*3วันผ่านไป*
หลินตงทำกิจวัตรเช่นเดิม เขาอยู่ในสวนผักตลอดทั้งวัน ่เย็นก็กลับมาพักที่ห้อง วันนี้หลินตงไม่ได้ไปสวน เขาตั้งใจจะไปซื้อรถซักคันในเมือง หลินตงเดินทางไปโดยรถประจำทางเช่นเดิม
ระหว่างที่หลินตงกำลังเดินอยู่ในเมือง ตอนที่เดินผ่านห้างสรรพสินค้าของตระกูลหนิงเขาก็ต้องหยุดเท้าลง จอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่ที่ติดอยู่้า กำลังถ่ายทอดรายการข่าวอยู่ ในข่าวกำลังกล่าวถึงวัตถุดิบแห่งชีวิตอยู่พอดี
*ะเืหนานจิน การปรากฏตัวของวัตถุดิบแห่งชีวิต*
นักข่าวกล่าวดำเนินรายการต่อไป ผู้คนบริเวณนั้นที่เห็นก็หยุดดูเป็จำนวนมาก ไม่นานนักบริเวณนั้นก็เต็มไปด้วยผู้คน หลินตงรีบเดินออกมายืนอยู่ด้านนอกรอดูข่าวต่อไปเช่นกัน
“อะไรคือวัตถุดิบแห่งชีวิต”
“เอ๋ นายไม่รู้เหรอ”
“ก็ไม่รู้นะสิเลยถาม”
“ฉันจะบอกให้ฟังก็ได้ วัตถุดิบแห่งชีวิตก็คือวัตถุดิบแห่งชีวิตไง”
“...นายนะเงียบไปเลย ฉันรอดูนักข่าวเองดีกว่า”
ชายสองคนที่ยืนข้างๆหลินตงพูดคุยกันเชิงหยอกล้อ นักข่าวอ่านข่าวต่อ เนื้อข่าวมีใจความว่าในงานประมูลของสมาคมปีกนกที่ผ่านมา ปรากฏวัตถุดิบแห่งชีวิตเข้าร่วมการประมูลถึง2อย่าง ราคาประมูลรวมกันเกือบ30สิบล้านหยวน
เมื่อนักข่าวประกาศราคาประมูลออกมา ผู้คนต่างก็ตื่นเต้นใไปตามๆกัน หลินตงเองก็กลับรู้สึกตื่นเต้นไปด้วยเช่นกัน เขาอยู่ที่นั่นอีกครู่หนึ่งจึงเดินออกไป หลินตงเดินผ่านโชว์รูมรถอยู่หลายแห่ง แต่ก็ยังไม่เจอรถที่ถูกใจ เป็เพราะหลินตงตั้งใจจะซื้อรถกระบะ เพื่อจะนำไปใช้ในการทำงานด้วย แต่ที่ผ่านๆมาเจอแต่โชว์รูมรถหรู
เขาเดินตามทางไปเรื่อยๆผ่านโชว์รูมรถหลายแห่ง มีหลายครั้งที่เขาหยุดมองดูรถด้านใน แต่ก็มองเพียงไม่นานเขาก็เดินหาโชว์รูมรถกระบะต่อ ตอนนี้หลินตงเดินมาหยุดที่โชว์รูมแห่งหนึ่ง ด้านในมีรถกระบะสีดำจอดอยู่ ครั้งแรกที่เห็นรถคันนั้นหลินตงรู้สึกเหมือนรักแรกพบอีกครั้ง
เขาเดินเข้าไปด้านในโดยเร็ว ยามที่อยู่ด้านหน้าทางเข้าเห็นลูกค้ามา ก็รีบเปิดประตูให้พร้อมกับยิ้มให้ หลินตงประทับใจกับการบริการของที่นี่ทันที เมื่อเข้ามาภายในพบว่ามีลูกค้าเข้ามาดูรถประมาณ2-3คนอยู่ก่อนแล้ว หลินตงเห็นว่าพนักงานกำลังบริการลูกค้าที่มาก่อนอยู่ ก็เลยเดินดูรถด้วยตัวเองก่อน
เดินอยู่ครู่หนึ่งก็มีพนักงานสาวสวยคนหนึ่งเข้ามาให้บริการกับหลินตง เมื่อหลินตงเงยหน้าขึ้นมามองก็ต้องใ เพราะเธอเป็คนที่หลินตงรู้จัก
“ซูลี่”
“เอ้า หลินตง มาดูรถเหรอ”
“อ่อ ใช่ครับ”
“ดูคันไหนอยู่ เดี่ยวช่วยแนะนำให้”
“ขอบคุณนะซูลี่”
“ไม่เป็ไรๆ”
“งั้น คันนี้เป็ไงดีหรือเปล่า?”
หลินตงพูดพร้อมชี้นิ้วตรงไปยังรถกระบะสีดำด้านหน้า ซูลี่ก็เริ่มอธิบายข้อมูลเกี่ยวกับรถคันนี้ให้หลินตงฟังอย่างละเอียด หลินตงได้ฟังรายละเอียดก็ตัดสินใจอยู่ในใจไว้ก่อน เขาสอบถามรายละเอียดรถคันอื่นๆกับซูลี่ไปหลายคัน
ตอนนี้ซูลี่กำลังอธิบายรถสุดหรูคันหนึ่งให้กับหลินตงอยู่ รถคันนี้มีสีขาว ทรงสปอร์ต ล้ำสมัยเป็อย่างมาก หลินตงเองก็ชอบรถคันนี้อยู่เหมือนกัน ซูลี่เห็นแววตาหลินตงก็เข้าใจทันที
“ลองขึ้นไปนั่งไหม?”
“ได้เหรอ?”
“ได้สิ มาๆๆ”
ก่อนที่หลินตงจะได้ขึ้นไปนั่ง ก็ได้มีเสียงะโมาจากด้านหลังเสียก่อน
“หยุด! ทำอะไร ซูลี่”
หลินตงใกับเสียงเรียกจึงหันกลับไปมอง เขาเห็นพนักงานสาวคนหนึ่งกำลังเดินตรงเข้ามาหาเขา เดินเข้ามาด้วยความไว หน้าตาก็แสดงออกให้เห็นถึงความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
“มาทำอะไรตรงนี้”
“เอ่อ ผมมาดูรถคันนี้ครับ”
“แกมีปัญญาซื้อหรือไง? รู้ไหมรถคันนี้ราคาเท่าไร?”
“ดูก่อนเฉยๆไม่ได้เหรอครับ”
“ว่าแล้วไง ถ้าจะเข้ามาตากแอร์ก็คงเย็นพอใจแล้ว ออกไปได้แล้ว เกะกะลูกค้าคนอื่น
”
“ผู้จัดการคะ เขาเป็เพื่อนของฉันเองค่ะ”
“เธอก็เหมือนกัน ดูไม่ออกเหรอ”
“แต่เขาก็เป็ลูกค้านะคะ”
“เงียบไปเลย ไม่งั้นฉันจะไล่เธอออก”
“คือ…”
“ซูลี่ ไม่เป็ไร”
“คุณบริการลูกค้าแบบนี้เหรอครับ”
“อย่างแก ฉันไม่นับเป็ลูกค้าหรอก ออกไปได้แล้ว ไป”
“คุณเริ่มก่อนเองนะ”
หลินตงเริ่มจะหมดความอดทนกับความไร้มารยาทของผู้หญิงคนนี้ ในใจเขาไม่คิดอยากจะซื้อรถที่นี่แล้ว แต่หากเดินออกไปเลยเกรงว่าจะต้องทำให้ซูลี่ตกที่นั่งลำบากเป็แน่ เขาตัดสินใจอยู่ครู่หนึ่งจึงพูดกับซูลี่
“ซูลี่ ผมเอาคันนั้นแล้วก็คันนี้ด้วย”
หลินตงพูดพร้อมกับชี้นิ้วไปที่รถกระบะที่ดูไว้ตอนแรกแล้วก็ชี้ไปที่รถสปอร์ตสีขาวด้านหลังด้วย ซูลี่ได้ยินหลินตงกล่าวแบบนั้นก็ไม่รู้จะทำเช่นไร เธอรู้ดีว่าหลินตงนั้นไม่มีเงิน แต่เธอก็ไม่เข้าใจว่าทำไมหลินตงจึงต้องทำเช่นนี้ด้วย
ที่ซูลี่รู้จักกับหลินตงเพราะเธอเป็ลูกพี่ลูกน้องกับซูเหม่ย ซูเหม่ยเคยพาหลินตงไปแนะนำกับเธอ ซูลี่เองก็ดีกับหลินตงเวลาที่ได้เจอกัน ไม่ได้แสดงความดูถูกอะไรออกมา หลินตงจึงมีความประทับใจต่อเธอไว้อยู่
“หลินตงฉันไม่เป็ไร นายรีบไปเถอะ”
“ผมรู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ ทั้งหมดราคาเท่าไร”
“ฮ่าๆๆๆๆ แกนี่มันแสดงละครเก่งจริงๆ เงินไม่มียังจะทำตัวเหมือนคนรวย ถ้าแกซื้อได้ฉันจะยอมเลียรองเท้าให้เลย”
“คุณไม่ต้องเลียรองเท้าผมหรอก เดี่ยวรองเท้าจะสกปรก”
“แกๆ!!ได้ BIG Z ราคา 199,999 หยวน ส่วนปากินี920 ราคา1,009,999หยวน รวมทั้งหมด 1,209,998 หยวน ฉันลดให้เหลือ 1,200,000ถ้วน จะจ่ายเงินสดหรือสแกนดีล่ะ? ”
“สแกน”
“ซูลี่ไปเอาที่สแกนคิวอาร์โค้ดมา”
“ค่ะ ผู้จัดการ”
ซูลี่เดินไปเอาเครื่องด้วยความกังวล ในตอนนี้เหตุการณ์มันเกินกว่าที่เธอจะควบคุมได้ เธอเองก็ไม่เข้าใจเหตุใดหลินตงจึงต้องทำตัวแบบนั้น เท่าที่เธอรู้จักกับหลินตงมา หลินตงเป็คนที่รู้สถานะตัวเองดี ไม่ใช่คนที่ทำอะไรแบบนี้ได้ ไม่นานซูลี่ก็เดินกลับมาพร้อมกับเครื่อง เธอยื่นออกไปให้หลินตง เขาหยิบมือถือออกมายกมือถือสแกนคิวอาร์โค้ดทันที
“ติ๊ด”
ขั้นตอนการชำระเงินผ่านไปอย่างรวดเร็ว ซูลี่ยิ่งไม่เข้าใจสถานการณ์เข้าไปใหญ่ เสียงแจ้งเตือนดังนั้นหมายถึงการชำระได้ทำรายการสมบูรณ์แล้ว ไม่กี่วินาทีต่อมาพนักงานฝ่ายบัญชีก็ะโบอกว่าเงินเข้าแล้ว
“ผู้จัดการเงินเข้าแล้วค่ะ จำนวนหนึ่งล้านสองแสนหยวน”
“อะไรนะ? เช็คดูอีกทีสิว่าเงินเข้าจากไหน!!”
“เช็คแล้วค่ะ ผู้โอนชื่อคุณหลินตง”
“เป็ไปไม่ได้ เป็ไปไม่ได้ ทำไมคนที่ดูจนๆถึงมีเงินมากขนาดนี้”
“ขอโทษนะครับ ตอนนี้ผมพอที่จะเป็ลูกค้าได้หรือยัง?”
การรับรู้ของผู้จัดการสาวถูกปิดกลั้นโดยสมบูรณ์ เธอเป็ลมล้มลงไปแต่ซูลี่ก็ได้เข้ามาพยุงไว้เสียก่อน เธอค่อยๆพาผู้จัดการไปนั่งพักที่โซฟา พนักงานคนอื่นๆเห็นก็รีบเข้ามาช่วยดูอาการ ซูลี่จึงลุกออกมาและเดินกลับไปหาหลินตง
“หลินตง.. ”
ซูลี่อยากจะถามความเป็มาแต่เธอก็ต้องหยุดเอาไว้ก่อน มันคงจะเสียมารยาทหากถามออกไป สิ่งสำคัญคือหลินตงเขาสามารถซื้อได้ต่างหาก
“ซูลี่ ผมฝากจัดการเื่เอกสารให้ด้วยนะ”
“ได้สิ”
“เอ่อ สุขสันต์วันเกิดล่วงหน้าด้วยนะซูลี่ รถคันนี้ผมให้เป็ของขวัญวันเกิด คุณจัดการเอกสารเป็ชื่อของคุณได้เลย”
หลินตงพูดพร้อมกับชี้ไปที่รถสปอร์ตสีขาวที่อยู่ทางด้านหลัง พนักงานคนอื่นๆที่ได้ยินต่างก็รู้สึกอิจฉาซูลี่เป็อย่างมาก พวกเธอละความสนใจจากผู้จัดการหันไปมองยังหลินตงกันอย่างพร้อมเพรียง
ซูลี่ยังคงใอยู่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี่มันอะไรกัน เธอไม่เข้าใจอยากมาก ใช้เวลาตั้งสติครู่หนึ่งจึงกลับมาเป็ปกติ
“ขอบคุณนะหลินตง”
“ไม่เป็ไร งั้นผมขอตัวก่อนนะ”
“เดี๋ยวก่อนสิ!!”
“มีอะไรอีกหรือเปล่า?”
“คือ นายจะมางานวันเกิดของฉันไหม?”
ซูลี่ถามคำถามออกไปด้วยเสียงที่แ่เบา แสดงถึงความเขินอายออกมา หลินตงไม่ได้สังเกตเห็นสิ่งเ่าั้ เขาตอบตกลงกลับไป และกล่าวลากับซูลี่อีกครั้งแล้วจึงเดินออกไป
ซูลี่ยืนมองหลินตงเดินออกไปจนลับตา ในใจก็สั่นระรัว ความรู้สึกของเธอที่มีให้กับหลินตงเริ่มแปรเปลี่ยนไปจากเดิม เมื่อหลินตงจากไป พนักงานที่อยู่กับผู้จัดการก็รีบเข้ามารุมล้อมซูลี่ทันที
“ซูลี่ เขาเป็คุณชายจากตระกูลไหนเหรอ”
“ต่อไปเธออย่าลืมพวกเราด้วยนะ”
“ฉันว่าซูลี่คงทำงานที่นี่อีกไม่นานแล้วล่ะ”
“เอ้า ทำไมพูดแบบนั้นล่ะมี่เม่ย”
“เธอไม่รู้อะไรจริงๆ มีแฟนรวยขนาดนั้นจะมาทำงานเงินเดือนเดือนละห้าพันหกหันหยวนทำไม?”
“โอ๊ะ!! จริงด้วย”
“พวกเธอพูดบ้าอะไรกัน!! หลินตงไม่ใช่แฟนฉันซักหน่อย”
“อ่อๆ ชื่อคุณชายหลินสินะ”
“ฉันจะไปห้องน้ำ”
ซูลี่ฟังคำพูดต่างๆด้วยความเขินอาย เธอรีบเดินออกจากตรงนั้นไปห้องน้ำโดยไว เข้ามาในห้องน้ำแล้วก็ปิดประตูล็อกเอาไว้ ก่อนจะหยิบมือถือออกจากกระเป๋ากดเบอร์โทรออกไป
“ฮัลโหล มีอะไรซูลี่”
“เอ่อ ทำอะไรอยู่เหรอ”
“ฉันกำลังจะไปกินข้าวกับจ้าวเว่ย เธอมีอะไรหรือเปล่า?”
“คือฉันจะถามอะไรหน่อยนะ”
“จะถามอะไรล่ะ ว่ามาสิ”
“ซูเหม่ย เธอเลิกกับหลินตงแล้วจริงๆเหรอ”
“ซูลี่ ทีหลังอย่าพูดถึงเื่นี้อีก ตอนนี้จ้าวเว่ยคือแฟนของฉัน”
“อ่อ โอเค ฉันจะไม่พูดถึงอีกแล้ว”
“อืม งั้้นแค่นี้ก่อนนะ จ้าวเว่ยมารับแล้ว”
“โอเค”
***วันนี้เป็ยังไงกันบ้างครับ เป็วันที่ดีกันหรือเปล่า หากวันนี้ของคุณเป็วันที่ดีผมขอให้พรุ่งนี้และวันต่อๆไปดียิ่งขึ้นไปอีก ส่วนวันนี้ของใครที่ยังไม่ดี พักดื่มกาแฟสักแก้วแล้วก็พูดกับตัวเองว่า*ช่างมัน* ขอให้พรุ่งนี้เป็วันที่ดีของทุกคนครับ ***