อาร์.ดี.จําต้องกลับมาริเวอร์เบนด์อีกครั้งและต้องเผชิญการตัดสินใจที่ยุ่งยากมาก แม่ของเขา แอ๊บบิเกล หลุยส์ ลอว์สัน ซึ่งทุกคนเรียกนางว่า ‘แอ๊บบี้ ลู’ ไม่สามารถทํางานในไร่ต่อไปได้เพียงลําพัง ขณะเดียวกันก็มีเงินมากพอจะจ้างคนงานเข้ามาช่วย แต่เขาจะอยู่ที่นี่และทํางานในไร่ของตนเองต่อไปได้อย่างในเมื่อชีวิตจิตใจของเขามุ่งอยู่แต่เื่น้ำมันเสียแล้ว? และที่เลวร้ายยิ่งไปกว่านั้นเด็กสาวเพื่อนบ้านผู้มีเรือนร่างผอมบางมีชื่อว่าเฮเลน เรซิมป์สันได้เจริญวัยขึ้นเป็สาวสวยอย่างที่เขาคาดไม่ถึงและอาร์.ดี.ก็ได้พบว่าตัวเองกําลังมีความรักเกิดขึ้นในหัวใจเสียแล้ว
เมื่อตัดสินใจได้อย่างแน่วแน่ว่าจะทําแต่เฉพาะในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น เขาจึงพํานักอยู่ที่ไร้ริเวอร์เบนด์และปฏิบัติตามธรรมเนียมเก่าแก่ของบรรพบุรุษ เขาแต่งงานกับเฮเลนและหลังจากเวลาผ่านไปเพียงหนึ่งปี โรเบิร์ต ดีน ลอว์สัน จูเนียร์ก็ถือกําเนิดขึ้นมาในโลก ที่จริงเขาควรมีความสุขอย่างมากเพราะมีพร้อมแล้วทั้งลูกชาย ภรรยา บ้านที่น่าอยู่ และยังไร่ที่ผลผลิตของมันมากเพียงพอจะเลี้ยงชีวิตของทุกคนในครอบครัวให้อยู่กันไปได้อย่างสบาย เป็เวลาถึงสามปีที่อาร์.ดี.พยายามสร้างความเชื่อให้เกิดขึ้นกับตัวเองว่าคนเราไม่ควรปรารถนาอะไรมากไปกว่านี้อีกแล้ว เพียงแต่ว่าเขาไม่สามารถหยุดยั้งความคิดของตัวเองไว้ได้เพียงแค่นั้น
แอ๊บบี้ ลู ตระหนัก ถึงความรู้สึกนึกคิดของลูกชายดี คืนวันหนึ่งในเดือนธันวาคมขณะนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารด้วยกัน นาง...ผู้ซึ่งได้ถ่ายทอดมรดกเรือนผมสีดํากับดวงตาคู่สีฟ้าเข้มให้กับเขาก็ได้ชี้แนะวิธีการแก้ปัญหาซึ่งสามารถทําให้ความฝันของเขากลายเป็ความจริงขึ้นมาได้ นั่นก็คือ ทั้งแม่และลูกต่างตกลงใจกันได้ว่าจะขายที่ดินในริเวอร์เบนด์เฉพาะส่วนที่ปลูกพืชไร่ไปประมาณสองร้อยเอเคอร์และเก็บส่วนที่เหลือไว้ สําหรับตัวคฤหาสน์หลังเก่านั้น ถ้าจะเปรียบก็เสมือนช้างเผือกที่คงไม่มีผู้ใดคิดจะซื้อและที่ดินที่ใช้เลี้ยงปศุสัตว์อีกหนึ่งร้อยเอเคอร์ก็คงไม่ทําเงินให้มากมายเท่าไรนัก เงินที่ได้มาจากการขายที่ดินนี้จะทําให้เขาสามารถเริ่มต้นธุรกิจน้ำมันของตัวเองได้โดยที่นางจะเป็ผู้ทําบัญชีค่าใช้จ่ายทั้งหมดด้วยตัวเองเช่นเดียวกับที่เคยทําในเื่ไร่มาแล้ว
อีกสามเดือนต่อมา แผนการดังกล่าวกลายเป็ความจริงขึ้น อาร์.ดี. จดทะเบียนกรรมสิทธิ์และเริ่มงานด้านการผลิต เขาเดินทางไปตามแหล่งขุดเจาะน้ำมันต่างๆ พบปะกับบรรดาเ้าของบ่อน้ำมันเล็กๆ หลายต่อหลายคน แต่รู้สึกว่าจะเป็การยากที่จะขายสินค้าของตนออกไป น้อยคนนักที่จะให้ความสนใจกับแนวความคิดแบบใหม่ จะมีก็แต่นักขุดเจาะที่กําลังประสบปัญหาความยุ่งยากเท่านั้นที่เต็มใจรับฟังคําอธิบายของเขา ส่วนใหญ่แล้วคนพวกนั้นยังไม่ใคร่เชื่อ แต่ก็รู้สึกหมดหวังเกินกว่าจะลองใช้ความพยายามด้วยวิธีอื่น อย่างไรก็ตาม ความสําเร็จของเขามักจะเป็เพียงแค่คํารับรองที่ว่า ถ้านักขุดเจาะเหล่านี้พบกับปัญหาความยุ่งยากในครั้งต่อไปแล้ว เขาจะติดต่อไปหาอาร์.ดี.เท่านั้น
ปีแรกที่ผ่านไป เขาพบแต่ความรู้สึกท้อแท้สิ้นหวังและความสิ้นหวังดังกล่าวยังผนวกเข้าไปกับปัญหาตลาดหุ้นราคาตกต่ำลงอย่างมากและต่อมาก็ยังเื่ความตายของภรรยา หลายต่อหลายครั้งที่เขาคิดจะเลิกล้มความพยายามเสีย แต่ผู้เป็มารดาไม่ยอมให้เขายอมแพ้อะไรง่ายๆ เช่นนั้น นางกลับสนับสนุนให้เขาขยายงานออกไปให้มีการจัดตั้งห้องทดลองขึ้น เพื่อการทดลองเกี่ยวกับผลผลิตและเครื่องมือแบบใหม่ๆ และให้ความรู้กับพวกนักขุดเจาะให้เข้าใจถึงประโยชน์ที่จะนําไปใช้
สถานการณ์ของโลกอาจจะกําลังอยู่ในภาวะวิกฤติ แต่อุตสาหกรรมน้ำมันมิได้เป็เช่นนั้นไปด้วย ภายในเวลาสิบปี จากบุคคลที่บริหารงานทุกอย่างเพียงคนเดียวเขามีพนักงานที่จะต้องจ่ายเงินเดือนให้ถึงเจ็ดสิบคน เขาเริ่มต้นด้วยการซื้อบริษัทเล็กๆ แห่งหนึ่งไว้และรับซื้อทะเบียนกรรมสิทธิ์มาด้วย ขยายกิจการออกไปอีกถึงสี่เท่า...และในที่สุด เขากลายเป็มหาเศรษฐีขึ้นมา
ทั้งหลายทั้งปวงนี้เกิดขึ้นด้วยความเมตตาของผู้หญิงเพียงคนเดียวที่มีความเชื่อมั่นในตัวเขาอย่างมากมาย และ ผู้หญิงคนนั้นก็คือแอ๊บบี้เกล หลุยส์ ลอว์สัน ซึ่งอาร์.ดี.ได้นํารูปของนางใส่กรอบโลหะไว้ เป็รูปที่นางถ่ายไว้ประมาณหนึ่งปีก่อนหน้าจะถึงแก่กรรม ดวงตาสีฟ้าเข้มคู่นั้นแย้มยิ้มตอบเขาอยู่เสมอ เรือนผมขาวผ่องราวหิมะล้อมกรอบใบหน้าที่มีริ้วรอยเหี่ยวย่นไว้ มีต่างหูระย้าคู่หนึ่งประดับอยู่ตรงติ่งหูได้รูป
“นี่น่ะเพชรแท้ทีเดียวนะแม่” อาร์.ดี. หลิ่วตาให้กับรูปถ่ายของมารดาเช่นเดียวกับวันที่เขาได้มอบต่างหูคู่นี้ให้กับนาง “แม่กับผม เราสองคนช่วยกันทําให้ทุกคนตะลึงมองดูเรา จริงไหมครับ? และเราก็ไม่ได้ทําอย่างที่ใครๆ เขาหวังว่าเราจะต้องทำด้วย ทุกคนคิดว่าเราจะต้องซื้อบ้านหลังใหญ่เพื่อใช้เป็ที่อยู่อาศัยที่ริเวอร์ไอีก แต่เรากลับหันมาปรับปรุงบ้านที่ริเวอร์เบนด์นี่แทน อย่างน้อยก็เพื่อใช้มันเป็เครื่องเตือนใจคนพวกนั้นว่าเรา...พวกลอว์สันนี่นะอยู่ที่นี่มาก่อนพวกเขานานนัก และเวลานี้ดีน ลอว์สันกําลังจะเข้าพิธีแต่งงานกับลูกสาวของตระกูลทอร์เรนซ์แล้ว เพราะฉะนั้น เราจะต้องจัดงานให้ยิ่งใหญ่ที่สุดจริง”
นาฬิกาตั้งเรือนทองตีบอกเวลาครึ่งชั่วโมงมาจากชั้นไม้วอลนัทเหนือเตาผิง และคล้ายกับเขาสามารถได้ยินเสียงตําหนิจากนางได้ สีหน้าของอาร์.ดี.เคร่งขรึมและหันไปทางกระจกเงาที่อยู่เหนือโต๊ะเครื่องแป้งอีกครั้ง
“ผมรู้ว่าผมจะลงไปร่วมงานกับพวกเขาช้าไปหน่อย” เขาใช้ความพยายามเป็ครั้งที่สามเพื่อผูกโบว์ไทให้เรียบร้อย “แต่ผมจําเป็ต้องลงไปที่คอกม้าเพื่อให้แน่ใจว่าเขาเอาม้าเทียมเข้ากับรถเรียบร้อยแล้ว แม่จํารถม้าคันหรูที่ผมซื้อให้เพื่อที่แม่จะได้นั่งเข้าขบวนแห่ที่เราเป็สปอนเซอร์จัดขึ้นเพื่อให้ผู้คนมาช่วยกันซื้อพันธบัตรเพื่อช่วยเหลือการทําานั่นได้ไหมล่ะ นั่นละเป็รถม้าคันที่เ้าสาวจะต้องนั่งเข้ามาในงาน เวลานี้เ้าสาวกับครอบครัวมารออยู่ที่บ้านหลังเล็กกันแล้วนะแม่ ตอนนี้ คงเตรียมตัวกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว”
เขาหยุดยืนมองภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกเงาอยู่เป็ครู่ ไม่ได้มีความรู้สึกเหมือนคนที่กําลังย่างเข้าสู่วัยห้าสิบเลย ถ้าจะมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นบ้างก็เห็นจะเป็เส้นสีขาวที่เริ่มแซมขึ้นบนเรือนผมเทานั้น ใบหน้าที่เป็สีน้ำตาลคล้ำเนียนเรียบนอกจากรอยยับย่นตรงหน้าผากที่เกิดอยู่นานแล้วกับตรงมุมปากและใต้ขอบตา นอกจากนั้น ก็ยังไม่มีอะไรบอกถึงวัยชราที่เริ่มเข้ามาเยือน
เขาจับโบว์ไทกลับไปกลับมาอย่างไม่พอใจ ในที่สุด กระชากมันออกและลงมือผูกใหม่พร้อมกับหันไปคุยกับรูปภาพของมารดาต่อ
“แหม...ผมอยากจะให้แม่เห็นรถม้าคันนั้นจังเลยนะครับ การ์เซียเอาดอกไม้สีขาวมาตกแต่งประดับประดาไว้เต็มพรืดไปหมด มีทั้งดอกลิลลี่ออฟเดอะวอลเล่ย์ ดอกการ์ดีเนีย แล้วก็ยังดอกแอปเปิลอีกด้วยนะแม่ มันเหมือนกับรถบุปผชาติที่เขาใช้ในขบวนแห่งดอกกุหลาบไม่มีผิดเลย ผมสั่งให้เขาเอาม้าพันธุ์อารเบียนสีเทาเข้าคู่กันมาเทียม แม่ม้าสองตัวนี่เราก็เรียกว่าสีเทาไปอย่างนั้นเองเพราะจริงๆ แล้วขนมันขาวยังกับนมสดแน่ะ ผมยังให้เขาเอาอานสีดําประดับด้วยขนนกสีขาวคาดทับไว้บนแผ่นหลังมันด้วยนะเด็กหนุ่มชาวโปลมันขัดอานเสียมันวาบอย่างกับรองเท้าเต้นรําของเ้าพวกนิโกรไม่มีผิด ผมชอบไอ้หมอนี่มากนะแม่ มันชื่อจาบลอนสกี้” เขาพยักหน้าหนึกหงักอยู่กับรูปถ่าย “มันมีความรู้เื่การผสมพันธุ์ม้าดีเยี่ยมเลยแล้วก็รู้จักม้าพันธุ์ต่างๆ ด้วยแม้ว่า บางที เราแทบพูดจากันไม่รู้เื่เลยก็ตาม สําเนียงของมันแปร่งแล้วก็หนักฟังยากทีเดียวล่ะ”
เขามองโบว์ไทอย่างไม่พอใจในฝีมือของตัวเองเลยแม้แต่น้อย
“ห่ะ...ผมนี่ทําอะไรก็ทําได้หมดทุกอย่างนะแม่เสียอย่างเดียวผมผูกไอ้โบว์แบบนี้ไม่เป็” อาร์.ดี.บ่นพึมพําและกระชากโบว์หลุดจากคอ “ดีน...” เขาร้องเรียกลูกชายดังลั่น
เสียงสนั่นหวั่นไหวกับฝีเท้าที่กระแทกปึงปังอยู่กับพื้นห้องทําให้โคมระย้าแก้วสั่นไหวกระทบกันอยู่ดังกรุ๋งกริ๋ง เขาเดินไปตามห้องโถงทางเดินตรงไปยังห้องนอนส่วนตัวของลูกชาย
ประตูห้องนั้นเปิดแง้มอยู่ อาร์.ดี.ตั้งท่าจะผลักให้มันเปิดกว้างออก แต่แล้วเขาหยุดชะงักอยู่กับที่เมื่อมองเห็นลูกชายที่อยู่ในห้องนั้น ดีนมีความเป็สุภาพบุรุษทุกกระเบียดนิ้วเช่นที่อาร์.ดี.ตั้งความหวังไว้ เขาตระหนัก ถึงชีวิตของตนเองเมื่อครั้งยังเยาว์วัยที่ไม่ได้รับการศึกษาดีพอ อาร์.ดี.จึงมีความตั้งใจอย่างแรงกล้าว่าลูกชายของเขาจะต้องได้รับการศึกษาเล่าเรียนอย่างเต็มที่ วันเวลาที่ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลําบากผ่านพ้นไปนานแล้ว
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงส่งดีนไปเรียนกฎหมายที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดภายหลังจากที่เขาสําเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเท็กซัสแล้ว