ตอนที่21
หน้ากากมารปีศาจ
เนินเสือดาว...ยามนี้เป็เวลาเช้าตรู่บนทางเดินปรากฏบุคคลกลุ่มใหญ่ไม่ต่ำกว่าสิบห้าคนทั้งหมดแต่งกายด้วยอาภรณ์สีเดียวกันทั้งหมด นั่นคือสีขาวล้วนไม่มีสีอื่นปะปนแม้แต่เพียงจุดแต้มเดียวทั้งหมดใช้เส้นทางผ่านเนินเสือดาว มุ่งหน้าทางทิศเหนือของเมืองลั่วหยางสองคนแรกที่เดินนำหน้าขบวนเป็ชายเลยวัยกลางคนแต่งกายรัดกุมใบหน้าดุดันน่าเกรงขามในมือของทั้งสองถือกระบี่กระชับมั่น
ถัดมาเป็ดรุณีสองนางแต่งกายในชุดนักบู๊สีขาวดรุณีคนทางขวาโอบอุ้มปี่แป้(กีต้าร์จีน)ตัวหนึ่งใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพราดรุณีคนทางซ้ายประคองพิณตัวหนึ่งใบหน้าแฉล้มแช่มช้อยดรุณีทั้งสองเดินสนทนาหยอกล้อต่อกระซิก ได้ยินเพียงเสียงหัวร่อคิกคักเบา ๆ พอคาดเดาอายุราวยี่สิบปี
ถัดมาประกอบด้วยชายร่างกายกำยำสี่คนสะพายกระบี่บนบ่าของคนทั้งสี่แบกหามเกี้ยววิจิตรงดงามหลังหนึ่งดูท่วงท่าการเดินเหินของคนทั้งสี่มั่นคงไม่สะดุดซวนเซทั้งที่แบกหามเกี้ยวอยู่บนบ่าคิดว่าคนทั้งสี่คงมิใช่บุคคลธรรมดาพลังวิชาคงแข็งแกร่งลึกล้ำพอดูตัวเกี้ยวประดับประดาอย่างเลิศหรูสวยงาม มีลวดลายของภาพวาดส่วนใหญ่จะเป็ภาพธรรมชาติ หุบเขาธารน้ำและดอกไม้หลากหลายสีสัน
ส่วนด้านหลังเกี้ยวติดตามด้วยผู้คนอีกราวเจ็ดแปดคนทั้งหมดล้วนดูออกว่าเป็ชาวบู๊ลิ้ม แต่ไม่อาจทราบชัดว่าเป็คนของค่ายพรรคสำนักใด ที่ผ่านมายังมิเคยเห็นบุคคลแต่งกายลักษณะนี้ปรากฏตัวในยุทธภพมาก่อนยิ่งบุคคลที่นั่งอยู่บนเกี้ยวด้วยแล้วคิดว่าต้องมีความเป็มาอันใหญ่หลวงเมื่อผ่านเนินเสือดาวเห็นมุ่งหน้าทางทิศเหนือดูจากเส้นทางที่มุ่งไปคล้ายกับมุ่งตรงไปยังพรรคไผ่หลิวปานฉะนั้น
ทางด้านเ้าหุบเขาผาพยัคฆ์ขาวมู่ชิวป้าหลังจากแยกจากศิษย์ทั้งสองกับจ่านจือแล้วท่านคิดว่าหากใช้เส้นทางเท้าในการเดินทางคงยากหลุดพ้นสายตาคนของหมู่ตึกกระเรียนฟ้าจึงได้จับเรือลำหนึ่งแล่นทวนน้ำใช้เส้นทางแม่น้ำฮวงโหเดินทางในเวลาค่ำคืนยามกลางวันจอดเรือหลับนอนปะปนกับเรือสินค้าเพื่อตบตาคนของหมู่ตึกกระเรียนฟ้ามิให้สังเกตเห็น
ทางหนึ่งแอบส่งพิราบสื่อสารไปยังสำนักเมฆฟ้าพิรุณใจความสำคัญในจดหมายบ่งบอกให้เ้าสำนักเหิงปี้ไป่รีบเดินทางไปยังพรรคไผ่หลิวด้วยเื่สำคัญเร่งด่วนเ้าหุบเขามู่ชิวป้าใช้เวลาเดินทางสองวันสองคืนจึงบรรลุถึงแต่ก่อนที่จะผ่านป่าไผ่หลิวแถบหนึ่งซึ่งขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นพลันเ้าหุบเขามู่ชิวป้ารับรู้ถึงความผิดปกติของป่าไผ่แถบนั้นภายใต้สีเขียวของต้นไผ่เ่าั้กลับมีเงาร่างและประกายสายตาของผู้คนแอบซุ่มตัวซ่อนกายอยู่อย่างมิดชิดคล้ายกับล่วงรู้ว่าท่านจะใช้เส้นทางนี้ในการเดินทางมา
ถึงแม้ว่าประกายสายตาของร่างเ่าั้จะหลบซ่อนตัวอย่างมิดชิดแต่ด้วยสายตาอันปราดเปรียวกับโสตััของเ้าหุบเขามู่ชิวป้าคนทั้งหมดจึงมิอาจเล็ดลอดรอดพ้นโสตััและสายตาของท่านไปได้ท่านจึงเก็บก้อนหินบริเวณนั้นขึ้นมาจำนวนหนึ่งพร้อมกับแผ่พุ่งพลังลมปราณบรรจุใส่ก้อนหินเ่าั้แล้วดีดก้อนหินออกไปโดยมิได้ขยับฝ่ามืออาศัยเพียงกระดิกนิ้วแล้วดีดนิ้วกลางัักับนิ้วโป้งบังคับพลังลมปราณส่งก้อนหินพุ่งแหวกฝ่าอากาศออกไปอย่างเร่งร้อนเป้าหมายคือคนที่แอบซุ่มอยู่ระหว่างทางเข้าพรรคไผ่หลิวโดยมิทันตั้งตัว
คนเ่าั้แอบซุ่มดูอยู่โดยมิได้เคลื่อนไหวพอได้ยินเสียงวัตถุหนึ่งพุ่งแหวกฝ่าอากาศมาด้วยความเร็วดุจสายฟ้ากว่าจะทันตั้งตัวก้อนหินเ่าั้พุ่งััร่างอย่างเร่งร้อนยากหลบหลีกคิดจะขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวร่างกายกลับมิอาจจะกระทำได้ตลอดทั้งร่างแข็งทื่อด้วยวิชาจี้สกัดจุดอันพิสดารผ่านก้อนหินก้อนเล็ก ๆ ของเ้าหุบเขามู่ชิวป้าเมื่อจัดการกับผู้ที่ซุ่มดักเล่นงานท่านแล้วรีบใช้วิชาตัวเบาเหินร่างข้ามดงไผ่อันหนาทึบแถบนั้นเข้าไปยังที่ตั้งของพรรคไผ่หลิวโดยปลอดภัยเหลือไว้แต่ผู้คนเ่าั้ซึ่งบัดนี้มิอาจช่วยเหลือตัวเองได้จำต้องรอให้มีพวกเดียวกันติดตามมาช่วยคลายจุดให้จึงจะหายคลายจากการถูกจี้สกัดจุด
เมื่อเข้าไปยังลานกว้างซึ่งเป็ที่ตั้งของพรรคไผ่หลิวมองเห็นศิษย์ทั้งสามของท่านหัวหน้าพรรคเฉิงปู้กงกำลังขะมักเขม้นฝึกวิชาอยู่กลางลานกว้างแห่งนั้นศิษย์ทั้งสามของพรรคไผ่หลิวประกอบด้วยศิษย์คนโตนามเหวินมู่อายุสามสิบเจ็ดปีรูปร่างหนาท้วมดวงตาคมกล้าคิ้วเฉียงใบหน้าค่อนข้างเหลี่ยมผิวกายค่อนข้างคล้ำแต่กล่าวสรุปโดยรวมนับว่าเป็บุรุษที่ดูดีทีเดียว
ศิษย์คนรองมีชื่อว่าอวี้หว่ออายุยี่สิบห้าปี รูปร่างสัดทัดใบหน้าเรียวคิ้วดกหนาดวงตาดุจเหยี่ยวริมฝีปากประดับด้วยรอยยิ้มเล็กน้อยบุคลิกภาพดูหนักแน่นแฝงประกายของจอมยุทธ์ผู้กล้าผิวขาวเหลืองหากเทียบบุคลิกภาพรวมทั้งหน้าตาโดยรวมถือว่ายังได้เปรียบศิษย์พี่ใหญ่ของเขาอยู่ส่วนหนึ่ง
ศิษย์คนเล็กมีชื่อว่าเทียนจิ้งอายุยี่สิบสองปีศิษย์คนเล็กรูปร่างค่อนข้างสูงผิวขาว คิ้วหนาตาโตคมกริบเป็ประกายจมูกและริมฝีปากล้วนได้รูปสวยงามแม้รูปหน้าจะค่อนข้างเหลี่ยมเล็กน้อยแต่ที่เห็นเด่นชัดใบหูใหญ่กว่าคนทั่วไปเล็กน้อยนับได้ว่าเป็ชายหนุ่มที่มีใบหน้าหล่อเหลาผู้หนึ่ง องคาพยพโดยรวมเหมาะกับการฝึกวิทยายุทธ์ด้านความเฉลียวฉลาดและพร์ศิษย์น้องเล็กผู้นี้กลับมีเหนือกว่าศิษย์พี่ทั้งสองมากนัก
ศิษย์ทั้งสามของพรรคไผ่หลิวใช้อาวุธเป็กระบี่หยกไผ่หลิว ซึ่งกระบี่ทั้งสามเล่มเป็สมบัติตกทอดมาจากปรมาจารย์รุ่นก่อนเล่ากันว่ากระบี่ทั้งสามเล่มล้วนใช้เหล็กกล้าหายากเนื้อดีผ่านการเผาและตีเป็กระบี่ใช้เวลาถึงสามปีเต็มจึงเสร็จสิ้นขั้นตอนการตีนั้นยังแตกต่างจากการตีเหล็กกระบี่ทั่วไปทุกสามชั่วยามจะต้องนำกระบี่ออกมาจากเตาเผาแล้วนำไปแช่ลงในโคลนหยกสีเขียวที่หายากยิ่ง
ในโคลนหยกประกอบไปด้วยแร่ธาตุหลายชนิดหนึ่งในนั้นมีแร่เหล็กสีเขียวชนิดหนึ่ง เมื่อแช่กระบี่ลงไปในโคลนหยกแร่เหล็กสีเขียวเ่าั้จะแทรกซึมเข้าสู่เนื้อเหล็กกล้าของตัวกระบี่เมื่อผ่านการเผาและตีแร่เหล็กสีเขียวเ่าั้ต่างประสานเป็เนื้อเดียวกันกับเหล็กกล้าเนื้อดีของกระบี่เมื่อผ่านไปเป็เวลาสามปีจึงได้กระบี่หยกไผ่หลิวอันคมกล้ามาสามเล่ม
ชื่อกระบี่หยกไผ่หลิวเป็ปรมาจารย์ท่านแรกผู้ก่อตั้งพรรคไผ่หลิวเป็ผู้ตั้งขึ้นเนื่องด้วยกระบี่ทั้งสามเล่มมีสีเขียวดั่งหยกและต้นไผ่หลิวแม้แต่ด้ามและฝักของกระบี่ยังเป็สีเขียวด้วยเช่นกันกระบี่ทั้งสามเล่มแข็งแกร่งและคมกริบ สามารถตัดหยกผ่าศิลาได้โดยง่ายดาย
กระบี่หยกไผ่หลิวทั้งสามเล่มตกทอดมาเป็เวลาถึงห้าร้อยกว่าปีจนกระทั่งมาถึงหัวหน้าพรรครุ่นที่หกนามเฉิงปู้กง ที่ผ่านมามีเพียงศิษย์รุ่นแรกสามคนเท่านั้นที่ใช้กระบี่ทั้งสามเล่มสร้างชื่อให้กับพรรคไผ่หลิววิชากระบี่หลิวชมจันทร์ปรมาจารย์ท่านแรกเป็ผู้คิดค้นได้ตอนที่ท่านเฝ้ามองช่างตีเหล็กสามคนช่วยกันใช้ค้อนตีเหล็กในคืนจันทร์เพ็ญ
ขณะที่เฝ้ามองช่างทั้งสามช่วยกันตีกระบี่ ซือโจวท่านนั้นไร้เื่ราวให้กระทำเห็นจันทร์เพ็ญลอยเด่นสุกใสจึงนึกสนุกใช้ต้นไผ่หลิวแทนกระบี่ร่ายรำท่วงท่าตามจังหวะของการตีกระบี่ทุกคืนจันทร์เพ็ญท่านร่ายรำกระบี่มิได้เว้นนานวันเข้ากลับพบว่าท่าร่างและกระบวนท่ามีความก้าวหน้าแทบไม่น่าเชื่อทุกกระบวนท่าแข็งแกร่งดั่งค้อนตีเหล็กกล้าแต่ยามพลิกแพลงกลับพลิ้วไหวดั่งต้นไผ่หลิวล้อสายลม
เมื่อผ่านไปสามปีท่านจึงสามารถบัญญัติเป็วิชากระบี่หลิวชมจันทร์ได้สำเร็จจึงได้ถ่ายทอดวิชากระบี่ชุดนี้ให้แก่ศิษย์ทั้งสามเมื่อมาดัดแปลงให้ศิษย์ทั้งสามใช้วิชากระบี่หลิวชมจันทร์พร้อมเพรียงกันโดยให้ศิษย์ทั้งสามใช้กระบี่เสริมประสานสอดคล้องปิดอุดช่องโหว่ช่วยเติมในส่วนที่ขาด อีกคนรุกอีกคนรับสลับสับเปลี่ยนบวกกับสุดยอดกระบี่หยกไผ่หลิวที่สร้างเสร็จทำให้เพิ่มอานุภาพของกระบวนท่าวิชาชุดนี้อีกเท่าตัว เคล็ดลับสำคัญของวิชาชุดนี้อยู่ที่ความเป็หนึ่งของผู้ใช้ทั้งสามคนจะต้องสอดคล้องจิตกับกระบี่รวมเป็หนึ่งจู่โจมทั้งบนล่างซ้ายขวาใช้แข็งต้านอ่อนใช้อ่อนต้านแข็ง ลมปราณหนุนส่งต่อเนื่องมิขาดตอน
ในยุคนั้นนับได้ว่ากระบี่หลิวชมจันทร์ของพรรคไผ่หลิวเป็ที่สร้างชื่อและครั่นคร้ามของบรรดาชาวยุทธ์บู๊ลิ้ม เทียบได้ว่าเป็อันดับหนึ่งของวิชากระบี่เลยนับว่าได้เมื่อเวลาผ่านไปศิษย์ทั้งสามคนได้เสียชีวิตไป ศิษย์ในรุ่นต่อ ๆ มากลับไม่มีผู้ใดสามารถฝึกวิชากระบี่หลิวชมจันทร์สำเร็จได้เลยแม้แต่รุ่นเดียว
จนกระทั่งมาถึงรุ่นของเฉิงปู้กงนับได้ว่าศิษย์ทั้งสามของท่านฉายแววโดดเด่น มีส่วนคล้ายกับศิษย์รุ่นแรกที่ฝึกวิชากระบี่ชุดนี้สำเร็จดังนั้นเฉิงปู้กงจึงได้ถ่ายทอดให้แก่ศิษย์ทั้งสามของท่านและเข้มงวดให้ศิษย์ทั้งสามฝึกซ้อมอยู่มิได้เว้นจุดประสงค์เพื่อให้ศิษย์ทั้งสามฝึกวิชากระบี่หลิวชมจันทร์สำเร็จให้จงได้
เ้าหุบเขามู่ชิวป้าเมื่อเข้ามาเห็นศิษย์ทั้งสาม ของหัวหน้าพรรคไผ่หลิวเฉิงปู้กงกำลังฝึกซ้อมกระบวนท่ากันอย่างลงตัวอดนึกถึงศิษย์ทั้งสองของตนขึ้นมามิได้ หากไม่มีเื่ราวเกิดขึ้นป่านนี้ท่านกับศิษย์ทั้งสองคนคงเดินทางท่องเที่ยวพร้อมกันสอนศิษย์สตรีทั้งสองให้ใช้วิชากระบี่ดรุณีปราบมารไปด้วยที่ผ่านมาท่านได้ถ่ายทอดวิชากระบี่ชุดนี้ให้กับศิษย์ทั้งสองจนหมดสิ้นขาดแต่เพียงการชี้แนะกระบวนท่าและการพลิกแพลงกระบวนท่าเท่านั้นแต่หากศิษย์ทั้งสองของท่านมีความเฉลียวฉลาดคิดว่าหากใช้ประสบการณ์จะต้องมีความก้าวหน้าด้วยตัวเองเช่นกัน
เมื่อศิษย์ทั้งสามของพรรคไผ่หลิว เห็นผู้ที่มาเป็เ้าหุบเขามู่ชิวป้าต่างหยุดมือพร้อมกับตรงเข้ามาต้อนรับทั้งสามประสานมือคารวะแล้วรีบเชิญท่านเข้าไปยังตัวตึกซึ่งเป็ที่ตั้งของพรรคทั้งสามแจ้งต่อเ้าหุบเขามู่ชิวป้าว่าท่านอาจารย์ของพวกตนเพิ่งออกจากห้องเก็บตัวฝึกวิชาคิดว่าป่านนี้คงอาบน้ำแต่งเนื้อแต่งตัวเรียบร้อยแล้วจึงเชิญเ้าหุบเขามู่มายังห้องรับแขกเทียนจิ้งศิษย์คนเล็กรีบอาสาไปเรียนต่อหัวหน้าพรรคไผ่หลิวผู้เป็อาจารย์ส่วนเหวินมู่กับอวี้หว่อทั้งสองขณะรอจึงสนทนากับเ้าหุบเขามู่ไปพลาง ๆ
ไม่นานเท่าใดนักหัวหน้าพรรคไผ่หลิวเฉิงปู้กงออกมาถึงห้องรับแขกพร้อมกับส่งเสียงทักทายเ้าหุบเขามู่ด้วยน้ำเสียงแสดงความสนิทสนมเ้าหุบเขามู่รีบลุกขึ้นยืนพร้อมกับประสานมือทักทายเ้าบ้าน เมื่อทั้งสองนั่งลงเรียบร้อยแล้วหัวหน้าพรรคไผ่หลิวท่านกล่าวขึ้นกับศิษย์ทั้งสามว่า
“เ้าทั้งสามคนออกไปก่อนอาจารย์กับท่านเ้าหุบเขามู่มีเื่ราวต้องสนทนากันหากมีสิ่งใดเกี่ยวข้องกับเ้าทั้งสามคน อาจารย์จะให้คนไปตามตอนนี้มีเวลาว่างเ้าทั้งสามหมั่นทบทวนวิชาอย่าได้ทำอับอายศิษย์สตรีทั้งสองของท่านเ้าหุบเขามู่เป็อันขาด”
ศิษย์ทั้งสามของพรรคไผ่หลิวประสานมือแก่ทั้งสองท่านพร้อมกับเทียนจิ้งเอ่ยถามต่อเ้าหุบเขามู่ขึ้นว่า
“เรียนถามท่านเ้าหุบเขามู่มิทราบว่าพี่ซื่อเหมี่ยนกับน้องอี้เซินเป็เช่นไรบ้าง นางทั้งสองสุขสบายดีหรือไม่? เหตุใดท่านาุโไม่พานางทั้งสองเดินทางมาด้วย”
เ้าหุบเขามู่เมื่อได้ยินเทียนจิ้งศิษย์คนเล็กของพรรคไผ่หลิวเอ่ยถามถึงศิษย์ทั้งสองของตนจึงบอกว่าทั้งนางสองจะส่งข่าวมาภายหลังตอนนี้นางทั้งสองเดินทางไปยังหมู่บ้านเย้ยอรุณรายละเอียดท่านค่อยเล่าให้ฟังในภายหลังตอนนี้ท่านขอคุยธุระกับอาจารย์ของทั้งสามก่อนด้วยเื่เร่งด่วน
ศิษย์ทั้งสามเห็นเช่นนั้นจึงไม่รบกวนรีบพากันล่าถอยออกมาจากห้องรับแขก เพื่อไปฝึกซ้อมกระบวนท่ากระบี่หลิวชมจันทร์กันต่อปล่อยให้อาจารย์กับเ้าหุบเขามู่สนทนากันตามลำพังเมื่อศิษย์ทั้งสามของพรรคไผ่หลิวออกไปแล้วเ้าหุบเขามู่ได้เล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นให้กับหัวหน้าพรรคไผ่หลิวเฉิงปู้กงฟังอย่างละเอียด
หัวหน้าพรรคไผ่หลิวเฉิงปู้กงเมื่อได้รับฟังเื่ราวจบลงท่านแสดงสีหน้าไม่พอใจต่อหลิวกงกงอย่างเห็นได้ชัดคิดไม่ถึงว่าที่ผ่านมาตนและเ้าหุบเขาผาพยัคฆ์ขาวต่างให้ความร่วมมือและช่วยเหลือหลิวกงกงมาโดยตลอด แต่แล้วจู่ ๆ มาเกิดเื่ราวเช่นนี้คิดว่าหลิวกงกงต้องมีแผนการอันชั่วร้ายอย่างแน่นอน
หากวิจารณ์กันตามเื่ราวหลิวซุ่นกงกงแห่งหมู่ตึกกระเรียนฟ้าเป็คนของราชสำนักหากมีแผนการชั่วคิดจะทำร้ายเ้าหุบเขามู่มิจำเป็ต้องบงการให้ยอดฝีมือภายในหมู่ตึกกระเรียนฟ้ากลุ้มรุมทำร้ายหมายเอาชีวิตถึงขั้นระดมคนออกไล่ล่าคิดว่าหลิวกงกง คงสะบั้นตัดความสัมพันธ์กับเ้าหุบเขามู่อย่างแน่นอน
แสดงว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะต้องมีการวางแผนมาก่อนล่วงหน้าเพื่อใส่ร้ายป้ายสีให้ชาวยุทธ์ลงมือต่อเ้าหุบเขามู่หรือไม่ทำให้บรรดาชาวยุทธ์สัประยุทธ์เข่นฆ่ากันเองแล้วใช้โอกาสนี้เสนอตัวเป็ผู้นำชาวยุทธ์ในการคัดเลือกผู้นำชาวยุทธ์ที่เส้าหลินที่จะมาถึงอีกไม่ถึงครึ่งเดือนข้างหน้าและที่สำคัญเป้าหมายของหลิวกงกงยังคิดสืบข่าวของคัมภีร์ยุทธ์สุริยันจันทราได้สะดวกอีกด้วย
หลังจากมีวลีสี่ประโยคปรากฏขึ้นในยุทธจักรหลิวกงกงระดมคนไม่น้อยในการออกสืบข่าวคราวเกี่ยวกับวลีสี่ประโยคเพื่อนำไปสู่การค้นหาคัมภีร์ยุทธ์สุริยันจันทรา ด้วยหลิวกงกงทราบมาว่าวลีสี่ประโยคนี้ล้วนถูกบันทึกอยู่บนหน้าแรกของคัมภีร์ดังนั้นคิดว่าคนที่ปล่อยวลีนี้ออกมา ย่อมมีคัมภีร์ยุทธ์อยู่ในแต่มิอาจคาดเดาจุดประสงค์ของคนที่ปล่อยวลีสี่ประโยคนี้ออกมาได้
หากกำจัดเ้าหุบเขามู่ไปได้คนหนึ่ง เป้าหมายต่อไปอาจเป็พรรคไผ่หลิวหรือไม่อาจเป็สำนักเมฆฟ้าพิรุณส่วนวัดเส้าหลินหลิวกงกงคงยังมิกล้าแตะต้องในตอนนี้จึงได้มุ่งเป้าหมายมายังสามสำนักใหญ่ฝ่ายธัมมะก่อน หากกำจัดสามสำนักใหญ่ได้แล้วต่อไปไม่แน่วัดเส้าหลินไม่อาจรอดพ้นด้วย หลิวกงกงอาจจะไม่ละเว้นเช่นกัน มิเช่นนั้นแล้วเส้าหลินจะเป็ก้างขวางคอชิ้นใหญ่ที่จะคอยขัดขวางการยึดครองบู๊ลิ้มของหลิวกงกงอย่างแน่นอน
ผ่านไปอีกหนึ่งวันเ้าสำนักเมฆฟ้าพิรุณเหิงปี้ไป่ท่านเดินทางมาถึงพรรคไผ่หลิว เ้าสำนักเหิงปี้ไป่เดินทางมาโดยลำพังมิได้นำศิษย์ทั้งสองติดตามมาด้วย กลัวเกรงว่าจะเป็การเอิกเกริกเป็ที่น่าสงสัยของหมู่ตึกกระเรียนฟ้าเมื่อได้พบกับหัวหน้าพรรคไผ่หลิวเฉิงปู้กงและเ้าหุบเขามู่ชิวป้าแล้วพอท่านได้รับฟังเื่ราวที่เกิดขึ้นท่านแสดงอาการโกรธเกรี้ยวกล่าวคำสบถก่นด่าหลิวกงกงไปหลายคำ
เ้าสำนักเมฆฟ้าพิรุณเหิงปี้ไป่เองคิดไม่ถึงว่าหลิวกงกงจะกลายเป็คนเช่นนี้ได้ ที่ผ่านมาทำตัวเป็คนดีมีคุณธรรมนั่นย่อมแสดงว่าที่ผ่านมาเป็เพียงการเล่นละครฉากหนึ่งเท่านั้นเองด้วยความละโมบคิดคัมภีร์ยุทธ์ และหวังเป็ใหญ่บงการชาวยุทธ์ถึงกับคิดเข่นฆ่าคนที่เคยช่วยเหลือกันมา คิดแล้วทั้งสามต่างเสียดายความสัมพันธ์อันดีหากภายหน้าจะต้องหันหน้ามาห้ำหั่นเข่นฆ่ากัน
ขณะที่ทั้งสามกำลังครุ่นคิดว่าจะกระทำเช่นไรต่อไปดี เทียนจิ้งศิษย์คนเล็กของพรรคไผ่หลิววิ่งเข้ามาด้วยอาการร้อนรนเมื่อเข้ามาถึงห้องรับแขกซึ่งทั้งสามกำลังนั่งสนทนากันเทียนจิ้งกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นรัวว่า
“เรียนท่านอาจารย์ ท่านเ้าหุบเขามู่ ท่านเ้าสำนักเหิงด้านนอกมีคนกลุ่มใหญ่แต่งกายด้วยชุดสีขาวแบกหามเกี้ยวกำลังจะผ่านประตูใหญ่เข้ามาดูลักษณะท่าทางคิดว่าไม่มาดีอย่างแน่นอนศิษย์พี่ใหญ่กับศิษย์พี่รองกำลังออกไปขัดขวางอยู่ ข้าพเ้าเห็นท่าไม่ดีเลยรีบเข้ามาเรียนต่ออาจารย์ให้รีบรุดออกไปชมดู”
าุโทั้งสามได้ยินเช่นนั้นมิรอช้ารีบลุกจากเก้าอี้พุ่งร่างออกไปจากห้องโถงซึ่งใช้สำหรับต้อนรับแขกด้วยความเร็วมิอาจบรรยายเห็นเป็เพียงเงาร่างเคลื่อนย้ายดุจหมอกควันเบาบางสามสายเทียนจิ้งมิรอช้ารีบพุ่งกายตามติดแต่ทว่าเงาร่างของาุโทั้งสามล่วงหน้าไปไม่เห็นหลังแล้วเทียนจิ้งคิดในใจว่าภายหน้าตนจะตั้งใจฝึกฝนจะเอาอย่างอาจารย์กับาุโทั้งสองท่านที่มีพลังฝีมือสูงเยี่ยม
เมื่อาุโทั้งสามออกมาถึงลานกว้าง เห็นขบวนคนในชุดสีขาวกลุ่มนั้นกำลังเคลื่อนย้ายผ่านประตูใหญ่เข้ามาพอดีาุโทั้งสามแม้มาทีหลังกลับบรรลุถึงก่อนเหวินมู่กับอวี้หว่อซึ่งออกมาขัดขวางก่อนหน้านั้น เมื่อหัวหน้าพรรคไผ่หลิวเฉิงปู้กงพบศิษย์ทั้งสองของตนกำลังจะออกไปขัดขวางขบวนเกี้ยวลึกลับขบวนนั้นท่านจึงส่งเสียงร้องบอกกับศิษย์ทั้งสองว่า
“เหวินมู่ อวี้หว่อ เ้าทั้งสองไปอยู่รวมกับเทียนจิ้งแล้วคอยดูอยู่ห่าง ๆ อย่าได้กระทำการใดที่ไม่ได้รับคำสั่งจากอาจารย์เป็อันขาด”
ศิษย์ทั้งสองของพรรคไผ่หลิวกล่าวตอบอาจารย์กลับมาว่า
“ศิษย์ทั้งสองรับทราบจะรีบไปรวมตัวกับน้องเล็กศิษย์ทั้งสามจะปฏิบัติตามคำสั่งของท่านอาจารย์อย่างเคร่งครัดอาจารย์กับาุโทั้งสองโปรดระมัดระวังตัวด้วย”
เมื่อาุโทั้งสามเร่งรุดมาถึงหน้าขบวน หัวหน้าพรรคไผ่หลิวเฉิงปู้กงส่งเสียงทักทายไปก่อนว่า
“ช้าก่อน ข้าพเ้าเฉิงปู้กงเป็หัวหน้าพรรคไผ่หลิวไม่ทราบว่าพวกท่านเป็ใคร ไฉนจึงบุกรุกเข้ามาภายในพรรคของข้าพเ้า หากมีธุระอันใดกับข้าพเ้าขอเชิญกล่าววาจามาสักสองสามประโยคพร้อมแจ้งชื่อแซ่ของท่านทั้งหลายแล้วข้าพเ้าจะเชื้อเชิญพวกท่านเข้าไปยังด้านในจะดีหรือไม่?”
หยกเหินลม/ชลชโลทร