ท่ามกลางความโกลาหลที่เกิดขึ้นในหอวิญญาณบรรพบุรุษ ร่างของ สุนเก่อ ถูกแบกหามอย่างเร่งรีบโดยบ่าวไพร่ชายฉกรรจ์ที่พากันแตกตื่นเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือของฮูหยินใหญ่ เว่ยเสวี่ยเหลียน ก้าวเดินตามร่างที่แน่นิ่งนั้นไปด้วยหัวใจที่เต้นระรัว ไม่ใช่ด้วยความกลัวอาญาแผ่นดินจากการตายของชายชู้ แต่เป็นความกลัวที่จะสูญเสีย "เจ้าชีวิต" ผู้มอบรสกามอันวิปริตให้นางอย่างบ้าคลั่ง
บ่าวไพร่พาเขามายังห้องพักส่วนตัวของพ่อบ้าน ซึ่งตั้งอยู่ในมุมสงบแต่ทว่ามิดชิดของคฤหาสน์ เมื่อก้าวเท้าพ้นธรณีประตูเข้ามา เสวี่ยเหลียนก็ต้องชะงักนิ่งไปชั่วครู่ นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้เหยียบย่างเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของสุนเก่อ และภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าก็ทำให้ความจริงอันน่าสยดสยองประจักษ์ชัดแจ้งยิ่งกว่าครั้งใด
ภายในห้องที่ควรจะเป็นเพียงที่พักของบ่าวไพร่ชั้นสูง กลับถูกประดับประดาด้วยข้าวของล้ำค่าที่ผิดฐานะไปไกลลิบ แสงตะเกียงน้ำมันส่องกระทบเครื่องเรือนไม้พะยูงแกะสลักอย่างประณีต ซึ่งนางจำได้แม่นยำว่าเป็นของสะสมที่หายไปจากคลังส่วนกลางของตระกูลเว่ย ผนังห้องถูกแขวนด้วยภาพวาดพู่กันจีนโบราณฝีมือปรมาจารย์ยุคถังที่ประเมินค่าไม่ได้ ม้วนกระดาษเหล่านั้นล้วนมีตราประทับของบิดานาง เว่ยจง ติดอยู่เกือบทุกชิ้น
บนโต๊ะไม้ข้างเตียงมีเครื่องประดับอัญมณีวางระเกะระกะ ทั้งกำไลหยกเนื้อนวลลูกคิดเงิน และกล่องไม้มุกที่บรรจุทองคำแท่งไว้จนเต็ม แต่สิ่งที่ทำให้เสวี่ยเหลียนหยุดหายใจไปชั่วขณะ คือปิ่นปักผมทองคำลายหงส์คาบแก้วที่วางเด่นหราอยู่บนถาดไม้ ปิ่นเล่มนั้นเป็นของรักของหวงของมารดานางที่หายสาบสูญไปนานหลายปี การหายไปของปิ่นเล่มนี้เองที่ทำให้เว่ยจงเริ่มระแคะระคายและสืบสวนจนนำไปสู่ความขัดแย้ง และจบลงด้วยการถูกสุนเก่อลงมือฆาตกรรมเพื่อปิดปาก
ทว่า... แทนที่จะเกิดความแค้นเคืองหรือความโกรธแค้นต่อฆาตกรที่ขโมยทั้งชีวิตคนในตระกูลและสมบัติพัสถานไป เสวี่ยเหลียนกลับมองสิ่งเหล่านั้นด้วยสายตาที่เย็นชาและว่างเปล่า นางไม่ได้สนใจว่าบรรพบุรุษจะถูกลบหลู่เพียงใด หรือทรัพย์สินจะมลายหายไปเท่าไหร่ ในหัวของนางยามนี้มีเพียงภาพของสุนเก่อที่นอนสลบไสลไม่ได้สติอยู่บนเตียง ร่างกายที่เคยทรงพลังและกระแทกกระทั้น หี ของนางจนสั่นสะท้าน บัดนี้กลับดูอ่อนแอและไร้เรี่ยวแรงอย่างน่าใจหาย
นางเดินผ่านกองสมบัติเหล่านั้นไปโดยไม่แม้แต่จะชายตาแล แล้วทรุดกายลงนั่งข้างเตียง มือเรียวสวยลูบไล้ไปตามใบหน้าอัปลักษณ์ของสุนเก่อที่บัดนี้ซีดเซียว นางรู้สึกถึงความว่างเปล่าที่ก่อตัวขึ้นในท้องน้อย หากสุนเก่อตายไป... ใครจะด่าทอนางว่าเป็นหญิงแพศยา? ใครจะลากนางไปให้ขอทานรุม เย็ด? และใครจะทำให้ห้องบรรพบุรุษแปดเปื้อนไปด้วยน้ำกามได้สะใจเท่าชายผู้นี้อีก?
เสวี่ยเหลียนลุกขึ้นและเดินออกไปที่หน้าประตูห้องด้วยใบหน้าทมึงทึง นางเห็นเหล่าคนงานชาย ทั้ง อาซาน, อาสี่ และพ่อครัวอ้วนสกปรกอย่าง อาเป่า ยืนสลอนกันอยู่หน้าห้องด้วยสีหน้าวิตกกังวล พวกมันไม่ได้ห่วงชีวิตสุนเก่อด้วยความกตัญญู แต่ห่วง "อำนาจคุ้มกะลาหัว" ของพวกมันเอง หากสุนเก่อเป็นอะไรไป ความเสื่อมเสียที่พวกมันเคยรุม เย็ด ฮูหยินใหญ่ตระกูลเว่ยย่อมต้องถูกขุดคุ้ย และหัวของพวกมันคงจะหลุดจากบ่าเป็นแน่
"พวกเจ้ามัวยืนบื้ออะไรกันอยู่!" เสวี่ยเหลียนแผดเสียงตวาดลั่นจนบ่าวไพร่สะดุ้งสุดตัว "ยังไม่รีบไปตามหมอที่เก่งที่สุดในหยางโจวมาอีกหรือไง! ถ้าสุนเก่อเป็นอะไรไปแม้แต่ปลายก้อย ข้าจะสั่งโบยพวกเจ้าให้ตายคามือ แล้วส่งตัวไปให้ทางการจัดการเรื่องที่พวกเจ้าข่มขืนข้า!"
พวกคนงานต่างมองหน้ากันด้วยความหวาดกลัว เสวี่ยเหลียนก้าวเข้าไปใกล้พวกมัน แววตาฉายชัดถึงความวิปริตที่ฝังรากลึก
"จำใส่หัวพวกเจ้าไว้!" นางตะคอกใส่หน้าอาเป่าที่ยืนตัวสั่นพะเยิบ "ที่พวกเจ้ายังมีชีวิตอยู่ได้ และยังมีโอกาสได้มุดเข้ามาใน รูหี ของข้าแบบที่ผ่านมา ก็เพราะสุนเก่อกุมอำนาจในจวนนี้ไว้! ถ้าเขาตาย... พวกเจ้าก็เตรียมตัวตายตามไปได้เลย! แต่ถ้าอยากให้ข้ายังเป็นที่ระบาย ควย ให้พวกเจ้าต่อไป ก็จงไปภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้เขารอดชีวิต และรีบไสหัวไปตามหมอมาเดี๋ยวนี้!"
คำขู่ที่ตรงไปตรงมาและหยาบโลนของฮูหยินใหญ่ทำให้อาซานและอาสี่รีบวิ่งแจ้นออกไปทันทีราวกับหนีตาย นางยืนมองตามหลังพวกมันด้วยลมหายใจหอบถี่ ความหิวกระหายในรสกามทำให้ความสง่างามของกุลสตรีหายไปจนสิ้น เหลือเพียงหญิงร่านที่ต้องการรักษา "อาวุธ" ที่ใช้ย่ำยีนางเอาไว้ให้ได้นานที่สุด
เสวี่ยเหลียนเดินกลับเข้ามาในห้อง ปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา นางกลับมานั่งข้างเตียง กุมมือเหี่ยวแห่นของสุนเก่อไว้แน่น
"อย่าเป็นอะไรไปนะ... เจ้าเดรัจฉานของข้า" นางพึมพำกระซิบชิดหูสุนเก่อ "ข้ายังเขียนบันทึกราคีเล่มใหม่ไม่จบ... ข้ายังต้องการให้เจ้าลากข้าไปให้คนทั้งเมืองเห็นความร่าน... เจ้าจะทิ้งข้าไปในสภาพที่ข้ากำลังอยากขนาดนี้ไม่ได้..."
นางจ้องมองไปที่ปิ่นหงส์ของมารดาที่วางอยู่บนโต๊ะ ทรัพย์สินมหาศาลที่สุนเก่อปล้นชิงไป บัดนี้สำหรับนางมันเป็นเพียงเศษเหล็กเศษหิน หากเทียบกับท่อน ควย ดำคล้ำที่เคยกระแทกมดลูกนางจนสำลักความสุข นางพร้อมจะแลกสมบัติทุกชิ้นในห้องนี้ เพียงเพื่อให้สุนเก่อฟื้นขึ้นมาฟาดฝ่ามือลงบนก้นของนาง และสั่งให้นางคุกเข่าดูดอมความอัปยศนั้นอีกครั้งต่อหน้าป้ายวิญญาณบรรพบุรุษ
ผ่านไปครู่ใหญ่ เสียงฝีเท้าและเสียงพูดคุยดังขึ้นที่หน้าห้อง บ่งบอกว่าหมอชราที่เก่งที่สุดและเย่อหยิ่งที่สุดในหยางโจวถูกพามาถึงแล้ว เสวี่ยเหลียนที่ตอนได้เปลี่ยนกลับเป็นชุดไว้ทุกข์เรียร้อยแล้วเหลือเพียงก่อนคาวกามที่ยังคงติดตัวนางเพราะนางยังไม่ได้อาบน้ำ
เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของชายชราก้าวพ้นธรณีประตูห้องเข้ามา พร้อมกับกลิ่นสมุนไพรแห้งที่ลอยโชยขัดกับกลิ่นคาวกามที่ยังตกค้างอยู่ในอากาศ ท่านหมอไป๋ หมอผู้เลื่องชื่อและหยิ่งยโสที่สุดในหยางโจวเดินถือกล่องยาใบเขื่องเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตาที่ฝ้าฟางกลับฉายแววพินิจพิจารณาทุกสรรพสิ่งรอบกาย
เขามองเห็นร่างของพ่อบ้านสุนเก่อนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง และที่สำคัญไปกว่านั้น เขาเห็นผู้นำตระกูลเว่ยอย่าง เว่ยเสวี่ยเหลียน นั่งเฝ้าไข้อยู่ข้างเตียงในชุดไว้ทุกข์สีขาวบริสุทธิ์
เสวี่ยเหลียนรีบลุกขึ้นต้อนรับ ชุดผ้าฝ้ายหยาบของสาวชาวบ้านที่นางใส่ไปตะลอนตลาดถูกถอดทิ้งไปแล้ว บัดนี้นางกลับมาสวมชุดไว้ทุกข์สีขาวสะอาดตาอันเป็นสัญลักษณ์ของหญิงหม้ายผู้ถือศีลกินเจ ทว่าภายใต้ความขาวสะอาดที่หลอกตานั้น ร่างกายของนางกลับยังไม่ได้ผ่านการอาบน้ำชำระล้างคราบกามจากสมรภูมิบนรถม้าและในหอวิญญาณเลยแม้แต่น้อย
ทันทีที่หมอไป๋เดินเข้ามาใกล้ กลิ่นสาบสางของน้ำกามที่แห้งกรังอยู่ตามง่ามขาและน้ำรักที่เปรอะเปื้อนตามซอกคอของนางก็โชยเข้าจมูกของชายชราอย่างจัง มันเป็นกลิ่นคาวข้นที่รุนแรงและดิบเถื่อน ผิดวิสัยของหญิงหม้ายที่ควรจะครองตัวให้บริสุทธิ์ผุดผ่อง กลิ่นนั้นฟ้องชัดว่านางเพิ่งผ่านการถูก เย็ด อย่างหนักหน่วงมาไม่กี่ชั่วยามก่อนหน้า
หมอไป๋ชะงักไปเล็กน้อย จมูกของเขาขยับสูดดมกลิ่นนั้นอย่างไม่เชื่อสายตา ในหัวของเขานึกถึงหนังสือ "บันทึกราคี" ที่กำลังเป็นข่าวฉาวไปทั่วเมืองหยางโจว เขาเองก็เป็นคนหนึ่งที่ได้แอบอ่านเรื่องราวของฮูหยินตระกูลใหญ่ที่ร่านสวาทจนต้องบันทึกไว้ และภาพตรงหน้า... กลิ่นตรงนี้... มันตอกย้ำว่าเรื่องราวลามกเหล่านั้นอาจไม่ใช่เพียงนิยายประโลมโลก
"คารวะท่านหมอไป๋" เสวี่ยเหลียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้ดูเป็นกังวลแบบกุลสตรี "รบกวนท่านแล้วที่ต้องมาถึงที่นี่ในยามวิกาล"
"ไม่เป็นไรหรอกฮูหยิน..." หมอไป๋ตอบพลางพยายามรักษาท่าที แต่สายตาของเขากลับเหลือบมองรอยแดงจาง ๆ ที่ซอกคอของนางซึ่งโผล่พ้นสาบเสื้อไว้ทุกข์ออกมา "ข้าก็แค่แปลกใจ... ที่เห็นฮูหยินให้ความสำคัญกับพ่อบ้านถึงขนาดมาเฝ้าด้วยตัวเองเช่นนี้"
"สุนเก่อเป็นคนเก่าแก่ของตระกูลเว่ย" นางมุสาหน้าตายพลางแสร้งบีบน้ำตา "เขาทำงานรับใช้ท่านพ่อและข้ามานาน ข้ามิอาจนิ่งดูดายได้"
หมอไป๋ไม่พูดอะไรต่อ เขาเดินไปที่เตียงแล้วเริ่มตรวจชีพจรของสุนเก่อ มือที่เหี่ยวย่นจับข้อมือของพ่อบ้านเฒ่าไว้ครู่หนึ่ง ก่อนจะเลิกแขนเสื้อและเปิดเปลือกตาดูอาการ ทันทีที่เขาตรวจตราไปได้สักพัก คิ้วหนาของหมอชราก็ขมวดเข้าหากันจนเป็นปม
เขาเหลือบมองไปยัง ควย ยักษ์ของสุนเก่อที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าห่ม ซึ่งยังมีรอยคราบน้ำกามแห้งกรังติดอยู่ตรงปลายหัวหยักที่โผล่พ้นกางเกงออกมา หมอไป๋ลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความตื่นตะลึง อาการของชายผู้นี้ไม่ใช่โรคระบาดหรือถูกยาพิษ แต่มันคืออาการ "หยางพร่อง" อย่างรุนแรงจากการที่โหม เย็ด อย่างบ้าคลั่งจนร่างกายรับไม่ไหว พูดให้ชัดก็คือสลบคาหีนางนั่นเอง
"เป็นอย่างไรบ้างท่านหมอ?" เสวี่ยเหลียนถามอย่างกระวนกระวาย "เขาจะหายไหม? เขาจะกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมหรือไม่?"
นางไม่ได้ถามว่าเขาจะรอดไหม แต่นางกังวลว่าเครื่องจักรสังหารทางกามของนางจะกลับมาทำงานได้อีกเมื่อไหร่
หมอไป๋หันมามองนาง สายตาของเขาเริ่มเปลี่ยนจากความนับถือเป็นความหิวกระหายแบบบุรุษเพศ เขาเห็นผิวพรรณที่นวลเนียนของนางเห็นความร่านที่ซ่อนอยู่ใต้ชุดขาวที่เหม็นคาวน้ำกาม
"ฮูหยิน... ข้าจะพูดตรง ๆ นะ" หมอไป๋เอ่ยด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ "อาการของพ่อบ้านท่าน... มันเกิดจากความผิดปกติของธาตุหยินหยาง ร่างกายของเขาถูกสูบกินพลังชีวิตไปอย่างมหาศาล... หากพูดตามภาษาชาวบ้าน ก็คือเขาร่วมรักมากเกินไปจนธาตุไฟในกายแตกซ่าน"
เสวี่ยเหลียนชะงักไปเล็กน้อย นางรู้ดีว่าคำว่า "ร่วมรักมากเกินไป" นั้นหมายถึงอะไร แต่นางก็แสร้งทำเป็นไม่เข้าใจ "แล้ว... แล้วต้องทำอย่างไรเจ้าคะ?"
หมอไป๋เห็นท่าทางกระวนกระวายของนาง เขาก็เริ่มสันดานพ่อค้าที่ชอบโก่งราคาคนรวย ยิ่งเขาเห็นว่านางสนใจในตัวพ่อบ้านคนนี้มากเกินปกติ เขาก็ยิ่งได้ใจ
"การรักษาให้ฟื้นน่ะไม่ยาก... แต่การจะทำให้เขากลับมามีความสามารถในการ 'ร่วมรัก' ได้ดั่งเดิมนั้น ลำบากยิ่งนัก" หมอไป๋แกล้งถอนหายใจยาว "เขาเสียพลังหยางไปมาก ควยของเขาอาจจะใช้งานไม่ได้อีกตลอดไป... เว้นเสียแต่ว่า..."
"เว้นเสียแต่อะไรเจ้าคะ! ท่านต้องรักษาเขาให้ได้นะ ไม่ว่าต้องจ่ายเท่าไหร่ข้าก็พร้อม!" เสวี่ยเหลียนโพล่งออกมาอย่างลืมตัว แววตาของนางแสดงออกชัดเจนว่าโหยหาท่อนเอ็นของสุนเก่อย่างถึงที่สุด
หมอไป๋แสยะยิ้มในใจ เขาอ่านเกมออกหมดแล้ว ฮูหยินคนนี้ไม่ได้แค่ห่วงบ่าว แต่นางกำลังลงแดงเพราะขาด ควย
"ต้องใช้ยาสมุนไพรลับที่สกัดจากโสมพันปีผสมกับดีงูเหลือมเขาไท่ซาน" หมอไป๋อ้างชื่อยาที่ไม่มีอยู่จริงเพื่อเรียกราคา "ตัวยานี้หายากยิ่งนัก และข้าเหลืออยู่เพียงชุดเดียวที่มีลูกค้าท่านหนึ่งจองเอาไว้แล้วด้วยราคาสูงลิ่ว... หากฮูหยินต้องการ ข้าคงต้องขอค่าเสียเวลาเพิ่มเป็น ๑๐๐ ตำลึงทอง"
เสวี่ยเหลียนที่เกิดในตระกูลพ่อค้าเกลือ นางรู้ทันทีว่าหมอชราผู้นี้กำลังเล่นแง่โก่งราคาเกินจริง ยาบ้าบออะไรจะราคาถึง ๑๐๐ ตำลึงทอง ทว่าสำหรับนางในยามนี้ เงินทองทองคำเป็นเพียงเศษธุลีเทียบไม่ได้เลยกับรสกามของสุนเก่อที่นางเสพติด
"๑๐๐ ตำลึงทองไม่มีปัญหา ข้าพร้อมจ่ายทันที" นางตอบกลับอย่างรวดเร็ว
หมอไป๋ตาโตขึ้นเมื่อเห็นนางตกหลุมง่ายดายเช่นนั้น แต่ความโลภของเขามันพุ่งไปไกลกว่าแค่เรื่องเงิน เขาขยับตัวเข้าไปใกล้เสวี่ยเหลียนจนได้กลิ่นคาว หี ที่โชยออกมาจากใต้กระโปรงไว้ทุกข์ของนางชัดเจนขึ้น กลิ่นนั้นมันปลุกอารมณ์ใคร่ของหมอชราจน ควย ในกางเกงเริ่มแข็งขึงตามไปด้วย
"เรื่องเงินน่ะเรื่องเล็กฮูหยิน... แต่ลูกค้าที่จองยาไว้เขาเป็นขุนนางใหญ่ ข้าลำบากใจจริงๆ ที่จะผิดนัดเขา" หมอไป๋ทำสีหน้าลำบากใจจอมปลอม สายตาของเขาจ้องเขม็งไปที่หน้าอกอวบอิ่มของเสวี่ยเหลียนที่กระเพื่อมไหวอยู่ใต้ผ้าคาดอก "หากฮูหยินอยากให้ข้าเมินเฉยต่อลูกค้าท่านนั้น... ท่านอาจจะต้องมี 'อะไรแลกเปลี่ยน' เพิ่มเติมสักเล็กน้อย เพื่อแสดงถึงความจริงใจ"
เสวี่ยเหลียนมองสบตาหมอชรา นางเห็นความกระหายในแววตานั้น และนางก็เดาได้ทันทีว่า "อะไรแลกเปลี่ยน" ที่ว่านั้นคืออะไร นางไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองที่ถูกล่วงเกินด้วยวาจา กลับกัน ความร่านในกายของนางกลับขานรับข้อเสนอนั้นอย่างรวดเร็ว นางอยากรู้ว่ารสชาติของหมอชราที่อ้างธาตุหยินหยางเก่งนักหนา จะสู้รสชาติของพ่อบ้านโฉดได้หรือไม่
นางคลี่รอยยิ้มยั่วยวนออกมา ใบหน้าที่เคยดูโศกเศร้าเปลี่ยนเป็นใบหน้าของนางแพศยาที่พร้อมจะพังทลายศีลธรรมทุกอย่าง
"ท่านหมอไป๋..." นางพูดเสียงพร่าพลางก้าวเข้าไปประชิดตัวเขา "อะไรกัน... เรื่องแค่นี้เอง ทำไมท่านไม่บอกข้าตั้งแต่แรกเล่าเจ้าคะ?"
มือเรียวสวยของนางยื่นออกไปปลดสายรัดเอวของชุดไว้ทุกข์สีขาวออกอย่างเชื่องช้าต่อหน้าต่อตาหมอชรา ผ้าไหมสีขาวร่วงหล่นลงไปกองที่พื้น เผยให้เห็นเพียง เอี้ยมบังทรง สีแดงสดแบบสตรีสมัยถังที่ปกปิดทรวงอกนิ่มหยุ่นไว้เพียงครึ่งเดียว ร่องรอยสีแดงจากการถูกสุนเก่อบีบเค้นยังคงเด่นหราอยู่บนผิวขาวนวล
หมอไป๋ถึงกับอ้าปากค้าง เมื่อฮูหยินผู้สูงศักดิ์เดินเข้ามาหาเขาในสภาพกึ่งเปลือย ท่ามกลางกลิ่นคาวกามที่ฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง
"ในเมื่อท่านอยากรู้ว่าเรื่องในหนังสือเป็นความจริงหรือไม่..." เสวี่ยเหลียนกระซิบพลางเอื้อมมือลงไปกำ ควย ของหมอไป๋ผ่านเนื้อผ้ากางเกง "ข้าก็จะให้ท่านได้ 'ตรวจร่างกาย' ข้าอย่างละเอียดเองเป็นไง?"