Secret Dungeon

รอคอย

ฟีร่าแอบเห็นรอยยิ้มของเพื่อนตัวเองที่อยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่ม เห็นแบบนี้แล้วเธอเองก็มีความสุขไปด้วย แม้จะไม่เคยคุยเรื่องนี้กันอย่างจริงจัง แต่หลายเดือนที่ผ่านมาพวกเธอสองคนอยู่ด้วยกันแทบจะตลอด แล้วทำไมเธอถึงจะไม่รู้ว่าเพื่อนของเธอรู้สึกยังไงกับอีกฝ่าย บางครั้งการแสดงของเพื่อนเธอก็ดูอาจจะดูนอกหน้าเกินไปหน่อย นอกจากเธอบางทีคนอื่นก็อาจจะดูออกเช่นเดียวกัน
ถามว่าเธอรู้สึกยังไงกับเขาน่ะเหรอ ? เธอเองก็รู้สึกดีกับอีกฝ่ายเหมือนกันนะ แต่ก็ไม่ถึงกับชอบเป็นพิเศษอะไร จะว่าไปแล้วเธอเองก็ยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าชอบเขาเหมือนกันหรือเปล่า ? เธอไม่เคยมีความรักมาก่อน และไม่เคยที่จะสนใจในเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว เธอเห็นเพื่อนกำลังมีความรักและเธอก็เอาใจช่วยมันก็แค่นั้น
"ทักษะที่สามารถสร้างดอกกุหลาบของเรเชลสามารถทำได้ถึงขนาดนี้เลยเหรอ ฟีร่า ?" ปีเตอร์ที่ไม่อาจเก็บความสงสัยไว้ในใจได้ถามออกมา
"หมายความว่าไง ?" ฟีร่าถามกลับเพราะไม่เข้าใจสิ่งที่ปีเตอร์ถาม
"ชั่งเถอะ" ปีเตอร์คิดว่าอีกฝ่ายไม่ต้องที่จะบอก จึงไม่อยากซักไซ้
หลินที่อยู่ด้วยเข้าใจที่ทั้งสองฝ่ายต้องการจะสื่อ แต่เขาคิดว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องพูดออกไปในตอนนี้ ทุกอย่างคลี่คลายแล้ว
อีกาทมิฬเหล่านั้น พวกมันไม่แข็งแกร่งเลย ร่างกายของมันมีความทนทานและยากที่จะจัดการในครั้งเดียว มีความเร็วที่สูง การเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่ว ข้อด้อยสุดของพวกมันคือการโจมตีที่ไม่รุนแรงและไม่หลากหลาย ปัญหาที่น่ากังวลที่สุดคืออีกาทมิฬที่เป็นตัวควบคุมหรือหัวหน้าของพวกมัน แต่ดูเหมือนเขาจะคิดมากไปเอง
การรอบโจมตีครั้งนี้ เป็นแผนที่พวกมันได้วางเอาไว้ล่วงหน้าอย่างแน่นอน พวกมันรู้จุดหมายของพวกเรา รู้เส้นทางที่เครื่องบินจะผ่าน มีการดักรอและมีการหยั่งเชิง ก่อนที่จะเข้าปะทะจริงๆ ถึงอย่างนั้นแล้วมันก็ยังทำกันได้ไม่ดีพอ หมายความว่าถึงจะรู้แต่ก็มีเวลาเตรียมการที่ไม่มากนัก ไม่อย่างนั้นแล้วคงไม่ส่งมาเพียงเท่านี้
เครื่องบินอยู่ห่างจากจุดที่ปะทะบนท้องฟ้าค่อนข้างไกลมาก ถึงอย่างนั้นแล้วการที่ผู้มีความสามารถจะหาอะไรบางอย่างที่มีขนาดใหญ่มันก็เป็นแค่เรื่องเล็กน้อย นอกจากนั้นฟีร่าเองก็รู้ตำแหน่งของเครื่องบินอยู่ก่อนแล้ว โชคดีที่มีลานโล่งพอที่จะสามารถนำเครื่องบินลงจอดและสามารถขึ้นบินต่อได้ ดีที่เครื่องบินถูกป้องกันเอาไว้จึงไม่ได้รับความเสียหาย
เรเชลไม่ได้รับบาดเจ็บจำเป็นต้องให้เวลาเพื่อพักผ่อน แต่ถึงอย่างนั้นเควินก็ต้องการที่จะตรวจดูอาการ ในส่วนของฮันเทได้สติกลับมาและดูเหมือนจะอาการดีขึ้นมากแล้ว พอเห็นว่าเรเชลถูกอุ้มมา ฮันเทรีบลุกขึ้นมาด้วยความเป็นห่วงจนลืมไปว่าตัวเองก็บาดเจ็บอยู่ไม่น้อย ทำให้ทรุดลงไปทันทีที่ลุกขึ้นยืน
ไทม์มาเซีย อัลติโน่ และหยาง ที่แยกกันออกไป ตอนนี้ยังไม่มีใครกลับมา ไม่มีใครทราบว่าพวกเขาจัดการอีกาทมิฬหรือหนีรอดจากพวกมันได้หรือไม่ อาจจะต้องใช้เวลาพักใหญ่เพื่อรอพวกเขากลับมา หากนานเกินไปอาจจะต้องออกไปตามหา ไม่ว่าจะอยู่หรือตายอย่างน้อยต้องหาให้เจอ
ท้องฟ้าที่สว่างไสวค่อยๆมืดดับลง บ่งบอกถึงเวลาที่ล่วงผ่านไป ไม่ว่าเมื่อไหร่ เวลาแห่งการรอคอยมักจะยาวนานเสมอ บรรยากาศมืดมิด รอบด้านล้วนมืดสนิทไม่มีแสงไฟแม้แต่ดวงเดียว มีเพียงดวงจันทร์และดวงดาวที่ส่องสว่างอยู่บนท้องฟ้า กับแสงไฟจากเครื่องบินที่ยังคงเปิดอยู่
ฟีร่านั่งอยู่ข้างเตียงเป็นเพื่อนเรเชลที่ยังคงไม่ได้สติ ฮันเทที่ต้องการพักผ่อนกับไม่อาจนอนหลับได้ลง หากน้องสาวยังคงไม่ตื่นขึ้นมา
"พรุ่งนี้พวกเราคงต้องออกไปตามหาคนที่เหลือ" ปีเตอร์ที่กำลังนั่งรออย่างใจจดใจจ่อพูดขึ้นมา ตัวเขาเองก็ใช้พลังงานไปเยอะเหมือนกันถึงอย่างนั้น เขากำลังโทษตัวเองและไม่ต้องการที่จะพักในขณะที่คนอื่นเป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้ เพราะเขาเป็นคนบอกให้คนอื่นๆแยกออกไป และอาจเป็นสาเหตุให้ทุกคนต้องตาย
"ใช่ จนถึงตอนนี้ ยังไม่มีใครกลับมาเลย" เควินก็เป็นอีกคนที่กำลังรอคนอื่นๆอยู่ การที่จะคิดในแง่ดีตอนนี้ ชั่งเป็นเรื่องที่ยากเหลือเกิน
"บางทีพวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลืออยู่ก็ได้ ฉันว่าฉันจะออกไปตามหาพวกเขาดูก่อน" ปีเตอร์ไม่อาจทนรอได้อีกต่อไป
"ใจเย็น ปีเตอร์ พวกเขาต้องปลอดภัยแน่ รอให้ฟ้าสว่างก่อนจะดีกว่า" ฮันเทรีบเบรกทันที
"ผมเป็นห่วงพี่ไทม์มาเซียมากกว่า คนอื่นๆ เรารู้จักพี่อัลติโน่อยู่แล้วเขามีความสามารถในการเอาตัวรอดที่สูง ส่วนพี่เทียนเขาเป็นที่แข็งแกร่งมากๆคนนึง" เควินบอกความคิดของตนออกมา
พอได้ฟังสิ่งที่เควินพูดออกมาปีเตอร์ลุกขึ้นยืนทันที ทำให้ทุกคนหันมามองเขาเป็นทางเดียวกัน ปีเตอร์ที่ลุกขึ้นเดินไปในทิศทางที่หลินนั่งอยู่ เขาเดินผ่านสมิทแต่ไม่ชายตามองแม้แต่น้อย สำหรับเขาสมิทในตอนนี้แม้แต่มองเขายังไม่อยากที่จะทำ ในขณะที่คนอื่นๆเสียสละ หมอนี่กับนั่งอย่างสบายใจอยู่ที่นี่ อาการบาดเจ็บเห็นได้ชัดว่าไม่หนักอะไร
! ผับ
ปีเตอร์ที่เดินมาด้านหน้าหลินและกำลังที่จะคุกเข่าลง ถูกจับแขนเอาไว้โดยหลินที่ลุกขึ้นมา
"ฉันรู้ว่านายกำลังโทษตัวเองและจมอยู่กับความรู้สึกผิด แต่อย่าได้ทำแบบนั้น ต่อให้นายคุกเข่าหรืออ้อนวอนให้ฉันออกไปช่วย ฉันก็จะไม่ทำ นายต้องอยู่กับความรู้สึกนี้ให้ได้ และอยู่ไปจนกว่าผลลัพท์จะออกมา นายเป็นคนฉลาดนี่น่าจะเข้าใจที่ฉันพูด" หลินพูดกับปีเตอร์ด้วยประโยคที่ค่อนข้างโหดร้าย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็อยากที่จะพูดออกมา
ในขณะที่นั่งอยู่เขารู้สึกได้ว่าปีเตอร์มองมาหาเขาหลายต่อหลายครั้ง จริงๆแล้วเขาก็อยากจะบอกอีกฝ่ายไปตรงๆว่าคนอื่นปลอดภัยดี เพราะเขาไปดูด้วยตาของตัวเองมาแล้ว ว่าทุกคนสามารถรับมือได้ แม้จะไม่ได้อยู่จนจบแต่เขาไม่คิดว่าจะมีปัญหาอะไร
ปีเตอร์เป็นคนที่มีภาวะผู้ที่นำที่สูงอย่างมากและเป็นคนที่ชาญฉลาด สิ่งที่เขากำลังขาดอยู่คือความมั่นใจ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ความสามารถของเรเชลอยู่เหนือความคาดหมายของเขา นั้นหมายความว่าสิ่งที่เขาตัดสินใจนั้นถูกต้องแล้ว เมื่อทุกคนกลับมามันจะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับเขาเป็นอย่างมาก และจะเป็นผลดีกับตัวปีเตอร์ในระยะยาวมากกว่า