ 07 — เมืองที่จำเขาได้ (1)
คำว่า ออกไปได้ จากปากหมอฟังดูน่ายินดีกว่าที่ลูเซียนคาดไว้
น่าเสียดายที่มันตามมาด้วยเงื่อนไขอีกเกือบครึ่งโหล
“ห้ามเดินนาน ห้ามใช้เวท ห้ามยกของหนัก หากเริ่มเจ็บชายโครง เวียนศีรษะ หรือหายใจติดขัด ให้กลับทันทีขอรับ”
ลูเซียนนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างหน้าต่าง ปล่อยให้ชายสูงวัยตรวจชีพจรเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนเหลือบมองเซลีนซึ่งยืนฟังอยู่ไม่ไกล
“มีอะไรอีกหรือไม่?”
“มี”
คนตอบไม่ใช่หมอ
ลูเซียนถอนหายใจเบา ๆ
เซลีนเดินเข้ามา วางถุงมือหนังสีดำลงบนโต๊ะตรงหน้าเขา
“เ้าต้องมีคนไปด้วย”
“ข้าแค่จะเข้าเมือง”
“แม่รู้”
“เมืองที่อยู่ตรงนั้น”
เขาชี้ออกไปนอกหน้าต่าง
หลังคาสีเข้มของเวียร์โฮล์มทอดตัวลดหลั่นลงไปตามเนิน ภายใต้ท้องฟ้าสีซีดของแดนเหนือ จากห้องนี้มันใกล้พอให้มองเห็นควันบาง ๆ ลอยขึ้นจากปล่องไฟ
“ยิ่งดี” เซลีนตอบ “ถ้าใกล้ เ้าก็กลับมาได้เร็ว”
ลูเซียนมองนาง
ตรรกะนั้นไม่มีช่องให้เถียงอย่างน่าหงุดหงิด
“แล้วข้าต้องกลับเมื่อไร?”
“ก่อนที่เ้าจะคิดว่าตัวเองยังเดินต่อไหว”
“นั่นไม่ใช่เวลา”
“สำหรับเ้า มันแม่นกว่านาฬิกา”
หมอไอเบา ๆ คล้ายพยายามซ่อนเสียงหัวเราะ
ลูเซียนหันไปหาเขา
“ท่านอยู่ฝ่ายใด?”
“ฝ่ายที่ไม่้ารักษาท่านซ้ำขอรับ”
“เข้าใจได้”
อย่างน้อยวันนี้เขาก็ได้ออกไปจริง ๆ
หลังถูกจำกัดอยู่ภายในคฤหาสน์มาหลายวัน ความคิดเพียงว่าจะได้เห็นถนนซึ่งมองผ่านหน้าต่างมาตลอดกลับทำให้เขากระตือรือร้นกว่าที่ควรเป็
เซลีนหยิบเสื้อคลุมขนสัตว์สีเข้มส่งให้
“อากาศข้างนอกเย็นกว่าที่เห็นจากในห้อง”
ลูเซียนรับมา
“ข้าจะจำไว้”
มือของเซลีนหยุดอยู่บนเสื้อคลุมเพียงครู่หนึ่งก่อนปล่อย
“ถ้าเหนื่อยก็กลับ ไม่ต้องฝืนเพราะอยากเห็นทุกอย่างในวันเดียว”
“ขอรับ”
นางมองเขาอีกอึดใจ
คราวนี้ไม่ได้เพิ่มกฎข้อใหม่
นับเป็ชัยชนะเล็ก ๆ ของเช้าวันนั้น
✦
อากาศเย็นกัดปลายจมูกทันทีที่ลูเซียนก้าวพ้นประตูคฤหาสน์
ความหนาวจากหลังหน้าต่างกับความหนาวที่ััผิวโดยตรงเป็คนละเื่กันโดยสิ้นเชิง
เขาหยุดอยู่บนขั้นบันไดหิน สูดลมหายใจเข้า กลิ่นสนชื้นกับควันไม้จาง ๆ ปะปนอยู่ในอากาศ ลมจากแนวเขาพัดชายเสื้อคลุมให้ขยับ ก่อนคนติดตามที่ยืนรออยู่ด้านล่างจะหันกลับมามอง
“หนาวหรือขอรับ?”
“ข้ากำลังพิจารณาว่าจะกลับเข้าไปหยิบเสื้ออีกชั้น หรือยอมแพ้ต่อศักดิ์ศรี”
ชายคนนั้นนิ่งไป คล้ายไม่แน่ใจว่าควรตอบอย่างไร
ลูเซียนมองสีหน้าเขาแล้วตัดสินใจช่วย
“ข้าล้อเล่น”
“...ขอรับ”
คำตอบนั้นทำให้เขาสงสัยว่าเื่ตลกอาจไม่ใช่สิ่งที่คนรอบตัวคาดหวังจากลูเซียน เวลมอนต์เช่นกัน
รถเดินทางของตระกูลรออยู่ตรงลานด้านหน้า ตัวรถสร้างจากไม้สีเข้มเสริมโลหะตามขอบ ไม่มีม้าผูกอยู่ด้านหน้า ใต้โครงมีแผ่นโลหะสลักลายเวททอดยาวไปตามฐาน แสงสีฟ้าอ่อนเคลื่อนอยู่ภายในร่องสลักอย่างสม่ำเสมอ
ลูเซียนหยุดมองมัน
หลังจากได้ยินคำว่า ราชรถเหาะ เมื่อไม่กี่วันก่อน เขาควรเลิกประหลาดใจกับพาหนะของโลกนี้ได้แล้ว
แต่ดูเหมือนเหตุผลกับความรู้สึกจะยังตกลงกันไม่ได้
“มีอะไรหรือขอรับ?”
“ไม่มี”
เขาขึ้นรถ
“ข้าแค่เริ่มเข้าใจว่าเหตุใดหนังสือเกี่ยวกับเวทมนตร์ถึงหนากว่าที่ควรจะเป็”
รถเคลื่อนออกจากคฤหาสน์อย่างนุ่มนวล
ลูเซียนรู้สึกถึงแรงสั่นเพียงเล็กน้อยใต้ฝ่าเท้า ก่อนประตูเหล็กด้านหน้าจะเปิดออก
แล้วโลกที่เขามองผ่านกระจกมาตลอดหลายวันก็เข้ามาใกล้เสียที
✦
เวียร์โฮล์มสร้างตัวเองตามภูมิประเทศมากกว่าจะพยายามเอาชนะมัน
ถนนสายหลักทอดลดระดับตามเนินเขา อาคารส่วนใหญ่สร้างจากหินสีเทาเข้มสลับไม้ หลังคาลาดชันเพื่อไม่ให้หิมะสะสมมากเกินไป หน้าต่างหลายแห่งมีแผ่นผลึกบางฝังอยู่ตามกรอบ ส่งความอุ่นจาง ๆ ออกมาจนหิมะที่เกาะตามขอบละลายเป็หยดน้ำ
ยิ่งรถลงสู่เขตเมือง ผู้คนก็ยิ่งมากขึ้น
ร้านค้าตั้งเรียงสองข้างทาง ป้ายไม้แขวนอยู่เหนือประตู มีทั้งร้านผ้า ร้านเครื่องหนัง ร้านขายเครื่องมือ และร้านอาหารซึ่งกลิ่นเนื้อย่างลอยออกมาปะทะอากาศเย็นจนลูเซียนเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองเริ่มหิว
สิ่งที่สะดุดตาเขาที่สุดกลับไม่ใช่อาคาร
แต่เป็วิธีที่เวทมนตร์แทรกอยู่ในสิ่งธรรมดา
โคมผลึกตามถนนยังไม่สว่างในตอนกลางวัน แต่มีอักขระเล็ก ๆ ฝังอยู่ใต้ฐาน รถขนสินค้าคันหนึ่งเคลื่อนผ่านโดยไม่มีสัตว์ลากเช่นเดียวกับรถของตระกูล เพียงตัวรถหยาบกว่าและส่งเสียงดังทุกครั้งที่ผ่านรอยต่อของถนน คนงานสองคนใช้แผ่นโลหะสลักเวทช่วยยกถังไม้ขนาดใหญ่ขึ้นจากพื้น ส่วนเหนือประตูร้านแห่งหนึ่งมีลมอุ่นพัดออกมาเป็ระยะเพื่อกันหิมะจับตัว
ไม่มีใครหยุดมองสิ่งเ่าั้
สำหรับคนที่นี่ มันเป็เพียงส่วนหนึ่งของชีวิต
ลูเซียนกลับต้องห้ามตัวเองไม่ให้หันตามทุกอย่าง
หนังสือบอกเขาว่าเวทมนตร์มีอยู่
เวียร์โฮล์มกำลังบอกว่ามันช่วยให้คนสองคนไม่ต้องแบกถังหนักด้วยหลังตัวเอง
เขาชอบคำอธิบายแบบหลังมากกว่า
รถชะลอตัวเมื่อเข้าสู่ถนนซึ่งคึกคักกว่าเดิม
เด็กสองคนวิ่งผ่านแผงขายขนม หญิงสูงวัยกำลังต่อราคากับพ่อค้า ชายกลุ่มหนึ่งยืนคุยกันหน้าร้านเครื่องหนัง เสียงผู้คนผสมกับเสียงล้อและเสียงกระดิ่งจากหน้าร้านจนกลายเป็ความวุ่นวายที่มีจังหวะของมันเอง
เมืองมีชีวิต
ความรู้สึกนั้นเรียบง่าย แต่ทำให้บางอย่างในอกเขาคลายลงอย่างประหลาด
ั้แ่ลืมตาขึ้นมา โลกนี้มีแต่ห้องนอน ทางเดิน คนที่เรียกเขาว่าลูก และหนังสือซึ่งบอกว่าโลกภายนอกเป็อย่างไร
นี่เป็ครั้งแรกที่เขาไม่ต้องเชื่อคำของใครว่าโลกนั้นมีอยู่จริง
แล้วชายหน้าร้านเครื่องหนังก็หันมาเห็นรถของตระกูล
บทสนทนายังคงดำเนินต่อ เพียงเบาลงเล็กน้อย ชายคนหนึ่งก้มศีรษะให้เมื่อรถผ่าน ขณะที่อีกคนเพียงขยับเปิดทาง
ไม่มีอะไรผิดปกติ
จนกระทั่งชายคนที่สามมองผ่านหน้าต่างเข้ามาเห็นเขา
สีหน้าของอีกฝ่ายเปลี่ยนไปเพียงชั่วขณะ
ไม่ถึงกับหวาดกลัว
แต่รอยยิ้มที่มีอยู่ก่อนหน้าหายไป
ลูเซียนมองผ่านไป
อีกไม่กี่่ตึก หญิงสาวที่กำลังเลือกผลไม้เห็นตราเวลมอนต์ข้างรถ นางถอยเปิดทางและก้มศีรษะตามธรรมเนียม
แต่เมื่อเงยขึ้นมาเห็นว่าใครนั่งอยู่ด้านใน ไหล่กลับเกร็งขึ้นเล็กน้อย
เร็วมาก
ถ้าไม่ได้กำลังสังเกต เขาคงพลาด
ลูเซียนเอนกลับเข้าที่
คนติดตามซึ่งนั่งฝั่งตรงข้ามไม่ได้มีท่าทีผิดปกติอะไร
“ทุกคนในเมืองรู้จักรถของตระกูลหรือ?”
“ส่วนใหญ่ขอรับ”
“แล้วรู้ด้วยหรือว่าใครนั่งอยู่?”
ชายคนนั้นคิดเล็กน้อย
“หากเห็นหน้า ก็น่าจะทราบ”
ลูเซียนพยักหน้า
ไม่ได้ถามต่อ
อย่างน้อยยังไม่ใช่ตอนนี้
✦
ร้านหนังสืออยู่บนถนนซึ่งเงียบกว่าย่านตลาดเล็กน้อย หน้าร้านมีป้ายไม้แกะสลักรูปหนังสือเปิดอยู่เหนือประตู กระจกบานใหญ่ด้านหน้ามีไออุ่นเกาะบาง ๆ จากความต่างของอุณหภูมิภายในกับภายนอก
ลูเซียนลงจากรถ
แค่เดินจากขอบถนนถึงหน้าร้านก็ทำให้เขารับรู้ถึงชายโครงทันที
ไม่ถึงกับเจ็บ
แต่ร่างกายกำลังเตือนว่าเซลีนอาจไม่ได้ตั้งกฎขึ้นมาเพื่อความสนุกทั้งหมด
น่าเสียดาย
เขาอยากมีหลักฐานไว้เถียงนางบ้าง
กระดิ่งเหนือประตูดังเมื่อเปิดเข้าไป
กลิ่นกระดาษ หนัง และไม้แห้งเข้ามาแทนที่อากาศเย็นทันที ชั้นหนังสือสูงเกือบถึงเพดานเรียงเป็แนวยาว มีบันไดเลื่อนติดรางอยู่ด้านข้างสำหรับหยิบหนังสือชั้นบน
ชายวัยกลางคนหลังเคาน์เตอร์เงยหน้าจากบัญชี
“ยินดีต้อน—”
คำพูดหยุดกลางทาง
ดวงตาของเขาเบิกขึ้นเพียงเล็กน้อย ก่อนลุกจากเก้าอี้
“ท่านลูเซียน”
ลูเซียนหยุด
ไม่ใช่ ท่านเวลมอนต์
ชื่อของเขาโดยตรง
“ข้า้าหนังสือสำหรับเตรียมสอบมหาวิทยาลัยหลวง”
“ขอรับ วิชาพื้นฐานทั้งหมดหรือขอรับ?”
“ถ้ามี”
“มีขอรับ เชิญท่านรอสักครู่”
เ้าของร้านเดินหายเข้าไประหว่างชั้นหนังสือ
สุภาพมาก
อาจสุภาพเกินไปเล็กน้อย
ลูเซียนยังไม่ตัดสิน
เด็กหนุ่มซึ่งกำลังจัดหนังสืออยู่ใกล้ ๆ เหลือบมองเขา ทันทีที่สบตากัน อีกฝ่ายก้มหน้าลง หนังสือเล่มหนึ่งหลุดจากมือกระแทกพื้น
ปึก
เด็กหนุ่มสะดุ้ง ก่อนรีบก้มเก็บ
“ขออภัยขอรับ!”
ลูเซียนมองหนังสือบนพื้น จากนั้นมองเด็ก
“เ้าไม่ได้ทำอะไรข้า”
เด็กหนุ่มชะงัก
“ขอรับ?”
“หนังสือตกใส่เท้าเ้า ไม่ใช่เท้าข้า”
ความเงียบเกิดขึ้นชั่วขณะ
เด็กหนุ่มกะพริบตา ก่อนก้มลงเก็บหนังสือให้เรียบร้อย
“ขอรับ”
ลูเซียนเดินไปดูหนังสือบนชั้นใกล้ ๆ แทน
ไม่นานเ้าของร้านก็กลับมาพร้อมหนังสือกองหนึ่ง
“ประวัติศาสตร์อาณาจักร หลักเวทพื้นฐาน คณิตศาสตร์เวท ภูมิศาสตร์การปกครอง และข้อสอบย้อนหลังที่หาได้ขอรับ”
ลูเซียนมองกองหนังสือ
“ทั้งหมดเท่าไร?”
เ้าของร้านลังเลเล็กน้อย
“ทางร้านสามารถส่งบัญชีไปที่คฤหาสน์ได้ขอรับ”
“ไม่จำเป็”
อีกฝ่ายชะงัก
ลูเซียนหยิบถุงเงินที่เซลีนเตรียมไว้ให้
“ข้าจ่ายตอนนี้”
“แต่ท่านไม่จำเป็ต้อง—”
“ข้ามีเงินอยู่กับตัว และเ้าก็ต้องลงบัญชีอยู่แล้วไม่ใช่หรือ?”
เ้าของร้านมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า
“ขอรับ”
เขาบอกราคา
ลูเซียนจ่ายตามจำนวน
เื่ควรจบเพียงเท่านั้น
แต่ตอนที่เ้าของร้านรับเงินไป สีหน้าของอีกฝ่ายกลับมีความประหลาดใจบางอย่างซึ่งพยายามซ่อนไว้ไม่มิด
ลูเซียนไม่ได้ถาม
เขารับถุงหนังสือมา ทว่าคนติดตามยื่นมือรับต่อทันที
“หมอสั่งห้ามท่านยกของหนักขอรับ”
ลูเซียนมองถุงในมืออีกฝ่าย
“ข้าสงสัยว่าหนังสือไม่กี่เล่มจะถูกนับเป็ของหนัก”
“ท่านหญิงเซลีนอาจนับ”
“เหตุผลดี”
เขาปล่อยมือ
ก่อนออกจากร้าน ลูเซียนเหลือบกลับไปยังเด็กฝึกงาน
อีกฝ่ายกำลังจัดหนังสือต่อแล้ว แต่ทันทีที่สังเกตว่าเขามองอยู่ มือก็ช้าลงเล็กน้อย
ไม่ใช่ความกลัวถึงขั้นตัวสั่น
เป็ความระวัง
ซึ่งอาจน่าคิดมากกว่าเสียอีก
กระดิ่งเหนือประตูดังขึ้น
อากาศเย็นรับเขากลับออกไปบนถนน
✦
• • •