บทที่ 30 มอบของขวัญเล็กน้อย ขอยืมของบางอย่างมาใช้!
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่มอบของสำเร็จ!]
[สิ่งของที่มอบ : โอสถบำรุงลมปราณระดับหนึ่งขั้นต่ำสิบขวด]
[ได้รับสิ่งตอบแทนสิบเท่า : โอสถกักเก็บิญญาระดับสองขั้นต่ำหนึ่งขวด]
[ติ๊ง! การตอบแทนครั้งนี้เกิดการคริติคอล!]
[ระดับคริติคอล : สามดาว]
[ได้รับสิ่งของ : โอสถเทพทองคำระดับสามขั้นกลางหนึ่งขวด]
...
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่มอบของสำเร็จ!]
[สิ่งของที่มอบ : ยันต์ะเิเพลิงระดับสองขั้นต่ำหนึ่งแผ่น]
[ได้รับสิ่งตอบแทนสิบเท่า : ยันต์ะเิัระดับสามขั้นต่ำหนึ่งแผ่น]
[ติ๊ง! การตอบแทนครั้งนี้เกิดการคริติคอล!]
[ระดับคริติคอล : สามดาว]
[ได้รับสิ่งของ : ยันต์เพลิงดอกบัวระดับสามขั้นสุดยอดหนึ่งแผ่น]
[้ารับหรือไม่?]
"หืม? ของที่ตอบแทนกลับมาเป็ระดับสามทั้งหมดเลย ไม่เลว ไม่เลว!
โดยเฉพาะยันต์ระดับสามนี่ เกรงว่าคงส่งผลกระทบต่อผู้บำเพ็ญระดับแกนทองคำหรือเซียนแท้ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว!"
หลินม่อดวงตาเป็ประกาย ยันต์ระดับสามนั้นถือว่าล้ำค่าอย่างยิ่ง!
ในตระกูลซูทั้งตระกูลเกรงว่าคงไม่มีแม้แต่แผ่นเดียว ต่อให้เอาไปไว้ที่สำนักชิงอวิ๋น ก็ยังเป็สมบัติที่ทำให้ผู้คนต้องอิจฉา ถึงขั้นเป็ไพ่ตายของพวกระดับแกนทองคำหรือเซียนแท้ทั่วไปเลยทีเดียว!
โดยเฉพาะระดับสามขั้นสุดยอดยิ่งหาได้ยากยิ่ง
ระดับของสิ่งของจะสอดคล้องกับขอบเขตของผู้บำเพ็ญเพียร หากไม่ใช่เพราะหลินม่อมีระดับบำเพ็ญเพียงระดับสร้างรากฐานขั้นที่หนึ่ง ลองเปลี่ยนเป็ผู้บำเพ็ญระดับสร้างรากฐานขั้นสูงสุดมาใช้งานดู แม้แต่ระดับแกนทองคำหรือเซียนแท้ก็ยังต้องหลีกทางให้!
"ยังมีโอสถเทพทองคำระดับสามขั้นกลางนี่อีก!
ว่ากันว่า โอสถนี้มีไว้เพื่อเพิ่มพูนตบะให้กับระดับแกนทองคำหรือเซียนแท้
หากข้ากินเข้าไปตรง ๆ เกรงว่าคงต้องละลายน้ำดื่มเสียมากกว่า!"
หลินม่อเดาะลิ้น เขากลับเข้าไปในห้อง แล้วท่องในใจเบา ๆ ว่า 'รับ'
วูบ~
สิ้นเสียงคำพูด แสงสว่างวาบขึ้นตรงหน้า โอสถสีทองอร่ามเม็ดหนึ่งและแผ่นยันต์ที่แผ่กลิ่นอายร้อนแรงปรากฏขึ้นต่อหน้าเขา นั่นคือโอสถเทพทองคำและยันต์เพลิงดอกบัวระดับสามขั้นสุดยอด!
"ซี้ด! กลิ่นหอมของโอสถรุนแรงมาก!
ส่วนยันต์นี่ ทั้งที่ยังไม่ได้กระตุ้นใช้งานแต่กลับร้อนแรงขนาดนี้!"
หลินม่อสูดลมหายใจเข้าลึก เขารีบเก็บยันต์ลงในถุงเก็บของ จากนั้นจึงใช้เล็บขูดเศษโอสถเทพทองคำออกมาเพียงเล็กน้อยอย่างระมัดระวังแล้วส่งเข้าปากทันที
ตูม!
ทันทีที่โอสถเข้าปากแม้จะเป็เพียงเศษเสี้ยวเดียว แต่มันกลับกลายเป็พลังิญญาอันบ้าคลั่ง ที่พลุ่งพล่านไปทั่วเส้นเอ็นและกระดูกทั่วร่างของหลินม่อในทันที!
หลินม่อรู้สึกว่าร่างกายสั่นสะท้าน ร่างกายราวกับกำลังจะลุกเป็ไฟ!
"โอ้โห! โอสถนี้มีฤทธิ์รุนแรงถึงเพียงนี้เชียวหรือ?!
ร่างกายของข้า!" หลินม่อคำราม
เขาไม่กล้าชะล่าใจ รีบโคจรเคล็ดวิชาเพื่อปรับสมดุลพลังิญญาภายในร่างกาย ผลของโอสถนี้เหนือกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้มาก
ครืน!
เสียงกัมปนาทดังขึ้นอีกครั้ง! พลังโอสถค่อย ๆ ถูกหลินม่อดูดซับ กลิ่นอายทั่วร่างพุ่งสูงขึ้นช้า ๆ ไม่นานนัก กลิ่นอายที่ลึกลับซับซ้อนก็พวยพุ่งขึ้นมาจากภายในร่างกายของเขา!
"สร้างรากฐานขั้นที่สอง!"
หลินม่อลืมตาขึ้น ในดวงตามีประกายเจิดจ้าเข้มข้น
"โอสถเทพทองคำนี่สมกับเป็โอสถระดับสามจริง ๆ! ข้ากินไปเพียงเศษผงนิดเดียวก็ทะลวงขั้นสร้างรากฐานขั้นที่สองแล้ว
หากกินโอสถเม็ดนี้จนหมด จะสามารถก้าวเข้าสู่ระดับสร้างรากฐานขั้นปลายได้เลยหรือไม่?"
หลินม่อมีสีหน้าตื่นเต้น จากนั้นเขาก็ขูดเศษโอสถออกมาอีกเล็กน้อย
ตูม!
พลังโอสถปะทุขึ้น กวาดไปทั่วร่างในพริบตา
สร้างรากฐานขั้นที่สอง มั่นคงอย่างสมบูรณ์!
ทว่า กลับไม่สามารถก้าวเข้าสู่สร้างรากฐานขั้นที่สามได้ตามที่เขาคิด!
"หืม? ดูเหมือนจะเริ่มดูดซับยากแล้ว เป็เพราะฤทธิ์ยาที่ยังหลอมรวมไม่หมดสิ้นหรือเปล่า?" หลินม่อขมวดคิ้ว
เขาไม่กล้ากินเพิ่มอีก เพราะเขารู้สึกว่าร่างกายเริ่มจะรับพลังจนเกินขีดจำกัดแล้ว เกรงว่าหากฝืนอีกครั้ง แทนที่ระดับบำเพ็ญจะทะลวงผ่าน อาจจะะเิตัวเองทิ้งเสียก่อน
"เฮ้อ~ สร้างรากฐานขั้นที่สอง ก็นับว่าเร็วพอแล้ว" หลินม่อถอนหายใจยาว
ต้องรู้ว่า ั้แ่เขาทะลวงระดับจากกลั่นลมปราณขั้นที่หนึ่ง ก้าวเข้าสู่ระดับสร้างรากฐาน จนถึงสร้างรากฐานขั้นที่สองในตอนนี้ ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน
หากพูดตามความเป็จริง นี่คือไม่ถึงครึ่งเดือนด้วยซ้ำ
ความเร็วระดับนี้หากคนภายนอกรู้เข้า เกรงว่าคงใจนตาค้าง
"ระดับสร้างรากฐานทั่วไป แม้จะทะลวงจากขั้นที่หนึ่งไปขั้นที่สอง อย่างน้อยต้องใช้เวลาหลายปี
ต่อให้เป็พวกอัจฉริยะ คาดว่าอย่างน้อยที่สุดก็ต้องใช้เวลาหนึ่งปี
แต่ข้าใช้เวลาเพียงสิบกว่าวัน ช่างรวดเร็วเหลือเกิน!"
หลินม่อฉีกยิ้ม เขาััถึงพลังิญญาอันมหาศาลในร่างกายแล้วลุกขึ้นยืน
"สุสานบรรพจารย์กำลังจะเปิด ถึงเวลาต้องไปหาตาแก่นั่นแล้ว
มีตาแก่นั่นอยู่ด้วย วาสนาในสุสานบรรพจารย์นี้คงให้ข้าเลือกได้ตามใจชอบเลยสินะ?"
ตาแก่ที่หลินม่อพูดถึงย่อมหมายถึงตานเฉินจื่อ
หลายวันมานี้ เซียวเยี่ยนมักจะแวะมาที่ตระกูลซูบ่อย ๆ
เบื้องหน้าทำทีเป็มาเรียนวิชากระบี่กับซูชิงลั่ว แต่ความจริงคือ้าสร้างความสนิทสนมกับหลินม่อ
แม้จะไม่มีประโยชน์อะไรมาก แต่ก็ถือว่าทำให้คุ้นหน้าคุ้นตากัน
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลินม่อจึงยกมือขึ้นร่ายอาคม
"วิชาจดหมายิญญา!"
วูบ~
พลังิญญาไหลเวียน กลายเป็นกกระดาษสีเขียวในพริบตา
จากนั้นมันก็บินออกจากห้อง โดยมีััิญญาของหลินม่อนำทาง พุ่งตรงไปยังเซียวเยี่ยนที่กำลังฝึกกระบี่อยู่ที่สวนหลังบ้าน!
...
"ใครกัน? มาขัดขวางการฝึกกระบี่ของข้า!"
ที่สวนหลังบ้านตระกูลซู เซียวเยี่ยนจ้องมองด้วยความโกรธ
เขาเพิ่งจะฝึกเพลงกระบี่ชุดหนึ่งจบ แต่กลับไม่เกิดความตระหนักรู้ใด ๆ เลย
ในขณะที่อารมณ์กำลังหงุดหงิด กลับเห็นนกกระดาษสีเขียวบินมาอยู่เหนือศีรษะ
"ตัวอะไรน่ะ?" เซียวเยี่ยนชะงัก
เขายกมือขึ้นหมายจะคว้ามันไว้
"หยุดนะ!"
ทันใดนั้น เสียงตวาดเ็าก็ดังขึ้น ร่างกายของเซียวเยี่ยนแข็งทื่อ
"ตานเหล่า เกิดอะไรขึ้นหรือ?"
"นั่นคือท่านผู้นั้นกำลังส่งสารหาเ้า
รีบไปเดี๋ยวนี้ อย่าให้ล่าช้า!"
เสียงของตานเหล่าดังขึ้นในหัวของเซียวเยี่ยน
เซียวเยี่ยนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรู้ทันทีว่าท่านผู้นั้นที่ตานเหล่าพูดถึงคือใคร
เขารีบชักมือกลับทันที
"ขอรับ ผู้น้อยจะรีบไปเดี๋ยวนี้!
ขอบคุณตานเหล่าที่เตือน"
เซียวเยี่ยนค้อมตัวคำนับแล้วรีบจากไปอย่างเร่งรีบ
ในใจของเขารู้สึกประหม่าอย่างมาก เพราะนี่คือการส่งสารจากหลินม่อ
ชั่วขณะหนึ่งเขาถึงกับทำตัวไม่ถูก พอเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ประตูห้องของหลินม่อก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
"ผู้น้อยเซียวเยี่ยน ขอเข้าพบท่านผู้าุโขอรับ"
เซียวเยี่ยนสูดลมหายใจลึก แล้วยกมือเคาะประตู
"เข้ามา"
เสียงเรียบเฉยของหลินม่อดังมาจากในห้อง
เซียวเยี่ยนผลักประตูเข้าไป
เบื้องหน้าคือหลินม่อในชุดคลุมสีดำสนิท นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้ ใบหน้าหล่อเหลานั้นดูลึกลับและน่าเกรงขามยิ่งนัก
"ท่านผู้าุโ!" เซียวเยี่ยนรีบทำความเคารพ
"เซียวเยี่ยน ไม่ต้องเกร็ง นั่งลงก่อนเถอะ" หลินม่อยิ้มบาง ๆ
"ขอรับ ขอบคุณท่านผู้าุโ!"
เซียวเยี่ยนนั่งลงในตำแหน่งที่ต่ำกว่าหลินม่อตามคำบอก
"เ้าหนู เ้าคงรู้แล้วว่าสุสานบรรพจารย์แห่งเต๋ากำลังจะเปิด ดังนั้น วันนี้ที่ข้าเรียกเ้ามา เพราะอยากจะขอยืมของบางอย่างจากเ้า"
"ยืม... ของ? ยืมอะไรหรือขอรับ... หรือว่า..."
เซียวเยี่ยนดูเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างออก สีหน้าพลันเปลี่ยนเป็หวาดกลัวทันที!
"ท่านผู้าุโคงไม่ได้คิดจะขอยืมศีรษะของผู้น้อยไปใช่ไหมขอรับ?!"
"เอ่อ..."
หลินม่อถึงกับพูดไม่ออก เ้าเด็กนี่จินตนาการล้ำเลิศเกินไปแล้ว
ไปเรียนรู้เื่แบบนี้มาจากไหนกัน
แต่ประโยคนี้ก็นับว่าใช้ได้
คราวหน้าก่อนจะฆ่าใคร เขาสามารถใช้เป็คำขู่ข่มขวัญได้
หึหึ...
หลินม่อระงับความคิดฟุ้งซ่านในใจ และปรับสีหน้าให้จริงจัง
เขากระแอมไอสองสามครั้ง
"อะแฮ่ม เ้าพูดอะไรของเ้า? หัวของเ้าจะมีประโยชน์อะไร
ข้าเพียงแค่อยากจะขอยืมตัวตานเหล่ามาใช้ชั่วคราวเท่านั้น" หลินม่อส่ายหน้าเบา ๆ
"ตานเหล่า? ยืมตานเหล่าไปทำอะไรหรือขอรับ?"