บทที่ 42 สหายผู้ควรได้รับการยกย่อง
“ผู้เฒ่าลู่ ได้ยินมาว่าที่บ้านรับซื้อสมุนไพรใช่ไหมจ๊ะ?” สะใภ้อายุน้อยในหมู่บ้านต่างพากันถามอย่างกระตือรือร้น
ชายชราแย้มยิ้มแล้วพยักหน้า “ใช่แล้ว หลานสะใภ้ฉันรับซื้อสมุนไพรให้ราคาสูงกว่าพ่อค้า พวกเธอเองก็ขุดสมุนไพรไม่ใช่หรือ? ขุดแล้วมาขายที่บ้านของพวกเราได้ พวกเราไม่เอาเปรียบโกงน้ำหนักแน่นอน”
ราคาสูงกว่าปีที่ผ่านมา?
ทุกคนเริ่มสนใจในทันที “ไปเถอะ ไปดูกันก่อน”
ชาวบ้านต่างเข้ามาสอบถามราคารับซื้อผู้เฒ่าลู่
เจียงหนานจัดวางแถบผ้าแพรประดับพร้อมกับวางเครื่องชั่งเรียบร้อย เธอออกไปแขวนป้ายราคาสมุนไพรที่ลู่ฮ่าวเป็นคนเขียนไว้ตรงรั้ว
ชายชราพูดอย่างตื่นเต้น “หนานหน่าน พวกลุงป้ามายืนดูราคาสมุนไพรบ้านเรา หนูรีบไปคุยกับพวกเขาเร็ว”
เจียงหนานเห็นชาวบ้านหลายคนมายืนรอก็กล่าวด้วยรอยยิ้ม “คุณป้าน้าอาทั้งหลาย มาดูป้ายแสดงราคาตรงนี้ได้นะคะ ให้ราคาสูงขึ้นกว่าปีที่แล้วใช่ไหมคะ?”
“เหล่าจาง พวกเราอ่านไม่ออก อ่านให้ฟังหน่อย”
จางฉางกุ้ยมองป้ายราคาของเจียงหนาน “หวงฉีสี่ไคว่ห้าเหมาจริงหรือ?”
เจียงหนานตอบว่า “ใช่แล้วค่ะ แต่ต้องเป็นสมุนไพรชั้นดี แบบธรรมดาจะอยู่ที่สี่ไคว่”
“ยังมีผูกงอินชั้นดีห้าเหมา ธรรมดาสี่เหมา ราคาสูงกว่าถึงห้าเฟิน*[1]”
เจียงหนานถือปึกธนบัตรใบเล็กมายมากที่เพิ่งจะให้คุณปู่ไปแลกกับหัวหน้าหมู่บ้าน เธอแย้มยิ้มพูดกับทุกคนว่า “บ้านพวกเราซื้อขายสมุนไพรเป็นเงินสด ชาวบ้านบ้านไหนอยากจะขายสมุนไพรตากแห้งก็รีบแบกมาขายได้เลย”
ทุกคนเห็นเงินก็รู้สึกมั่นใจ “ไปเถอะ ไปแบกสมุนไพรมาขายกัน”
สวี่อวี้ฉินเพิ่งล้างหม้อเสร็จ พอออกมาจากห้องครัวก็ถามลู่เซิ่งหมินที่ยืนอยู่ในลานบ้านว่า “ลำโพงกำลังประกาศอะไรน่ะ?”
ลู่เซิ่งหมินยังมีสีหน้างุนงง “เหมือนจะได้ยินว่าเสี่ยวฮ่าวกำลังรับซื้อสมุนไพร”
“พ่อฟังผิดรึเปล่าคะ นิสัยพี่ลู่ฮ่าวน่ะหรือจะรับซื้อสมุนไพร” ลู่เสี่ยวเยว่ออกมาจากห้อง ใบหน้าของเธอปรากฏความเหยียดหยามอย่างขีดสุด
น้ำเสียงของลู่เซิ่งหมินไม่รื่นหูนัก “แซ่ลู่ในหมู่บ้านแห่งนี้มีเพียงครอบครัวเดียว ยังได้ยินผิดอยู่ไหม?”
สวี่อวี้ฉินมองไปยังกองสมุนไพรที่เธอกำลังตากแห้ง บอกกับลู่เสี่ยวเยว่ว่า "ลูกไปดูสิ ไม่รู้ที่นั่นรับซื้อสมุนไพรจริงหรือเปล่า"
“แม่ หนูไม่ไป นังหมูอ้วนมันฟันหนูด้วยมีดอีกแน่”
วันนี้เจ้าหน้าที่ฉินไม่มาบ้านนั้น เหตุใดเธอต้องวอนหาปัญหาด้วยล่ะ
ในเมื่อลูกสาวไม่ยอมไป สวี่อวี้ฉินจึงถามลู่เซิ่งหมินแทน
“เหล่าลู่ ทำไมไม่ไปดูเสียหน่อยล่ะ”
ลู่เซิงหมินยังสงสัยว่า เหตุใดจู่ ๆ ลูกชายของเขารับซื้อสมุนไพร เขาจึงตอบตกลงรับคำว่าจะไปดูเสียหน่อย
เมื่อเขามาถึงปากทางก็เห็นชาวบ้านในหมู่บ้านหลายคนกำลังแบกถุงสมุนไพรไปที่บ้านเก่า
“กำลังไปไหนกัน?” ลู่เซิ่งหมินถาม
จางฉางกุ้ยตอบกลับ “เหล่าลู่ ก็ลูกสะใภ้นายกำลังรับซื้อสมุนไพรไง เรากำลังแบกไปขาย”
“อ้อ ดีแล้ว”
ลู่เซิ่งหมินนับได้ว่าเป็นปัญญาชนในหมู่บ้าน ชาวบ้านทุกคนล้วนนับถือ ไม่กล้าล้อเลียนว่าสะใภ้ตัวเองกำลังรับซื้อสมุนไพรแต่เจ้าตัวกลับไม่รู้
ลู่เซิ่งหมินมาถึงประตูรั้ว เขาเห็นเจียงหนานกำลังยุ่งอยู่กับการตรวจสอบสมุนไพรในลานบ้าน ชายชราแย้มยิ้มชอบใจ กำลังชั่งน้ำหนักสมุนไพรให้ชาวบ้าน
ส่วนลู่ฮ่าวทำหน้าที่จดลงบัญชี
ลู่เซิ่งหมินมองฉากแบ่งงานอย่างสุขสันต์ตรงหน้า ในใจรู้สึกอบอุ่น ทว่ารู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
สุดท้ายเขาก็กลายเป็นคนนอก
เจียงหนานเพิ่งชั่งน้ำหนักถุงผูกงอินเสร็จ เธอบอกกับจางฉางกุ้ยว่า “น้ำหนักรวมทั้งหมดยี่สิบสี่จิน*[2] มาดูที่ตาชั่งได้เลยค่ะ”
เจียงหนานเรียกจางฉางกุ้ยเข้ามาในบ้านตัวเอง เจ้าตัวพยักหน้าตอบรับอย่างมีความสุข
“ดูตรงนี้ค่ะ”
ลู่ฮ่าวหยิบสมุดขึ้นมาจดน้ำหนักของสมุนไพรจางฉางกุ้ย
หลังจากคำนวณบัญชีแล้ว เขาก็บอกให้เจียงหนานจ่ายเงิน
“หนึ่งจินห้าเหมา ทั้งหมดรวมเป็นสิบสองไคว่ ถูกต้องไหม?”
"ไม่ผิด ๆ"
พอเจียงหนานจ่ายเงิน จางฉางกุ้ยก็เก็บใส่กระเป๋าอย่างระมัดระวัง จากนั้นปลีกตัวไปยืนด้านข้าง เหล่มองสาวชนบทหลายคนกำลังขายสมุนไพร
จางฉางกุ้ยเป็นหนึ่งในชายชราไม่กี่คนในหมู่บ้านนี้ที่สามารถอ่านออกเขียนได้ เขาเคยใช้ลูกคิดคำนวณเลขมาก่อน พอเห็นพวกสาวชนบทไม่รู้หนังสือก็รู้สึกผ่อนคลายใจ
“ภรรยาลู่ฮ่าว สมุนไพรพวกนี้เอาไปขายที่ไหนหรือ” จางฉางกุ้ยถามด้วยความสงสัย
เจียงหนานกำลังยุ่งอยู่กับการตรวจสอบคุณภาพสมุนไพร ตอบไปว่า "เรามีวิธีของพวกเราค่ะ"
“เด็กน้อยคนนี้ช่างลึกลับเหลือเกิน”
เจียงหนานยิ้ม “ความลับทางการค้าน่ะค่ะ”
เวลาต่อมา พวกชาวบ้านก็รับเงินแล้วกลับไปอย่างมีความสุข
เจียงหนานกับลู่ฮ่าวเห็นลู่เซิ่งหมินเดินเข้ามา
เธอเลยกล่าวทักทายอย่างสุภาพ
“เสี่ยวฮ่าว หนานหน่านทำธุรกิจรับซื้อสมุนไพรหรือ?”
เจียงหนานพยักหน้า “ใช่ค่ะ”
“ขายที่ไหน”
“ขายในเมืองค่ะ”
“งั้นรึ ดีแล้ว”
“แล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง เมื่อไรจะเข้าเมือง?”
น้ำเสียงของลู่ฮ่าวดูสุภาพและเหินห่างอย่างยิ่งนัก “อีกสักพักครับ”
หลังจากรอชาวบ้านหลายคนขายสมุนไพรเสร็จ ทุกคนก็รับเงินแล้วจากไปอย่างมีความสุข ลู่เซิงหมินเดินตามเข้าไปในตัวบ้าน
เขาเห็นธงเด่นสะดุดตาแขวนอยู่บนผนังเลยถามด้วยความประหลาดใจ “นี่คือ…”
“ที่ว่าการอำเภอมอบให้เป็นเกียรติยศ” ลู่ฮ่าวกล่าวกระชับคำตอบทุกคำถาม แต่ไม่รู้จะพูดคุยอะไรต่อกับบิดาของตน
“สมควรได้รับมันแล้วล่ะ”
ลู่เซิ่งหมินมองไปที่ใบหน้าของลูกชายกับธงบนกำแพง ในใจรู้สึกปั่นป่วนเล็กน้อย
ลูกชายคนนี้ ยุ่งเรื่องชาวบ้านตามใจชอบจริง ๆ หน้าถึงต้องเสียโฉม
หากไม่ได้ใจดีเข้าไปช่วยเหลือชายชรา บางทีใบหน้าของลู่ฮ่าวในวันนี้อาจจะไม่กลายเป็นเช่นนี้ก็ได้
ลู่เซิ่งหมินสังเกตเห็นลายเซ็นบนธง แววตาที่ไม่ค่อยแสดงออกผันผวนอย่างรุนแรง
“เสี่ยวฮ่าว คนที่ช่วยชีวิตชื่อเฉินโหย่วเต๋อหรือ?” ลู่เซิ่งหมินระงับความหวาดผวาในจิตใจ พยายามทำเสียงให้ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด
ลู่ฮ่าวเหลือบมองธง ตอบกลับไปว่า “ดูเหมือนอย่างนั้น ผมก็ไม่รู้”
เฉินเหล่าน่าจะชื่อนี้ล่ะมั้ง
“เป็นคนที่ไหน” ลู่เซิ่งหมินกลายเป็นช่างซักถามขึ้นมาทันที
“คนนอกพื้นที่ครับ เกิดอุบัติเหตุตอนเราพักอยู่ในโรงแรมด้วยกัน ผมเลยเข้าไปช่วย”
ลู่ฮ่าวกล่าวเสียงเบาราวกับกลัวพ่อของตนจะยกปัญหาบาดเจ็บขึ้นมาสร้างความลำบากให้ผู้อื่น
ลู่เซิ่งหมินตระหนักว่าเขาคิดมากเกินไป ชื่อบนชายธงจะเป็นคนเดียวกับคนในความทรงจำของเขาได้อย่างไร?
คิดถึงตรงนี้ ความคิดอันยุ่งเหยิงวุ่นวายก็สงบลง
เขาเห็นหม้อปรุงยาที่อยู่ข้างโต๊ะเลยถามออกมาว่า “อันนี้ยาของใคร?”
ลู่ฮ่าวตอบว่า "ของคุณปู่ครับ"
เขาไม่ได้บอกรายละเอียดเกี่ยวกับอาการของคุณปู่ให้ลู่เซิ่งหมินรู้
เพราะมันไม่สำคัญอีกแล้ว
คนที่เขาเรียกว่าพ่อคนนี้ แต่งงานครั้งที่สองก็ถือว่าทอดทิ้งเขา ถอดทิ้งคุณปู่ไปแล้ว
“พ่อเป็นอะไร ทำไมถึงต้องดื่มยาจีน” ลู่เซิ่งหมินมองผู้เฒ่าลู่ ถามอย่างกังวล
“ไม่ได้เป็นอะไร ดื่มเป็นยาบำรุงร่างกายน่ะ”
เจียงหนานเห็นว่าลู่ฮ่าวกับคุณปู่ไม่อยากบอกความจริงกับลู่เซิ่งหมิน เธอจึงไม่กล้าพูด
ในเวลานี้มีคนเรียกชื่อลู่ฮ่าวจากด้านนอกพอดี
เจียงหนานยกม่าน เหลือบมองชาวบ้านที่เข้ามาขายสมุนไพร เธอกับผู้เฒ่าลู่เลยรีบออกไปทำธุรกิจ
ลู่ฮ่าวก็ออกไปด้วยเช่นกัน
ลู่เซิ่งหมินนั่งอยู่คนเดียวในบ้านหลังเก่า สายตาของเขาจ้องมองอักษรสามตัวที่เป็นชื่อของผู้ให้ธงอีกครั้ง
เขาเพ่งมองอักษรบนชื่อ
เรื่องราวในอดีตพลันปรากฏขึ้นในสมอง เขาอยากจะสกัดกั้นความรู้สึกทุกข์ระทมในอกเหลือเกิน
*[1] เฟิน 1 เจี่ยวหรือ 1 เหมา เท่ากับ 10 เฟิน
*[2] จิน 1 จินเท่ากับ 0.5 กิโลกรัม