เต นักศึกษาปี 3 คณะบริหารธรรมดา ๆ คนหนึ่งที่แทบจะจมไปกับฝูงชน ไม่ค่อยมีคนรู้จักชีวิตเขาไม่ได้หวือหวาติดจะจืดชืดเสียด้วยซ้ำ มาเรียน กลับหอ จากนั้นทบทวนบทเรียนความจริงแล้วหากย้อนกลับไปตอนมัธยมศึกษาปีที่ 6 เขาไม่ไปเรียนแลกเปลี่ยนที่ประเทศสหรัฐอเมริกาป่านนี้เขาคงกำลังเรียนปี4 นั่งทำธีสิสส่งอาจารย์แทนที่จะมานั่งฟังบรรยายอยู่ในห้องเลคเชอร์แบบนี้
หากใครมองมาก็จะเห็นว่าเขาเป็แค่เด็กเรียนคนหนึ่งไม่สนใจเื่อื่นนอกจากตัวหนังสือแต่ใครจะไปรู้ว่าสายตาคมที่คอยจดจ้องมองไปทางกระดานไวท์บอร์ดด้านหน้าพร้อมกับจรดปากกาเขียนใจความสำคัญของเนื้อหาที่กำลังเรียนอย่างตั้งอกตั้งใจถูกดึงดูดความสนใจจากใครคนหนึ่งที่กำลังคุยเล่นกับเพื่อนสนิทอย่างออกรสอยู่ที่นั่งริมประตูหน้าห้องไม่ได้สนใจสิ่งที่อาจารย์กำลังสอนสักนิดใครคนนั้นเป็คนเดียวที่ทำให้เด็กเรียนอย่างเตให้ความสนใจนอกเหนือจากหนังสือได้
เขาเผลอมองริมฝีปากบางเป็กระจับขยับเอื้อนเอ่ยแล้วนึกจินตนาการไปถึงว่าหากได้เป็แฟนคงจะรู้สึกดีไม่น้อยที่มีคนน่ารักคอยพูดจ้อให้ฟังอยู่ข้างๆโลกของเตคงจะไม่น่าเบื่ออีกต่อไป
ไม่รู้ว่าไปเริ่มชอบั้แ่ตอนไหนรู้ตัวอีกทีเพื่อนร่วมคณะคนนี้ก็มาปรากฏอยู่ในสายตาไปแล้ว ไม่ว่าจะตอนเรียนตอนไปนั่งรับประทานข้าวที่โรงอาหารหรือจะเป็บางครั้งที่บังเอิญเดินกลับออกจากมหาวิทยาลัยทางเดียวกัน เตจะเป็ฝ่ายมองแผ่นหลังบางอยู่ตลอดโดยที่เ้าตัวไม่เคยรู้
ดูเหมือนว่าสเปคคนที่ชอบของเตมันมารวมอยู่ที่คนๆนี้หมดแล้ว ทั้งตัวเล็ก ขาว อารมณ์ดี เพียงแค่เขายิ้ม เตมักจะเผลอยิ้มตามไปด้วยโดยที่ไม่รู้ตัว
“อ่ะยิ้ม ยิ้มเข้าไป” เพื่อนสนิทที่นั่งกอดอกอยู่ด้านข้างหันมาเจอเขายิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียวจึงเอ่ยแซวเห็นเพื่อนตัวสูงเป็แบบนี้ทีไรก็ไม่เคยชินสักที
“น่ารัก” เสียงทุ้มบอกออกมาด้วยน้ำเสียงเพ้อๆสายตาเต็มไปด้วยความหลงเหมือนพวกทาสแมวเจอแมวก็ไม่ปานจนเพื่อนสนิทเบ้ปากให้อย่างหมันไส้
“จีบเลย ถ้าจะขนาดนี้แล้ว”
“ไม่กล้า”...แต่อยากได้เป็แฟน
เห็นแบบนี้คนเรียนดีอย่างเตน่ะไม่ค่อยประสีประสากับเื่ความรักมากนักคนตัวเล็กนี้เป็คนแรกที่ทำให้เขารู้จักการชอบใครสักคนมันรู้สึกเป็ยังไงเกิดมาทั้งชีวิตยังไม่เคยมีแฟนเลยสักคน อย่าว่าแต่แฟนเลยแม้แต่เพื่อนเขาก็มีอยู่แค่คนเดียวเท่านั้น คือ ธันวาคนที่กำลังนั่งหาวอยู่ด้านข้าง ขณะมือก็ยังจดสิ่งที่อาจารย์สอนไปด้วย เขารู้จักธันวาครั้งแรกตอนวันสัมภาษณ์เข้ามหาลัยบังเอิญได้สัมภาษณ์ต่อกันแล้วติดเข้ามาด้วยกันอีกคนแรกที่เข้ามาทักทายเขาก็ธันวานี่แหละ ไม่อย่างนั้นเตก็คงใช้ชีวิตตัวคนเดียวจนจบการศึกษาเป็แน่
แอดด...
การสอนของอาจารย์ถูกขัดจังหวะโดยใครบางคนที่เข้ามาสายกว่าคนอื่นเสียงฝืดของประตูเรียกทุก สายตาให้หันไปมองรวมที่จุดเดียวกันเป็แบบนี้แทบจะทุกครั้งที่มีเรียนคลาสภาษาอังกฤษซึ่งเป็คลาสเรียนรวมสามารถเจอเด็กคณะอื่นได้จากวิชานี้ซึ่งมักจะมาไม่ตรงเวลาเหมือนเด็กบริหารอย่างพวกเขา
คนมาใหม่โค้งตัวให้อาจารย์น้อยๆก่อนจะเดินหาที่ว่างนั่งอย่างไม่เป็เดือดเป็ร้อนและไม่สนใจสายตาตำหนิจากอาจารณ์ไม่วายยิ้มทักทายทุกสายตาที่จ้องมองมาอย่างเป็มิตร
ทำไมเขาไม่อายบ้างที่เป็จุดเด่นขนาดนั้นเตคิดก่อนที่เขาละความสนใจจากคนมาใหม่แล้วหันมาตั้งใจจดสิ่งที่อาจารย์สอนต่อ
นิว นักศึกษาคณะศิลปกรรม หนึ่งเดียวที่มาจากต่างคณะแถมยังเป็รุ่นพี่ปี 4 ในหมู่เด็กปี 3 คณะบริหาร สาเหตุที่ทำให้เขาต้องเป็แกะดำมาเรียนซ้ำกับรุ่นน้องไม่คุ้นหน้าพวกนี้นั่นก็เป็เพราะ F ตัวเดียวในทรานสคริปวิชาภาษาอังกฤษบ่งบอกว่ายังเรียนไม่ผ่านสอบตกไปถึง 2 รอบ จนอาจารย์เอือมระอา
อย่าถามว่าทำไมเป็คนเดียวที่สอบตกว่าแล้วก็อาย...ข้อสอบมี 60 ข้อ เพื่อนสนิททั้งสองคนของตัวเองมั่วได้ตั้ง 40 คะแนนในขณะที่เขานั้นเหมือนไม่มีโชคทางด้านนี้เลย นั่งร้องเพลงช้างจิ้มมั่ว ผลออกมาได้15 คะแนน อีกครั้งลองเหล่ตาลอกเพื่อนจนตาแทบแขก็ยังสอบไม่ผ่าน
งามหน้ามากรู้ถึงไหนอายถึงนั่น
แม้ว่าต้องมาเรียนกับคนแปลกหน้าเพียงคนเดียวมันก็ไม่ได้เป็อุปสรรคของคนอย่างนิวสักเท่าไรเพราะเขาเองเป็คนที่ค่อนข้างเข้ากับคนง่าย บุคลิก ท่าทางการแต่งตัวในชุดนักศึกษาที่ดูมีสไตล์ต่างจากคนอื่นทำให้ดูโดดเด่นขึ้นมาผมสีน้ำตาลอ่อนถูกเซ็ตอย่างไม่ประณีตมากแต่ดูดีเลยทีเดียว และใบหน้าที่ยิ้มแย้มดูสดใสตลอดเวลาหากใครเผลอสบสายตาคู่นั้นโดยบังเอิญล่ะก็ เขาจะส่งยิ้มไปให้แม้แต่เพื่อนที่หน้านิ่งที่สุดในห้องยังต้องอมยิ้มตอบกลับ
โดยรวมของผู้ชายคนนี้สามารถดึงดูดสายตาคนทั่วไปได้เป็อย่างดีแตกต่างจากคนอื่นๆ ที่อยู่ในห้องนี้อย่างสิ้นเชิง
“พี่เขาดูดีจังวะ” ธันวาว่าขณะที่มองตามรุ่นพี่ต่างคณะเดินไปยังโต๊ะว่างที่อยู่เยื้องจากพวกเขาไปทางด้านขวามือรุ่นพี่คนนั้นมาตัวเปล่าไม่ได้เตรียมหนังสือเรียนหรือสมุดมาด้วยมีเพียงปากกาที่เหน็บอยู่บนกระเป๋าเสื้อ และโทรศัพท์มือถือเท่านั้นเหมือนว่าไม่ได้ตั้งใจมาเรียน แต่แค่เข้ามาเช็คชื่อและกลับไป
เตไม่ได้ให้ความสนใจสักเท่าไรก็แค่เพื่อนร่วมคลาสคนหนึ่ง เลิกเรียนก็แยกย้าย ยังไงก็ไม่ได้รู้จักกันอยู่แล้ว คนที่ร่างสูงจะให้ความสนใจมีคนเดียวเท่านั้นแหละ
ขณะที่เตนั่งมอง 'คนนั้น' ที่ตัวเองแอบชอบกำลังเก็บของใส่กระเป๋าเตรียมจะออกจากห้องเรียนหลังจากอาจารย์ปล่อยคลาสมีใครคนหนึ่งมายืนบดบังภาพตรงหน้าไว้ คิ้วหนาขมวดมุ่นด้วยความขัดใจ ก่อนที่เตจะแก้ปัญหาโดยการขยับตัวไปด้านข้างแล้วชะเง้อมองแทน
แต่แล้วก็มีใบหน้าใครคนหนึ่งปรากฏแก่สายตาคนที่มารบกวนการแอบมองของเตก้มหน้าลงมาจนใบหน้าอยู่ระดับเดียวกันกับเขาร่างสูงสะดุ้งใเล็กน้อยก่อนจะยืดตัวกลับมานั่งดีๆ ส่วนร่างเพรียวบางที่ยืนอยู่ตรงหน้าเตหันไปมองที่ด้านหลังตามรุ่นน้องคนนี้บ้างก่อนจะหันกลับมา
“นี่น้อง”
“ครับ?”
“ใช่คนที่ได้ท็อปอังกฤษของห้องป่ะ?”
รุ่นพี่ต่างคณะที่เตเพิ่งคิดในใจไปเองว่ายังไงก็ไม่มีทางรู้จักกันตอนนี้มายืนเลิกคิ้วถามด้วยใบหน้ายุ่งๆไร้รอยยิ้มอย่างที่เคยเห็น ไม่รู้ว่าไปถูกใครกวนใจมาถึงเป็เช่นนี้ได้
“ใช่ เพื่อนผมได้ท็อปพี่มีอะไรรึเปล่าครับ” เป็ธันวาที่ตอบคำถามแทนเพราะเขารู้ดีว่าเพื่อนสนิทของตัวเองปากหนักกับคนแปลกหน้าขนาดไหน หากไม่ใช่ครอบครัวเพื่อน หรืออาจารย์ เตแทบจะไม่ปริปากพูดกับใครก่อนเลยสักครั้ง
“มี” รุ่นพี่นั่งลงกับเก้าอี้ที่อยู่ตรงหน้าก่อนจะว่าต่อ“ติวให้หน่อย”
“ห้ะ...ครับ?” ธันวาถามย้ำอีกครั้งเพราะไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่รุ่นพี่ตรงหน้า้าจะสื่อ
“ติวภาษาอังกฤษให้หน่อยถ้าเราสอบตกอีกก็เรียนไม่จบ” รุ่นพี่ต่างคณะอธิบาย
ก่อนหน้านี้ขณะที่ร่างบางกำลังจะเดินออกจากห้องเรียนหลังจากที่เซ็นชื่อเข้าเรียนอาจารย์ได้รั้งตัวเขาไว้แล้วบอกให้เขาไปหาท็อปห้องที่หน้าหล่อ ๆ นั่งอยู่กลางห้อง ร่างบางมองตามมือที่อาจารย์ชี้ไปอยากรู้ว่าคนไหนที่อาจารย์ว่าหล่อก็พบกับร่างสูงของเตที่กำลังเก็บแว่นสายตาใส่ลงในกระเป๋า...นั่นหรอหล่อ
ใจจริงเขาไม่อยากเดินมาทักให้อีกคนสอนให้ด้วยซ้ำแต่เพราะคำว่าเรียนไม่จบมันค้ำคออยู่จึงต้องจำยอมเดินมาขอความช่วยเหลือ
“ไม่ครับ” เสียงทุ้มเอ่ยปฏิเสธอย่างไม่ลังเล
“เดี๋ยวดิ” พี่เขารั้งไว้“สอนเถอะนะ ความจริงเราไม่ได้อยากให้สอนหรอกแต่อาจารย์ให้เรามาหานาย”
ลองเอาอาจารย์มาอ้างเผื่ออีกฝ่ายจะเห็นใจแต่ว่า...
“ผมไม่ว่าง”
“ไม่ว่างเพราะจะจีบสาวหรอเดี๋ยวช่วยจีบก็ได้ เราเคยเป็พ่อสื่อให้หลายคู่แล้ว สมหวังแน่นอน สอนหน่อย...นะ”
รุ่นพี่ต่างคณะพยายามทำหน้าตาที่คิดว่าออดอ้อนที่สุดในชีวิตให้รุ่นน้องตัวสูงเห็นใจ
“ไม่ครับ” เตยังคงปฏิเสธเช่นเคยยิ่งรุ่นพี่ตรงหน้าพูดเหมือนก้าวก่ายเื่ส่วนตัวเขายิ่งไม่ชอบใจไปใหญ่เพราะเื่ที่เขาชอบเพื่อนร่วมรุ่นเขาไม่้าให้ใครรู้ทั้งนั้น
ร่างสูงสะพายเป้ใบใหญ่เตรียมจะลุกหนีแต่กลับถูกเพื่อนตัวดีดึงแขนรั้งไว้ก่อน
"เตๆๆ"
"อะไร"
ธันวากอดคอเพื่อนสนิทก่อนจะหันหลังไปกระซิบกระซาบอะไรบางอย่างให้ได้ยินกันแค่สองคนปล่อยรุ่นพี่ต่างคณะนั่งกอดอกพิงกับโต๊ะด้านหลังรอการตัดสินใจ
“มึงก็สอนพี่เขาหน่อยแลกกับให้เขาช่วยมึงจีบมีนไง เขาบอกจะช่วย”
“ไม่..” เสียงทุ้มเตรียมจะปฏิเสธแต่โดนเพื่อนตัวดีขัดคอไว้ก่อน
“คุ้มนะเว้ยมึงอยากเป็แฟนมีนไม่ใช่หรอ” เตเริ่มนึกภาพตามคำพูดของธันวา
“ก็อยากแต่...”
"พี่เขาก็ดูคนชอบเยอะนะเขาน่าจะมีวิธีดึงดูดความสนใจคนอื่น"
"...."
"เป็กู กูตกลงนะแค่สอนภาษาเอง มึงเก่งอยู่แล้วด้วย สบาย"
เตครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ท่ามกลางแรงกดดันของรุ่นพี่และเพื่อนสนิทของตัวเองที่ผละตัวออกแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ที่เดิม
อันที่จริงข้อเสนอที่จะช่วยทำให้เขาได้เป็แฟนกับคนที่ชอบมันค่อนข้างน่าสนใจเลยทีเดียวปีหน้าก็จะจบการศึกษาออกจากมหาวิทยาลัยแล้ว หากเรียนจบไปคงไม่ได้มีโอกาสได้พูดคุยหรือเจอคนนั้นอีกมันน่าเสียดายหากไม่ได้ทำอะไรเลย ทั้งที่ชอบมากขนาดนี้
และถ้าต้องเริ่มจีบเองบอกตามตรงว่าเตใจไม่กล้าพอ
“อือ...สอนก็สอน” สุดท้ายก็ยอมตอบตกลงออกไป
รุ่นพี่ต่างคณะเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มกว้างออกมาจนตาหยีโค้งเป็สระอิดีใจยกใหญ่เมื่อได้รับคำตอบที่ถูกใจ
“ขอบคุณ” รุ่นพี่ร่างบางว่าพลางส่งยิ้มหวานให้รุ่นน้องตัวสูงต่างคณะ
"อืม"
คำตอบห้วนๆทำเอาเขาอยากตะบันนายเนิร์ดขี้เก๊กนี่สักที ถ้าไม่ติดว่าจะต้องขอร้องให้ช่วยนะ
“พวกนายชื่ออะไรกันเรานิว”คนอายุมากที่สุดเอ่ยแนะนำตัวออกมาก่อนจะมองไปทางเตที่ยังยืนเงียบไม่หือไม่อือตอบธันวาจึงต้องเป็คนแนะนำตัวเองและเพื่อนที่ยืนหน้าไม่สบอารมณ์ให้รุ่นพี่ได้รู้จักแทน
“ผมธันวาครับ ส่วนนี่เต”
“ยินดีที่ได้รู้จักขอเบอร์ไว้หน่อยเผื่อโทรนัด ไลน์ด้วย”
“ของผมด้วยไหมครับพี่” ธันวาถาม
“นายด้วย”
ต่อจากนี้ชีวิตของเตจะวุ่นวายเพิ่มขึ้นขนาดไหนแค่ใช้ชีวิตวนลูปอยู่ที่เดิมก็เหนื่อยจะแย่พออยู่แล้ว
น่าตื่นเต้นดีเหมือนกัน