แสงเช้าสาดลงบนลานกว้างหน้าเรือนพระยาบวร
เสียงอ่านหนังสือดังเป็จังหวะ…ผิดกับภาพนักสู้ที่เคยมี
“พิชัยา…รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง…”
เสียงของภูผาอ่านตามช้าๆ
มือของเขาจับตำราแน่น
ดวงตาไม่ได้เหม่อ—แต่กำลัง “คิด”
ตรงหน้าเขา ขุนไกรยืนถือไม้เรียว
สายตาเข้มดุแบบทหารผ่านศึก
“อ่านไปก็ไร้ค่า หากไม่เข้าใจ”
เพียะ!
ไม้เรียวเคาะลงบนโต๊ะ
ทองขาวที่นั่งข้างๆ สะดุ้งเล็กน้อย
ส่วนพัน…ยังคงนั่งนิ่งเหมือนูเา
“า ไม่ใช่แค่กำลัง” ขุนไกรกล่าว
“มันคือ ‘เกมของคน’”
เขาเดินช้าๆ ผ่านทั้งสามคน
“เ้าฆ่าศัตรูได้หนึ่งคน…แต่ถ้าศัตรูมีเป็ร้อยเล่า?”
ภูผาเงยหน้าขึ้น
“ก็ต้องรู้…ว่าควรฆ่าใครก่อน”
ขุนไกรหยุด
มุมปากขยับเล็กน้อย
“ดี…เริ่มคิดเป็แล้ว”
การฝึกไม่ได้มีแค่หนังสือ
่บ่าย—คือ “สนามจริง”
ปัง!
เสียงไม้กระทบไม้ดังสนั่น
ภูผาปะทะกับพันโดยใช้กระบอง
แรงปะทะหนักจนฝุ่นฟุ้ง
“ช้า!” ขุนไกระโ
เพียะ!
ไม้เรียวฟาดลงที่แขนภูผา
“เ้าคิดก่อนลงมือมากเกินไป!”
ภูผากัดฟัน
ปรับจังหวะใหม่
ครั้งนี้—เร็วขึ้น
หมัด…ผสานการเคลื่อนไหวแบบทหาร
ไม่ใช่นักมวยอย่างเดียวอีกต่อไป
ทองขาวยืนดูอยู่ข้างสนาม
แววตาเย็นเฉียบ
“เริ่มเหมือน ‘นักล่า’ แล้วสิ…”
เขาพึมพำเบาๆ
ยามเย็น
กลิ่นอาหารลอยมาตามลม
ภูผานั่งเงียบอยู่มุมหนึ่งของเรือน
เหงื่อยังไม่แห้งดี
“เ้ากินแค่นี้หรือ”
เสียงหวานดังขึ้น
เขาเงยหน้า
เรือนแก้วยืนอยู่
ถือถาดอาหารในมือ
“เอ่อ…ขอรับ”
เธอวางถาดลงเบาๆ
กับข้าว…มากกว่าปกติ
“ข้าบอกให้แม่ครัวเพิ่มให้” เธอพูดเรียบๆ
สายตาไม่ได้มองเขาตรงๆ
“…เ้าฝึกหนัก”
ภูผาชะงักเล็กน้อย
“ขอบคุณขอรับ”
เรือนแก้วพยักหน้าเบาๆ
ก่อนจะหันหลังเดินออกไป
แต่จังหวะหนึ่ง—
เธอหยุด
“อย่าตายเสียก่อนล่ะ”
คำพูดนั้น…ฟังเหมือนเ็า
แต่ไม่ใช่
ภูผามองตามแผ่นหลังนั้น
เงียบงัน
คืนนั้น
ภารกิจเริ่มต้น
ขุนไกรนำทาง
ภูผา ทองขาว และพัน ตามหลังอย่างเงียบเชียบ
จุดหมาย—บ้านร้างชานเมือง
สถานที่พบศพขุนนางเมื่อคืน
“จำไว้” ขุนไกรกระซิบ
“ที่นี่…อาจมีคนเฝ้า”
ทองขาวหายไปกับเงา
ราวกับละลาย
พันยืนคุมด้านหลัง
เหมือนกำแพง
ภูผาก้าวเข้าไปในบ้าน
กลิ่นเืยังจางๆ
พื้นไม้…มีรอย
เขาคุกเข่าลง
“นี่…”
ขุนไกรเดินเข้ามา
“รอยอะไร”
ภูผาเอานิ้วแตะ
“รอยเท้า…แต่แปลก”
“ยังไง”
“มันเบาเกินไป”
เงียบ
ทองขาวปรากฏตัวอีกครั้ง
“ข้าก็เห็น” เขาเอ่ย
“เหมือนคนที่…ไม่ลงน้ำหนัก”
ภูผาหรี่ตา
“หรือไม่ก็…”
“คนที่ ‘ควบคุมลมปราณ’ ได้ดีพอ…จนไม่ทิ้งร่องรอย”
คำพูดนั้น…ทำให้ขุนไกรนิ่งไป
“ถ้าเป็แบบนั้นจริง…”
“ศัตรูไม่ธรรมดา”
ภูผาลุกขึ้น
สายตาเปลี่ยนไป
“และมันไม่ได้ทำงานคนเดียว”
ขุนไกรมองเขา
“เ้าหมายความว่า?”
ภูผาหันไปมองรอบๆ
“ขุนนางตาย…แต่ไม่มีใครรู้ล่วงหน้า”
“แปลว่า…ข้อมูลถูกปิด”
“หรือไม่ก็…”
เขาหยุด
ก่อนจะพูดชัดๆ
“…มีคนในวังช่วย”
ลมพัดวูบ
บรรยากาศเย็นลงทันที
ระหว่างทางกลับ
ขุนไกรเอ่ยขึ้น
“เ้าคิดจะทำอย่างไรต่อ”
ภูผาไม่ลังเล
“สืบจากข้างใน”
“ข้างใน?” พันถาม
“ในวัง”
ทุกคนเงียบ
นี่ไม่ใช่เื่เล็ก
ภูผาพูดต่อ
“ถ้าศัตรูอยู่ข้างนอก…เราล่าได้”
“แต่ถ้ามันอยู่ข้างใน”
“…เราต้องเข้าไปในรังมัน”
ขุนไกรมองเขานาน
ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ
“งั้นเ้าก็ต้องรู้ก่อน…ว่ารังมันเป็ยังไง”
รุ่งเช้า
ในห้องลับ
แผนที่วังถูกคลี่ออก
ขุนไกรชี้ลงไป
“ในวัง…ไม่ได้เป็หนึ่งเดียว”
“มันแบ่งเป็สามกลุ่มใหญ่”
นิ้วแรกแตะลง
“กลุ่มอำนาจเก่า”
“ขุนนางเดิม มีอำนาจ รากลึก”
นิ้วที่สอง
“วังหน้า—บ้านตะวันออก”
“สายทหาร กำลังพล อยู่ที่นี่”
นิ้วสุดท้าย
“วังหลัง—บ้านตะวันตก”
“สายอำนาจภายใน การเมืองลึก คนวัง”
ภูผามองแผนที่
ภาพทั้งหมดเริ่มชัดขึ้น
นี่ไม่ใช่แค่คดีฆาตกรรม
แต่มันคือ—
“าของอำนาจ”
ทองขาวยิ้มบาง
“เลือกข้างผิด…ตายทันที”
พันกำหมัด
“หรือไม่ก็…ฆ่าให้หมด”
ขุนไกรมองภูผา
“แล้วเ้า…จะเริ่มจากไหน”
ภูผาเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนจะตอบ
“จุดที่เงียบที่สุด”
“ที่ที่…ไม่มีใครคิดว่าจะเริ่ม”
เขาเงยหน้าขึ้น
สายตาคมกริบ
“วังหลัง”
ในเงามืด…ที่ไม่มีใครมองเห็น
ชายหน้ากากยืนอยู่บนกำแพงวัง
มองลงมา
“เริ่มขยับแล้วสินะ…”
เสียงหัวเราะแ่เบา
“ดี…”
“เข้ามาให้ลึกกว่านี้…”
“แล้วข้าจะทำให้เ้า…ไม่มีวันออกไปได้”