หลังจากทินกรขับรถออกมาจากคอนโดของหญิงสาวในดวงใจที่ทำให้เขาแสนเ็ปจนแทบไม่มีเรี่ยวแรง
เวลานี้เขาอยากกลับบ้านให้เร็วที่สุดอยากอยู่คนเดียวเพื่อคิดทบทวนสิ่งที่เขาพบเจอมาทั้งหมดวันนี้ศัตรูหัวใจที่พร้อมหน้ากันเข้ามาในวันเดียว ทำให้เขาตั้งตัวแทบไม่ทันเมื่อมาถึงบ้านของตัวเองทินกรตรงไปจัดแจงคว้าเหล้าขวดใหญ่มานั่งยังโซฟารับแขกของบ้านหวังจะใช้มุมนี้เป็มุมสงบเพื่อระบายความในใจที่อัดอั้นจนแทบจะจุกอกตายอยู่ตอนนี้
ทินกรนั่งดื่มเหล้าไปปากก็พร่ำรำพันถึงผู้หญิงที่เขารักปานดวงใจไม่หยุดทั้งโทษตัวเอง ทั้งโทษเพื่อนสนิทเพราะเขาผิดเองที่ไม่ยอมบอกความในใจให้หญิงสาวได้รับรู้ผิดเองที่มัวแต่ชักช้าชะล่าใจว่าหญิงสาวคงไม่เปิดใจให้ใครง่ายๆแม้เขาจะเพียรมาส่งหญิงสาวเป็ประจำแต่ก็ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะได้ขึ้นไปบนห้องของเธอแต่นายธีร์มาส่งเธอแค่ครั้งแรกเท่านั้นกลับได้ขึ้นไปถึงบนห้องแล้วจากสภาพที่เขาเห็นเพื่อนรักตอนลงมาจะให้เขาเชื่อได้อย่างไรว่าสองคนนั้นจะไม่มีอะไรเกินเลยไปกว่าการมาส่งชายหนุ่มคิดในใจอย่างเ็ป ‘แกเป็ศัตรูหัวใจตัวฉกาจที่ฉันไม่เคยคาดคิดเลยธีรพัฒน์’ทินกรสบถออกมาด้วยอารมณ์ที่สุดกลั้น
เสียงโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะตรงหน้า ปลุกให้คนที่เริ่มมีอาการมึนๆเพราะฤทธิ์น้ำสีอำพันในมือตื่นจากภวังค์ทินกรคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดูเมื่อเห็นว่าเป็เบอร์คนที่เขากำลังต่อว่าอยู่จึงรีบกดรับ
‘แกโทรมาทำไมไอ้ธีร์ ไอ้เพื่อนเวร’ คนโมโหตะคอกใส่อีกฝ่ายอย่างไม่ฟังเสียง
[เห้ย! อะไรของแกวะ มาถึงก็เหวี่ยงใส่นี่แกยังไม่หายโกรธเื่เมื่อกลางวันอีกเหรอ] ธีรพัฒน์ถามเพื่อนเสียงงงๆ
‘เออ! ฉันโกรธ แล้วตอนนี้ก็โกรธแกมากด้วย’ ทินกรกระชากเสียงใส่อย่างสุดกลั้น
[นี่แกเมาเปล่าเนี่ย พูดจาแปลกๆ ว่าแต่ตอนนี้อยู่ที่ไหนฉันจะไปหา]
‘อยู่บ้าน!’ ตอบคำถามเสร็จก็วางสายไปทันทีโดยไม่รอฟังเสียงของอีกฝ่าย
“อะไรของมันวะไอ้นี่ ชักเยอะนะเดี๋ยวนี้”
ธีรพัฒน์เปรยออกมาก่อนจะวางโทรศัพท์เข้าที่แล้วขับรถไปหาคนที่เขาเพิ่งโทรหาทันที
เมื่อมาถึงบ้านหลังใหญ่ของทนายหนุ่มหน้าหยกที่เป็ทั้งเพื่อนรักและญาติสนิท
ธีรพัฒน์ขับรถผ่านประตูที่มีรปภ.เป็คนเปิดให้แล้วพารถเข้ามาจอดยังหน้าตึกใหญ่ซึ่งเขาสังเกตได้ถึงความเงียบสงบมันเงียบเสียจนเขาคิดว่าไม่มีคนอยู่ด้วยซ้ำ ไม่มีแม้แต่คนสวนหรือคนรับใช้ที่จะคอยป้วนเปี้ยนเวลามีแขกมา
เขาเก็บความสงสัยไว้ในใจแล้วตรงเข้าไปยังห้องรับแขกก็พบทินกรกำลังนั่งกินเหล้าอยู่คนเดียว
“เห้ย! เอาแต่วันเลยเหรอไอ้กร” ธีรพัฒน์เอ่ยทักเพื่อนด้วยความแปลกใจปกติทินกรไม่ใช่คนที่จะมานั่งกินเหล้าในเวลาแบบนี้
“มาแล้วเหรอ ไอ้เพื่อนเลว ไอ้เพื่อนทรยศ” ทินกรไม่ตอบคำถามของคนมาใหม่สองเท้าหนาตรงเข้าไปกระชากคอเสื้อของอีกฝ่ายแล้วใส่หมัดเต็มแรงไปที่ใบหน้าหล่อเหลาของเพื่อนรักเพื่อนแค้นทันทีโดยที่ธีรพัฒน์ไม่ทันตั้งตัว
ผัวะ!...
แรงหมัดของทินกรทำให้คนที่ไม่ได้ตั้งตัวหงายหลังเซถลาไปสองสามก้าวก่อนจะยันตัวลุกขึ้น แล้วสวนหมัดหนักๆ ของตัวเองคืนให้อีกฝ่ายด้วยแรงที่ไม่ต่างกัน
ผัวะ!...
หมัดแข็งแรงของคนมีสติ ทำให้คนที่กึ่งมึนกึ่งเมาร่วงลงไปกองกับพื้นตรงหน้าทันที สติสัมปชัญญะกลับคืนมากว่าครึ่งก่อนจะพยุงตัวเองให้กลับไปนั่งยังโซฟาตามเดิม
“แกต่อยฉันทำไมวะไอ้กร เมาก็ขึ้นไปนอนไป๊ อย่ามาทำอันธพาล”
ธีรพัฒน์ยืนต่อว่าคนตรงหน้าอย่างเหลืออด ‘วันนี้มันเป็วันอะไรของเขานะทั้งโดนผู้หญิงตบ ทั้งโดนเพื่อนต่อย รนหาที่จริงๆ’ คนดวงซวยคิดในใจก่อนจะเดินไปนั่งลงที่โซฟาตรงข้ามกับทินกร
“แกไปทำอะไรมาไอ้ธีร์” ทินกรเป็ฝ่ายเปิดคำถามที่ค้างคาใจทันที
“ทำอะไร? ฉันไม่ได้ทำอะไรก็แค่ไปส่งเลขาของฉันที่คอนโดตามที่คุณแม่ท่านสั่งไง” ธีรพัฒน์ตอบไปอย่างงงๆตอนที่คุณแม่สั่งเขาทินกรก็ยืนฟังอยู่แท้ๆ แค่นี้จำไม่ได้หรือไงนะ
“เออ ฉันรู้! แล้วแค่ไปส่งอย่างเดียวทำไมสภาพของแกถึงดูเหมือนหมาจรจัดซัดน้ำข้าวมาแบบนี้วะ” ทินกรต่อว่าคนตรงหน้าด้วยความแค้นเคืองอยากจะสวนหมัดใส่หน้าหล่อๆ ของมันอีกสักที
“อะไรของแกวะไอ้กร ไร้สาระน่า...”
คนถูกเปรียบเทียบเป็หมาหันไปคว้าแก้วเหล้าในมือเพื่อนรักมากรอกใส่ปากของตัวเองแล้วใช้มือเช็ดซับเืที่ไหลตรงมุมปากอย่างเคืองๆ
“แกขึ้นไปบนห้องของคุณแพรวาเธอทำไม แล้วยังกลับลงมาในสภาพแบบนี้อีกแกจะให้ฉันคิดยังไงห๊ะ!... ไอ้เพื่อนทรยศ” คนมึนเมาสาดใส่ความคับข้องใจออกมาอย่างเ็ป
“แกเห็น? ” ธีรพัฒน์มองหน้าเลิกคิ้วเป็เชิงถาม
“ใช่! ฉันเห็น... เห็นเต็มสองตาว่าแกเดินลงมาจากห้องของคุณแพรในสภาพแบบนี้”คนเ็ปบอกด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำทั้งจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์และความโกรธ
“ไอ้บ้า! แกนี่คิดอะไรเลยเถิดกันไปใหญ่แล้ว” ธีรพัฒน์ส่ายหน้าอย่างระอายกแก้วเหล้าในมือขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด
“แล้วแกจะให้ฉันคิดยังไงวะไอ้ธีร์ แกก็รู้ว่าฉันรู้สึกยังไงกับคุณแพรวาแล้วแกยังทำแบบนี้ได้ลงคออีกหรือวะไอ้เพื่อนเลว”
“ฮึ! เพิ่งรู้ชัดๆ ก็วันนี้แหละ” ธีรพัฒน์เปรยออกมาเบาๆเหมือนเป็การตอกย้ำตัวเองมากกว่าพานให้นึกไปถึงหญิงสาวที่ทำให้เขาต้องเจ็บตัวแบบนี้ ‘เธอไปทำอีท่าไหนกันแพรวาเพื่อนฉันถึงได้หลงเธอขนาดนี้’
“ใช่ ฉันชอบคุณแพร ชอบมานานแล้ว ชอบจนถึงขั้นเรียกว่ารักเลยก็ได้ฉันกำลังรอโอกาสที่จะสารภาพความในใจกับเธอ แต่แกก็มาทำลายโอกาสของฉันจนพังยับเยิน”
คำสารภาพจากปากของคนตรงหน้า ทำให้คนฟังหัวใจกระตุกวูบ รู้สึกโหวงๆอย่างบอกไม่ถูก หันไปคว้าแก้วเหล้าบนโต๊ะมาใส่น้ำแข็ง
“เห้ย นั่นมันแก้วของฉัน แกไปหยิบเอาใหม่ในครัวโน่น”
ธีรพัฒน์เดินหายไปไม่นานก็กลับออกมาพร้อมแก้วเหล้าใบใหม่ในมือ
“แล้วเด็กรับใช้บ้านแกไปไหนกันหมดวะ บ้านเงียบอย่างกับป่าช้า”
“ไม่มี... ั้แ่คุณพ่อไปต่างประเทศฉันก็จ้างคนทำความสะอาดบ้านแบบมาเช้าเย็นกลับเวลาฉันอยู่บ้านฉันไม่้าเห็นหน้าใครทั้งนั้น” ทินกรอธิบายให้เพื่อนรักฟังตามความเป็จริง
“อือ ก็ดี แล้วแกพร้อมจะฟังฉันพูดบ้างหรือยังไอ้กร” ธีรพัฒน์หันมาบอกกับทินกรขณะกำลังหยิบน้ำแข็งใส่แก้วของตัวเองไปด้วย
“ก็ว่ามาสิ ฉันรอฟังอยู่”
“ฉันไม่ได้ยุ่งวุ่นวายอะไรกับเด็กของแกทั้งนั้นแหละขึ้นไปส่งที่ห้องจริง... แต่ก็แค่นั้นฉันร้อนก็เลยต้องดึงเสื้อผ้าหลุดลุ่ยอย่างที่แกเห็นเนี่ยแหละแกก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าห้องเธอไม่มีทั้งแอร์และพัดลม ฉันร้อนจะตายชักเลยต้องรีบแจ้นลงมาเนี่ย”ธีรพัฒน์อธิบายยืดยาว แม้จะเป็ความจริงแค่บางส่วนก็ตาม
“จริงเหรอ!? นี่ฉันเข้าใจผิดไปเองใช่ไหม” คนฟังยิ้มกว้างอย่างดีใจ ที่เื่ทุกอย่างไม่ได้เป็อย่างที่เขาคิด
“ก็ใช่น่ะสิ” คนมีสติกระแทกเสียงอย่างหนักแน่น
“เอ๊ะ! ทำไมแกถึงคิดว่าฉันรู้ล่ะ ว่าห้องคุณแพรไม่มีทั้งแอร์และพัดลม”คนดีใจหันไปถามเพื่อนรักอย่างงงๆ
“อ้าว แกไม่รู้เหรอ” ธีรพัฒน์ทำหน้าเหวอเหมือนเป็เื่แปลกสำหรับเขา
“ไอ้บ้า! ฉันไม่เคยขึ้นไปสักครั้งจะไปรู้ได้ยังไงห้องเธออยู่ชั้นที่เท่าไรฉันยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ”
คำตอบของทินกรทำให้ธีรพัฒน์ขมวดคิ้วมุ่นนี่เขาเข้าใจแพรวาผิดอย่างนั้นหรือ จริงๆแล้วเธอกับเพื่อนของเขายังไม่มีอะไรเกินเลยลึกซึ้งกันอย่างนั้นน่ะหรือและไอ้ตี๋แว่นนั่นล่ะ
“ฉันว่าแกระวังๆ ไว้หน่อยก็ดีนะไอ้กร ฉันไม่อยากเห็นแกเสียใจแบบนี้อีก”ธีรพัฒน์ออกปากเตือนเพื่อนรักด้วยความหวังดี
“ระวังอะไรวะ” คนถูกเตือนมองหน้าอีกฝ่ายอย่างมึนงง
“ฉันอยากให้แกเผื่อใจเอาไว้บ้างบางทีเด็กแกอาจจะไม่ได้เป็อย่างที่แกคิดก็ได้” มือหนาหมุนแก้วเหล้าบนโต๊ะไปมาขณะพูดถึงหญิงสาวที่เขาเกลียดชัง
“อะไรวะไอ้ธีร์ ฉันไม่เข้าใจ คุณแพรเธอออกจะเป็คนดี สวยน่ารัก เรียบร้อย”ทินกรเอ่ยชมหญิงสาวอย่างปลื้มใจ
“เฮ้อ... แกคิดว่าสวยๆ ดีๆ อย่างที่แกเห็นเนี่ยจะมีแต่แกคนเดียวเหรอที่ชอบเธอ” เขาเองยังเกือบใจอ่อนตั้งหลายครั้งธีรพัฒน์คิดต่อในใจตามความเป็จริง
“เออ นั่นสิ วันนี้ฉันก็เพิ่งได้เจอศัตรูหัวใจหมายเลขหนึ่งแบบไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยด้วย”คนมึนเมาพูดเหมือนละเมอออกมามากกว่าแต่ก็ทำให้คนตรงหน้าได้ยินคำบางคำชัดเจน
“หือ? อะไรนะ ศัตรูหมายเลขหนึ่ง” คนฟังหันไปถามเพื่อนรักทันทีเหมือนได้ยินไม่ถนัด
“ก็ไอ้หมอหน้าหล่อที่ฉันเจอในโรงพยาบาลวันนี้ไงมันมองคุณแพรวาดวงใจของฉันอย่างกับจะกลืนกิน” ทินกรว่าพลางกระดกเหล้าในมือจนหมดแก้ว
“แกแน่ใจนะ ว่าเด็กแกไม่ได้ไปอ่อยหรือให้ท่าเขาน่ะ”
ธีรพัฒน์เหยียดยิ้มมุมปาก ‘ฮึเธอก็ยังเป็เธออยู่ดีแพรวา เห็นผู้ชายหล่อๆ รวยๆ เป็ต้องะโเข้าใส่ ขนาดเจ็บตัวอยู่แท้ๆ’
“ไม่ใช่หรอก... เขารู้จักกันมาก่อนน่ะ เป็พี่ชายของเพื่อนพี่ชายที่แสนดีอะไรกันก็ไม่รู้ แต่คุณแพรเธอไว้ใจไอ้หมอนี่น่าดูไว้ใจมากกว่าฉันอีก” ทินกรระบายความอัดอั้นออกมาให้เพื่อนได้ฟัง
ธีรพัฒน์ถอนหายใจหนักหน่วง รู้สึกเหมือนกำลังเสียใจผิดหวังกับอะไรบางอย่างซึ่งเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร
“เอาเถอะ อาจจะไม่ใช่อย่างที่แกคิดก็ได้ แกไปนอนเถอะ ฉันจะกลับแล้ว”
ธีรพัฒน์ขยับตัวลุกขึ้นตบบ่าเพื่อนเบาๆ เพื่อให้กำลังใจก่อนจะก้าวเท้าออกไปจากห้อง แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงของคนที่อยู่เื้ัเอ่ยถาม
“แกคิดว่าฉันควรจะบอกรักคุณแพรไปเลยดีไหม”
“ก็ตามใจแกสิ แกตั้งใจไว้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ” เขาตอบโดยไม่หันกลับมามองต้นเสียงแล้วเดินต่อไปโดยไม่หันกลับมามองเพื่อนรักอีก
ปากก็บอกไปแบบนั้นแต่ทำไมตัวเองกลับรู้สึกเจ็บจี๊ดที่หัวใจอย่างไรพิกลแขนขากลับไร้เรี่ยวแรงเสียอย่างนั้น จู่ๆใบหน้าสวยหวานของหญิงสาวที่เขาเพิ่งจากมาก็ชัดเจนขึ้นในห้วงความคิดคำนึงอย่างยากจะลบเลือนรสหวานนุ่มนวลจากเรียวปากบางของเธอนั้นทำให้เขาอยากััมันอีก อีกครั้งและอีกครั้ง อย่างไม่รู้จักเบื่อ ‘ทำไมฉันถึงรู้สึกแบบนี้นะแพรวาเธอทำอะไรฉัน เธอร่ายมนตร์เสน่ห์ใส่ฉันหรือไรนะ’ ธีรพัฒน์คิดในใจอย่างสับสนระหว่างขับรถสปอร์ตคู่ใจกลับบ้าน
แพรวานั่งจมอยู่กับความคิดของตัวเองที่ระเบียงหลังห้องจนมืดค่ำปล่อยหัวใจให้ล่องลอยไปกับชายหนุ่มในดวงใจที่เธอแอบหลงรัก
ความรู้สึกน้อยใจผิดหวังพรั่งพรูเข้ามาในห้วงความคิดที่เขาคนนั้นพรากจูบแรกของเธอไปอย่างไม่ไยดีเขาคงทำแบบนี้กับผู้หญิงทุกคนจนเห็นว่าเป็เื่ปกติธรรมดาสำหรับเขาแต่กับเธอมันคือจูบแรก แม้จะเป็จูบที่มาจากคนที่เธอรักก็ตามเธอก็หวังให้มันเป็ไปอย่างลึกซึ้งอ่อนหวานอบอวลไปด้วยความรักไม่ใช่มีแต่คำดูถูกเหยียดหยามให้เธอต้องเจ็บช้ำน้ำใจแบบนี้
“ยัยแพร มานั่งทำอะไรตรงนี้ เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก” เสียงของพิชามลทำให้แพรวาซึ่งกำลังนั่งคิดถึงใครบางคนอยู่ต้องตื่นจากภวังค์เงยหน้ามองเพื่อนสาวอย่างมึนงง
“อ้าว มล มาั้แ่เมื่อไรกัน แพรไม่เห็นรู้เื่”
พิชามลมีกุญแจห้องของเธอ ั้แ่รู้ว่าเธอมาพักที่นี่แม้จะไม่ได้มาบ่อยนัก แต่ก็เป็เพื่อนเพียงคนเดียวที่เธอไว้ใจและมอบกุญแจสำรองไว้ให้
“ก็มาตอนที่เห็นนี่แหละ ว่าแต่แพรเถอะเป็ยังไงบ้าง ไหนเล่าให้มลฟังสิว่าเกิดอะไรขึ้น”
พิชามลลากตัวเพื่อนสาวเข้ามาในห้องแล้วตรงไปยังห้องนอนทันทีด้วยความเคยชินเพราะปกติแพรวาไม่ได้จัดห้องโถงไว้รับแขกอยู่แล้ว เธอไม่เคยมีใครมาหา ดังนั้นเธอจึงจัดห้องนอนอย่างดีเป็พิเศษสำหรับการพักผ่อนและการใช้ชีวิตส่วนตัวโดยเฉพาะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน แพรวาซ่อนความสวยงามสบายตาน่าอยู่เอาไว้ภายในห้องนอนขนาดย่อมของเธอเท่านั้นเพราะเป็ที่ที่เธอใช้เวลาอยู่ในนี้นานที่สุดดังนั้นเธอจึงไม่ให้ความสำคัญกับส่วนอื่นๆ ภายในบ้านมากนัก
“ก็ไม่มีอะไรนี่มล แค่เข้าใจผิดกันเฉยๆ”
แพรวาตอบเพื่อนรักหลังจากเข้ามานั่งที่ปลายเตียงส่วนพิชามลเลือกที่จะไปนั่งบนเก้าอี้เบาะกลมหนานุ่มของเธอมากกว่า
“เข้าใจผิด! ทำเธอจนเจ็บตัวขนาดนี้เนี่ยนะแพร ฉันว่าเขาทำเกินไปหน่อยนะ”พิชามลหันมาแหวใส่เพื่อนรักทันที
ซึ่งเธอได้ฟังข่าวคราวของเพื่อนรักตรงหน้าจากปากของพี่ชายมาบ้างแล้วแต่เพราะพี่ชายของเธอก็ไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงนักเธอจึงต้องมาคาดคั้นเอากับคนปากแข็งซะเอง
“เล่ามาให้หมดยัยแพร ไหนจะแขนที่เกือบหัก ไหนจะหน้าที่โดนตบแล้วนี่ปากเธอไปโดนอะไรมาบวมเจ่ออย่างกับโดนกัด” คนอารมณ์ร้อนฮึดฮัดขัดใจที่เพื่อนรักตรงหน้าพยายามจะปิดบังเื่ราวต่างๆไม่ให้เธอรับรู้
แพรวาทนการคาดคั้นจากเพื่อนรักตรงหน้าไม่ไหวจึงเล่าเื่ราวทั้งหมดให้พิชามลฟังและจบแค่ธีรพัฒน์เป็คนมาส่งเธอเท่านั้นเมื่อฟังเพื่อนรักเล่าเื่ราวความเข้าใจผิดที่เป็ต้นเหตุของการเจ็บตัวจนหมดแล้วพิชามลก็คิดตามเหตุการณ์จนรู้สึกว่าแพรวาก็ยังเสียเปรียบอยู่ดีและไม่เห็นจะได้รับความยุติธรรมตรงไหน
“แล้วเธอยังจะทำงานกับพี่ธีร์เขาอีกเหรอทำไมไม่ย้ายไปทำกับคุณกงคุณกรอะไรนั่นตามที่คุณป้าบอกล่ะแพร”
“แพรทำแบบนั้นไม่ได้หรอกมล คุณท่านมีพระคุณกับแพรมาก มลก็รู้นี่” แพรวาถอนหายใจบางๆ
“เฮ้อ... อือๆ งั้นก็ตามใจแพรละกัน มลรู้ว่าแพรจงรักภักดีกับคุณป้าแค่ไหน”คนฟังแม้จะอ่อนใจกับเพื่อนรักตรงหน้าแต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง
“แล้วนี่ปากไปโดนอะไรมา อย่าบอกนะว่านังนั่นมันตบเธอจนปากเจ่อน่ะ”
พิชามลชี้หน้าเพื่อนรักอย่างจับผิดนอกจากปากจะบวมช้ำแล้วยังมีอาการหน้าแดงตามมาอีก มันชักยังไงๆ ซะแล้ว
“อะ เออ ปะ เปล่า ตะกี้แพรนั่งคิดอะไรเพลินๆ เลยกัดปากตัวเองเล่นน่ะเพลินดี” แพรวายิ้มเจือนตอบเพื่อนเสียงอึกอักเพราะเธอไม่กล้าพอจะบอกให้เพื่อนรักรู้ว่าสาเหตุที่ปากบวมช้ำขนาดนี้เพราะโดนจูบ
“คนบ้าอะไรกัดปากตัวเองเล่นแล้วเพลินดี” พิชามลเปรยออกมาเบาๆเหมือนเป็การตอบคำถามของตัวเองมากกว่า แต่ก็เลิกสนใจไปเพราะมีสิ่งที่เธอเป็ห่วงมากกว่าเื่ปากเจ่อรออยู่
“แล้วยัยมารร้ายนั่น จะมาทำร้ายแพรอีกหรือเปล่า มลเป็ห่วงจัง” พิชามลหันมาบอกเพื่อนรักอย่างห่วงใย
“คงไม่แล้วมั้ง คุณธีร์คงไปเคลียร์กับเธอจนรู้เื่แล้วหละว่าเธอเข้าใจผิด”
“เหอะ! ขอให้เข้าใจจริงๆ เถอะ พวกหมาหวงก้างน่ะเวลาหึงมันยอมฟังใครซะที่ไหนกัน”
“น่า... ไม่มีอะไรน่ากังวลแล้วหละคุณท่านบอกแล้วถ้าเกิดอะไรขึ้นให้แพรโทรบอกท่านได้เลย”
“แล้วถ้ามีอะไรจริงๆ เธอกล้าฟ้องคุณป้าไหม” พิชามลย้อนถามคนปากหนักจึงได้คำตอบกลับมาเป็การส่ายหน้าน้อยๆ ไปมา
“นั่นงะ! ฉันว่าแล้วยัยแพรนะยัยแพร ฉันไม่รู้จะทำยังไงกับเธอดี ปะปะออกไปกินข้าวกันจะได้กินยานอนรู้ไหมพี่วิทเขาเป็ห่วงเธอมากเขาบอกให้ฉันซื้อนั่นซื้อนี่มาให้เธอจนฉันถือมามือแทบหัก”
พิชามลบ่นอุบที่พี่ชายสุดที่รักฝากฝังสั่งนั่นซื้อนี่ให้เธอเอามาให้หญิงสาวในดวงใจโดยไม่ได้ห่วงน้องนุ่งเลยสักนิดว่าจะหนักเยอะแยะขนาดไหน
ธีรพัฒน์ยืนมองออกไปนอกหน้าต่างยามค่ำคืนผ่านกระจกบานใหญ่ในห้องนอนด้วยความรู้สึกคิดถึงและโหยหา
ผู้หญิงที่เขาบอกว่าเกลียดนักเกลียดหนาแต่เขากลับไม่ลืมภาพใบหน้าสวยหวานของเธอที่ใกล้ชิดเพียงลมหายใจเรียวปากบางนุ่มนิ่มที่ถูกเขาอย่างหลงใหล ความหอมหวานในโพรงปากเล็กๆนั่นยังติดแน่นฝังตรึงอยู่ภายในจิตใจจนยากจะลืมเลือนนี่เขากลายเป็ผู้ชายอีกคนที่หลงเสน่ห์ของเธอไปแล้วหรือไงนะ ไม่มีทางเด็ดขาดผู้หญิงหิวเงินหลอกลวงเ้ามารยาแบบนั้นไม่มีทางทำให้เขารู้สึกดีๆ ได้หรอก แต่ทำไมเขาถึงไม่ลืมใบหน้าสวยๆของเธอได้สักทีนะ ไหนจะความหอมหวานจากััที่ทำให้เขาแทบคลั่งนั่นอีกทั้งที่ไม่อยากจะนึกถึงแต่ยิ่งห้ามก็เหมือนมันยิ่งฉายชัดขึ้นทุกที นี่เขาจะกลืนน้ำลายตัวเองไปหลงเสน่ห์ยัยแม่มดนั่นจริงๆหรือไงนะ
ธีรพัฒน์สะบัดศีรษะตัวเองเพื่อขับไล่ความคิดฟุ้งซ่านที่วนเวียนอยู่ในหัวให้ออกไปก่อนจะหมุนตัวเดินไปที่เตียงแล้วล้มตัวลงนอนด้วยความรู้สึกอ่อนล้าในหัวใจ
เช้ารุ่งขึ้นธีรพัฒน์มาทำงานแต่เช้าเหมือนเคย แต่ด้วยความที่เมื่อคืนเขานอนไม่ค่อยหลับทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย
เมื่อมาถึงห้องทำงานเขาจึงถือโอกาสพักสายตากับเก้าอี้ตัวใหญ่ที่โต๊ะของเขาระหว่างที่หลับตาลงนั้น พลันได้ยินเสียงประตูห้องที่กำลังเปิดออกและเมื่อเห็นว่าเป็หญิงสาวที่อยู่ในห้วงความคิดคำนึงของเขาตลอดคืนที่ผ่านมาชายหนุ่มจึงแกล้งหลับตานิ่ง เพื่อดูว่าเธอจะทำอย่างไร
แพรวาเปิดประตูเข้ามาภายในห้องทำงานของเ้านายเหมือนปกติที่เธอเคยทำเป็ประจำสองเท้าบอบบางต้องหยุดชะงักเมื่อพบว่าเ้านายคนใหม่ของเธอกำลังนั่งหลับตาอยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่ของเขาหญิงสาวยืนจ้องมองชายหนุ่มแน่นิ่งเหมือนกับตอนที่เธอมองเขาในรูปภาพแต่วันนี้ชายหนุ่มในฝันของเธอกลับหลุดออกมาจากภาพที่ข้างฝาผนังนั่นแล้วมานั่งหลับตาหายใจสม่ำเสมออยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้ ใบหน้าคมหล่อเหลาราวเทพบุตรเขาดูอ่อนโยนยิ่งนักในยามที่หลับตา จู่ๆ ภาพเื่ราวของเขาและเธอที่เกิดขึ้นเมื่อวานก็หลั่งไหลเข้ามาในห้วงความคิดทำให้หัวใจดวงน้อยสั่นไหวเต้นไม่เป็จังหวะจนไม่สามารถยืนมองเ้าของหัวใจได้นานเพราะเกรงว่าหัวใจที่เต้นแรงอยู่ตอนนี้จะหลุดออกมาประจานตัวเองให้คนตรงหน้าได้รับรู้
“จะไม่ทักทายกันหน่อยเหรอคุณเลขา”
เสียงจากคนที่นอนหลับตาแน่นิ่งทำให้เท้าบอบบางที่กำลังจะก้าวออกไปจากห้องต้องหยุดชะงัก
“ขอโทษค่ะ แพรคิดว่าคุณกำลังหลับก็เลยไม่อยากรบกวน” หัวใจที่เต้นแรงๆอยู่เกือบจะหยุดเต้นเมื่อคนที่เธอคิดว่าเขาหลับอยู่กลับตื่นขึ้นมาทักเธอแบบนี้
“เมื่อกี้น่ะหลับ แต่ตอนนี้ตื่นแล้ว” คนแกล้งหลับหันมาตอบอย่างยียวน
“คุณธีร์จะรับกาแฟไหมคะ”
“อือ... ก็ดี”
ไม่นานหญิงสาวก็กลับเข้ามาพร้อมกับถ้วยกาแฟในมือข้างที่ถนัดโชคดีที่เธอเจ็บแขนข้างซ้ายไม่ใช่ข้างขวาไม่งั้นเธอคงทำนั่นทำนี่ไม่ได้แน่ๆ
แพรวานำกาแฟมาวางที่โต๊ะตรงหน้าชายหนุ่มอย่างเบามือ
“ยังเจ็บแขนอยู่ไหม” ธีรพัฒน์ถามหญิงสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนความรู้สึกผิดก่อเกิดขึ้นภายในจิตใจที่เขาเป็ต้นเหตุทำให้หญิงสาวตรงหน้าต้องเจ็บตัว
“นิดหน่อยค่ะ ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน” หญิงสาวก้มหน้าตอบเสียงเบาไม่กล้าสบตาชายหนุ่มเพราะน้ำเสียงนุ่มๆ ของเขาทำให้เธอรู้สึกเขินอายและหัวใจก็เต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
“อือ ดีแล้ว” ธีรพัฒน์พูดออกมาเรียบๆขณะกวาดตามองเอกสารที่รายล้อมรอบตัวภายในห้องก่อนจะออกคำสั่ง
“งานทั้งหมดตรงนี้เดี๋ยวให้ใครมาจัดการเอาไปเก็บไว้ที่เดิมก็แล้วกันไม่ต้องทำต่อแล้ว” กล่าวเสร็จก็หันเหสายตาไปทางอื่นเหมือนไม่ได้สนใจหญิงสาวตรงหน้า
“ค่ะ” แพรวาตอบรับอย่างยินดีเพราะเธอจะได้ไม่ต้องมานั่งทำงานในห้องนี้อีกแล้วแต่เพียงไม่นานความดีใจก็ต้องมลายหายสิ้นเมื่อได้ยินคำสั่งต่อไปของเ้านายจอมเอาแต่ใจ
“แล้วเธอก็ขนของของเธอเข้ามานั่งทำงานในห้องนี้ที่โต๊ะทำงานชุดใหม่นั่น”
ธีรพัฒน์ยังคงออกคำสั่งโดยไม่หันไปมองหญิงสาวที่ยืนนิ่งตัวแข็งทื่อราวกับรูปปั้นด้วยความคาดไม่ถึงว่าเขาจะออกคำสั่งเช่นนี้
“ตะ แต่ว่า...”
เสียงคัดค้านกลืนหายเข้าไปในลำคอของหญิงสาวทันทีที่เจอเสียงอันทรงอำนาจของคนเป็เ้านาย
“ฉันสั่ง!”
ในเมื่อไม่อาจขัดใจผู้เป็เ้านายได้หญิงสาวจึงจำเป็ต้องขนย้ายข้าวของเข้ามานั่งที่โต๊ะทำงานชุดใหม่ภายในห้องทำงานใหญ่ของชายหนุ่มอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ธีรพัฒน์นั่งมองคนแขนเจ็บที่กำลังวุ่นวายกับการจัดโน่นจัดนี่บนโต๊ะทำงานของเธอที่อยู่ภายในห้องของเขาด้วยความรู้สึกเพลิดเพลินสบายอารมณ์ใบหน้าหวานล้ำออกจะบึ้งตึงงอหงิก นั่นเป็เพราะคำสั่งของเขาคงขัดใจเธอไม่น้อย
แม้หญิงสาวจะมีสีหน้าไม่พอใจแต่ก็ไม่ได้ทำให้ความสวยของเธอลดน้อยลงแต่อย่างใดกลับทำให้ยิ่งน่าหลงใหลชวนมองมากขึ้นด้วยซ้ำ
ชายหนุ่มที่มีเอกสารบางอย่างอยู่ในมือค่อยๆลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วสาวเท้าเดินเข้าไปใกล้เธออย่างลืมตัวก่อนจะหยุดยืนตรงหน้าโต๊ะของผู้หญิงที่เขาเคยบอกว่าเกลียดชัง
“คุณธีร์มีอะไรคะ” แพรวาเอ่ยถามชายหนุ่มเมื่อเห็นว่าเขาเดินมาหยุดยืนตรงหน้าโต๊ะของเธอ
“อะ เอ่อ ฉันจะให้เธอช่วยดูเอกสารตรงนี้หน่อย ฉันไม่ค่อยเข้าใจ” เสียงของหญิงสาวทำให้ธีรพัฒน์ตื่นจากภวังค์ด้วยความรู้สึกมึนงงเล็กน้อยก่อนจะรีบหันเหอ้างเอกสารในมือทันที
“ค่ะ” แพรวารับเอกสารในมือของชายหนุ่มมานั่งดู
ธีรพัฒน์เดินเข้ามายืนข้างๆตัวหญิงสาวแล้วก้มลงต่ำเพื่อบอกจุดที่เขา้าให้เธอช่วยอธิบายความใกล้ชิดนั้นทำให้เขาได้กลิ่นหอมอ่อนๆจากตัวหญิงสาวที่เขาเคยหลงใหลจนยากจะลืมเลือนดวงตากลมโตหวานซึ้งของเธอกำลังจ้องมองเอกสารในมืออย่างตั้งใจ พวงแก้มใสอมชมพูระเรื่อดูเย้ายวนชวนััยิ่งนักเรียวปากบางอวบอิ่มที่เขารู้ดีว่ามันนุ่มนิ่มแค่ไหนกำลังขยับเคลื่อนไหวเพื่ออธิบายบางอย่างกับเขา
แต่เวลานี้เขาเองไม่สนใจจะฟังเลยสักนิดกลับเลือกที่จะมองความสวยงามเบื้องหน้ามากกว่าและเมื่ออดใจไม่ไหวชายหนุ่มจึงก้มลงไปหอมแก้มนวลตรงหน้าฟอดใหญ่อย่างนึกมันเขี้ยวที่ทำให้เขาหลงใหลจนไม่เป็อันทำอะไร
“คุณธีร์พัฒน์!... แพรไม่ใช่ผู้หญิงที่คุณจะมาทำอย่างนี้ได้นะคะ”
แพรวาใดีดตัวลุกขึ้นยืนมองหน้าชายหนุ่มอย่างโกรธเคืองจริงอยู่ที่เธอไม่ได้รังเกียจเขา แต่เขาก็น่าจะให้เกียรติเธอบ้างอย่างน้อยเธอก็เป็คนของแม่เขาไม่ใช่ผู้หญิงข้างถนนที่เขาจะมาย่ำยียังไงก็ได้
“ฉันว่าผู้หญิงอย่างเธอก็เหมาะอยู่แล้วนี่กับเื่แบบนี้... ฮึ!ทำเป็สะดีดสะดิ้ง”
“คุณธีร์พัฒน์!” แพรวาะโเรียกชื่อชายหนุ่มอย่างเหลืออดมือบางกำเข้าหากันแน่นด้วยความโกรธจัด นี่เขาดูถูกเกลียดชังเธอขนาดนี้แล้วจะให้เธอเข้ามานั่งทำงานในห้องเดียวกับเขาทำไม
เมื่อคิดว่ายังไงเธอก็สู้ชายหนุ่มตรงหน้าไม่ได้หญิงสาวจึงเลือกที่จะไปให้พ้นจากตรงนี้เพื่อสงบสติอารมณ์
“เดี๋ยว! จะไปไหน... เธอกล้าเดินหนีฉันเหรอแพรวา”
ธีรพัฒน์คว้าหมับที่ข้อมือเล็กทันทีที่เห็นว่าหญิงสาวกำลังจะเดินหนีไป
“ปล่อยค่ะ! แพรไม่มีอะไรจะพูดกับคุณ”
คนตัวเล็กพยายามสะบัดแขนให้หลุดจากมือแกร่งที่จับแขนเธอไว้แน่นเหมือนคีมเหล็ก
“แต่ฉันมี”
ธีรพัฒน์กระชากเสียงขมพร้อมทั้งออกแรงกระตุกเพียงนิดเดียว ร่างบางของหญิงสาวก็ปลิวเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว
“อือ... อื้อ!...”
ริมฝีปากหนาเข้าประกบเรียวปากบางอวบอิ่มทันทีทำให้เสียงของหญิงสาวที่กำลังจะเอื้อนเอ่ยคัดค้านออกมาต้องกลืนหายเข้าไปในลำคอสวย
ธีรพัฒน์กระชับวงแขนให้แน่นขึ้นเมื่อหญิงสาวอ้อมกอดพยายามจะดิ้นหนีจากการเกาะกุมของเขาคนตัวเล็กดิ้นขลุกขลักอยู่ในอกแกร่งของชายหนุ่มแค่เพียงไม่นานก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับคนมากประสบการณ์อย่างเขาจูบที่แข็งกระด้างค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็อ่อนโยนเรียกร้องมากขึ้นเรื่อยๆ ลิ้นหนาไล่ต้อนเรียวลิ้นเล็กอย่างมีชั้นเชิงขยับหยอกล้อดูดดึงจนหญิงสาวในอ้อมกอดไร้เรี่ยวแรงจะหยัดยืนมือบางกำสาบเสื้อที่อกของชายหนุ่มไว้แน่นด้วยความรู้สึกสั่นสะท้าน
การตอบสนองที่เงอะงะไม่ประสาของหญิงสาวในอ้อมกอดทำให้ชายหนุ่มมากประสบการณ์แทบคลั่งปล่อยเสียงครางกระหึ่มในลำคอออกมาด้วยความสุขใจอย่างประหลาดไหนจะอาการสั่นน้อยๆเหมือนคนไม่เคยกับเื่อย่างว่านั่นอีกที่ทำให้เขาแทบทนไม่ไหวอยากจะกระโจนจาบจ้วงเข้าใส่เธอเสียให้รู้แล้วรู้รอดไป
เมื่อรู้สึกว่าคนในอ้อมแขนขยับตัวดิ้นขลุกขลักอีกครั้งชายหนุ่มจึงถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่งแสนเสียดายรู้สึกไม่เคยเต็มอิ่มสักทีกับจูบของหญิงสาวตรงหน้า
“แพรวา... เธอหวานเหลือเกิน... หวานจนฉันอดใจไม่ไหว” ธีรพัฒน์กระซิบเบาเหมือนคนละเมอที่ยังคงเคลิบเคลิ้มหลงใหลกับรสจูบที่นุ่มนวลหอมหวาน
“ปล่อยแพรค่ะคุณธีร์” คนได้สติก้มหน้าบอกชายหนุ่มด้วยความเขินอายจนไม่กล้าสบตา
รู้สึกโมโหตัวเองยิ่งนักที่เผลอไผลไปกับเขาได้อย่างไร ทั้งๆที่รู้ว่าเขาไม่มีวันมองเธอในแง่ดีที่เขาทำแบบนี้กับเธอเพราะคิดว่าเธอเป็ผู้หญิงใจง่ายที่ยอมให้เขาย่ำยีได้ทุกครั้งที่เขา้าเท่านั้น
“จะไปไหนก็ไป”
เมื่อได้สติ ธีรพัฒน์รีบสะบัดคนตัวเล็กออกจากอ้อมกอดทันทีแล้วเดินหันหลังกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานของตัวเองเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แพรวาพาตัวเองออกมาจากห้องทำงานของชายหนุ่มด้วยหัวใจที่เจ็บช้ำ
ความรู้สึกน้อยใจแล่นพุ่งขึ้นมาจุกอกจนยากจะเอื้อนเอ่ยอะไรออกมาน้ำตาที่พยายามเก็บกลั้นเอาไว้เอ่อล้นออกมาอย่างท่วมท้นเมื่อหญิงสาวเข้ามาอยู่ภายในห้องน้ำเพียงลำพัง
เขาทำแบบนี้กับเธอได้ยังไงปากก็ต่อว่าดูถูกเหยียดหยามเธอสารพัดแต่การกระทำกับตรงกันข้ามเขาจะเอายังไงกับเธอกันแน่หญิงสาวคิดอย่างสับสนจนเกิดเป็ความอ่อนล้าขึ้นภายในจิตใจ เธอจะต้องทนทำงานกับเขาในสภาพแบบนี้ต่อไปอีกนานแค่ไหนกัน
ฝ่ายคนที่กลืนน้ำลายตัวเองได้แต่นั่งจมอยู่กับความรู้สึกสับสน
เพราะอะไรเขาถึงอยากใกล้ชิดเธอ อยากกอด อยากััอยากจะเรือนร่างบอบบางของหญิงสาวที่เขาบอกว่าเกลียดชังนักหนาทำไมเขาถึงไม่ลืมความหอมหวานจากเรียวปากบางอวบอิ่มนั่นสักทีไหนจะอาการสั่นสะท้านปานลูกนกตกน้ำนั่นอีก ที่ทำให้เขาแทบอดใจไม่ไหว ‘ยัยแม่มด เธอต้องทำเสน่ห์เล่ห์กลใส่ฉันแน่ๆ’ ธีรพัฒน์สบถออกมาเบาๆ
เสียงประตูที่เปิดเข้ามาทำให้คนที่กำลังจมอยู่กับความคิดของตัวเองต้องหันไปมองทันทีด้วยความไม่พอใจ
“แกช่วยเคาะประตูหน่อยได้ไหม ไอ้กร” ธีรพัฒน์หันไปตำหนิคนตรงหน้าที่จู่ๆก็ผลักประตูเข้ามาโดยไม่ให้สุ้มให้เสียง
“เออ ขอโทษที ฉันลืม” ทินกรตอบเ้าของห้องพลางสอดส่ายสายตามองหาคนที่เขากำลังคิดถึง
“แกมองหาอะไร” คนไม่พอใจเอ่ยถามอย่างหงุดหงิด
“คุณแพรไปไหน ฉันไม่เห็นเธอนั่งอยู่ข้างนอกก็เลยเข้ามาดู” คนตามหาหญิงสาวในดวงใจแสดงอาการเป็ห่วงจนปิดไม่มิด
“ฉันไม่รู้” ธีรพัฒน์กระแทกเสียงตอบอย่างไม่สบอารมณ์
“อ้าวไอ้นี่ถามดีๆ ทำไมแกต้องอารมณ์เสียด้วยวะเนี่ย”
“แล้วแกตามหาเลขาฉันทำไม มีธุระอะไรไม่ทราบ”
“ฉันจะชวนคุณแพรออกไปทานข้าวกลางวัน แล้วจะสารภาพความในใจกับเธอ” ทินกรบอกเพื่อนอย่างไม่ปิดบัง
เขาตั้งใจแล้วว่ายังไงวันนี้จะต้องบอกความในใจให้หญิงสาวได้รับรู้ให้ได้ไม่ว่าคำตอบจะเป็อย่างไรเขาก็พร้อมจะยอมรับมัน
“แกแน่ใจแล้วเหรอ”
ธีรพัฒน์รู้สึกเจ็บจี๊ดภายในใจขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุเหมือนกับว่ากำลังจะสูญเสียของสำคัญบางอย่างซึ่งเขาเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร
“ใช่ ฉันรอต่อไปไม่ไหวแล้วหละ ฉันอยากดูแลเธอ” ทินกรตอบอย่างมั่นใจ
เสียงเคาะประตูเบาๆ แล้วถูกเปิดออกด้วยมือบางของหญิงสาวที่กลับเข้ามาด้วยดวงตาที่แดงช้ำเหมือนเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก
เมื่อพบบุคคลที่สามอยู่ภายในห้องกับเ้านายเอาแต่ใจของเธอหญิงสาวจึงเลือกที่จะสลัดความเศร้าหมองภายในจิตใจทิ้งไปแล้วหันมาส่งยิ้มหวานให้กับชายหนุ่มที่เป็ผู้ชายแสนดีในชีวิตของเธอเหมือนเคย
“สวัสดีค่ะ คุณกร”
“ครับคุณแพร เป็ยังไงบ้างครับ หายปวดแขนหรือยัง” ทินกรตรงเข้าไปหาหญิงสาวในดวงใจด้วยความเป็ห่วง
“ดีขึ้นมากแล้วค่ะ”
แพรวายังคงยิ้มหวานส่งให้ชายหนุ่มที่หวังดีแต่กลับดูน่าหมั่นไส้สำหรับชายหนุ่มอีกคนที่นั่งมองการกระทำของคนทั้งสองด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิด‘ทีกับเขาไม่เห็นเธอจะยิ้มแบบนี้ให้เลยสักครั้ง’ ธีรพัฒน์คิดในใจอย่างแค้นเคือง
“แล้วตาไปทำอะไรมาครับคุณแพรทำไมแดงช้ำขนาดนี้” ทินกรใเมื่อเห็นดวงตาของหญิงสาวแดงช้ำ
“อ่อ เมื่อกี้ไม่ทราบอะไรเข้าตาน่ะค่ะก็เลยออกไปล้าง คุณกรมาหาแพรหรือคะ”แพรวาหันเหสายตาหลบเลี่ยงคนจับผิดก่อนจะถามความ้าของชายหนุ่มที่มาหาเธอ
“ครับ วันนี้ผมจะมาชวนคุณแพรออกไปทานข้าวกลางวันด้วยกันน่ะครับ”
“คือ...” หญิงสาวหันไปมองหน้าชายหนุ่มที่เป็เ้านายก็พบว่าเขามองเธออยู่ก่อนแล้ว
“ก็ไปสิ เดี๋ยวฉันจะออกไปข้างนอก คงไม่ได้อยู่ใช้งานเธอหรอก” คนเป็เ้านายตอบเสียงกระแทกกระทั้น รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
“งั้นก็ได้ค่ะคุณกร” แพรวาตอบรับเสียงหวานให้ชายหนุ่มตรงหน้า
เมื่อบุคคลที่สามออกไปจากห้องแล้วแพรวาจึงเดินกลับไปนั่งทำงานของตัวเองอย่างเงียบๆโดยไม่สนใจชายหนุ่มเ้าของห้องอีกเลย
ธีรพัฒน์เมื่อเห็นว่าหญิงสาวร่วมห้องเอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานโดยไม่สนใจจะเงยหน้าขึ้นมามองเขาเลยสักนิดความรู้สึกหงุดหงิดก็บังเกิดขึ้นภายในใจจนยากจะทนไหวทำไมมีแต่เขาที่ทุกข์ร้อนอยากจะพูดคุยกับเธอนักหนานะ
เมื่อหาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้จึงขยับตัวลุกขึ้น แล้วสาวเท้าเดินออกไปจากห้องก่อนที่มือหนาจะกระแทกประตูปิดลงด้วยความโมโหเหมือนเด็กถูกขัดใจ
ณ ร้านอาหารสไตล์ยุโรปที่ถูกตกแต่งให้ดูหรูหราประหนึ่งเป็โรงแรมระดับห้าดาวภายในถูกออกแบบให้ดูโรแมนติกกลมกลืนกับบรรยากาศโดยรอบที่เหมาะสำหรับคู่รัก
ทินกรเดินนำแพรวาไปยังโต๊ะมุมสุดทางเดินที่เขาจองไว้แล้วขยับเก้าอี้ให้หญิงสาวนั่งลงอย่างสุภาพก่อนตัวเองจะไปนั่งยังฝั่งตรงข้ามกับหญิงสาว
“ขอบคุณค่ะ” แพรวายิ้มขอบคุณ
“สั่งอาหารก่อนนะครับคุณแพร” ชายหนุ่มบอกหญิงสาวขณะที่บริกรหนุ่มเดินเข้ามาโค้งคำนับพร้อมทั้งวางเมนูเล่มหนาลงบนโต๊ะที่ปูด้วยผ้าสีขาวสะอาดตา
มือบางพลิกเมนูไปมาดูรายการอาหารที่ส่วนใหญ่เป็สไตล์ยุโรปที่เธอไม่คุ้นเคยจึงเอ่ยให้ชายหนุ่มตรงหน้าสั่งให้ดีกว่า
“เอ่อ... คุณกรสั่งให้แพรดีกว่าค่ะ แพรทานอะไรก็ได้”
“โอเคครับ งั้นเดี๋ยวผมสั่งให้” ทินกรยิ้มให้หญิงสาวแล้วหันไปสั่งรายการอาหารเพียงสองสามอย่างกับบริกรที่ยืนรอรับออร์เดอร์อยู่ข้างๆ
“คุณแพรต้องทานยาก่อนอาหารหรือเปล่าครับ” ชายหนุ่มถามอย่างเป็ห่วง
“ไม่มีค่ะ มีแต่ยาแก้อักเสบที่ต้องทานหลังอาหารเท่านั้นค่ะ”
“อ่อ ครับ เอ่อ... ผู้หญิงของนายธีร์คนนี้ผมก็เพิ่งเคยเจอตัวเป็ๆก็วันนั้นแหละครับ ผมก็ไม่คิดว่าเขาจะโหดร้ายขนาดนี้”
ทินกรชวนหญิงสาวตรงหน้าพูดคุยเพื่อลดอาการเกร็งที่เขาสังเกตได้จากมือของเธอที่ประสานกันอยู่บนตักแน่นิ่งเหมือนไม่รู้จะวางตัวยังไง
“เหรอคะ แพรคิดว่าคุณกรรู้จักเธอเสียอีก”
คำว่าผู้หญิงของนายธีร์ ทำให้คนฟังรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาภายในใจและยิ่งเ็ปมากขึ้นเมื่อคนตรงหน้าพยายามตอกย้ำว่าผู้ชายที่เธอแอบหลงรักนั้นมีเ้าของแล้ว
“ไม่ได้รู้จักเป็การส่วนตัวหรอกครับรู้แค่ว่าเป็คนที่อยู่กับนายธีร์ตลอดเวลาตอนอยู่ที่โน่นเท่านั้น”
ทินกรตอบหญิงสาวออกไปเขาสังเกตเห็นดวงตาคู่สวยของเธอฉายแววเศร้าหมองยามที่เ้าตัวเผลอเมื่อเขาเอ่ยถึงเ้านายของเธอกับผู้หญิงที่ทำให้เธอต้องเจ็บตัว
ไม่นานอาหารก็ถูกลำเลียงมาเสิร์ฟบนโต๊ะจนครบทั้งสองนั่งรับประทานอาหารกันอย่างเงียบๆ พูดคุยกันบ้างเป็ระยะ ซึ่งดูเหมือนจะเป็ฝ่ายชายมากกว่าที่ชวนหญิงสาวคุย
ทินกรรอให้หญิงสาวทานอาหารและทานยาให้เรียบร้อยก่อนจะเอื้อนเอ่ยสิ่งที่เขาเก็บอยู่ในใจมานานให้เธอได้รับรู้
“คุณแพรครับ” ทินกรเรียกหญิงสาวตรงหน้าเสียงนุ่มกว่าทุกครั้ง
“คะ”
แพรวาเงยหน้ามองชายหนุ่มอย่างงงๆ รู้สึกแปลกใจกับแววตาหวานซึ้งที่ชายหนุ่มตรงหน้าส่งให้เธออย่างมีความหมายมากกว่าทุกครั้ง
“ผมชอบคุณ... คุณแพรจะให้เกียรติคบกับผมได้ไหมครับ”
ทินกรพูดขณะเอื้อมมือไปจับมือบางของหญิงสาวที่วางอยู่บนโต๊ะอย่างนุ่มนวลชายหนุ่มหลีกเลี่ยงที่จะใช้คำว่ารัก เพราะอยากให้หญิงสาวได้มีเวลาคบหากับเขาในฐานะแฟนก่อนแล้วจึงค่อยพัฒนาความสัมพันธ์ไปเรื่อยๆ
“เอ่อ... แพร” แพรวาอึกอักเหมือนหาเสียงตัวเองไม่เจอ
คำพูดของชายหนุ่มตรงหน้าทำให้เธอแทบหยุดหายใจ เธอจะตอบเขาอย่างไรดีว่าเธอไม่ได้คิดกับเขาถึงขั้นนั้น ทินกรเป็ผู้ชายคนหนึ่งที่ดูดีและเพียบพร้อมไปหมดทุกอย่างและจะเป็การดีไม่น้อยหากใจเธอกับเขาตรงกันไม่งั้นเธอคงไม่ต้องมานั่งอ้ำอึ้งทำอะไรไม่ถูกกับคำถามของเขาแบบนี้
“หรือว่าคุณแพรรังเกียจผม” ทินกรทำหน้าผิดหวังเมื่อเห็นหญิงสาวตรงหน้าลังเลใจกับการตอบคำถามของเขา
“ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะคุณกร” หญิงสาวรีบปฏิเสธเป็พัลวัน
“แล้วอะไรล่ะครับที่ทำให้คุณแพรต้องอ้ำอึ้งแบบนี้”
“ขอบคุณนะคะคุณกรที่ให้เกียรติแพรขนาดนี้ แต่แพรไม่สามารถรักใครได้อีกแล้วเอ่อ... คือ... แพรมีคนที่อยู่ในใจแล้วค่ะ”
แพรวากลั้นใจบอกคนตรงหน้าตามความเป็จริง เพื่อให้ชายหนุ่มที่แสนดีคนนี้ตัดใจจากเธอเพราะเธอก็ไม่อยากให้คนดีๆและเพียบพร้อมอย่างทินกรต้องเสียโอกาสที่จะได้พบเจอคนที่ดีและคู่ควรกับเขามากกว่าเธอในอนาคต
“ทำไมครับคุณแพร ผมไม่ดีพอเท่าคนๆ นั้นหรือครับ”
ทินกรตัดพ้อหญิงสาวอย่างเ็ปไม่คิดว่าหญิงสาวที่เขาหมายปองจะมีคนรักอยู่แล้วนี่เขาบอกเธอช้าไปอย่างนั้นหรือ
“คุณกรเป็ผู้ชายที่แสนดีในชีวิตของแพรเสมอค่ะแต่แพรรับความรู้สึกนั้นของคุณกรไม่ได้จริงๆแพรไม่อยากทำให้คุณต้องเ็ปและมีความหวังกับแพรเพราะยังไงแพรก็ไม่มีหัวใจจะให้ตอบ ขอโทษจริงๆ ค่ะคุณกร”
แพรวาบอกออกไปด้วยน้ำเสียงที่แสนเศร้าไม่ต่างอะไรจากคนฟังที่ผิดหวังเสียใจจนแทบสิ้นสติ
“หมอคนนั้นใช่ไหมครับคุณแพร...หมอวิทยาคนนั้นใช่ไหมที่อยู่ในใจของคุณแพรมาตลอด”
ทินกรคิดไปถึงผู้ชายที่เป็ศัตรูหัวใจหมายเลขหนึ่งซึ่งเขาคิดว่าเป็คนที่สามารถเอาชนะใจของหญิงสาวได้
“ไม่ใช่ค่ะ พี่วิทเป็พี่ชายที่แสนดีสำหรับแพรที่แพรให้ได้แค่คำว่าพี่ชายเท่านั้นค่ะ”
หญิงสาวก้มหน้าตอบไม่อาจจะสบตาชายหนุ่มตรงหน้าได้เพราะรู้สึกเศร้าใจที่ทำให้เขาผิดหวังแต่เธอก็ไม่อาจโกหกความรู้สึกของตัวเองได้เช่นกัน
“ขอบคุณครับที่บอกกับผมตามตรง”
ทินกรบอกหญิงสาวเสียงเบาหลังจากที่เขาเงียบไปนานจนเธอหวั่นใจคิดว่าเขาคงโกรธเธอมากจนไม่อยากพูดจากับเธออีก
“แพรต้องขอบคุณคุณกรมากกว่าค่ะ ที่มีความรู้สึกดีๆ ให้กับแพร”
“ผมขออะไรจากคุณแพรสักอย่างได้ไหมครับ” ทินกรบอกหญิงสาวเหมือนกำลังตัดใจ
“หากแพรสามารถทำอะไรเพื่อคุณกรได้บ้าง แพรก็ยินดีค่ะ” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มอย่างนึกขอบคุณที่เขาไม่โกรธไม่เกลียดเธอ
“ผมขอเป็เพื่อนสนิทที่คุณแพรไว้ใจและเป็ผู้ชายที่แสนดีในชีวิตของคุณตลอดไปได้ไหมครับ”
ทินกรเผยรอยยิ้มให้หญิงสาวอย่างจริงใจแม้เขาจะไม่ได้หัวใจของเธอมา ก็ขอแค่ได้ดูแลและเป็คนที่เธอไว้ใจยอมให้ใกล้ชิดสนิทสนมด้วยก็พอแค่นี้เขาก็มีความสุขแล้ว ไม่ว่าผู้ชายที่อยู่ในใจของเธอจะเป็ใครก็ตามเขาก็ขอให้เธอมีความสุขและสมหวังกับความรักสำหรับเขาขอแค่ได้อยู่เคียงข้างเธอแบบนี้ตลอดไปก็พอ
“ขอบคุณค่ะคุณกร ขอบคุณที่ไม่โกรธไม่เกลียดแพรแพรยินดีทำทุกอย่างถ้าสิ่งนั้นทำให้คุณกรมีความสุขค่ะ”
แพรวายิ้มเต็มวงหน้าให้กับชายหนุ่มที่ไม่ว่ายังไงก็ยังคงเป็ผู้ชายที่แสนดีในชีวิตของเธอเสมอ
เมื่อสองหนุ่มสาวเปิดใจและปรับความเข้าใจกันได้สักพักบริกรหนุ่มของร้านอาหารหรูก็เดินเข้ามาพร้อมกับดอกกุหลาบสีแดงสดช่อใหญ่ในมือแล้วนำมายื่นให้กับทินกรเพื่อมอบให้กับหญิงสาวในดวงใจที่ตอนนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็เพื่อนสนิทที่ไว้ใจไปแล้ว
ตอนแรกเขาตั้งใจจะสั่งดอกไม้ช่อใหญ่นี้ไว้ให้หญิงสาวเพื่อเป็การตอบแทนที่เธอรับรักจากเขาแต่ถึงตอนนี้แม้คำตอบจะไม่เป็อย่างที่หวัง เขาก็ยินดีจะมอบให้เธอด้วยความจริงใจ
“รับไว้เถอะครับคุณแพร เพื่อมิตรภาพของเรา”
ทินกรย้ำให้ความมั่นใจกับหญิงสาวเพราะเห็นเธอไม่กล้าจะรับดอกไม้ช่อนี้จากเขา
“ขอบคุณค่ะ”
แพรวารับดอกไม้ช่อใหญ่มาไว้ในอ้อมกอดอย่างทุลักทุเลเพราะแขนเธอใช้การได้ข้างเดียว
“อุ่ย! ขอโทษครับ ผมลืมไปว่าคุณแพรเจ็บแขน มาครับเดี๋ยวผมถือให้ก่อนดีกว่า”
ทินกรยิ้มขำให้หญิงสาวตรงหน้าที่พยายามจะอุ้มดอกกุหลาบช่อใหญ่ไว้ในวงแขนเล็กๆของเธอ
“ขอบคุณค่ะ”
หญิงสาวหันไปหัวเราะให้กับทินกรในความตลกเงอะงะของตัวเองที่ตอนนี้ทำอะไรก็ดูไม่ถนัดเกะกะไปซะหมด
“เอ่อ... ผมมีเื่นึงอยากจะขอร้องคุณแพรน่ะครับ”
“อะไรเหรอคะ”
“คือ เื่ที่ผมหน้าแตกในวันนี้อย่าบอกใครได้ไหมครับ โดยเฉพาะนายธีร์เพราะถ้ามันรู้ละก็ คงล้อผมยันลูกบวชแน่ๆ”
ทินกรทำหน้าสยดสยองนึกถึงเพื่อนรักถ้ารู้ว่าเขาสารภาพรักกับผู้หญิงแล้วได้กินแห้วมันต้องหัวเราะแล้วล้อเขาไปอีกนานแน่
“อุปส์! ค่ะๆ แพรจะไม่บอกใคร” หญิงสาวเอามือปิดปากหัวเราะอย่างสุดกลั้นที่ชายหนุ่มทำหน้าตาแปลกๆออกมา
“งั้นเรากลับกันเลยดีกว่านะครับ” ชายหนุ่มยิ้มให้กับหญิงสาวแล้วโบกมือเรียกบริกรเพื่อเช็กบิล
ทินกรมองหญิงสาวที่กำลังใช้มือเล็กๆของเธอลูบไล้ที่ดอกกุหลาบสีแดงตรงหน้าอย่างหลงใหลดูเหมือนเธอจะมีความสุขและไม่เกร็งเวลาอยู่ต่อหน้าเขาเหมือนที่เคยเป็ก่อนหน้านี้อีกแล้วเขาเองก็เหมือนกันที่รู้สึกสบายใจโล่งใจอย่างบอกไม่ถูกเมื่อได้เปิดเผยความในใจให้เธอรู้แม้จะต้องผิดหวังก็ตามแต่เขากลับไม่รู้สึกเสียใจอย่างที่ควรจะเป็หรือนี่จะเป็ความรักอันบริสุทธิ์ที่ใครๆ เขาพูดกันนะความรักที่ไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ ขอแค่ให้คนที่เรารักมีความสุขก็พอ แพรวา...ผมจะเป็ผู้ชายที่แสนดีของคุณตลอดไปผมสัญญา
...............................
สนใจนิยายเล่มนี้ในรูปแบบ E-Book สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่
mebmarket ...และ... ธัญวลัย ...และ... ookbee
หรือ้าลิ้งค์ซื้อ E-Book สามารถติดต่อผู้แต่งได้โดยตรงทาง
E-mail : oilza24@hotmail.com
ไลน์ : oilza_writer
(ในเว็บไม่สามารถวางลิ้งค์ได้ค่ะ)