“ท่านอาจารย์คิดว่าองครักษ์ผียังติดตามข้าอยู่อีกหรือไม่”
จ้าวลู่ชิงคุยจ้อไม่หยุด วกเข้ามาถามถึงเรื่ององครักษ์ผี
“ตาม”
“พวกเขาไม่เหนื่อยหรือเจ้าคะที่ต้องวิ่งตามพวกเรามาไกล”
“เจ้าเข้าใจว่าคนพวกนั้นวิ่งตามเจ้ามาตั้งแต่ซานเป่ยหรือ” เผยเยี่ยนแปลกใจกับความซื่อของลูกศิษย์ที่ทั้งแสบและซน
“ไม่ใช่อย่างที่ข้าคิดหรือเจ้าคะ”
“ข้าคิดว่าคนพวกนี้น่าจะแบ่งกันประจำการตามจุดต่าง ๆ เพื่อคอยตามเจ้า พอถึงจุดที่กำหนดพวกเขาจะผลัดเปลี่ยนกันไปเรื่อย ๆ ไม่มีผู้ใดบ้าวิ่งตามมาได้ไกลขนาดนี้หรอก”
“เมื่อคืนไม่รู้ว่าคนที่เราจับตัวได้เป็นอย่างไรบ้าง มิใช่ชิงฆ่าตัวตายไปแล้วกระมัง”
“อาจเป็นอย่างที่เจ้าคาดการณ์ คนพวกนี้ทำงานผิดพลาดคงจบชีวิตตัวเองลง”
“ข้าเพียงพูดเล่น ท่านอาจารย์คิดว่าเขาจะจบชีวิตตัวเองลงจริงหรือเจ้าคะ”
“ข้าก็มิทราบ เพียงแค่คาดเดาเท่านั้น” เผยเยี่ยนรีบเปลี่ยนเรื่องคุย “คืนนี้เราพักที่อำเภอหัวก็แล้วกัน พรุ่งนี้น่าจะเดินทางถึงโยวโจว”
“อำเภอหัว?”
“เป็นอำเภอที่อยู่ใกล้โยวโจวที่สุด ต่อให้เร่งเดินทางพวกเราก็ไม่สามารถเดินทางถึงโยวโจวได้ภายในวันนี้ คงต้องเป็นวันพรุ่งนี้”
“โม่เอิน คืนนี้พวกเราจะพักที่อำเภอหัว”
โม่เอินรับทราบเร่งเดินทางไปยังอำเภอที่อยู่ด้านหน้าเพื่อขอใช้สถานที่หน้ากำแพงเมืองพักอ้างแรม
“เมื่อคืนข้าทำภารกิจช่วยเจ้าจนปวดเมื่อยไปหมด” เผยเยี่ยนขยับร่างกายทำเหมือนปวดเมื่อยร่างกายอย่างที่พูด
“มื้อเย็นเจ้าทำอาหารอร่อย ๆ ให้คนแก่อย่างอาจารย์ผู้นี้ลิ้มลองได้หรือไม่”
จ้าวลู่ชิงนึกถึงสาขาของภัตตาคารหย่งเล่อ อำเภอหัวไม่มีภัตตาคารหย่งเล่อมาเปิดเพราะอยู่ใกล้โยวโจว
“พวกเราทานหม้อไฟอีกสักมื้อดีไหมเจ้าคะ ข้าจะทำไก่ย่างน้ำผึ้งให้ทุกคนทานอีกอย่าง”
“ยอดเยี่ยมไปเลย” ดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่
ขบวนยาวเหยียดเป็นที่จับตามองของชาวบ้าน ทุกคนยืนชี้มือชี้ไม้มองดูขบวน จ้าวลู่ชิงเลิกผ้าม่านสำรวจอำเภอหัว ชาวบ้านที่นี่ไม่แตกต่างจากที่อื่นสักเท่าไหร่
ช่วงนี้บ้านเมืองยังอยู่ในช่วงฟื้นฟู จะให้ราษฎรอยู่ดีกินดีได้อย่างไร ผลผลิตทางการเกษตรยังไม่สามารถให้ผลผลิตได้มาก ซึ่งนางก็ไม่มีความสามารถในการปรับปรุงพันธุ์พืชเสียด้วยสิ
เหตุใดนางถึงไม่มีคู่มือหรือระบบวิเศษช่วยเหลือกันนะ มีเพียงแค่จมูกที่รับกลิ่นได้ดีเท่านั้น จ้าวลู่ชิงยอมรับว่าตนเองมีความพิเศษที่จมูก
นายอำเภอหัวเพิ่งมารับตำแหน่งใหม่แทนคนเก่าที่ถูกย้ายไปอยู่ที่อื่น รีบอนุญาตให้ขบวนขนของพักค้างคืนที่หน้ากำแพง ใจจริงเขาอยากให้ทุกคนเข้ามาพักในเมืองแต่ก็ถูกปฏิเสธเพราะขบวนและคนที่เดินทางมาด้วยมีจำนวนมากเกินไป
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาจ้าวลู่ชิงจึงสั่งไม่ให้ทุกคนเพ่นพ่านไปทั่ว ให้อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม
กระโจมกำลังถูกตั้งเป็นที่พักเพื่อหลบลมหนาว จ้าวลู่ชิงกับซูเซียงและโม่เอิน เข้าไปด้านในตัวเมืองเพื่อหาซื้อวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหาร
หลี่หยวนที่เดินทางมาพร้อมขบวนจึงพักหน้ากำแพงเมืองตามพวกเขา
เผยเยี่ยนนั่งเคี้ยวขนมปังอบกรอบรสหวานที่ลูกศิษย์ทำมาอยู่ข้างกระโจม
“เจ้ากำลังทานอันใด” หลี่หยวนเข้ามานั่งสนทนากับสหาย
“ลูกศิษย์ข้าบอกว่ามันคือขนมปังอบกรอบรสหวาน”
“ข้าไม่เคยเห็นขนมเช่นนี้มาก่อน” มือยื่นไปหยิบขนมปังจากโถขึ้นมายัดเข้าปากอย่างถือวิสาสะ
สายตาเผยเยี่ยนมองตาแก่ที่ถูกเขี่ยลงจากบัลลังก์เหมือนพวกตายอดตายอยากที่มาแย่งขนมผู้อื่นกิน
“เจ้าจะเห็นได้อย่างไร นี่มันเป็นขนมที่ลูกศิษย์ข้าคิดค้นมันขึ้นมา ด้านบนแผ่นขนมปังทาเนยและน้ำตาล”
“เนย?” หลี่หยวนสงสัยว่าอะไรที่เรียกว่าเนย เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน
“เป็นธรรมดาที่คนอย่างเจ้าจะไม่รู้จัก”
“แล้วเจ้ารู้จักหรือ” หมั่นไส้ตาแก่ที่ทำหน้าตาโอ้อวดเหมือนอยู่เหนือตน
“รู้จักสิ เนยชนิดนี้ทำมาจากนมแพะ กลิ่นนี่หอมอย่าบอกใครเชียวล่ะ”
เผยเยี่ยนโอ้อวดทั้งที่ความเป็นจริงเริ่มแรกที่ได้ยินชื่อก็สงสัยเหมือนกันว่าเนยคืออะไร พอลูกศิษย์อธิบายให้ฟังเขาถึงได้นำมันมาโอ้อวดกับสหายเก่าแก่ที่ได้นั่งบัลลังก์จนถูกเขี่ยตกบัลลังก์
“ข้าชอบขนมปังอบกรอบ”
“ชอบแล้วอย่างไร?”
“ข้าอยากทานมันอีก”
ยอมยื่นโถขนมที่กอดไว้แน่นแบ่งให้ด้วยความจำใจ “เจ้าอย่าทานให้มาก ทานมากเกินไปอาจก่อให้เกิดโรค แก่ ๆ อย่างเจ้าถูกโรครุมเร้าคงทรมานน่าดู”
“เจ้าทำเหมือนว่าตนเองไม่แก่” หลี่หยวนหนวดกระตุกกับวาจาเหลือร้าย
“ข้าเดินทางท่องไปทั่วยุทธภพจนร่างกายแข็งแรง” ก้มหน้าลงกระซิบข้างหู “ไม่เหมือนเจ้าที่นอนให้สตรีปรนเปรออยู่บนเตียงจนร่างกายอ่อนแรง” เผยเยี่ยนหาได้เกรงกลัวอำนาจของหลี่หยวน
“เจ้าสารเลว!” หลี่หยวนมีโทสะ แต่ต้องยอมรับว่าตาเฒ่าคนนี้พูดถูก หลังจากสละราชสมบัติหญิงงามก็ถูกส่งมายังตำหนักมากมาย
ระงับอารมณ์ได้ก็กลับมาพูดคุยกันปกติ “คืนนี้พวกเจ้าจะทำอาหารที่เรียกว่าหม้อไฟอีกหรือ” เห็นคนเตรียมหม้อเหมือนเมื่อคืนก็รีบสอบถาม
“ใช่ ลูกศิษย์ข้าจะทำหม้อไฟ กับไก่ย่างน้ำผึ้งให้ทาน”
สีหน้าภาคภูมิใจราวกับว่าเป็นผู้ให้กำเนิด แม้จะไม่ใช่ผู้ให้กำเนิดแต่เขาก็สอนสั่งนางมาตั้งแต่เด็ก ชีวิตที่เหลือคงฝากไว้ที่นางและให้นางช่วยเป็นธุระฝังศพยามไร้ลมหายใจ
“นางไม่ได้เป็นสตรีขี้โรคหรอกหรือ” หลี่หยวนหันไปจ้องเอาคำตอบ
“เจ้าก็รู้อยู่แล้วมิไม่ใช่หรือ ถึงได้รีบจัดการให้บุตรชายคนเล็กผูกสัมพันธ์กับตาเฒ่าจ้าวเฉิง”
เผยเยี่ยนไม่ประทับใจกับการกระทำของสหายเก่า เขาไม่เห็นด้วยที่ตาเฒ่าผู้นี้ดึงตระกูลจ้าวคอยคุ้มกันภัยให้กับโอรสองค์เล็ก คนในราชวงศ์ล้วนมองแต่ประโยชน์ที่จะได้รับโดยไม่สนว่าผู้อื่นต้องลำบากใจ
หลี่หยวนยักไหล่ เคี้ยวขนมต่อ “ข้ามองไม่ผิดจริง ๆ”
“แน่อยู่แล้ว บุตรชายของเจ้าไม่คู่ควรกับลูกศิษย์ข้า”
เรื่องปากร้ายพูดออกไปอย่างที่ใจคิดโดยไม่เกรงกลัวอำนาจต้องยกให้เผยเยี่ยน ในใต้หล้านี้จะมีผู้ใดกล้าพูดหักหน้าไท่ซ่างหวง
“ไยเจ้าถึงได้ปากโสมมมเช่นนี้ล่ะ”
“พวกเจ้ายากจนเกินไป ทำให้ลูกศิษย์ข้าต้องเหนื่อย ขนาดยังไม่ได้แต่งงานนางยังเหน็ดเหนื่อยขนาดนี้ถ้าแต่งเข้าไปคงถูกดูดเลือดดูดเนื้อเหลือแต่กระดูก”
หลี่หยวนเถียงไม่ออก บ้านเมืองเพิ่งสงบได้ไม่นาน ท้องพระคลังว่างเปล่าเพราะเกิดภัยพิบัติทำให้เก็บภาษีได้ไม่เพียงพอ
“สามีภรรยาย่อมต้องช่วยเหลือกันในยามยากลำบาก”
“เพ้ย!”
“อะไรเข้าปากข้ากันนะ” เผยเยี่ยนลอยหน้าลอยตาแสร้งหยิบอะไรออกจากลิ้น
หลี่หยวนหนวดกระตุก เขามิได้โง่จนไม่รู้ว่าตาเฒ่าน่าตายผู้นี้ถุยน้ำลายเพราะคำพูดของตน หากเป็นผู้อื่นมันคงโดนกุดหัวไปแล้วแต่เป็นตาเฒ่าที่ไม่น่าไปมีเรื่องด้วยเขาจึงต้องยอม
“เรื่องร้อน ๆ ในครอบครัวตนเองแต่เจ้ากลับโยนมันมาให้คนสกุลจ้าว เคยรู้สึกผิดสักนิดหรือไม่”
เผยเยี่ยนมีใบหน้าจริงจัง เขารู้จักกับสหายผู้นี้มาตั้งแต่ยังเด็ก ช่วยเหลือแม้กระทั่งโค่นล้มราชวงศ์ที่แล้ว แต่ไม่เคยสักครั้งที่เขาจะตั้งคำถามเช่นนี้
“ข้าผิดด้วยหรือที่ต้องการปกป้องบุตรชาย” หลี่หยวนหวนนึกถึงแผนการทุกอย่างที่วางเอาไว้เมื่อรู้ว่าบุตรชายคนรองต้องการครอบครองบัลลังก์ให้ได้
“ในฐานะคนเป็นบิดาเจ้าไม่ผิด แต่ในฐานะสหายที่เคยลำบากมาด้วยกัน เจ้าผิดต่อตาเฒ่าจ้าวเฉิงเป็นอย่างมาก สกุลจ้าวต้องลำบากอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะเจ้าและบุตรชายของเจ้า”
ทุกคนถูกกันออกไปให้ห่างจากวงสนทนาของชายชราทั้งสอง เพราะเรื่องพวกนี้คนนอกไม่มีสิทธิ์รับรู้
“ผู้ใดจะคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์……………” ดวงตามีน้ำตาคลอกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไหล่ที่เคยผายงองุ้มลง
“นี่แหละคือพิษสงของอำนาจ” เผยเยี่ยนกล่าวด้วยนำ้เสียงราบเรียบ
“ข้าไม่รู้ว่าตนเองคิดผิดหรือคิดถูก” คนในครอบครัวต้องเข่นฆ่ากันเองเพราะคำว่าอำนาจเพียงคำเดียว
เผยเยี่ยนไม่ได้ตอบคำถาม คนที่นั่งอยู่ข้างตนตอนนี้เป็นแค่ชายชราที่ถูกบุตรชายยึดอำนาจ มีบุตรก็หันดาบเข้าฟาดฟันกันเองโดยไม่ระลึกถึงความเป็นสายเลือดเดียวกัน
โอรสสวรรค์บ้าบออะไรกัน นี่มันคนเลวร้ายชัด ๆ แต่เหตุการณ์เช่นนี้ก็เกิดขึ้นบ่อย ๆ กับคนในราชวงศ์ที่ผ่านๆมา
จ้าวลู่ชิงกับผู้ติดตามเข้ามาในตลาด นางสั่งซื้อไก่จำนวนมาก จนพ่อค้าแม่ค้าในตลาดมึนงงมากกว่าจะดีใจ
“เจ้าจะนำไก่ไปทำอันใดมากมาย”
“ประกอบอาหาร”
“เรือนเจ้าเลี้ยงคนมากมายเท่าไหร่กัน” แม่ค้าผู้นี้ไม่ไว้วางใจ กลัวว่าคนตรงหน้าจะซุบเลี้ยงกบฏ
“ข้าเป็นเพียงพ่อครัวในขบวนที่นำของมาส่งให้กับกองทัพ มิได้เป็นผู้ร้ายอย่างที่ท่านคิด ทีนี้จะขายให้ข้าได้หรือยัง หากไม่ขายข้าจะได้ไปซื้อร้านอีกต่อ” เห็นประกายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยทำให้นางต้องกล่าวเพื่อลดความระแวงของชาวบ้าน
“อ้อ ที่แท้เจ้าเป็นพ่อครัวในขบวนส่งของไปโยวโจวนี่เอง พวกเจ้านั่งอยู่ตรงนี้แหละ ข้าจะเป็นคนจัดการหาไก่ให้เจ้าครบตามจำนวนที่ต้องการเอง”
แม่ค้ารีบป่าวประกาศให้คนนำไก่มากองรวมกันที่นี่ เพื่อทำการฆ่าและทำความสะอาด เมื่อรู้ว่าคนที่มาซื้อเป็นคนของขบวนส่งของให้กับกองทัพ
ชาวบ้านทราบว่ากองทัพกำลังจะเคลื่อนพลไปทำศึกกับพวกศัตรู ทุกคนต่างภาวนาให้การออกไปทำศึกครั้งนี้ได้รับชัยชนะกลับมา ตอนเหนือจะได้สงบสุขเสียที
คนในตลาดเอื้อยอำนวยความสะดวกทุกอย่าง ผักและอาหารถูกนำมามอบให้แต่จ้าวลู่ชิงปฏิเสธที่จะรับมาโดยเปล่า นางให้ซูเซียงจ่ายเงินให้กับทุกคน
นางไม่ควรทำตัวให้โดดเด่นจนเกินไป เดี๋ยวจะถูกครหาว่าซื้อใจชาวบ้าน ผลที่ตามมาคงรับไม่ไหว ผู้ใดจะสามารถคาดเดาจิตใจโอรสสวรรค์ได้ล่ะ ยิ่งอยู่สูงยิ่งเต็มไปด้วยความระแวง
วันนี้มาดึกหน่อยนะคะ เพราะตอนกลางวันเหอเปานอนพักผ่อน ช่วงนี้เหอเปาจะเชื่องช้าสักหน่อยเพราะร่างกายยังล้าๆจากอาการป่วยอยู่บ้าง