พิธียกน้ำชาผ่านไปอย่างเรียบง่าย หลังจากนั้นทุกคนก็ร่วมทานอาหารค่ำฝีมือของหลินเจิ้งฉีกันอย่างเอร็ดอร่อย ในส่วนของคุณปู่ ลุงหลี่ ลุงใหญ่ และคุณอาเล็ก ต่างก็แยกออกไปนั่งดื่มสุราและพูดคุยกันอย่างสนุก
“พี่เจิ้งฉี ฝีมือการทำอาหารของพี่นี่อร่อยอย่างกับพ่อครัวในร้านอาหารเลยนะคะ” หลินหงบอกพร้อมกับคีบสามชั้นตุ๋นน้ำแดงกินคู่กับหมั่นโถวคำโต
“เธอเคยไปกินที่ร้านอาหารั้แ่เมื่อไหร่” หลินอี้ถามน้องสาว ทั้งที่เขาก็หยุดกินอาหารตรงหน้าไม่ได้เหมือนกัน
“ไม่เคยหรอกค่ะ แต่คิดว่าอาหารอร่อยขนาดนี้ พ่อครัวที่ร้านอาหารก็คงจะสู้ฝีมือพี่เจิ้งฉีไม่ได้” หลินหงตอบ
“ป้าก็เห็นด้วยกับอาหงนะ ฝีมือของหลานดีจริงๆ เกิดมาป้ายังไม่เคยกินอาหารที่อร่อยขนาดนี้มาก่อนเลย” ป้าสะใภ้เห็นด้วยกับหลินหง
“หลานสะใภ้สบายแล้วล่ะงานนี้ ปล่อยให้เจิ้งฉีเป็คนทำอาหารที่บ้านไปเลยสิ อย่างนี้เราก็สบายไปอีกอย่างหนึ่งแล้ว” อาสะใภ้แกล้งแซว
“ไม่ดีหรอกค่ะอาสะใภ้ หนูจะปล่อยให้เจิ้งฉีทำหน้าที่นี้ได้ยังไง แต่่แรกหนูคงต้องคอยเป็ลูกมือเขาไปก่อน เอาไว้ทำเก่งแล้วค่อยให้เขาวางมือ” หย่งลี่อันรีบตอบ
“เห็นพวกหลานรักกันดีอย่างนี้ป้าก็สบายใจ พวกเธออายุยังน้อย มีเื่อะไรก็รีบปรับความเข้าใจ อย่าปล่อยให้ปัญหามันค้างคาใจ พูดคุยกันให้มาก แล้วก็เชื่อใจกันให้มาก ทำอย่างนี้ชีวิตครอบครัวถึงจะมีความสุข”
“ใช่แล้วล่ะ อย่าเก็บเื่ไม่สบายใจไว้กับตัวอย่างเดียว บางครั้งการคิดอะไรคนเดียวก็อาจจะสร้างความเข้าใจผิดได้ ดูอย่างอาสะใภ้กับอาของหลานสิ เวลาเราสองคนมีเื่ไม่เข้าใจกัน เราก็รีบหันหน้ามาคุยกันทันทีเลยนะ คู่ของอาก็เลยไม่เคยทะเลาะกันเลยั้แ่แต่งงานกันมา” อาสะใภ้พูดเสริม
“พวกเราจะจำไว้นะครับ” หลินเจิ้งฉีตอบพร้อมกับหันไปยิ้มกับหย่งลี่อัน
“เจิ้งฉี มาหาปู่หน่อยเร็ว หลานยังไม่ได้รินเหล้าให้ปู่เลยนะ ดูเอาเถอะนี่แค่วันแรกยังนั่งไม่ยอมห่างเมียไปไหน” คุณปู่หลินเริ่มเมาแล้ว ท่านจึงเรียกหลานชายเสียงดังกว่าปกติ
“มาแล้วครับคุณปู่ มาครับ ผมจะดื่มกับคุณปู่ให้เต็มที่เลยคืนนี้” หลินเจิ้งฉีรีบรินเหล้าใส่แก้วให้ผู้ใหญ่ทุกคนในบ้าน
“ั้แ่วันนี้ไป หลานก็จะมีครอบครัวของตัวเองแล้วนะ หลานต้องดูแลหลานสะใภ้กับน้องๆ ให้ดี จำเอาไว้ว่าถ้ามีเื่อะไรให้ปู่ช่วยเหลือ หลานก็อย่าได้เกรงใจให้รีบมาหาปู่ทันที” คุณปู่หลินบอกหลานชาย
“ครับคุณปู่” หลินเจิ้งฉีตอบรับ
“วันนี้ลุงเห็นเธอเสียเงินให้บ้านหย่งไปมาก แล้วไหนอาหารมื้อนี้ยังซื้อมาทำอีกตั้งเยอะแยะ ต่อไปเธอต้องรู้จักประหยัดเงินให้มากกว่านี้หน่อยนะ เดี๋ยวเกิดมีลูกขึ้นมาจะลำบาก” ลุงหลี่เตือนอย่างหวังดี
“ผมพอจะมีเงินเก็บอยู่บ้างครับ ทั้งเงินเก็บของพ่อกับแม่ แล้วก็เงินเก็บจากการทำงานของผมเอง เมื่อก่อนยังไม่ได้แต่งงานก็คิดแต่ว่าจะเก็บเงินจำนวนนี้ไว้ให้น้องๆ แต่ตอนนี้มันมีเหตุให้ต้องใช้ มันก็ต้องเอาออกมาใช้จริงไหมครับคุณลุง แต่คุณลุงไม่ต้องเป็ห่วงหรอกนะครับ ผมคิดแผนการในอนาคตของผมเอาไว้แล้ว” หลินเจิ้งฉีอธิบาย
“ถ้ามีอะไรให้ลุงช่วยก็บอกลุงได้นะ” ลุงหลี่เสนอ
“ถ้าอย่างนั้นผมจะรบกวนคุณลุงสักหน่อยได้ไหมครับ ผมอยากจะซื้อที่ดินขยายออกไปจากที่ดินเดิม เลยไปจนถึงลำธารเลยครับ นอกจากปลูกธัญพืชแล้ว ผมยังอยากปลูกข้าวและทำสวนผักกับสวนผลไม้ด้วย”
“ที่ดินที่ติดกับแปลงของเธอยังจัดสรรให้ได้อีกยี่สิบไร่ นอกนั้นก็จะเป็ที่ดินที่มีเ้าของหมดแล้ว แต่ที่ดินติดแหล่งน้ำก็จะแพงหน่อยนะ” ลุงหลี่บอก
“ถ้างั้นผมขอซื้อทั้งยี่สิบไร่นั้นเลยครับ” หลินเจิ้งฉีบอกอย่างดีใจ “พรุ่งนี้ผมจะรบกวนลุงหลี่ช่วยพาผมไปทำสัญญาซื้อขายที่ดินที่อำเภอเลยได้ไหมครับ”
“ได้สิ พรุ่งนี้ลุงว่างพอดี” ลุงหลี่ตอบรับพร้อมกับแซวหลานชาย “พอมีเมียแล้วก็กล้าลงทุนสินะ ดีๆ ต่อไปจะได้สบาย”
“พี่ใหญ่ อาหารวันนี้อร่อยมากเลยครับ ต่อไปพวกเรากินอาหารอย่างนี้บ่อยๆ ได้ไหม” หลินิเจ๋อถามพี่ชายขณะที่กำลังเดินกลับบ้าน
“ถ้าพวกเธอเป็เด็กดีและขยันเรียน พี่ก็จะทำอาหารดีๆ ให้พวกเธอกิน” หลินเจิ้งฉีตอบ
“หนูจะเป็เด็กดีค่ะ แล้วหนูก็จะตั้งใจเรียนด้วย” หลินเจียวเหมยตอบรับเสียงใส
“ผมจะขยันเรียนเหมือนกัน แต่พอจบชั้นประถมแล้ว ผมขอไม่เรียนหนังสือต่อได้ไหมครับ ผมจะออกมาช่วยพี่ใหญ่ทำไร่” หลินิเจ๋อถาม
“ิเจ๋อ นายมีปัญหาเื่การเรียนหรือ”
“ไม่ใช่หรอกครับ แต่ผมเห็นว่าบ้านเรามีพี่ใหญ่คนเดียวที่ต้องทำงาน ถ้าผมออกมาช่วยงานอีกสักคนก็คงจะดีกว่านี้ วันนี้ผมได้ยินพี่ใหญ่พูดกับลุงหลี่ด้วยว่าจะซื้อที่ดินเพิ่ม ที่ดินตั้งกว้างใหญ่ขนาดนั้นพี่ใหญ่จะทำคนเดียวไหวหรือครับ ผมก็เลยคิดว่าผมออกมาช่วยงานพี่ใหญ่อีกคนก็น่าจะดี แล้วให้เจียวเหมยเรียนหนังสือต่อคนเดียว”
“ิเจ๋อ นายไม่ต้องห่วงเื่นั้นหรอกนะ พี่อยากส่งให้นายกับอาเหมยเรียนให้สูงที่สุดเท่าที่พวกนายจะเรียนไหว เื่ทำงานหาเลี้ยงพวกเธอทั้งสองคน ก็ปล่อยให้เป็หน้าที่ของพี่เถอะ แค่พวกเธอตั้งใจเรียนไม่ทำตัวเกเร เท่านี้ก็เป็กำลังใจที่ดีของพี่ใหญ่แล้ว”
“พี่ใหญ่” หลินิเจ๋อมองหน้าพี่ชายทั้งน้ำตาคลอ
“หนูจะเชื่อฟังพี่ใหญ่ค่ะ” หลินเจียวเหมยร้องไห้ออกมาเช่นกัน
“วันนี้คุณเหนื่อยมากไหมครับ” หลินเจิ้งฉีถามภรรยา
“ไม่หรอกค่ะ คุณต้องปั่นสามล้อพาฉันไปจดทะเบียน กลับมายังต้องมาทำอาหารอีกตั้งเยอะ คนที่เหนื่อยน่าจะเป็คุณมากกว่านะคะ คุณไปอาบน้ำเถอะค่ะ ฉันเตรียมชุดไว้ให้คุณแล้ว” หย่งลี่อันเอาชุดนอนออกมาวางไว้ที่ปลายเตียง
“อันอัน ตอนนี้เราเป็สามีภรรยากันอย่างถูกต้องแล้วนะ เรามาสร้างครอบครัวของเราให้มีความสุขกันเถอะ”
“ค่ะ เราจะสร้างครอบครัวของเราให้มีความสุข”