หย่งลี่อันเห็นเปาหยวนปีนกำแพงหนีไปแล้ว เธอก็เข่าอ่อนนั่งทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรงทันที เหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้เธอตระหนักได้ว่า เธอก็สามารถปกป้องดูแลตัวเองได้ เธอจะต้องเข้มแข็ง และเธอจะไม่ยอมเป็ภาระให้สามีและคนอื่นๆ อีกต่อไปแล้ว
หลินเจิ้งฉีเดินเข้าบ้านพร้อมกับหอบของฝากพะรุงพะรัง อันที่จริงเขาตั้งใจจะนอนค้างที่จังหวัดสักสองคืน แต่พอเกิดเื่ของหลินอี้ เขากับพี่ชายจึงตกลงกันว่าจะไม่นอนค้างที่จังหวัดต่อแล้ว และอีกใจหนึ่ง หลินเจิ้งฉีก็อดรู้สึกเป็ห่วงภรรยาอย่างบอกไม่ถูก
หลินเจิ้งฉีอารมณ์ดีอยู่ได้ไม่นาน เขาก็ต้องทิ้งข้าวของในมือลงแล้วรีบวิ่งไปหาภรรยาทันที
“อันอัน คุณเป็อะไรหรือ ทำไมถึงหน้าซีดอย่างนี้ล่ะ หรือว่าคุณไม่สบาย แล้วนี่คุณถือไม้ไว้ทำไม มีใครทำอะไรคุณ”
“เจิ้งฉี! คุณกลับมาแล้ว”
หย่งลี่อันเป็สามีก็ดีใจจนร้องไห้ออกมา เธอกอดหลินเจิ้งฉีไว้แน่น ซึ่งหลินเจิ้งฉีก็กอดปลอบภรรยาอยู่พักใหญ่ทีเดียว
“อันอัน ไม่ร้องไห้แล้วนะ ทีนี้จะบอกผมได้หรือยังว่าทำไมคุณถึงมานั่งตัวสั่นอยู่ตรงนี้”
“เจิ้งฉี ก่อนหน้านี้เปาหยวน เขาปีนกำแพงเข้ามา เขาตั้งใจจะเข้ามาทำมิดีมิร้ายฉัน” หย่งลี่อันพูดพร้อมกับหยุดมองหน้าสามี เมื่อเห็นเขาไม่ได้แสดงสีหน้าใดๆ ออกมา เธอจึงพูดต่อ “แต่เขายังไม่ทันได้ทำอะไรฉันนะคะ ฉันเอาไม้ไล่ตีเขาไปก่อน ฉันตีเขาไปหลายทีเลยค่ะ พอเขาได้ยินเสียงรถมาจอดที่หน้าบ้าน เขาก็รีบปีนรั้วหนีออกไปเลย”
“เปาหยวนหรือ เขากล้าเข้ามาทำร้ายคุณถึงในบ้านเลยหรือ” หลินเจิ้งฉีกัดฟันพูดด้วยความโกรธ พร้อมกับเริ่มสำรวจร่างกายภรรยา เพราะเขากลัวว่าภรรยาจะถูกทำร้าย
“เจิ้งฉี ฉันไม่เป็อะไรจริงๆ ค่ะ คุณเชื่อฉันใช่ไหมคะ” หย่งลี่อันถามหลินเจิ้งฉีเพราะเธอกลัวเขาจะเข้าใจผิด
หลินเจิ้งฉีพอจะเข้าใจความคิดของภรรยาอยู่บ้าง เื่ล่วงเกินน่ะ เขาเชื่อภรรยาเต็มร้อยว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นแน่ ถ้าเกิดเื่อย่างนั้นขึ้นกับภรรยาของเขาจริงๆ ภรรยาเขาคงไม่มานั่งตัวสั่นอยู่กับพื้นอย่างนี้หรอก และหากเกิดเื่อย่างนั้นขึ้นจริงๆ ก็อย่าหวังว่าเปาหยวนจะรอดไปได้เลย
“ผมเชื่อคุณสิ คุณไม่ต้องคิดมากนะครับ” หลินเจิ้งฉีกอดภรรยาไว้แล้วแกล้งพูดอย่างอารมณ์ดีเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศเพราะเขาไม่อยากให้ภรรยารู้สึกกดดันและคิดมาก “ไหนคุณลองเล่าให้ผมฟังทีสิ ว่าพอคุณไล่ตีไอ้ผู้ชายคนนั้นแล้วคุณรู้สึกยังไง ยังอยากตีเขาอีกสักร้อยรอบเลยไหม”
“ทีแรกฉันก็กลัวค่ะ ฉันไม่เคยทำร้ายใครมาก่อน แต่พอฉันนึกถึงหน้าคนที่ฉันเกลียดและคนที่ฉันอยากจะตีที่สุด ฉันก็ฟาดเขาไปไม่ยั้งเลยค่ะ”
“แล้วยังไงครับ ได้ตีเขาแล้วรู้สึกดีขึ้นไหม”
“อืม...ฉันคิดว่าคนเรา ถ้าได้ลงไม้ลงมือหรือสู้กลับบ้าง มันก็รู้สึกสะใจดีเหมือนกันนะคะ”
“ภรรยาผมเก่งขึ้นแล้วใช่ไหมเนี่ย เก็บความคิดนั้นไว้ใช้กับคนอื่นพอนะครับ ห้ามเอามาใช้กับผมเด็ดขาด ผมไม่อยากถูกเมียไล่ตี”
“นั่นก็ไม่แน่นะคะ ถ้าคุณทำให้ฉันไม่พอใจ หรือเมื่อไหร่ที่คุณทำผิดต่อฉัน ฉันอาจจะไล่ตีคุณจนคุณเดินไปไหนไม่ได้อีกเลยก็ได้นะ”
“ตกลงครับ ผมสาบานเลยว่าจะไม่ทำผิดต่อคุณเป็อันขาด ว่าแต่ทำไมวันนี้คุณถึงอยู่บ้านคนเดียวล่ะ” หลินเจิ้งฉีถามขึ้น
“ิเจ๋อกับอาเหมยไปบ้านคุณปู่ค่ะ ส่วนอาหงเอาข้าวกลางวันไปส่งอาเล็กที่ไร่ พอดีวันนี้อาสะใภ้เล็กออกไปช่วยงานที่ไร่ด้วยน่ะค่ะ อาหงจึงต้องเอาข้าวกลางวันไปส่งเอง”
“เื่วันนี้คุณยังไม่ต้องเล่าให้ใครฟังนะครับ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นไปก่อน ส่วนที่เหลือเดี๋ยวผมจะหาทางจัดการเอง ในเมื่อเขากล้าเข้ามาทำร้ายคุณถึงในบ้าน ผมก็ไม่ปล่อยเขาไปง่ายๆ แน่ ผมขอคิดหาวิธีก่อนก็แล้วกัน”
“เจิ้งฉี คุณเชื่อฉันจริงๆ ใช่ไหมคะว่าระหว่างฉันกับเขา มันไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริงๆ” หย่งลี่อันยังคงไม่สบายใจ
“ผมเชื่อคุณนะอันอัน และผมก็ดีใจมากที่ในที่สุดคุณก็กล้าลุกขึ้นมาสู้และดูแลตัวเองอย่างนี้ ั้แ่วันแรกผมก็เคยบอกคุณไปแล้วว่าเราสองคนต้องเชื่อใจกันให้มาก มีอะไรก็ต้องหันหน้ามาปรึกษามาพูดคุยกัน เหตุการณ์วันนี้เป็เพียงบททดสอบเล็กๆ ของชีวิตคู่ของเราเท่านั้น ในวันข้างหน้าถึงแม้จะมีบททดสอบที่ยากกว่านี้ ผมเชื่อว่าเราทั้งสองคนก็ต้องผ่านมันไปได้” หลินเจิ้งฉีจูบหน้าผากภรรยาเบาๆ ก่อนที่จะกอดเธอไว้อย่างให้กำลังใจ
หย่งลี่อันคลายความกังวลใจลงได้ในที่สุด “ขอบคุณนะคะเจิ้งฉี ต่อไปฉันจะดูแลตัวเองให้ดี และฉันสัญญาว่าในอนาคต ไม่ว่าชีวิตคู่ของเราจะเจอปัญหาอะไร ฉันก็จะยืนอยู่ข้างคุณเสมอ เราจะต้องก้าวไปข้างหน้าพร้อมกันอย่างมีความสุขค่ะ”
“เราออกไปข้างนอกกันดีกว่า ออกไปดูรถกระบะคันใหม่ของเรา ผมอยากพาคุณไปนั่งรถเล่น” หลินเจิ้งฉีพูดพร้อมกับฉุดภรรยาให้ลุกขึ้น เขายังช่วยเธอปัดฝุ่นออกจากตัวด้วย
“พี่ใหญ่ นี่คือรถคันใหม่ของบ้านเราหรือครับ” หลินิเจ๋อเดินวนรอบรถอย่างดีใจ ก่อนหน้านี้เขาเจอพี่หลินอี้ และพี่หลินอี้ก็บอกให้เขารีบกลับมาดูรถกระบะคันใหม่ของที่บ้าน เขารีบวิ่งกลับมาโดยไม่รอน้องสาวฝาแฝดของตัวเองด้วยซ้ำ
“ใช่ นี่คือรถคันใหม่ของบ้านเรา แล้วอาเหมยล่ะอยู่ไหน พี่จะพาไปนั่งรถเล่น” หลินเจิ้งฉีถามหาน้องสาว
“หนูอยู่นี่ค่ะพี่ใหญ่” หลินเจียวเหมยจูงมือคุณปู่หลินกับคุณย่าหลินให้รีบเดินจนผู้าุโทั้งสองหายใจหอบ “คุณปู่คุณย่าเดินเร็วๆ สิคะ”
“เ้าเด็กคนนี้นี่ เดินช้าๆ ก็ได้ ปู่กับย่าแก่แล้ว เดี๋ยวจะหกล้มเอา” คุณปู่หลินบอกกับหลานสาว แต่ท่านก็ไม่ได้ผ่อนฝีเท้าลงเลย เพราะใจอยากจะเดินเข้าไปดูรถกระบะคันใหม่ใกล้ๆ
“คุณปู่กับคุณย่าก็มาด้วยหรือครับ ดีเลย รีบขึ้นมานั่งบนรถเถอะครับ ผมจะพาทุกคนไปนั่งรถเล่น อ้อ...เราขับรถไปรับอาเล็กกับอาสะใภ้เล็กที่ไร่ดีกว่าครับ คุณปู่มานั่งข้างหน้าเลยครับ”
“ไม่เอาล่ะ ปู่จะนั่งข้างหลังกับเด็กๆ” คุณปู่หลินรีบปฏิเสธ
“คุณย่าล่ะครับ คุณย่าจะมานั่งข้างหน้าไหม” หลินเจิ้งฉีหันไปถามคุณย่าหลิน
“ไม่เอาล่ะ ย่าจะนั่งข้างหลังกับเด็กๆ เหมือนกัน ให้อันอันไปนั่งข้างหน้ากับหลานเถอะ” คุณย่าหลินก็ปฏิเสธเหมือนกัน
หลินเจิ้งฉีจึงเดินไปเอาบันไดไม้แบบสองชั้นที่เขาซื้อมาจากตัวจังหวัดลงมาจากกระบะหลังเพื่อให้คุณปู่กับคุณย่าใช้ปีนขึ้นไปบนกระบะหลังได้สะดวก เมื่อเห็นว่าทุกคนขึ้นท้ายกระบะครบแล้ว หลินเจิ้งฉีก็ขับรถตรงไปที่ไร่เพื่อไปหาอาเล็กกับอาสะใภ้เล็กทันที ใช้เวลาไม่นานพวกเขาก็ขับรถมาถึงไร่แล้ว
“อาเล็ก อาสะใภ้เล็ก พวกเรามารับกลับบ้านแล้วครับ” หลินิเจ๋อะโเรียกเสียงดัง
“ิเจ๋อเธอนั่งรถใครมา อ้าว...พ่อกับแม่ก็มาด้วยหรือครับ” อาเล็กหลินฉือรีบวิ่งมาที่รถกระบะอย่างเร็ว
“รถกระบะคันนี้เป็ของเจิ้งฉี พวกแกทำงานเสร็จหรือยัง รีบขึ้นมานั่งบนรถเร็วเข้า เจิ้งฉีจะพาเรานั่งรถเล่นรอบๆ หมู่บ้าน” คุณปู่หลินบอกกับลูกชาย
“เสร็จแล้วครับเสร็จแล้ว” หลินฉือหันไปเรียกภรรยากับลูกสาวอย่างตื่นเต้น “คุณรีบเก็บของเร็วเข้า ไปนั่งรถเล่นกัน อาหง รีบตามมาเร็วๆ สิลูก”
“อาเล็กไม่ต้องเร่งอาสะใภ้กับอาหงหรอกครับ รถของเราเอง เราจะขับไปที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้ ดีนะครับที่ตอนนี้แดดร่มแล้ว เหมาะกับการนั่งรถเล่นสบายๆ เลยล่ะครับ”
“ต่อไปนี้บ้านเราก็มีรถใช้แล้วสินะ” อาเล็กหลินฉือพูดอย่างดีใจ “เราไม่ต้องกังวลเื่ขนของไปขายในเมืองแล้วใช่ไหม”
“เื่นั่นอาเล็กไม่ต้องเป็ห่วงเลยครับ ปล่อยให้เป็หน้าที่ของผมกับพี่อี้ก็พอ”
“ปู่ก็ดีใจเหมือนกันนะที่ต่อไปชีวิตความเป็อยู่ของบ้านเราจะดีขึ้นแล้ว” คุณปู่หลินพูดเสริม
“แน่นอนครับคุณปู่ ต่อไปบ้านหลินของเราจะต้องมีความเป็อยู่ที่ดีกว่านี้ คุณปู่กับคุณย่าดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีนะครับ จะได้อยู่ดูความสำเร็จของลูกหลานไปอีกนานๆ”
“ได้สิได้ ทุกวันนี้หลานก็ส่งเนื้อส่งไข่มาให้พวกเราไม่หยุด ปู่กับย่าอยู่ได้อีกร้อยปีเลยล่ะ” คุณย่าหลินรับคำอย่างอารมณ์ดี