ยามนี้ทุกคนกำลังจุดธูป ไหว้ต่อพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ทั้งยังขอพรในสิ่งที่ตนปราถนา คนมากหน้าหลายตาบางคนก็เสี่ยงเซี่ยมซี บางคนก็โขลกหัวต่อหน้าพระพุทธรูปไม่หยุด กลิ่นควันธูปก็ลอยทั่วอารามทำให้เหลียนฮวาไม่อาจทนอยู่ต่อได้อีก เมื่อนางไหว้ขอพรเรียบร้อยก็รีบเดินออกไปอยู่ด้านนอกที่มีอากาศปลอดโปร่งทันที ก่อนไปก็บอกกล่าว ฮูหยินใหญ่ไว้ก่อนแล้วว่าไปยืนรอด้านนอกก่อน กลัวจะหานางไม่พบละใกันยกใหญ่
“เหลียนฮวาออกมาสูดอากาศใต้ต้นไม้ใหญ่สักพักก็ได้ยินเหมือนคนกำลังวิ่งมาทางนาง ไม่ทันได้หมุนตัวไปมองก็ถูกเด็กชายตัวสูงกว่าชนเข้าเสียแล้ว”
“โอ๊ย!!”
“โอ๊ย!!”
“เ้ากล้าชนข้ารึ”
“ใครกันแน่ที่ชนใคร ข้ายืนอยู่ตรงนี้ก่อนเ้า เป็เ้าที่วิ่งมาชนข้าเอง!!”
ไอ้เด็กนี่ช่างกล้านัก กล่าวหากันหน้าด้านๆ ต้องสั่งสอนให้รู้ซะบ้าง แกล้งเด็กข้าถนัดนักเชียว ฮึ่ย
“เ้าทำผิดแล้วยังไม่ยอมรับผิดอีกรึ ยังไม่รีบมาพยุงข้าอีก เจ็บเหลือทน”
เหลียนฮวามองสภาพแล้ว เ้าเด็กนี้มันต้องเจอฤทธิ์คนอย่างนางเสียหน่อย ฮึฮึ คิดแผนในหัวเรียบร้อยเสร็จสรรพจึงดำเนินการทันที
นางไม่ตอบเขา และไม่ลุกขึ้น ทั้งยังหลั่งน้ำตา พร้อมเสียงร้องไห้ที่เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆออกมา สร้างความใบนใบหน้าของเด็กชายตรงหน้าเป็อย่างมาก
“เ้า,,,หยุดร้องนะ หยุดสิ ข้าบอกให้หยุดอย่างไรเล่า ”
เว่ยอวิ๋นข่าย เห็นนางเริ่มร้องไห้เสียงดังขึ้นเรื่อยๆก็เริ่มใทำอะไรไม่ถูก รีบเดินเข้าไปห้ามทันที แต่ก็ยังไม่วายสำรวจดูว่านางเป็ใคร
“เ้า…เด็กร้ายกาจตระกูลเซียวนี่”
ฟังไม่ถนัดเลยเงยหน้ามองหน้าเด็กชายตรงที่ตอนนี้ชี้หน้านางด้วยความตื่นตระหนก
“เ้าคิดจะใช้วิธีนี้เพื่อมาเกาะติดข้าใช่หรือไม่ น่ากลัวว่าข้ารู้ทันเ้าเสียแล้ว วางแผนได้ดีทีเดียวเชียว ที่แท้ก็มาดักรอให้ข้าวิ่งมาชนเ้าสิท่า ความคิดช่างตื้นเขินนัก คิดจะตอแยข้าไปถึงเมื่อไรกัน”
พ่นวาจาไม่พอยังใช้สายตาเช่นคนรู้ทันส่งมาให้นางอีกนี่ ช่างฉลาดเหลือทน ฟังจากคำพูดคำจาดูท่า เด็กชายตรงหน้าคนนี้งคงเป็ เว่ยอวิ๋นข่าย บุตรชายสายตรงจวนตระกูลเว่ย ที่เหลียนฮวาตัวร้าย หลงรักหัวปักหัวปำั้แ่เด็ก นั้นเพราะนางเข้าใจว่า เว่ยอวิ๋นข่ายที่ดูสูงส่งเสียดฟ้าเหมาะสมกับนางที่สุดในตระกูลโหวด้วยกัน นางจึงเฝ้าฝันว่าความเหมาะสมของทั้งสองคนเป็สิ่งที่คู่ควรที่สุด นี่ล่ะความคิดเด็กไม่ถึง10ขวบ ไม่รู้ว่าคิดอะไรได้แยบยลจนน่าขัน ยัยเด็กแก่แดดเอ้ย
เหลียนฮวาทบทวนเื่ราวในหัวก็รู้แล้วว่า เด็กชายตรงหน้าอย่าไปยุ่งด้วย เพราะด้วยนิสัยเขาน่ะหรือเกลียดเหลียนฮวาเข้าไส้ เพราะรังเกลียดนิสัยร้ายกาจ เสแสร้ง ชอบตามติดตอแย เขาเป็ที่สุด ด้วยความคิดฝังใจแล้วว่า เขาจะไม่แต่งงานกับหญิงร้ายกาจเช่นนางอีก คิดไปแล้วก็คิดต่ออีกสักนิดต่อไปเ้าเด็กนี่ต้องไปหลงรักน้องสาวของนางเอกของเื่เข้า แต่เพราะหญิงคนนั้นเป็ลูกสาวอนุ เขาจึงไม่สามารถแต่งนางเป็ภรรยาเอกได้ แน่นอนว่าหญิงนางนั้นไม่ยอมเป็เพียงภรรยารองหรืออนุ ตามฉบับนิยายชื่อดังก็ต้องเพียรพยายามไต่ขึ้นเป็ภรรยาเอกให้ได้น่ะสิ แถมยังมีมารอย่างตัวนางไปขัดขวางทางรักของทั้งคู่อีก ยามนั้นจวนเว่ยวุ่นวายยิ่งนัก เพราะเื่รักๆของคุณชายผู้นี้ น่าเห็นใจเขานะ เอาเถอะ พี่สาวจะใจดีไม่แกล้งเ้าแล้วกัน
เหลียนฮวาเช็ดหน้า เช็ดตา หยุดร้องไห้ แล้วจึงลุกขึ้นเดินหันหลังจากไป ไม่สนใจจะตอบคำถามเ่าั้ของเขา
เห็นเช่นนั้น คุณชายท่านนี้จะไปทนไหวได้อย่างไร กล้าเสียมารยาทต่อหน้าข้าถึงเพียงนี้ เขารีบวิ่งไปดักหน้านางทันที ไม่ให้นางก้าวต่อไปได้อีก พร้อมส่งสายตาเหยียดหยามส่งให้นาง
“เ้าจะเอายังไง มาว่าข้าตอแยเ้า พอข้าจะจากไปเ้ามาดักทางข้าเช่นนี้ หาเื่กันชัดๆ”
“ฮึ กล่าวได้ดี เห็นว่าใช้วิธีตอแยข้าไม่ได้ผล ก็เลยแสร้งทำให้ข้าโมโหเ้างั้นสิ ข้ารู้ทันเ้ายิ่งกว่าผู้ใด อย่าได้ทำตัวเช่นนี้อีก ช่างหน้าดูแคลนยิ่ง”
เหลียนฮวา หมดคำจะพูดทันที ช่างเป็เด็กที่หลงตัวเองได้ดีทีเดียว ขนาดพยายามจะออกห่างตัวเขายังวิ่งมาขวางนาง ทั้งยังกล่าวว่านางใช้วิธีนี้ดึงดูดเขางั้นสิ โถ่ว ช่างสร้างความใให้นางเสียจริง
“เอ๊ะ นั้นอะไรน่ะ !! ”
เหลียนฮวา กล่าวพลางชี้มือไปทางด้านหลังเขา แล้วรีบวิ่งผ่านร่างเด็กชายไปทันที นางคร้านจะเสวนากับเด็กจอมหลงตัวเองเช่นนี้ รู้สึกไร้สาระยิ่งนัก
เว่ยอวิ๋นข่าย ได้ยินดังนั้นก็รีบหันไปมองด้วยความใ นึกว่าคนในจวนมาตามกลับไปนั่งสวดมนต์ต่อทั้งที่เขาหนีออกมาได้แล้วเชียว แต่ไม่เห็นใครมาก็เห็นเหลียนฮวา วิ่งออกไปจากบริเวณนี้เสียแล้ว
“เ้ากล้าหลอกข้า กล้าถึงเพียงนี้แล้วรึ ได้เลย เจอกันครั้งหน้าข้าค่อยเอาคืนเ้า เหลียนฮวา”
กล่าวจบก็เดินออกจากบริเวณนั้นทันที
ยามนี้ทุกคนกำลังยืนรอรับเครื่องรางมงคลกู่เฉียนเพื่อพกติดตัวให้เกิดสิริมงคลต่อตัวเอง
“ท่านน้า ข้ามาแล้วเ้าค่ะ”
“เ้ามานี่ มาหาน้าตรงนี้ น้าจะให้เครื่องรางเ้าพกติดตัว จะได้เจริญก้าวหน้า มีเงินไหลมาเทมา พบเจอแต่ความโชคดี ดีหรือไม่”
“ดีเ้าคะ ต่อไปข้าจะได้โชคดียิ่งกว่าเดิมใช่หรือไม่เข้าคะ ท่านน้าก็ต้องพกหลายๆอันหลายนะเ้าคะ ท่านจะได้โชคดียิ่งขึ้นกว่าข้า”
“เ้านี่นะ พูดให้น้าขันได้ตลอด เ้าน่ะ ก็คือความโชคดีของน้าแล้ว”
กล่าวจบก็เดินไปคุยกับฮูหยินรอง กับฮูหยินสาม เพื่อเตรียมตัวกลับจวน เหลียนฮวาไม่รอช้ารีบเดินไปขอ กู่เฉียนมาเพิ่มอีก 2 อัน คิดเพียงว่า สิ่งนี้จะสร้างความประทับใจให้กับสองแม่ลูกนั้นได้ คล้ายๆว่าทำคะแนนเอาใจ เซียวซีเหยียนนั้นละ อย่างน้อยยามเขาเป็แม่ทัพผู้มีอำนาจในกาลหน้า คงนึกถึงกู่เฉียน ที่นางมอบให้ ไม่ลงดาบใส่นาง ก็พอใจแล้ว
เหลียนฮวา ไม่ทันระวังหันไปชนคนเข้า ทำกู่เฉียนอันที่สองตกพื้น นางรีบกล่าวขอโทษแล้วกำลังจะก้มไปหยิบ แต่ไม่ทันไร มีคนหยิบกู่เฉียนยื่นมาตรงหน้านางเสียแล้ว กำลังจะกล่าวขอบคุณที่ช่วยเก็บของให้ ดันได้ยินเสียงยียวนกวนประสาทของ เว่ยอวิ๋นข่าย
“ใครทำตกไว้กันนี่ ข้าเห็นแล้วเหมือนของข้ายิ่งนัก สงสัยมันอยากมาอยู่กับข้า ไม่งั้นคงตกลงตรงหน้าเ้าแล้ว”
กล่าวเช่นนั้นก็ยื่นกู่เฉียนมาตรงหน้านาง แต่วาจาคือสิ่งนี้เป็ของเขา เอาล่ะ ที่แท้ก็มากวนประสาทข้านี่เอง ชะช้า ถ้าไม่ยอมจบ นางคงต้องเอาคืนเสียบ้างแล้ว
เหลียนฮวา มองหน้า เว่ยอวิ๋นข่าย แต่ไม่กล่าววาจาใดๆกับเขา แล้วนางก็เรียก เซียวอี้ผิงทันที
“พี่หญิงรองเ้าคะ ทางนี้เ้าค่ะ ทางนี้ ดูสิคะ นี่ใช่กู่เฉียน พี่หญิงรองหรือไม่เข้าคะ ข้าคุ้นๆว่าเป็ของท่าน”
“เหลียนฮวา เรียกพี่ซะดังเลย เสียมารยาทต่อหน้า คุณชายเว่ยยิ่ง”
กล่าวจบหน้าก็แดงขึ้นมาด้วยความเขินอายอย่างปิดไม่มิดสักนิด
เหลียนฮวารู้ความจริงว่าเซียวอี้ผิงก็หลงรักในตัวของเว่ยอวิ๋นข่ายเช่นกัน แต่ด้วยหน้านางที่ไม่หนาเท่า เหลียนฮวาคนก่อน เลยต้องจำยอมเก็บความลับนี้ไว้ในใจ เหลียนฮวารู้ดีที่สุดกับความรู้สึกนี้ของเซียวอี้ผิง แล้วจะให้นางปล่อยโอกาสนี้ไปได้อย่างไรกัน
“ท่านดูสิเ้าคะ นี่ใช่ของท่านหรือไม่ คล้ายว่าใช่ยิ่งนัก เดี๋ยวข้าขอไปเอากู่เฉียนอีกอันนนะเ้าคะ ท่านลองดูให้ดีเล่านั้นใช่กู่เฉียนของท่านหรือไม่ นานๆทีจะมีคนเช่นนี้เก็บของให้ ใจดียิ่งนัก”
กล่าวเสร็จก็ปรายตามองเว่ยอวิ๋นข่ายด้วยสายตาเ้าเล่ห์ พร้อมทั้งเดินไปขอเครื่องรางกู่เฉียนอีกอัน
เว่ยอวิ๋นช่าย ยอมรับว่ารับมือกับนางในแบบนี้ไม่ไหว แทบจะตั้งตัวไม่ทันเป็หนที่2ของวัน แทนที่นางจะรีบเข้ามาออดอ้อนขอของคืนจากเขา หรือกล่าววาจาอ่อนหวานยอมยกของชิ้นนี้ให้เขา แต่กลับกลายเป็ส่งพี่สาวนางเข้ามาแทน พึ่งรู้สึกว่านางไม่แม้จะอยากคุยกับเขาสักนิดก็ตอนนี้นี่เอง ช่างทำให้การคาดเดาของเขาถึงตัวนางผิดพลาดซ้ำอีกครา รู้สึกว่านางมีความคิดแยบยลขึ้นมากทีเดียวเชียว เพียงเพื่อแค่ทำให้เขาสนใจ ช่างมีลูกเล่นเยอะเสียจริง
“เอ่อ… คุณชายเว่ย น้องสาวข้าไม่รู้มารยาทเท่าไรนัก ขออภัยแทนนางด้วยนะเ้าคะ เพียงแต่พอมองๆดูแล้ว กู่เฉียนชิ้นนี้ ก็…”
“ก็เหมือนๆกันหมด กู่เฉียนชิ้นนี้สงสัยว่าน้องสาว เ้าจะเข้าใจผิด คิดว่าข้าไปหยิบของเ้าเข้าเสียแล้ว”
“เอ่อ…จริงอย่างท่านว่า ความจริงของข้ายังอยู่ที่ตัวข้าไม่ได้ทำหล่นหายที่ใด”
“เช่นนั้น ข้าขอตัวก่อน”
กล่าวพลางมองหาเด็กตัวแสบนั้น อยากรู้นักว่าจะมาไม้ไหนกันแน่ เขาไม่ยอมแพ้ เดินตามหานาง เพื่อคืนกู่เฉียนเสีย จะได้จบๆ ในเมื่อไม่อยากเสวนาด้วยก็ส่งของคืนจะได้สิ้นเื่สิ้นราว ความจริงเขาเพียงรู้สึกว่า เด็กสาวนั้นมีท่าทีที่เปลี่ยนไปเป็อย่างมาก คล้ายเป็คนละคน ดูเป็เด็กรู้ความมากขึ้น ความสงสัยนี้ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะสังเกตนางให้มากกว่าเมื่อก่อน
เซียวอี้ผิง ได้ฟังดังนั้นก็ไม่กล้าเอ่ยถามอันใดกับเขาอีก ได้แต่มองเขามองจากไปด้วยความเสียดาย แต่เหตุใดวันนี้เหลียนฮวาถึงมีใจคิดถึงนางให้นางได้คุยกับ คุณชายเว่ย ปกตินางตอแยไม่ปล่อยเป็แน่แล้ว รึนางจะใช้ข้าเป็ตัวล่อให้คุณชายเว่ยตายใจ ทำเป็ว่านางไม่สนใจเขา ทำให้เขาจับสังเกตได้ เฮอะ ร้ายกาจไม่เบาเลยทีเดียว คิดได้ดังนั้นก็มุ่ยหน้า เดินกลับไปหามารดาตน แต่ก็ไม่วายนึกถึง่ที่ตนสนทนากับเว่ยอวิ๋นข่ายเมื่อสักครู่ก็เกิดหน้าแดงขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้
—————————————————
ตอนนี้อีบุ๊คเื่ย้ำรัก กาลนี้เ้าเป็ของข้าผู้เดียวเล่ม1 ออกแล้วนะคะ ซื้อได้จากทางนี้เลยค่ะ
https://www.mebmarket.com//index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiNjU5MTk5MSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjE3OTUxNCI7fQ&page_no=1