คุณย่าหลิวได้ยินดังนั้นก็พลันตะโกนด้วยความโกรธ “คิดจะไปก็ลองดูสิ!หากวันนี้แกคิดจะไป ก็ไม่ต้องกลับมาให้เห็นหน้าอีก!”
เซียวหยวนซินตั้งใจจะไปอยู่บ้านกองผลิตของน้องชายสักสองสามวันแต่พอได้ยินที่คุณย่าหลิวพูดเช่นนั้น ตาของเธอก็แดงก่ำด้วยความโกรธใบหน้าก็ซีดเผือดลงทันที
พี่สะใภ้ใหญ่หลิวทำท่าทีเฝ้ารอดูละครฉากใหญ่
ซูเจียวเจียวเห็นเซียวหยวนซินแสดงความหวาดกลัวออกมาจึงเอื้อมมือไปจับมือของเธอ จึงสัมผัสได้ว่าฝ่ามือของเซียวหยวนซินเย็นเฉียบเธอส่งยิ้มให้กำลังใจเซียวหยวนซิน จากนั้นก็หันไปหัวเราะกับคุณย่าหลิว“ไอ๊หยา พูดแบบนี้ใครไม่รู้ก็คงนึกว่าตระกูลหลิวของคุณวิเศษวิโสขนาดไหน!เก่งขนาดนี้ทำไมไม่ขึ้นสวรรค์ไปเลยล่ะคะ? คุณจะบอกว่าไม่ให้พี่หยวนซินกลับมาก็กลับมาไม่ได้เลยเหรอคะ?ในเมื่อคุณเอาแต่ใจและเผด็จการขนาดนี้แล้วจะให้ลูกชายคุณแต่งงานออกไปทำไมคะ? คุณก็อยู่กับลูกชายคุณไปตลอดชีวิตเลยสิ!จะได้ไม่ต้องไปทารุณรังแกลูกสาวบ้านอื่น!”
คุณย่าหลิวโกรธจนหน้าเขียว“แก แก...”
ราวกับนึกอะไรออกเธอจึงสูดลมหายใจลึก แล้วกล่าวว่า “ตระกูลเซียวมีภูมิหลังต่ำต้อยหากมิใช่เพราะเฉิงเหว่ยลูกชายฉันละก็เซียวหยวนซินจะมีวาสนาได้แต่งเข้าตระกูลหลิวของฉันหรือ? ไม่แน่ว่าป่านนี้คงยังขึ้นคานไร้คู่!ตระกูลเช่นนั้น ตระกูลหลิวของฉันไม่อยากได้หรอกนะ!”
ซูเจียวเจียวหัวเราะเยาะ“คุณไม่ต้องพูดจาไร้สาระแบบนั้นหรอกค่ะ! พฤติกรรมของบ้านคุณเชื่อว่าสิบหมู่บ้านนี้คงรู้กันหมดแล้วกระมัง? ทุกคนคงรู้ว่าคุณจู้จี้จุกจิกปากร้าย และชอบกลั่นแกล้งลูกสะใภ้ ถึงได้ไม่มีใครยอมยกลูกสาวมาให้แต่งงานด้วยพี่หยวนซินของฉันโดนพวกคุณหลอกเข้าให้แล้วค่ะ!”
“อีกอย่าง พี่หยวนซินของฉันไม่ได้แย่เลยสักนิด พี่หยวนซินหน้าตาดีขยันทำงาน กตัญญูรู้คุณ มีข้อดีเต็มไปหมด ถ้าเลิกกันไปจริงๆคงมีคนมาสู่ขอไม่รู้ตั้งเท่าไร ผู้หญิงไม่เคยต้องกลัวว่าจะไม่ได้แต่งงานมีแต่ผู้ชายเท่านั้นแหละค่ะที่หาเมียไม่ได้”
เซียวหยวนซินได้ฟังซูเจียวเจียวพูดชมตัวเองมากมายก็รู้สึกหน้าแดงเล็กน้อย ไม่คิดเลยว่าในสายตาของน้องสะใภ้ เธอจะดีถึงเพียงนี้
เซียวหยวนหมิงมองซูเจียวเจียวด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยนในอดีตเจียวเจียวก็เคยชมเขาแบบนี้เช่นกัน!
“พี่หยวนซิน พวกเราไปกันเถอะค่ะ” ซูเจียวเจียวส่งยิ้มให้เซียวหยวนซิน
เซียวหยวนซินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็พยักหน้าอย่างหนักแน่น เธอตัดสินใจที่จะยืนหยัดสักครั้งจะไม่ยอมอดทนเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว!
“ที่รัก!” เมื่อหลิวเฉิงเหว่ยเห็นว่าภรรยาและลูกของตนตั้งท่าจะกลับบ้านเดิมจริงๆก็ร้อนใจขึ้นมาทันที รีบเอื้อมมือไปจับมือเซียวหยวนซินแต่กลับถูกเซียวหยวนหมิงขวางไว้
เซียวหยวนซินมองเขาด้วยสายตาผิดหวังก่อนจะไม่ได้พูดอะไรอีก แล้วเดินไปกับซูเจียวเจียว
เซียวหยวนหมิงหิ้วของที่นำมากลับไป
หลิวเฉิงเหว่ยยังคิดจะตามไปแต่ถูกคุณย่าหลิวดุเสียงดัง “ห้ามตามไป!แค่ผู้หญิงคนเดียว! อยากจะกลับก็ปล่อยให้กลับไปเลย!”
คุณย่าหลิวมองหลิวเฉิงเหว่ยที่ดูเหมือนคนไร้วิญญาณแล้วก็ด่าว่า “ดูท่าทางแกสิ ไม่มีอนาคตเลยสักนิด!หล่อนเป็นเมียแก จะหนีไปไหนได้? อีกไม่กี่วันหล่อนก็จะกลับมาเอง!”
สมัยนี้แทบไม่มีใครหย่าร้างกันเลยผู้หญิงคนไหนที่หย่าร้าง จะถูกคนในหมู่บ้านพูดถึงไปทั่ว ไปที่ไหนก็โดนดูถูก
ตระกูลเซียวก็มีภูมิหลังไม่ดีอย่างเซียวหยวนซินจะกล้าที่จะไม่กลับมาหรือ?
ถ้าเธอไม่กลับมาจริงๆก็จะเป็นเพียงรองเท้าเก่าขาดๆ ที่ไร้ค่า!
ผู้หญิงคนหนึ่งที่พาลูกไปด้วยจะแต่งงานใหม่ได้ง่ายดายขนาดนั้นเชียว?
เมื่อครู่เธอก็แค่ถูกยุวชนซูคนนั้นพูดจาหลอกล่อเท่านั้น!
คุณปู่หลิวหน้าดำคร่ำเครียดอารมณ์ขุ่นมัวอย่างเห็นได้ชัด “ปล่อยให้เธอกลับไปพักผ่อนสักสองสามวันก็คงดีวันนี้เธอกลับทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ถึงขั้นกล้าต่อปากต่อคำกับพวกเราแล้ว”
ดังนั้นเมื่อซูเจียวเจียวเสนอให้เซียวหยวนซินกลับไปอยู่บ้านพ่อแม่สักสองสามวันเขาก็ไม่ได้ห้าม
ขาไปง่ายดายขากลับแสนลำเค็ญ ถึงเวลานั้นคงไม่ใช่เพียงการพักพิงชั่วคราวอีกต่อไป
ใบหน้าของพี่สะใภ้ใหญ่หลิวเผยความสะใจออกมา
...
ขณะเดียวกันซูเจียวเจียวและเซียวหยวนหมิงก็พาเซียวหยวนซินและหลิวหยวนหยวน มุ่งหน้ากลับบ้านพัก
ซูเจียวเจียวเพิ่งจะรู้ว่าหยวนหยวนเป็นชื่อเล่นที่เซียวหยวนซินตั้งให้ชื่อจริงของหยวนหยวนคือหลิวจาวตี้ เธอรู้สึกว่าชื่อนี้ไม่เพราะจึงได้ตั้งชื่อเล่นให้ลูกสาว ด้วยเหตุนี้จึงถูกคนในครอบครัวสามีตำหนิอยู่บ่อยครั้ง
ตลอดทางเซียวหยวนซินค่อนข้างหงอยเหงา เธอหันกลับไปมองเป็นพักๆ จึงพบว่าสามีของเธอหลิวเฉิงเหว่ยไม่ได้ตามมาเลย
ซูเจียวเจียวเห็นดังนั้นก็ปลอบโยนเธอเบาๆ สองสามคำ
หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายนั้นก็เลยเวลาอาหารกลางวันไปนานแล้ว ตอนนี้น่าจะประมาณบ่ายโมงหรือบ่ายสองโมง
ตอนนี้ไม่มีของกินติดตัวซูเจียวเจียวจึงทำได้แค่แกะลูกอมให้หลิวหยวนหยวนกิน
เซียวหยวนซินเห็นว่าเป็นลูกอมนมกระต่ายขาวก็รีบห้าม “เด็กผู้หญิงไม่ต้องให้ลูกอมแพงขนาดนั้นหรอกเสียดาย...”
เธอยังพูดไม่จบก็ถูกซูเจียวเจียวขัดจังหวะด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
“พี่หยวนซินคะ ทำไมพี่ถึงพูดแบบนั้นล่ะ? เด็กผู้หญิงแล้วยังไง?เด็กผู้หญิงไม่ใช่คนเหรอคะ? มันก็แค่ลูกอมเม็ดเดียวเองขนาดพี่เป็นแม่ของหยวนหยวนยังคิดอย่างนี้แล้วคนอื่นจะเห็นความสำคัญของเด็กคนนี้ได้อย่างไรกัน?”
เซียวหยวนหมิงมองเซียวหยวนซินด้วยสีหน้าเคร่งขรึมเหมือนไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งพี่สาวที่เขารักจะพูดคำพูดเช่นนี้ออกมา...
เซียวหยวนซินขอบตาแดงก่ำน้ำตาไหลออกมาทันที “ฉัน...ฉันไม่ได้ตั้งใจจะพูดแบบนี้ ฉันแค่คิดว่าลูกอมมันแพงเกินไป...”
ยิ่งกว่านั้นคุณย่าหลิวก็คอยพูดกรอกหูเธอทุกวันว่าเด็กผู้หญิงไม่มีประโยชน์ เป็นพวกผลาญเงินให้ของดีกินแค่ไหน สุดท้ายก็ต้องแต่งออกไปอยู่บ้านคนอื่นมีแต่ลูกชายเท่านั้นที่มีประโยชน์ ในอนาคตจะอยู่ดูแลยามแก่เฒ่าจนวาระสุดท้าย
ดังนั้นเธอได้ยินบ่อยๆจึงเผลอพูดออกไป
ซูเจียวเจียวถอนหายใจแผ่วเบาพลันรู้สึกตัวว่าเมื่อครู่ตนเองจริงจังเกินไปแล้ว “พี่หยวนซินคะฉันไม่ได้ตั้งใจจะว่าพี่นะ ฉันแค่รู้สึกว่าเด็กผู้หญิงก็สำคัญไม่แพ้กันตอนนี้ประเทศเราก็ส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศไม่ใช่เหรอคะ? ผู้หญิงที่เข้มแข็งยังสามารถค้ำฟ้าได้ครึ่งหนึ่งเลยนะคะ! อีกอย่างถ้าไม่มีพวกเราผู้หญิงผู้ชายจะแต่งงานมีลูกได้อย่างไรคะ? พี่ว่าจริงไหม?”
เซียวหยวนซินเองก็อ่านหนังสือมาบ้างตั้งแต่เด็กแต่แนวคิดของเธอยังล้าหลังมากไม่เหมือนซูเจียวเจียวที่ผ่านการบ่มเพาะแนวคิดจากยุคหลังจึงมีแนวคิดที่ก้าวหน้ากว่ามาก
แต่ตอนนี้เธอฟังคำพูดของซูเจียวเจียวดวงตาก็พลันสว่างขึ้นมาก ใช่แล้ว! ผู้หญิงเราไม่ได้ด้อยไปกว่าผู้ชายเลย!
“ฉันจะไม่พูดคำพูดแบบนี้อีกแล้ว หยวนหยวนเป็นลูกสาวแท้ๆ ของฉันฉันจะรักเธอให้ดี”
ซูเจียวเจียวก็อดไม่ได้ที่จะยิ้ม“ดีแล้วค่ะ”
“น้องสะใภ้ เธอดีกับฉันจริงๆ” เซียวหยวนซินมองซูเจียวเจียวด้วยความซาบซึ้งใจ
ยุวชนจากเมืองคนนี้ไม่เหมือนใครเลยคารมคมคายเจรจาเฉียบคม ไม่กี่ประโยคก็ทำให้แม่สามีตัวร้ายของเธอพูดไม่ออกแถมยังคอยชี้แนะเธออีกด้วย
อาหมิงได้ภรรยาที่เก่งกาจแบบนี้ดีจริงๆ!
ต่อไปเธอจะไม่ต้องกังวลเรื่องของอาหมิงอีกแล้ว
ซูเจียวเจียวแกะลูกอมอีกเม็ดให้เซียวหยวนซินกิน
ทันทีที่ลูกอมเข้าปากรสหวานก็กลบความขมปร่าในปากไปจนหมด ทำให้ความรู้สึกโดยรวมดีขึ้นเล็กน้อย
เธอเคยกินลูกอมแค่ครั้งสองครั้งตอนเด็กๆหลังจากนั้นหลายปีก็ไม่เคยกินอีกเลย หลังจากแต่งงานเข้าตระกูลหลิวเธอก็กินน้ำตาลทรายแดงแค่สองชามตอนอยู่ไฟหลังจากนั้นก็ไม่เคยเห็นแม้แต่เงาของน้ำตาลอีกเลย
ซูเจียวเจียวแกะลูกอมอีกเม็ดให้เซียวหยวนหมิงกินเซียวหยวนหมิงหน้าบึ้งตึง ไม่พูดอะไร ไม่รู้กำลังคิดอะไรอยู่
คุณปู่หลิวกลับถึงบ้านก็ล้มตัวลงนอนพักทันทีแล้วบอกให้คุณย่าหลิวรีบทำอาหาร
คุณย่าหลิวจึงเรียกสะใภ้ใหญ่ไปทำอาหารสะใภ้ใหญ่ได้ยินว่าจะให้ทำอาหาร ก็พลันไม่พอใจขึ้นมาทันที“แม่คะ ฉันก็ทำงานมาทั้งเช้า ไม่ได้พักหายใจเลยให้สะใภ้สี่ไปทำเถอะค่ะ...”