จางิวิ่งออกไปจากห้องโถงได้แล้ว ก็ตรงดิ่งไปที่โรงเก็บฟืนทันที
“เธอจะทำอะไร!! ออกไปนะหลินอ้ายถงไม่อย่างนั้นฉันจะแจ้งความว่าเธอพาคนมาบุกรุกบ้านของฉัน”จางิวิ่งเข้าไปผลักหลินอ้ายถงออกอย่างแรงและนั่นก็ทำให้เืในมือทั้งสองข้างของเขาเปื้อนตัวของเธอไปด้วย
โดยที่ไม่มีใครเห็นรอยประทับเืบนตัวของหลินอ้ายถงก็ส่งผลโดยตรงกับแหวนหยกทั้งสองวงที่พวกเขาในทันที
หลินอ้ายถงที่ได้กลิ่นคาวเืก็ก้มมองต้นแขนของตัวเองก็เห็นว่ามีคราบเืแดงฉานติดอยู่บนนั้น “นะ นี่นายเป็อะไรไปจางินายโดนแทงมาอย่างนั้นเหรอ” น้ำเสียงของหญิงสาวเริ่มละล่ำละลักเธอไม่ได้้าให้เขาตายแค่้าข่มขู่ให้เขายอมส่งสมุนไพรออกมาให้เธอเท่านั้น
“มันก็แค่สำออย ไม่ตายง่ายๆหรอกน่าอ้ายถงมาดูนี่ดีกว่าว่าพวกเราเจออะไร” หลินเหิงอี้ที่ค้นพบทางลับในโรงเก็บฟืนร้องเรียกน้องสาวด้วยน้ำเสียงลิงโลด
ความรู้สึกผิดเมื่อครู่นี้ปลิวหายไปจากใจของหลินอ้ายถงในทันทีเธอรีบวิ่งเข้าไปข้างในนั้นแล้วก็ปิดประตูไม่ให้จางิตามเข้าไปได้
จางิเห็นแบบนั้นสายตาของเขาก็ดำมืดขึ้นมาตะบันไฟที่เตรียมเอาไว้กับตัวนานแล้ว ก็ถูกเปิดออก
“พวกเธอบีบบังคับฉันเองนะหลินอ้ายถง”พูดจบเขาก็หยิบฟางแห้งหน้าโรงเก็บฟืนขึ้นมา จากนั้นก็จ่อตะบันไฟเข้ากับฟางแห้ง
ไม่นานเศษฟางในมือของเขาก็ลุกพรึบขึ้นมา ชายหนุ่มโยนมันเข้าไปในช่องแตกของโรงเก็บฟืนอย่างไม่สนใจว่าคนข้างในจะเป็หรือตาย
จากนั้นก็รีบเดินกลับเข้าไปในห้องนอนเพราะยังมีของสำคัญอีกหนึ่งอย่างที่เขาเก็บเอาไว้ใต้หมอน
พอเข้าไปเขาก็เห็นว่ามันถูกเขวี้ยงลงพื้นอย่างน่าอนาถจึงได้หยิบถุงผ้าออกมาแล้วเปิดออกนำเอาภาพวาดโบราณออกมาดู
“ยังอยู่ดีสินะ แค่นี้ก็ดีแล้วล่ะ”แล้วเขาก็หยิบเอาแหวนหยกออกจากอกเสื้อ “สองสิ่งนี้สำคัญที่สุดสำหรับฉันแล้ว”
ชายหนุ่มไม่ได้รู้ตัวเลยว่าเืที่ไหลทะลักออกจากฝ่ามือของเขาถูกภาพวาดโบราณและแหวนหยกในมือดูดซับอย่างดุเดือด นั่นก็เพราะเขาไม่รู้สึกวิงเวียนหรือได้รับผลกระทบจากการถูกมีดกรีดเลยจึงคิดแค่ว่ามันเป็แค่าแเล็กน้อยเท่านั้น
จนกระทั่งเืเริ่มหยุดไหลแล้วนั่นแหละจางิถึงได้รู้สึกเจ็บที่ฝ่ามือทั้งสองข้าง “นะ นี่มันอะไรกัน!!”
วิ๊ง!!
แหวนหยกและภาพวาดโบราณเปล่งแสงเรื่อเรืองออกมาจางๆทว่าเขาก็รู้สึกได้ถึงความทรงพลังของมันเห็นแบบนี้แล้วจางิก็รีบเก็บพวกมันอย่างรวดเร็ว
ภาพวาดโบราณถูกเก็บเอาไว้ในกล่องไม้ใต้ตู้ข้างเตียงเตาส่วนแหวนหยกนั้นเขาก็เก็บเอาไว้ในอกเสื้อตามเดิม
จากนั้นเขาก็รีบวิ่งออกไปที่โรงเก็บฟืนอีกครั้งภาพที่เห็นทำให้จางิถึงกับอ้าปากค้างเพราะไฟจากฟางข้าวที่เขายื่นเข้าไปในโรงเก็บฟืนนั้นมันไม่ได้ลุกลามไปไหน แต่กลับกลายเป็สะเก็ดไฟติดตามเสื้อผ้าของคนทั้งหมด
ภาพที่เห็นนี้ทำให้เอาจางินึกถึงเงาร่างที่คอยตามติดเขาไม่ห่างนี่ต้องเป็ฝีมือของอีกฝ่ายแน่ๆ
“จางิ นายเป็ตัวอะไร!!หรือที่บ้านของนายจะมีผี!!” หลินอ้ายถงวิ่งวนไปมาเธอทำทุกวิถีทางแล้วแต่ลูกไฟเล็กๆที่ติดตามเสื้อผ้าก็ไม่ดับเสียทีตอนนี้มันไหม้เสื้อผ้าของเธอไปไม่น้อยแล้วน่าอายจะตาย
ชายหนุ่มสงบจิตใจลงได้แล้ว ก็ตอบอีกฝ่ายไปด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง“ฮึ! จะมีผีได้ยังไงสิ่งนี้เป็ผลจากการกระทำของเธอทั้งนั้น”
หลินอ้ายถงที่เห็นท่าทางเช่นนี้ของจางิก็ไม่อยากจะยอมแพ้เธอรีบวิ่งเข้าหาจางิเพื่อหวังให้ไฟจากเสื้อผ้าของเธอลามไปที่ตัวของเขาบ้าง
“ถ้าจะตายก็ต้องตายด้วยกัน!!” ว่าแล้วก็วิ่งเข้าหาชายหนุ่มที่เธอรังเกียจ หวังจะลากเขาลงนรกไปด้วยกันให้ได้
แต่มีหรือที่จางิจะยอมให้หลินอ้ายถงจับตัวได้ง่ายๆเขาถอยหลบฉากออกอย่างรวดเร็ว
โครม!!
“นายจะบ้าเหรอจางิ นายหลบทำไม!!” หลินอ้ายถงชนเข้ากับกองฟืนข้างผนังบ้านที่ผ่าแล้วเข้าอย่างจัง
จางิมองดูลูกไฟเล็กๆมากมายที่ลุกลามไหม้เสื้อผ้าของอีกฝ่ายเป็หย่อมๆและให้ััร้อนลวกแต่กลับไม่ระคายเคืองแม้ิั นี่มันทำให้เขาคิดถึงเื่บางอย่างขึ้นมาได้และเมื่อมองพิจารณาหลินอ้ายถงอย่างจริงจังก็จะเห็นว่าเสื้อผ้าของเธอไม่ได้รับความเสียหายแม้แต่น้อยเป็ภาพมายาสินะ น่าสนใจจริงๆ
“คิดอะไรของเธอ ถ้าไม่หลบฉันก็ถูกเธอชนเข้าน่ะสิ”ผู้หญิงคนนี้ยังคิดว่าเขาจะทำตัวเป็สุภาพบุรุษกับเธออยู่สินะ ฝันไปเถอะ!!
หลินอ้ายถงลุกขึ้นมาได้ เธอคิดจะกระโจนเข้าหาจางิอีกครั้งแต่ครั้งนี้พี่ชายของเธอร้องเรียกเอาไว้เสียก่อน
“อ้ายถง!! พี่ใหญ่ตรวจดูห้องใต้ดินทุกซอกทุกมุมแล้วไม่มีอะไรเลย” หลินเหิงอี้ะโบอกน้องสาวอย่างเจ็บใจ
“เป็ไปไม่ได้!!มันจะต้องมีสิ!!”หลินอ้ายถงมองจางิแล้วก็เริ่มสับสน เธอมั่นใจว่าเธอรู้จักเขาดีที่สุดปฏิกิริยาในตอนนั้นของเขามันคือของจริง แล้วทำไมถึงไม่มีสมุนไพรอยู่ในนั้นล่ะ
จางิมองหลินอ้ายถงแล้วก็หัวเราะออกมาเสียงแ่อย่างผู้ที่เหนือกว่า ทั้งยังมีสิทธิ์เลือกว่าจะให้เธออยู่หรือไป “เธอคิดมากไปแล้วหลินอ้ายถงเวลาเปลี่ยนทุกอย่างก็ต้องเปลี่ยนไปอยู่แล้ว ครั้งนี้ฉันจะไม่แจ้งตำรวจเธอพาคนของเธอกลับไปเถอะ”
หลินอ้ายถงไม่อยากจะเชื่อเพราะเธอคิดมาตลอดว่าไม่ว่าเธอจะทำอะไรเขาก็ยังมีเยื่อใยและจะต้องยอมอ่อนข้อให้เธออย่างน้อยก็ห้าส่วน ทว่าเื่ที่เกิดขึ้นในคืนนี้ทำให้เธอเริ่มไม่มั่นใจแล้ว
แต่คุณหนูบ้านรวยอย่างเธอมีเหรอจะยอมลดศักดิ์ศรีให้ผู้ชายอย่างเขาไม่มีวันเสียล่ะ!!
“พวกเรากลับ!!”
รอจนมั่นใจว่าหลินอ้ายถงและพวกกลับไปแล้วจริงๆ จางิถึงได้รีบวิ่งไปที่กำแพงหน้าลานบ้านจากนั้นก็ใช้เสียมขุดหลุมที่นำเอาของมาฝังเอาไว้ ขุดอยู่ครู่หนึ่งก็เจอเข้ากับไหดินเผาใบใหญ่เดิมทีเขาเก็บเห็ดหลินจือและเงินเอาไว้ในหีบ ต่อมาก็เลยเปลี่ยนภาชนะ
ตอนนั้นเขาเก็บไหดินเผาเอาไว้ในห้องใต้ดินแต่พอเวลาผ่านไปคนที่ขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรแล้วไม่ได้อะไรติดมือกลับมาสายตามากมายก็พุ่งมาที่เขาอย่างครุ่นคิดและเขาอ่านออกได้ทันทีว่าคนเหล่านี้กำลังจับจ้องมาที่บ้านหลังนี้ นั่นจึงทำให้เขาเปลี่ยนที่เก็บใหม่ ชายหนุ่มมองไหดินเผาด้วยสายตาเปล่งประกายแล้วก็ยกไหขึ้นมา
“ถ้าฉันไม่เฉลียวใจล่ะก็พวกแกก็คงตกไปอยู่ในมือของคนชั่วพวกนั้นแล้ว”
ว่าแล้วเขาก็อุ้มไหใบใหญ่กลับเข้าไปในห้องนอนใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาดจนไม่มีฝุ่นเกาะ แล้วจึงตรวจดูว่าทั้งเห็ดหลินจือและเงินที่เหลืออยู่หลายหมื่นยังอยู่ครบดีไหมผ่านไปสักพักก็ต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ พวกมันยังอยู่ครบทั้งหมด
พอมองดูมือที่มีคราบดินติดเขาก็ได้แต่ส่ายหน้ารีบเดินไปที่ห้องครัวตักน้ำล้างมือจนสะอาดแล้วจึงเดินกลับห้องนอนส่วนเื่แผลที่มือนี้เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยจัดการก็แล้วกัน
ชายหนุ่มก้าวขึ้นเตียงเตาอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่กล้าเอาไหดินเผาวางไว้ห่างตัวจึงวางมันลงบนที่นอนจากนั้นก็ห่มผ้าแล้วนอนกอดไหดินเผาเอาไว้
“ต่อไปคงอยู่ที่หมู่บ้านนี้ลำบากแล้วนอกจากกลุ่มของหลินอ้ายถงก็คงจะมีคนอื่นเหมือนกันที่อยากจะขโมยของไป ตอนนี้ก็มีเงินแล้วหรือว่าจะเข้าไปอยู่ในเมืองดีนะ”ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองมือของเขาก็ลูบไหที่กอดเอาไว้ไปด้วยโดยไม่ได้รู้เลยว่าเืบนฝ่ามือได้ไหลซึมออกมาอีกครั้ง
“เฮ้อ!น่าเสียดายที่แหวนหยกไม่มีมิติวิเศษ ไม่อย่างนั้นก็คงไม่ต้องย้ายที่เก็บของมีค่าพวกนี้ตั้งหลายครั้งการกระทำครั้งนี้ของหลินอ้ายถง นายควรเจ็บแล้วก็จำได้แล้วนะจางิ”แล้วเขาก็ทอดถอนใจออกมา พูดกับตัวเองมันง่ายอยู่หรอกแต่หัวใจของเขานี่สิมันจะหลาบจำหรือเปล่าก็ยังไม่รู้เลย
ชายหนุ่มพูดกับตัวเองไปเรื่อยๆกว่าจะผล็อยหลับก็ผ่านไปเกือบสองชั่วโมง
และเมื่อเขาเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างแท้จริงก้อนหินที่ถูกเรียกว่าเครื่องรางรวมถึงแหวนหยกและภาพวาดโบราณก็เปล่งแสงเรื่อเรืองออกมาคราวนี้มันสว่างจ้าไปทั่วทั้งห้องนอนและสว่างนานเกือบชั่วโมงถึงค่อยหม่นแสงลงในที่สุด
เงาร่างสีดำที่คอยพิทักษ์จางิมาโดยตลอดั้แ่พันธสัญญาได้เริ่มต้นขึ้นร่างจิติญญาของเขาลอยล่องมาหยุดอยู่ข้างเตียงเตามองใบหน้าของจางิที่หลับไปแล้วด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดาความรู้สึกจากนั้นก็หายเข้าไปในแหวนหยกเพราะสถานที่พำนักอันแท้จริงของเขาอยู่ข้างในนั้น
จางิตื่นขึ้นมาในตอนสายของวันกลิ่นอับชื้นในห้องทำให้เขาต้องขมวดคิ้ว นั่นก็เพราะว่าแม้บ้านหลังเล็กจะเก่าและทรุดโทรมมากแค่ไหนแต่เขาก็ทำความสะอาดอยู่เป็ประจำ ทั้งยังเปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทอยู่เสมอ
“ทำไมมีกลิ่นอับได้ล่ะ หรือว่าคนพวกนั้นกลับเข้ามาในบ้านตอนฉันหลับขโมยเอาไหดินเผาไปแล้วจับตัวฉันมาทิ้งเอาไว้ในบ้านร้างห่างไกลไม่มีคนเห็น”จางิพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะรีบลืมตาตื่นขึ้นมาและก็ต้องประหลาดใจ “นะนี่มันห้องนอนของพ่อกับแม่นี่ ทำไม...”
พูดออกไปแล้วก็ต้องรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองแต่ก็ต้องร้องออกมาอีกครั้งเมื่อแผลที่มือทั้งสองข้างมันเริ่มส่งผลกระทบ
“อูย เื่จริงอย่างนั้นเหรอ นะนี่มันยังมีรอยาแอยู่จริงๆ ดีที่เืไม่ไหลออกมาอีก แล้วฉันกลับมาได้ยังไงกันไหนี่ก็ตามฉันมาด้วยอย่างนั้นเหรอ” ขณะที่พูดวงแขนของเขาก็ยังกอดไหเอาไว้ด้วยนี่ทำให้จางิรีบลุกขึ้นนั่งบนเตียง จากนั้นก็ล้วงเอาของในไหดินเผาออกมา
“เห็ดหลินจืออายุห้าร้อยปีกับเงินหลายหมื่นหยวนก็ตามมาด้วยหึหึ ฉันรวยแล้ว!!”
ชายหนุ่มเรียบเรียงความทรงจำอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็รีบก้าวลงจากเตียงนอน เขาเริ่มค้นกระเป๋าสะพายของตัวเองที่เอาติดตัวมาด้วยเมื่อครั้งเดินทางจากปักกิ่งมาที่หมู่บ้านชิงสุ่ยบนเขาแห่งนี้
“โทรศัพท์และของใช้ทุกอย่างก็อยู่ครบหมด”พูดไปพลางก็มองกวาดสำรวจไปทั่วทั้งห้อง และเขาก็พบจุดที่ผิดสังเกตที่เห็นได้ชัดที่สุด“ฝุ่นเต็มไปหมดแล้ว จำได้ว่าวันนั้นฉันกับหลินอ้ายถงทำความสะอาดไปแล้วนี่เอ...ยังไงกันนะ” เขาหยิบพลาสเตอร์ขึ้นมาแกะออกแล้วก็นำมาปิดาแบนฝ่ามือ คิดเอาไว้ว่าถ้าเข้าไปในเมืองค่อยไปหาหมอบางทีอาจจะต้องฉีดยากันบาดทะยักด้วย
พอจัดการกับฝ่ามือทั้งสองข้างเรียบร้อยแล้วชายหนุ่มก็ก้มมองโทรศัพท์คิดจะกดเข้าไปดูก็พบว่าแบตหมดเขาจึงได้หาอุปกรณ์ชาร์จจากในกระเป๋าสะพายใบเล็ก แต่พอเสียบปลั๊กก็พบว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นพอตรวจเช็คปลั๊กไฟต่างๆดูก็พบว่าเป็เหมือนกันหมด
จางิรีบถือโทรศัพท์และอุปกรณ์ชาร์จไปที่บ้านของสหายของพ่อแม่ในยุคปัจจุบันทันทีแต่พอเดินไปได้สักพักเขาก็คิดเื่เสื้อผ้าการแต่งกายขึ้นมาได้แล้วก็รีบวิ่งกลับไปที่บ้านอีกครั้งรื้อเสื้อผ้าในกระเป๋าออกมาได้ก็เปลี่ยนเป็เสื้อผ้าตามสไตล์ของยุคนี้จากนั้นก็ยกเอาไหดินเผา เห็ดหลินจือและเงินหลายหมื่นหยวนเข้าไปเก็บเอาไว้ในตู้ ล็อกดีแล้วก็เดินออกจากบ้านไปพร้อมกับโทรศัพท์และอุปกรณ์ชาร์จอีกครั้ง
พอไปถึงบ้านลุงหลี่เขาก็เคาะประตูอยู่ครู่หนึ่งจึงมีคนมาเปิดประตูให้ “สวัสดีครับลุงหลี่”
“อ้าว เสี่ยวจางเองเหรอ หายไปนานหลายเดือนเลยนะคราวก่อนลุงแวะไปดูที่บ้านก็ไม่เห็นเธอกับแฟนเลยไม่รู้กลับเข้าเมืองกันั้แ่ตอนไหน แล้วคราวนี้ไม่พาแฟนมาด้วยเหรอ”
จางิชะงักไปชั่วขณะแต่ไม่นานเขาก็ปรับสีหน้าได้ “เธอต้องทำงานในเมืองน่ะครับลุงหลี่ผมเองก็มาธุระแถวนี้ก็เลยแวะมาพักที่บ้านสักหน่อย จะได้ทำความสะอาดบ้านด้วยแต่พอดีแบตโทรศัพท์หมด ไฟฟ้าที่บ้านก็ใช้ไม่ได้ เลยจะมาขอชาร์จแบตที่บ้านลุงสักหน่อยครับ”
“อ้อ ไฟน่าจะถูกตัดไปนานแล้วล่ะเอาโทรศัพท์เข้าไปชาร์จในบ้านลุงก่อนก็แล้วกัน” ลุงหลี่เปิดประตูให้จางิเดินตามเข้าไปในบ้าน“ป้าของเธอก็ไม่อยู่บ้าน วันนี้หล่อนไปที่บ้านเดิม ทางโน้นมีงานกินเลี้ยงที่บ้านญาติห่างๆน่ะ”
“แล้วลุงไม่ตามป้าไปด้วยเหรอครับ”
ลุงหลี่ชี้นิ้วให้จางิเอาโทรศัพท์ไปชาร์จที่มุมหนึ่งของห้องโถงแล้วก็นั่งลงที่โต๊ะรับแขกพร้อมกับรินน้ำชาให้ตัวเอง “่นี้ไปไหนไม่ได้หรอกต้องเกี่ยวข้าวให้เสร็จ ยังมีแตงโมอีกที่รอส่งให้กับพ่อค้าในเมืองแต่ก็ได้ฝากซองแดงไปแล้วล่ะ”
“หมู่บ้านของพวกเราปลูกแตงโมกันเยอะเลยนะครับลุง”ชายหนุ่มชาร์จแบตโทรศัพท์แล้ว ก็เดินมานั่งลงข้างๆลุงหลี่ด้วยท่าทีสบายๆแต่แท้จริงแล้วเขามีเื่ราวมากมายในหัวตีกันยุ่งเหยิงไปหมด
“อืมแตงโมของที่นี่รสชาติดีกว่าที่อื่นคนก็เลยนิยม อีกอย่างพ่อค้าก็ให้ราคาดีด้วยเลยทำให้ชาวบ้านเราปลูกกันเยอะ แต่ก็ไม่ได้ปลูกแตงโมอย่างเดียวหรอกนะยังมีผลไม้อีกหลายอย่างเลยล่ะ ก่อนกลับบ้านก็เอากลับไปด้วยนะ” ว่าแล้วลุงหลี่ก็ชี้ไปที่ลานหน้าบ้านที่พื้นที่ส่วนหนึ่งมีตะกร้าผลไม้วางอยู่หลายสิบตะกร้าน่าจะเตรียมเอาไว้รอส่งให้พ่อค้า
“ขอบคุณครับลุงหลี่”
“เกรงใจกันทำไมล่ะ ก็คนกันเองทั้งนั้นนี่ว่าแต่เธอเถอะได้งานทำแล้วหรือยังเสี่ยวจาง ถ้ายังไม่มีงานก็กลับมาปลูกผลไม้ขายก็ได้นะอย่างแตงโมนี่ลุงก็ปลูกไม่กี่เดือนก็ได้เก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว”
จางิมองลุงหลี่ด้วยสีหน้ายิ้มๆ“ผมได้งานทำแล้วล่ะครับลุง ครั้งนี้ก็เดินทางติดตามนายจ้างมาผ่านมาทางนี้ก็เลยขอแวะกลับมาที่บ้านเท่านั้นครับ”
“ได้งานทำแล้วก็ดี เอาล่ะๆเธอรออยู่ตรงนี้ก่อนนะเสี่ยวจาง ลุงจะไปหาอะไรมาให้เธอกินก่อน”ว่าแล้วลุงหลี่เ้าของบ้านก็เดินเข้าไปในครัวไม่นานก็ออกมาพร้อมกับบะหมี่ที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ“ถึงจะไม่ค่อยอร่อยเท่าฝีมือป้าของเธอ แต่ก็กินรองท้องไปก่อนนะ”
“ครับลุง” ชายหนุ่มรับชามบะหมี่มาแล้วก็นั่งกินอยู่เงียบๆ
ผ่านไปสักพักลุงหลี่ก็ถามขึ้นมา“ครั้งนี้จะพักอยู่กี่วันล่ะเสี่ยวจาง”
“น่าจะสองวันครับลุง อยู่นานไม่ได้ต้องตามเ้านายไปทำงานที่ภาคเหนือด้วย”
“ตั้งใจทำงานเข้าล่ะ ตอนนี้อายุยังไม่มากก็อดทนทำงานหนักไปก่อนเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้มากๆ อีกสักหน่อยก็จะสบายเอง” ลุงหลี่มองจางิด้วยสายตาที่เอ็นดูแต่ในแววตาของเขานั้นเจือแววเศร้าโศกที่ไม่เคยจางหายเพราะมองทีไรก็คิดถึงสหายรักทุกทีไป
“ผมก็คิดแบบนั้นครับแต่ผมก็ไม่คิดจะเป็ลูกจ้างไปตลอดหรอกนะครับลุง ตอนนี้ก็หาประสบการณ์ไปก่อนเก็บเงินได้สักก้อนก็คงต้องมองหาลู่ทางสร้างกิจการของตัวเอง”ชายหนุ่มยิ่งพูดก็ยิ่งไหลลื่น เื่ที่แต่งและสร้างขึ้นมานี่ช่างเหมือนจริงเหลือเกินแต่ในใจของเขานั้นมั่นใจแน่นอนว่านับต่อจากนี้เขาจะมีเงินเก็บก้อนใหญ่ส่วนกิจการจะมีหรือไม่มีนั้นก็เอาไว้ค่อยว่ากันอีกที
“ดีๆๆ ถ้ามีโอกาสก้าวหน้าก็ต้องเลือกเส้นทางที่ดีกว่า”