เกิดใหม่ต่างโลกกับการผจญภัยครั้งใหม่ในโลกเวทมนตร์

    ตอนที่ 42 การมาถึงของอิซาเบลล่า

    หลังจากที่เซล่าบอกว่ารู้สึกไม่สบายใจแบบเดิมเหมือนกับตอนที่พวกเราเจอกับเจ้าตัวประหลาดที่คล้ายแฮมสเตอร์ทำให้ผมเพ่งการใช้สัมผัสพิเศษที่ไม่เกี่ยวข้องกับทักษะตรวจจับแต่เป็นสัมผัสรับรู้โดยธรรมชาติของผมเอง
    สัมผัสพิเศษที่เพิ่มมา 50 % ของผมในการอัพขั้นเผ่าทำให้ผมสามารถรับรู้ได้ถึงสายตาที่จ้องมองมามากมาย มันเป็นกลุ่มของมุนษย์สองกลุ่มใหญ่ที่มีประมาณกลุ่มละสามร้อยคนกับพวกเจ้าตัวประหลาดสิบกลุ่มที่มีไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันตัว ผมก็รู้ทันทีว่าพวกมันทั้งหมดเล็งมาที่กลุ่มของผมกับกลุ่มของลูเชียโน่ แต่ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมพวกมันสองกลุ่มไม่โจมตีกันเลยพวกเจ้าตัวประหลาดก็ด้วยทำไมถึงไม่โจมตีมนุษย์พวกนั้น? มันหมายความว่ายังไง?
    ผมก็วางแผนอะไรบางอย่างกับอีเมอร์สันเล็กน้อยก่อนพูดแผนการที่ตกลงกับอีเมอร์สันให้สองสาวฟังในทันที และปรับแผนการทั้งหมดโดยรวมความสามารถของคนที่มีฝีมือทั้งหมด
    จากนั้นผมส่งสัญญาณไปหาลูเชียโน่ประมาณว่า “มีคนตามพวกเรามาแต่ให้ทำตัวตามปกติอย่าทำอะไรผิดสังเกตเดี๋ยวพวกมันจะรู้ตัว”
    กลุ่มของผมกับกลุ่มของลูเชียโน่ก็เดินทางกันตามปกติไม่สร้างความผิดปกติใดๆให้พวกที่ตามมาได้รับรู้ ทำให้พวกมันไม่รู้ว่าพวกมันทั้งหมดนั้นเข้ามาติดกับดักของผมที่วางเอาไว้ต้อนรับแขกเรียบร้อยแล้ว.....
    ……….
    ภายนอกดันเจี้ยน ที่หน้าทางเข้าดันเจี้ยน
    กลุ่มของผู้คนมากมายมารวมตัวกันหลายกลุ่มไล่ตั้งแต่กลุ่มขนาดกลางไปถึงกลุ่มขนาดใหญ่ ตอนนี้สายตาทุกสายตาต่างจับจ้องไปยังกลุ่มอำนาจที่มากันห้ากลุ่มใหญ่ๆ การมาครั้งนี้ของกลุ่มอำนาจพายอดฝีมือเทียบเท่าแรงค์ SS และ แรงค์ S มามากมาย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าข่าวที่ได้มาจากกลุ่มเมฆาพเนจรที่แสนลึบลับนั่นคงจะเป็นความจริง
    ว่ากันว่ากลุ่มเมฆาพเนจรครอบครองสมบัติชิ้นหนึ่งที่มีความสามารถตัดผ่ามิติได้จึงสร้างรอยแยกและสามารถเข้าออกดันเจี้ยนโดยไม่สนกฎเกณฑ์ของมัน ทำให้พวกเขาได้ข่าวมาว่าในดันเจี้ยนแรงค์ S แห่งนี้มีสมบัติสามชิ้นที่ล้ำค่าจนไม่อาจประเมินค่าได้และมีบอสซึ่งนั่นก็คือราชาคนเถื่อนที่พบได้ยากยิ่งกว่าคนเถื่อนธรรมดาซะอีก
    การฆ่าคนเถื่อนคนหนึ่งจะทำให้คนที่สามารถพิชิตมันลงได้ ได้รับค่าตอบแทนนั่นคือโลหิตของมันซึ่งมันคืออีกสมบัติอันล้ำค่าที่ทุกคนต่างอยากได้มันมาครอบครอง และก็รวมถึงร่างกายของมันที่สามารถนำเป็นวัตถุดิบสำคัญในการสร้างยาที่เป็นยาเพิ่มขีดจำกัดของพลังชีวิตได้เท่านั้นยังไม่พอมันยังสามารถยืดอายุขัยของผู้ที่ได้กินมันเข้าไปด้วย
    แต่ที่น่าสนใจมากกว่านั้นก็คือเธอคนนั้นก็มาด้วยนั่นก็คือ อิซาเบลล่า ไวโอเล็ท เทพธิดาแห่งสงครามคนที่ไม่ต้องพูดถึงเรื่องพลังความสามารถ เพราะความสามารถของเธอเหนือล้ำคนอื่นไปไกลมากเธอเป็นหนึ่งในผู้หญิงไม่กี่คนที่สามารถขึ้นมาเป็นผู้นำกลุ่มที่เป็นกลุ่มอิสระไม่ขึ้นตรงต่อที่ใดในจักรวรรดิเอสโทเนียได้ พร้อมทั้งรูปโฉมที่งดงาม รูปร่างที่ยั่วยวน และที่สำคัญยังเป็นผู้หญิงที่หยิ่งในศักดิ์ศรีมากๆคนหนึ่ง
    การที่เธอมาดันเจี้ยนแห่งนี้จึงทำให้ใครต่อใครประหลาดใจเพราะว่าคนแบบเธอไม่มีทางเข้ามาดันเจี้ยนที่ต่ำกว่าแรงค์ตนเองแน่นอน แต่เป็นเพราะอะไรทุกคนก็ไม่สามารถรู้ได้ ที่ทำได้ก็คือการคาดเดาไปต่างๆนานอย่างการที่เธออาจสนใจสมบัติสามชิ้นนั้นหรือแม้กระทั่งราชาคนเถื่อนก็ได้
    อิซาเบลล่าคิดจะมาที่นี่โดยลำพังกับกลุ่มของตนเองยังต้องมาปกป้องคนสำคัญที่สุดของจักรวรรดิไปด้วยทำให้เธอค่อนข้างคิดหนักกับเรื่องนี้
    “ฉันสงสัยจริงๆว่าทำไมเธอถึงต้องมากับเขาด้วย เธอไม่รู้สถานะของตนเองเลยรึยังไง รอฟังข่าวอยู่เฉยๆก็ได้”
    “เอาน่าเจ้ากับอีวานก็แค่ปกป้องข้าเท่านั้นเอง”
    “จักรพรรดินีอุ๊บ...ท่านหญิงชาร์ลอตต์ ท่านจะทำแบบนี้ไม่ได้นะครับ ถ้าท่านเป็นอะไรขึ้นมาฝ่าบาทได้เอาข้าตายแน่”
    คนที่อีวานเรียกว่าท่านหญิงชาร์ลอตต์นั่นก็คือ ชาร์ลอตต์ นาเดีย ดาร์เลเน่ จักรพรรดินีแห่งจักรวรรดิเอสโทเนีย พี่สาวของเอลิซาเบธ ที่ตอนนี้กำลังแฝงตัวเข้าไปกับกลุ่มของอิซาเบลล่าโดยสวมชุดคลุมสีดำ
    “จะไปสนใจเจ้าไก่อ่อนนั่นไปทำไม”
    “แต่ว่าจักร...ท่านหญิงชาร์ลอตต์ท่านจะว่าฝ่าบาทแบบนั้นไม่ได้นะขอรับ ถึงฝ่าบาทจะมีรสนิยมชมชอบเอ่อ...เพศเดียวกันก็เถอะแต่ก็เป็นถึงเทพสงครามที่เคยสร้างชื่อเสียงเอาไว้”
    “ทำไมข้าจะว่ามันไม่ได้ เทพสงครามเหรอมันก็ใช่อยู่หรอกในตอนที่ข้าไปแต่งเข้าราชวงศ์ของมันใหม่ๆแต่ตอนนี้มันกำลังทำอะไรอยู่เจ้าไม่เห็นรึยังไง วันๆไม่ทำอะไรไปบำเรอรักกับชายหนุ่มของตนเองทุกวัน การบ้านการเมืองก็ไม่สนใจถ้าไม่มีข้ามันได้ร่วงหล่นจากราชบัลลังก์ตั้งแต่วันที่อภิเษกสมรสกันแล้ว”
    อิซาเบลล่าก็เข้าใจหัวอกของชาร์ลอตต์ว่าทำไมชาร์ลอตต์ถึงได้อารมณ์ร้อนขึ้นทุกครั้งที่พูดถึงจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิเอสโทเนียก็เล่นไปชอบของแปลกมาตั้งนานแล้ว ทำให้คนที่เป็นภรรยาอย่างชาร์ลอตต์ไม่สบอารมณ์ ใครจะไปชอบคนที่นอกใจภรรยาเท่านั้นไม่พอยังจะชอบของแปลกอีก
    “เรื่องอื่นเอาไว้ทีหลังเถอะชาร์ลอตต์ ตอนนี้พวกเราต้องไปกันก่อน”
    “อืม นั่นสินะข้ารอไม่ไหวแล้วถ้าน้องของข้าเป็นอะไรขึ้นมา ข้าก็คง...”
    อิซาเบลล่าส่ายหน้าไปมาแทนที่จะรอข่าวของน้องสาวตนเองอยู่ที่พระราชวังไม่ทำยังจะออกมาเองโดยที่ให้คนสนิทปลอมตัวเป็นตนเองคอยทำงานให้อีก อาการเป็นห่วงน้องสาวของเธอนี่มันเกินบรรยายจริงๆแต่ก็ว่าเธอไม่ได้เพราะคราวนี้มันไม่ใช่เหตุการณ์ปกติแต่เป็นเหตุการณ์ที่ใหญ่มากๆ
    ในขณะที่อิซาเบลล่ากำลังจะมุ่งหน้าเข้าไปในดันเจี้ยนก็มีชายคนหนึ่งมายืนขวางทางเอาไว้
    “ถอยไปคาร์ดอสไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันใช้ดาบฟันนายขาดสองท่อนโดยไม่บอก” (ส่วนใครไม่รู้ว่าคาร์ดอสเป็นใครนั้นย้อนไปอ่านตอนที่ 22 ได้เลย)
    “เฮ้อ เธอนี่ก็เย็นชากับฉันเหมือนเดิมเลยนะ ไอ้ผู้ชายคนนั้นมันมีดีอะไรถึงได้หัวใจของเธอไปครอบครอง”
    “ถ้านายพูดถึงเขาอีกละก็ฉันจะฆ่านายตรงนี้แน่”
    “ฮ่า ฮ่า ไม่ต้องห่วงไปเพราะฉันส่งของขวัญไปให้มันเรียบร้อยแล้วในดันเจี้ยนยังไงละป่านนี้ก็น่าจะได้หัวของไอ้ผู้ชายคนนั้นมาแล้วคราวนี้เธอก็จะมาเป็นผู้หญิงของฉันได้สักที”
    “นายว่ายังไงนะ!”
    อิซาเบลล่าตกตะลึงในคำที่คาร์ดอสพูดออกมาแบบนี้ แสดงว่ามันส่งคนเข้าไปก่อนแล้ว และมีโอกาสสูงที่ลูเชียโน่จะพลาด ทำให้..... ทำให้.....
    ชาร์ลอตต์เดินมาด้านข้างของอิซาเบลล่าก่อนจะจ้องมองไปยังคาร์ดอสด้วยจิตสังหารแห่งจักรพรรดิทำให้คาร์ดอสกระเด็นออกไปนับร้อยเมตรในสภาพที่ไม่สามารถควบคุมร่างกายของตนเองได้
    “อย่าหาว่าข้าไม่เตือนเจ้า เพราะตอนนี้ข้ากำลังอารมณ์ไม่ดี”
    คาร์ดอสมองดูบาดแผลของตนเองกับรัศมีพลังที่คุ้นเคยก่อนที่จะเผยสีหน้าที่ตกตะลึงขึ้นมา
    “ท่าน ท่านคือ...”
    คาร์ดอสไม่ทันได้พูดออกมาดาบสามพันสามร้อยสามสิบสามเล่มก็เล็งไปที่เขาเรียบร้อยแล้ว
    “อย่าได้ปากมากคาร์ดอส ไม่อย่างนั้นข้าก็จะไม่ไว้หน้าหัวหน้าของเจ้าอีกต่อไป”
    เจ้าของเสียงคืออีวานที่เป็นองครักษ์ส่วนตัวของชาร์ลอตต์ เขาเป็นคนใช้ทักษะที่อ่อนที่สุดของเขาออกมา ทำให้คาร์ดอสหยุดปากของตนเองไปในทันที เขาไม่มีทางต่อสู้กับจักรพรรดินีของจักรวรรดิเอสโทเนียได้หรอกไม่สิแค่จิตสังหารอ่อนๆที่แผ่ออกมาเบาๆก็ทำให้เขาเป็นแบบนี้ แล้วบาดแผลมันก็เข้าขั้นบาดเจ็บหนัก น่าจะมีเพียงคนเดียวที่รับมือเธอได้นั่นก็คือหัวหน้าของเขาผู้นำกลุ่มมนุษย์ชุดดำ
    กลุ่มของอิซาเบลล่า ชาร์ลอตต์ รวมถึงอีวานก็เดินเข้าไปในดันเจี้ยนโดยไม่สนใจสายตามากมายที่มองดูคาร์ดอสที่กระเด็นไปไกลราวกับเป็นพวกไร้ประโยชน์ ตามจริงแล้วในที่นี้คนที่สามารถรับมือกับคาร์ดอสได้ถ้าไม่นับชาร์ลอตต์ที่แข็งแกร่งเกินไป ก็จะมี อิซาเบลล่า และยอดฝีมือเทียบเท่าแรงค์ SS ของกลุ่มอำนาจทั้ง 5 แค่นั้น การที่บอกรับมือได้ก็คือต่อสู้อย่างสูสี
    แต่นี่มันแปลกเกินไปแล้วเมื่อสักครู่นี้มันเป็นเพียงแค่จิตสังหารเบาๆที่ปล่อยออกมาไม่ถึงหนึ่งส่วนร้อยเลยนะ ก็ทำให้คาร์ดอสกระเด็นไปไกลขนาดนั้น ผู้คนมากมายถึงกับกลืนน้ำลายลงไปเพราะคนที่แข็งแกร่งขนาดนั้นมาที่นี่เพราะอะไร แถมยังมากับอิซาเบลล่าด้วย ส่วนผู้ชายชุดดำที่อยู่กับอิซาเบลล่าที่ใช้ทักษะลักษณะนั้นออกมาใส่คาร์ดอสในตอนที่เขาพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง เห็นได้ชัดว่าเขาแข็งแกร่งกว่าทุกคนที่อยู่ที่นี่รวมกันทั้งหมด
    ………..
    ภายในดันเจี้ยน
    “เป็นยังไงบ้างตอนนี้พวกเราอยู่ที่ไหน”
    ชาร์ลอตต์ถามอิซาเบลล่าด้วยท่าทีร้อนรน
    “ตรงส่วนนี้น่าจะห่างจากจุดวิหารประมาณสองพันกิโลเมตรพวกเราอยู่ที่เขตทะเลทราย แต่เดี๋ยวนะนี่มันมีกลิ่นอายของเอลิซาเบธนิถึงมันจะเบาบางมากก็ตามหรือว่า...”
    “อะไรพูดมานะอิซาเบลล่า เร็วเข้า”
    “เธอน่าจะยังมีชีวิตอยู่”
    “ว่ายังไงนะ มีชีวิตอยู่ ดีจัง ดีมากๆเลย”
    “แต่ฉันไม่รู้ว่าทำไมกลิ่นอายมันถึงได้แผ่วเบาขนาดนี้ ถ้าคำนวณดูคราวๆแล้วเธอคงผ่านเส้นทางนี้ไปได้ไม่กี่ชั่วโมงก่อน” “รีบตามไปกันเถอะ”
    ผ่านไปสามสิบนาทีกลุ่มของอิซาเบลล่าก็เดินทางมาจนถึงจุดที่พบร่างของมนุษย์รวมถึงพวกเจ้าตัวประหลาดมากมายตายเกลื่อนกลาดเต็มไปหมดจนกลายเป็นภูเขาขนาดย่อม อิซาเบลล่าเดินไปตรวจสภาพร่างกายของคนพวกนั้นกับเจ้าตัวประหลาดจากนั้นก็นึกถึงคนๆหนึ่งขึ้นมานั่นก็คือเจ้าหญิงแห่งดาบที่มีความสามารถด้านดาบที่ไปไกลจนถึงขั้นไร้เทียมทานของโลกไปแล้วคนนั้น ถึงเธอจะไม่เคยพบเห็นตัวจริงแต่ก็บอกได้เลยว่านี่น่าจะเป็นรอยการฟันของเธอคนนั้นแน่นอน
    เพราะวีรกรรมขึ้นชื่ออีกวีรกรรมก็คือการฆ่าล้างกลุ่มชั่วร้ายสามกลุ่มใหญ่โดยการนำของเจ้าหญิงแห่งดาบว่ากันว่าเธอใช้ดาบของเธอฟาดฟันการโจมตีหมู่ที่มีขอบเขตกว้างมากๆฆ่าคนจำนวนมากในพริบตาเดียว และฝังรอยการฟันของดาบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวเอาไว้เอาทุกครั้ง
    มันไม่ได้มีรอยการฟันแค่ดาบแต่มีร่องรอยของธนูที่มีอนุภาพรุนแรงอีกส่วนหลงเหลืออยู่ด้วย แต่อิซาเบลล่าก็นึกไม่ออกว่าคนในความทรงจำคนไหนที่มีฝีมือด้านธนูมากขนาดนี้อยู่ แต่ที่ทำให้เธอเลิกคิดเรื่องอื่นไปนั้นก็คือร่องรอยการต่อสู้ของลูเชียโน่แสดงว่าเขากับเจ้าหญิงแห่งดาบร่วมมือกันอยู่จึงทำให้อิซาเบลล่าลดความกังวลใจลงมาได้หลายส่วน
    “นี่มันอะไรกัน ทำไมถึงมีร่างของมนุษย์กับเจ้าตัวประหลาดเยอะแยะขนาดนี้ แถมคนพวกนี้มันคือพวกของคาร์ดอสนิ”
    “คนพวกนี้คงคิดจะลงมือกับกลุ่มของฉันที่ส่งเข้ามาทำภารกิจในครั้งนี้แต่โดนการร่วมมือของเจ้าหญิงแห่งดาบกับลูเชียโน่ฆ่าตายไปทั้งหมด”
    เมื่อชาร์ลอตต์ได้ยินว่าเจ้าหญิงแห่งดาบออกมาจากปากของอิซาเบลล่าก็เดินเข้าไปตรวจสอบร่องรอยการฟันเพราะในตอนแรกเธอกำลังวิเคราะห์ว่าร่างคนที่ตายมันเป็นของกลุ่มไหนก็เลยไม่ได้ไปดูในส่วนของร่างที่ถูกฆ่าด้วยดาบที่มีเอกลักษณ์ที่ว่า
    “ไอรีนเป็นเธอจริงๆด้วย น้องสาวของฉันเอลิซาเบธน่าจะอยู่กับเธอในตอนนี้แน่ๆ รีบไปกันต่อเถอะอิซาเบลล่า คนสำคัญของพวกเราน่าจะอยู่กับเธอทั้งคู่”
    “อืม”
    กลุ่มของอิซาเบลล่ากับชาร์ลอตต์และอีวานก็เดินทางต่อในทันทีเพื่อไปหาคนสำคัญของพวกเธอทั้งสอง.......... . .

    .

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ต่างโลกกับการผจญภัยครั้งใหม่ในโลกเวทมนตร์ ที่คุณอ่าน