“งั้นพี่ก็ขอตัวก่อน นิดดูแลตัวเองดีดีน่ะ”
เขาสั่งอย่างห่วงใยก่อนเดินกลับเข้าที่พักไปอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก
+ + + + + + + + + + + + + +
จนบ่ายทุกคนที่อยู่ในบ้านพักจึงได้พากันทยอยตื่นขึ้นซึ่งแขกคนอื่นๆแยกย้ายกันกลับไปั้แ่งานเลิกแล้ว ตอนนี้เหลือเพียงพงษ์พันธ์ จันทนีย์และผู้จัดการส่วนตัวของคิรากรซึ่งเป็ชายวัยประมาณสี่สิบรูปร่างเล็ก ตาหยี เขาชื่อขจรเดช ซึ่งวนิศราไม่ค่อยชอบเขาเลยเพราะรู้สึกว่าเขาชอบมองเธอด้วยสายตาแปลกๆ
“ยัยนิด พี่พงษ์เขาจะพาฉันไปนั่งรถเที่ยว เธอจะไปด้วยกันไหม”
จันทนีย์เข้ามากระซิบถามในขณะที่วนิศรากำลังยืนเล่นอยู่ที่ริมระเบียงของบ้านพัก
“แน่ใจนะว่าอยากให้ฉันไปด้วยจริงๆ”
วนิศราแกล้งกล่าวกระเซ้าเพื่อน
“แหม...เธอก็”
จันทนีย์แก้มแดงขึ้นมาทันที
“เธอไปเถอะ ฉันไม่อยากจะไปเป็ก้างขวางคอใคร”
แล้วจันทนีย์ก็ออกไป ปล่อยให้วนิศรายืนเล่นอยู่ตรงนั้นคนเดียวต่อไป
“ทำไมมายืนเล่นอยู่คนเดียวเงียบๆอย่างนี้ละจ๊ะสาวน้อย”
เสียงของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นทางเื้ั
“อุ้ย”
เด็กสาวสะดุ้ง ซึ่งเมื่อหันกลับไปก็พบกับขจรเดช เขามองมาและยิ้มอย่างมีเลศนัย
“เข้าไปนั่งดื่มอะไรกันข้างในหน่อยไหมจ๊ะ”
“เอ่อ ไม่ดีกว่าค่ะ ขอบคุณ”
เด็กสาวปฏิเสธอย่างสุภาพ ขจรเดชทำท่ารับรู้พลางขยับเข้ามาใกล้
“รังเกียจฉันเหรอ”
“เปล่าค่ะ”
เด็กสาวถอยหนีอย่างหวาดระแวง
“เปล่าแล้วจะถอยหนีไปไหนละจ๊ะ”
เขาเอื้อมมือไปจับแขนของเด็กสาวอย่างถือวิสาสะ
“คุณขจรเดช ปล่อยนิดนะค่ะ”
เด็กสาวกล่าวพร้อมกับพยายามแกะมือของเขาออกจากแขน
“อย่าทำเป็เล่นตัวน่า รู้ไหมว่าฉันสามารถดึงเธอเข้าสู่วงการบันเทิงได้น่ะ เริ่มจากเป็นางเอกเอ็มวีก่อน แล้วก็ค่อยๆขยับขึ้นไปเป็นักร้องนักแสดง ถ้าหากว่าเธอไม่ขัดใจฉัน”
เขากล่าวด้วยท่าทางอย่างจิ้งจอกเ้าเล่ห์
“ไม่ค่ะ ปล่อยนิดนะ”