“คุณแม่ของเคทนี่โคตรแจ่มเลย ตอนนี้ก็ยังสวยไม่สร่าง!”
ไคน์อุทาน ถ้าเป็ไปได้ เขาอยากจะขโมยมันกลับไปด้วย แต่ก็กลัวว่านิโคคัสจะมาตามจับได้ถึงบ้าน จึงได้แต่นำมันกลับไปเก็บเอาไว้ที่เดิม พร้อมเริ่มคาดเดาว่าแฟนหนุ่มของเคทไปนำเ้าสิ่งนี้มาได้ยังไง
เด็กหนุ่มเดินออกไปชี้แจงกับนางคอรีน เขาี้เีรอและจะออกไปตามหานิโคลัสด้วยตัวเอง
ก่อนจะไปถึงทางเข้าูเา ทิศตะวันตกเฉียงเหนือของหมู่บ้านมีเนินเขาเตี้ย ๆ อยู่ลูกหนึ่ง พื้นที่บริเวณแถวนั้นเป็ที่ตั้งของคฤหาสน์หลังที่ใหญ่ที่สุด ที่นั่นคือบ้านของ ‘แอนนา ลัวร์’ ผู้นำคนปัจจุบัน
ระหว่างหยุดยืนอยู่ตรงทางแยก เด็กหนุ่มก็พลันได้ยินเสียงของผู้หญิงดังขัดจังหวะ
“ไคน์ เฮวี่ฮาร์ท! ช้าก่อน ไอ้คนลามกอย่างนายมาทำลับ ๆ ล่อ ๆ อะไรแถวนี้?”
บุคคลที่กล่าวว่าจาเชือดเฉือนั้แ่แรกที่พบคือ ‘เคท ลัวร์’ แฟนสาวของนิโคลัส ไคน์ซึ่งยืนอยู่ตำแหน่งต่ำกว่าจำเป็ต้องเงยหน้าขึ้นไปมองแทน
กล่าวตามความจริง เคทที่สืบทอดยีนเด่นมาจากคุณแม่ของเธอย่อมมีรูปลักษณ์ภายนอกไม่ธรรมดา มิฉะนั้นย่อมไม่สามารถล่อลวงไอ้ผู้กล้ามือใหม่ของหมู่บ้านได้
บนเนินเขาที่อยู่ไม่ไกล เคทกำลังยืนกอดอกมองลงมา ดวงตาสีม่วงจับจ้องไคน์ราวกับเจอศัตรูตัวฉกาจ เส้นผมยาวสีม่วงอ่อนถูกมัดและรวบเอาไว้เป็ระเบียบ แต่จุดเด่นของผู้หญิงคนนี้คือคอสตูมที่สวมใส่เป็ประจำต่างหาก
‘เคท ลูกสาวของอดีตผู้กล้าหญิงแอนนา สุดยอดนักผจญภัยในสมัยก่อน ดูดีทุกอย่าง แค่ปากไม่มีหูรูดไปหน่อย’
ที่จริงแล้ว ั้แ่วัยเด็ก ไคน์กับเคทเป็เพื่อนเล่นมาด้วยกันตลอด แต่นิสัยเดิมของหญิงสาวค่อนข้างโผงผาง คิดอะไรได้ก็มักจะพูดออกมาเลย น่าแปลกที่หล่อนดันหาแฟนเป็ตัวเป็ตนได้จริง ๆ
ชุดลำลองของเคทเหมือนกับพวกนักผจญภัยหญิงสายจอมเวทย์ระดับสูง แต่ประเด็นคือมันค่อนข้างเปิดเผยเนื้อหนังมังสาไปหน่อย ่บนคลับคล้ายกับเสื้อสายเดี่ยว เผยให้เห็นครึ่งหนึ่งของเนินอกกับแผ่นหลัง ่ล่างโชว์ตำแหน่งสะโพกกับต้นขาอ่อนแบบไม่มีกั๊ก หากตั้งใจเล็งดี ๆ ก็จะเห็นกางเกงชั้นในสีขาวได้ไม่ยาก แถมเ้าตัวก็ไม่รู้สึกขัดเขินใด ๆ อีกต่างหาก
“ฉันยอมรับว่าตนเองลามก แต่มันหนักกระบาลเธอรึไงเล่า ช่างเหอะ ว่ามา เธอเรียกฉันทำไมเหรอ?”
ไคน์ยืดอกยอมรับอย่างกล้าหาญ ไม่เคยปกปิดนิสัยด้านที่แย่ของตนเอง นั่นคือสิ่งที่บ่งบอกว่านี่คือตัวเขา มันไม่ใช่เื่น่าอับอายเลย ตราบใดที่ไม่ได้ทำผิดกฎหมายหรือกฎระเบียบของหมู่บ้าน
“ฉันอยากจะหาเวลาไปเดทกับนิค แต่คุณแม่กลับบังคับให้ฉันต้องมานั่งเฝ้าเด็กเปรตพวกนี้ เซ็งชะมัด!”
เคทพูดจาเสียงดังพลางออกอาการกระฟัดกระเฟียด ไคน์เดินทอดน่องเข้ามา เขามองตามฝ่ายหญิงที่ชี้นิ้วไปยังทิศทางหนึ่ง ไม่ไกลจากตรงนี้ ไคน์สังเกตเห็นเด็กผู้ชายสองคนกับผู้หญิงสามคน อายุประมาณ 4-5 ขวบ พวกเขากำลังพากันวิ่งไล่จับแมลงกันอย่างสนุกสนาน
“โอ้ เด็กกลุ่มใหม่ปีนี้ท่าทางแข็งแรง คุณแม่ของเธอคัดเลือกมาเองกับมือเลยสินะ”
“ใช่ย่ะ เพิ่งจะเดินทางมาถึงหมู่บ้านเมื่อหลายวันก่อน สองสามวันนี้ งานดูแลเด็กกะโปโลเ่าั้เลยตกอยู่ที่ฉัน”
“ฮ่าฮ่าฮ่า”
หญิงสาวหัวม่วงแสดงอาการไม่สบอารมณ์อย่างมาก แต่ไคน์กลับหัวเราะเยาะในความโชคร้ายของเธอ เขาไม่คิดจะพยายามปลอบใจและช่วยเหลืออีกฝ่าย มันควรเป็หน้าที่ของแฟนหนุ่มต่างหาก
“ปีก่อนรับเด็กมาสองคนเอง ทำไมปี้นี้ถึงเยอะกว่า?”
“ฉันจะไปรู้ได้ยังไงยะ!”
ไคน์เมินเฉยอารมณ์ฉุนเฉียวของเคท เด็กน้อยตัวเล็ก ๆ ทั้งห้าคนนี้คือผู้ที่ถือกำเนิดขึ้นมาจากครอบครัวทุกชนชั้นตามอาณาเขตต่าง ๆ แล้วจากนั้น จึงค่อยถูกค้นพบว่ามีพร์โดดเด่นติดตัว
ทุกปี แอนนา คุณแม่ของเคทจะเป็ฝ่ายเดินทางไปที่เมืองหลวงแล้วทำการคัดเลือกเด็กเหล่านี้มาจำนวนหนึ่ง และพาพวกเขาเดินทางกลับมาฝึกฝนอยู่ภายในหมู่บ้านแห่งนี้
กล่าวคือ มันเป็โครงการเพื่อสร้างกลุ่มยอดนักรบระดับวีรชน ขึ้นตรงต่อระบบทหาร เป็แผนการอันทะเยอทะยานในระยะยาวของเผ่าพันธุ์มนุษยชาติ
่สิบกว่าปีที่ผ่านมา โครงการได้รับความเห็นชอบจากตระกูลราชวงศ์กับขุนนางส่วนใหญ่ในสภา ยกตัวอย่างใกล้ตัวเลย นั่นก็คือนิโคลัส ฟอร์เต เขาคนนั้นเป็คนมาจากภายนอก ไม่ใช่ประชากรดั้งเดิมของหมู่บ้าน
ไม่ใช่เฉพาะอดีตสุดยอดนักผจญภัยอย่างแอนนา แต่อดีตนักผจญภัยระดับแพลทินัมซึ่งเกษียณไปแล้วทุกคนก็ต้องทำเช่นเดียวกัน พวกเขาซึ่งกระจายตัวอยู่ตามที่ต่าง ๆ มีหน้าที่รับผิดชอบการวางแผนฝึกฝนและบ่มเพาะบรรดาเด็กรุ่นใหม่กลุ่มนี้
หลังจากเติบโตกลายเป็ผู้ใหญ่ พวกเขาทุกคนจะต้องเดินทางเข้าสู่เมืองหลวงเพื่อเข้ารับการทดสอบบทสุดท้าย หากผ่านการประเมินจากพระาาจึงจะได้รับแต่งตั้งยศถาบรรดาศักดิ์ที่แตกต่างกันไป แล้วจึงจะถูกส่งตัวไปประจำการที่ใดที่หนึ่ง เช่น ตามชายแดนหรือหัวเมืองต่าง
“อ้าว? มีอีกสามคน เด็กพวกนั้นคือใครล่ะ?”
ไคน์เพิ่งสังเกตว่ามีเด็กเพิ่มมาอีกสามคน แตกต่างจากเด็กคนอื่น ไม่ใช่ว่าที่วีรชนตัวน้อย ทว่า พอมองดี ๆ แล้วก็จดจำขึ้นมาได้ไม่ยาก
“อ้าวเฮ้ย! นั่นมันกลุ่มของลุคนี่หว่า มาโผล่อยู่ที่นี่ได้ยังไง?”
เด็กสามคนนั้นเนื้อตัวมอซอ ตามร่างกายเปื้อนโคลนเปื้อนฝุ่นเลอะเทอะไปหมด
“ก็ใช่ไงยะ ที่ฉันต้องปวดหัว ส่วนหนึ่งก็เป็เพราะน้องชายตัวแสบของคาร่า เธอมาอ้อนวอนขอให้ฉันช่วยดูแลเขาสักพัก ใครจะไปตรัสรู้ว่าอีกฝ่ายจะซนเหมือนลูกลิงแบบนี้”
ฟังเคทพูดจบ เมื่อมองไปที่ลุคซึ่งกำลังวางมาด แถมตั้งตัวเป็หัวโจก ชักชวนหว่านล้อมว่าที่วีรชนน้อยให้ใจแตก กลายเป็เด็กเหลือขอ วิ่งติดตามเขาไปปีนป่ายต้นไม้และไล่จับกระต่ายโดยละเลยการะโตักเตือนของเคท เด็กหนุ่มถึงกลับพูดไม่ออก
สุดท้าย ไคน์ต้องตกกระไดพลอยโจนแบบไม่มีทางเลือก เขาจำเป็ต้องอยู่ดูแลความปลอดภัยของเหล่าเด็ก ๆ เป็เพื่อนเคท เพราะถ้าน้องชายของคาร่าเกิดซุกซนจนล้มกลิ้งพลัดตกจากที่สูงก็จะซวยเอาได้
“คิดว่าจะลามกอย่างเดียว มีมนุษยธรรมเหมือนกันนี่ ไคน์ ฉันชักจะปลื้มนายนิดหน่อยแล้วสิ”
“ฮ่า ๆ แน่นอน รีบเลิกกับนิโคลัสซะสิ แล้วลองมาเป็แฟนฉันไหม แล้วเธอจะรู้ว่าฉันมีของดียิ่งกว่านี้ให้ดูอีก”
ไคน์พูดสองแง่สองง่าม ปั้นใบหน้าทะเล้น พลางทำมือขยำไปขยำมากลางอากาศ
“ไอ้... ไอ้บ้า! ชมนิดชมหน่อยไม่ได้ ไอ้หื่น! ไอ้วิตถาร!”
เคทฉุนกึก ทุบตีเพื่อนสมัยเด็กไปหนึ่งรอบ เพราะฝ่ายหญิงไม่ได้ออกแรงเยอะ ไคน์เลยยืนอยู่เฉย ๆ ยอมเจ็บตัว ปล่อยให้เธอระบายอารมณ์เสียให้พอ
พอเที่ยงวัน เคทก็รีบเดินเข้ามาไล่ต้อนเด็กน้อยทุกคนให้ลงจากเนินเขาเพื่อไปทานมื้อเที่ยงที่คฤหาสน์ ครั้งนี้พอทราบว่าจะได้กินข้าว พวกเขาจึงว่านอนสอนง่ายขึ้นเยอะ ยอมตามเธอกลับไปแต่โดยดี
เด็กหนุ่มติดสอยห้อยตามไปด้วย เขาี้เีเข้าครัวทำอาหาร จึงขอตามไปกินข้าวฟรีถึงที่บ้านหญิงสาว ขอฝากท้องสักมื้อเป็ค่าแรงซะเลย
“ไอ้หน้าด้าน!”
“ขอบคุณที่ชม”
ณ ห้องครัวภายในคฤหาสน์หลังงามบนเนินเขา
ท่ามกลางสายตารังเกียจของเคท ไคน์สวาปามอาหารอย่างมูมมาม เขาไม่คิดสร้างภาพใด ๆ ให้ใครดูทั้งนั้น กินเสร็จเป็คนแรก จากนั้นก็เริ่มหาข้ออ้างว่าปวดท้อง อยากรีบบึ่งไปปลดทุกข์เต็มแก่
‘ไหน ๆ ก็มาแล้ว จะกลับไปมือเปล่าได้ไง คุณแอนนาไม่อยู่พอดี เป็โอกาสเหมาะที่จะพิสูจน์บางอย่าง’
เด็กหนุ่มเดินออกจากห้องน้ำ เขาไม่ได้วกกลับไปหาเคท แต่อาศัยความทรงจำในวัยเด็กเดินลัดเลาะไปตามห้องต่าง ๆ จนกระทั่งมาถึงห้องทางทิศตะวันออก ซึ่งมั่นใจว่าน่าจะเป็ห้องหนังสือและห้องทำงานของหัวหน้าหมู่บ้าน เพราะ...
ข้อแรก ไคน์สังเกตเห็นว่าบริเวณเตาผิงภายในห้องถูกจุดไฟทิ้งเอาไว้ให้ความอบอุ่นตลอดเวลา แม้ว่าจะยังไม่ล่วงเลยเข้าสู่ฤดูหนาว แต่เมื่อหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ในหมู่บ้านก็เริ่มจะมีสัญญาณว่าอุณหภูมิในอากาศกำลังทยอยลดต่ำลง
ข้อต่อมา ไคน์ทราบดีว่า อดีตนักผจญภัยชั้นสูงอย่างแอนนา ลัวร์ เป็โรคขี้หนาวเกินขอบเขต หากอยู่ภายในบ้านหรือที่พักอาศัยก็คงไม่มีปัญหา แต่ถ้าออกไปข้างนอกตอนฤดูหนาว ชาวบ้านทุกคนจะต้องเคยเห็นเธอสวมใส่เสื้อคลุมยาวหนังสัตว์ผืนใหญ่ ปกคลุมเกือบมิดชิดทั่วร่างกาย
ข้อสุดท้าย พอเงยหน้ามองดู ตามผนังกำแพงรอบห้องมีรูปภาพของบุคคลในตระกูลลัวร์แขวนเอาไว้ ต้นตระกูลอาจจเคยเป็ขุนนางมาก่อน หนึ่งในนั้นเป็รูปครึ่งตัวของหญิงวัยชราที่มีเส้นผมสีม่วงและหน้าอกโตมาก สมัยสาว ๆ คงจะสวยไม่เบา เธอควรจะเป็คุณย่าทวดของแอนนา
‘ใช่เลย! พิมพ์เดียวกันเป๊ะ!’
แสดงว่าสองแม่ลูกคู่นี้น่าจะได้รับยีนอันโดดเด่นบางส่วนมาจากเหล่าบรรพบุรุษอีกที เคทเล่าว่าครอบครัวของเธอชอบการสะสมหนังสือแปลก ๆ นานาชนิด
ไม่รอช้า ไคน์มุ่งตรงไปทางตู้หนังสือเป็อันดับแรก เขากำลังขาดแรงบันดาลใจในการรังสรรค์เวทมนตร์ชนิดใหม่อยู่พอดี ้าทำลายคอขวดที่มองไม่เห็นมาเลื่อนระดับ
เด็กหนุ่มหวังแค่ว่าจะเจอหนังสือเจ๋ง ๆ สักเล่ม เพียงพอให้สามารถนำมาใช้อนุมาน วิเคราะห์ และเอาไปประยุกต์ให้เกิดประโยชน์มหาศาลได้ในภายหลัง
จอมเวทย์หนุ่มพยายามเปิดอ่านแบบผ่าน ๆ ตา โดยไล่เรียงจากตู้หนังสือชั้นนอกสุดเข้าไปด้านในเรื่อย ๆ ก่อนจะเพิ่งคิดขึ้นได้ว่าเปรียบเสมือนการงมเข็มในมหาสมุทร พวกมันมีจำนวนมากเกินไป อาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมงถึงจะครบ
แต่โชคชะตาของวันนี้กลับเข้าข้างเขา
ในขณะที่ไคน์ใกล้จะยกธงขาวยอมแพ้ เขาก็เหลือบไปเห็นหนังสือเก่า ๆ เล่มหนึ่ง หน้าปกดูน่าสนใจมาก เขาหยิบมันขึ้นมาแล้วลองเปิดอ่านผ่านตาอย่างรวดเร็ว
ข้อมูลส่วนใหญ่ภายในนี้เต็มไปด้วยกรรมวิธีการผสม รูปประกอบและรายชื่อของวัตถุดิบแปลก ๆ ที่เขาไม่เคยเห็น แถมพวกมันสามารถนำมาใช้พัฒนาการเล่นแร่แปรธาตุได้
‘ให้ตายเถอะ! นี่คือหนังสือสอนวิธีการปรุงยา? เวทวิชา? การเล่นแร่แปรธาตุขั้นสูง!’
‘เดี๋ยว?! นี่มัน.. สูตรลับการสร้างยาปลุกกำหนัด? ยากระตุ้นราคะ? สำเร็จ! ในที่สุด ฉันก็สามารถหาวิธีปรุงยาชั้นสูงออกมาได้สมบูรณ์แล้ว”
นี่ถือว่าเป็ยาต้องห้ามชนิดหนึ่ง ก่อนอาจารย์จะเดินทางจากไป ไคน์เคยได้ยินมาก่อนว่าสูตรยาชนิดนี้ล้ำค่ามาก ยาที่ผลิตขึ้นมา หากขายให้กับพวกขุนนางก็จะได้ในราคาสูงลิ่ว ทว่ามันได้หายสาบสูญไปนานแล้ว ที่หลงเหลืออยู่ในตลาดแทบจะเป็ของปลอมทั้งหมด
ถ้าสูตรในหนังสือเป็ของแท้ ไคน์อาจจะใช้มันฝึกฝนวิชาเล่นแร่แปรธาตุจนสามารถเลื่อนระดับขั้นได้ง่าย ๆ
ไคน์เริ่มสงสัยว่าหนังสือเล่มนี้เคยเป็ของผู้ใดกันแน่ เพื่อความปลอดภัย เขาเพียงใช้เวทคัดลอกบันทึกเนื้อหาลงในสมุดที่เตรียมเอาไว้ และจัดการเก็บต้นฉบับกลับเข้าที่เดิม
แต่ก่อนจะหลบเลี่ยงออกไป เด็กหนุ่มกลับเดินไปหยุดอยู่หน้าบันไดปริศนาซึ่งซ่อนอยู่ด้านในสุดของตู้หนังสือ จากตำแหน่งทิศทาง มันอาจจะสามารถพาเขาเดินทะลุขึ้นไปโผล่ ณ ห้องใดห้องหนึ่งได้