“ไม่ไม่นะค่ะ แม่ พ่อ ไม่...” อัญณิกาะโสุดเสียง สะดุ้งตื่นขึ้นจากฝันร้ายดวงตากลมโตสีน้ำตาลเบิกกว้างอย่างใ นั่งหายใจถี่หอบ ใบหน้าหวานรูปไข่บัดนี้เม็ดเหงื่อพราวเต็มไรผมดกดำ
เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมพักหลังมานี้เธอฝันถึงเื่พ่อกับแม่บ่อยมากหรืออาจจะเป็เพราะเธอเครียดเื่ที่ยายจะต้องเข้าผ่าตัดหัวใจในปลายเดือนหน้าก็เป็ได้
อัญณิกาสินทเวท หรือัญ สูญเสียพ่อแม่จากอุบัติเหตุรถชนั้แ่ที่เธอยังอยู่อนุบาลดังนั้นญาติคนเดียวที่เธอเหลืออยู่คือยายนอม ซึ่งเป็ยายแท้ๆ ของเธอเองยายนอมดิ้นรนทำทุกย่างให้เธอเพื่อให้เธอได้เรียนหนังสือจนจบมหาวิทยาลัยดังนั้นั้แ่เล็กจนโตยายนอมจึงเป็เหมือนโลกทั้งใบของเธอ
จนมาวันนี้วันที่ยายเริ่มแก่ตัวลงและโรคต่างๆเริ่มถามหาถ้าแค่โรคชราก็คงไม่ทำให้เธอต้องทุกข์ร้อนใจมากนักเพราะยังสามารถใช้สวัสดิการรัฐได้แต่นี่ยายนอมเพิ่งตรวจเจอโรคหัวใจเมื่อสามเดือนที่แล้ว ซึ่งยาบางตัวก็ไม่สามารถใช้สวัสดิการรัฐได้อัญจำเป็ต้องเจียดเงินเก็บส่วนหนึ่งออกมาใช้เพื่อรักษายายให้หายแต่เหมือนเคราะห์ซ้ำกำซัด เมื่ออยู่ๆโรคหัวใจที่ยายเป็กำเริบหนักขึ้นทำให้ยายนอมลิ้นหัวใจรั่วกะทันหันจำเป็ต้องเปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียมดังนั้นสิ่งที่หญิงสาวทำได้ก็คือต้องเอาเงินเก็บทั้งหมดออกมาเพื่อที่จะมาเปลี่ยนลิ้นหัวใจให้ยายผู้ที่ชุบเลี้ยงเธอมาั้แ่เกิด
อัญได้แต่ถอนหายใจและเหลือบมองฝาผนังห้องเจ็ดโมงครึ่ง! แค่เธอเห็นนาฬิกาเท่านั้นแหละหญิงสาวก็วิ่งรนรานเข้าห้องน้ำก่อนที่จะนึกอะไรออกจนต้องเธอวิ่งออกมาอีกครั้ง เปิดตู้เสื้อผ้าและหอบหิ้วเอาเสื้อเชิ้ตสีดำแขนยาวระบายสีขาวที่คอเล็กน้อยพร้อมกับกระโปรงทรงบานสีขาวที่ปิดเลยเข่านิดหน่อยวิ่งเข้าห้องน้ำอย่างรีบร้อน
“ตายแน่แกไออัญวันนี้ทำงานที่ใหม่วันแรกซะด้วย ทำไมแกตื่นสายได้เนี่ย” หญิงสาวบ่นพึมพำกับตัวเองพร้อมทั้งถอดชุดนอนและรีบเข้าไปอาบน้ำแต่งตัว แต่งหน้าบาง รวบผมอย่างรวดเร็วอย่างที่เธอไม่เคยทำมาก่อนในชีวิต
อัญณิกาได้มายืนอยู่หน้าตึกสูงตระง่านย่านใจกลางกรุงเทพอย่างตื่นเต้นเธอเงยหน้ามองตึกเอสเคกรุ๊ป บริษัทมหาชนขนาดใหญ่ที่ซึ่งหลายๆคนฝันอยากจะเข้ามาทำงานกันนักหนา ไม่ใช่แค่เป็เพียงบริษัทมหาชนขนาดใหญ่ที่มีสี่สาขาทั่วโลกเท่านั้นแต่ธุรกิจในเอสเคกรุ๊ปมีทั้ง คาสิโน โรงแรมและธุรกิจนำเข้ารถยนต์หรูจากต่างประเทศอีกด้วย ซึ่งบริษัทใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ที่ประเทศมัวซ่าที่แม้จะเป็ประเทศเล็กๆ แต่เป็ประเทศที่เต็มไปด้วยธุรกิจหลากหลายจะว่าไปสิงคโปร์คงจะดูเป็น้องเลยทีเดียว
“เอาว่ะอัญ การที่จะได้เข้ามาทำงานในบริษัทระดับนี้มันไม่ธรรมดาเลยทีเดียวแกต้องทำได้” อัญณิกาสูดหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่เพื่อรวบรวมความกล้าเพราะการที่เธอจะมีวันนี้ได้มันไม่ง่ายเลย
อัญณิกาที่ออกจากงานอย่างกะทันหันเนื่องจากเ้านายใหม่ของเธอนั้นดันเป็เฒ่าหัวงูแต่โชคดีที่เธอรอดมาได้อย่างหวุดหวิด ซึ่งต่อให้เธอขัดสนเงินทองเธอก็คงไม่บ้าทำงานที่นั่นต่ออย่างแน่นอน และเป็โชคดีที่เธอเห็นประกาศรับงานหลายตำแหน่งของเอสเคกรุ๊ปที่ขึ้นเชื่อเื่เงินเดือนที่มโหฬาร และสวัสดิการที่ดีเลิศเธอจึงตัดสินใจมาสมัครงานที่นี่
หญิงสาวต้องยื่นใบสมัครและรอด้วยใจตุ้มๆต่อมๆ ด้วยเงินที่เหลือเพียงน้อยนิด เพราะเธอต้องเจียดเงินส่วนหนึ่งไว้เป็ค่ารักษายายด้วย และแล้วก็เหมือน์เห็นใจที่อยู่ๆ เธอได้เรียกตัวเข้าไปสอบข้อเขียนเนื่องจากเธอสมัครเป็พนักงานบัญชี เพราะเป็สิ่งที่เธอเรียนมาและทำมาทั้งชีวิตเธอต้องสอบทั้งข้อเขียนวิชาบัญชี ภาษาอังกฤษ อยู่เป็ครึ่งวัน เนื่องด้วยเอสเคกรุ๊ปเป็บริษัทต่างชาติดังนั้นภาษาอังกฤษจึงสำคัญมากซึ่งก็ไม่ได้เป็ปัญหากับอัญณิกาแม้แต่น้อย เพราะวิชาโปรดของเธอคือวิชาภาษาอังกฤษจะว่าไปเธอทำคะแนนได้ดีกว่าวิชาบัญชีด้วยซ้ำซึ่งหลังจากสอบเสร็จเธอก็ต้องรอสอบสัมภาษณ์และรอเรียกอีกระหว่างนั้นเธอคงทำอะไรไม่ได้นอกจากไปสมัครทำงานพาร์ทไทม์ตามร้านสะดวกซื้อไปก่อนซึ่งเธอก็หวังว่าสิ่งที่เธอทำไปทั้งหมดจะเห็นผล
เวลาผ่านไปราวหนึ่งสัปดาห์หลังจากสอบสัมภาษณ์เป็ที่เรียบร้อย
“สวัสดีค่ะคุณอัญณิกา สินทเวท ใช่มั้ยค่ะ” เสียงตามสายถามขึ้นเมื่อเธอยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมารับสายเบอร์แปลกๆ
“ใช่ค่ะ”
“ดิฉันโทรมาจากบริษัทเอสเคกรุ๊ป จำกัดมหาชน นะค่ะ”
“ค่ะ”อัญยิ้มอย่างดีใจก่อนที่จะเหลือบมองไปที่ยายที่กำลังนอนอยู่บนเตียงคนไข้
“ดิฉันจะบอกว่าคุณได้ทำงานที่เอสเคกรุ๊ปแล้วนะค่ะในตำแหน่งผู้ช่วยเลขาประธานกรรมการ ค่ะ”
“ค่ะๆ”
“ยังไงวันจันทร์นี้มารายตัวตอนเก้าโมงเช้านะค่ะสวัสดีค่ะ”
“ค่ะๆได้ค่ะ” อัญยิ้มรับอย่างดีใจ
‘ฉันได้งานแล้วแถมเงินเดือนยังมากกว่าที่เก่าตั้งสองเท่า’
“เป็อะไรยายอัญยิ้มซะแก้มแทบปริเลยนะ”ยายนอมหันไปถามหลาน เมื่อเห็นตื่นมาแล้วเห็นหลานสาวคนสวยยิ้มจนแก้มแทบจะแตกอยู่แล้ว
“ยายอัญได้งานใหม่แล้วนะ” อัญหันไปตอบยายพร้อมกับดึงมือยายมาหอมอย่างดีอกดีใจ
ยายนอมที่เห็นหลานมีความสุขก็ยิ้มอย่างมีความสุขไปด้วยอัญณิกาเป็หลานสาวที่น่ารัก กตัญญูรู้คุณ เธอมีอะไรก็มักจะมาเล่าให้ยายฟังเสมอบางเื่ก็สุขบ้าง บางเื่ก็ทุกข์บ้าง บางเื่ก็เป็เื่หงุดหงิดรำคาญใจของเธอบ้างแต่ยายนอมก็ดีใจเสมอที่หลานสาวยังคิดถึงยายแก่ๆ คนนี้แถมพอถึงวันหยุดนอกจากเธอต้องไปทำงานพาร์ทไทม์แล้วพอเสร็จงานเธอก็มักจะมาเยี่ยมมาคุยกับยายที่โรงพยาบาลเสมอแถมยังหอบเอาของกินที่ยายชอบมาด้วยทุกครั้ง
ยายนอมเห็นดวงตาสีน้ำตาลที่สดใสของอัญณิกาก็อดที่ยิ้มตามไปด้วยไม่ได้เธอก้มลงนอนบนตักยายเหมือนเด็กๆ อย่างออดอ้อนจนยายนอมเห็นแล้วอดเอามือลูบหัวหลานรักไม่ได้
‘เมื่อไหร่กันหนอที่จะมีใครสักคนที่สามารถดูแลหลานสาวของยายได้มาช่วยดูแลหลานสาวที่น่ารักคนนี้ของยายสักที’
อัญณิกาเดินเข้ามาภายในตึกเอสเคกรุ๊ปเธอต้องหมุนตัวจนรอบเพื่อที่จะดูตึกนี้ให้ชัดๆ มันใหญ่มากจริงๆ แถมยังอลังการมากๆอีกด้วย เดินตรงเข้ามาก็จะพบกับประชาสัมพันธ์ก่อน ซึ่งเป็เคาน์เตอร์หินอ่อนใหญ่เรียบหรูและดูดี ทอดยาวไปจนถึงกระจกหนาที่ใช้แทนกำแพงกั้นพื้นที่ภายในไว้ทั้งหมดทำให้ดูโปร่งขึ้นมาก
‘แต่แม่เ้า! ต้องใช้ประชาสัมพันธ์ถึงสามคนเลยเหรอเนี่ย’
ก่อนที่จะเข้าไปภายในได้ทุกคนจะต้องมีบัตรแสกนเข้าประตูทุกคนซึ่งถ้าเป็พนักงานก็จะระบุแผนกเพื่อที่จะระบุชั้นที่ลิฟท์จะไปถึงโดยใช้บัตรพนักงานเท่านั้นแต่ถ้าเป็คนนอกก็จะถูกสอบถาม กรอกข้อมูลและแลกบัตรประจำตัวประชาชนก่อนถึงจะเข้าไปได้ซึ่งก็จะได้รับบัตรเพื่อที่จะเข้าไปภายในตึก และใช้สำหรับแสกนหน้าลิฟต์เพื่อระบุชั้นที่ขึ้นด้วยเช่นกันและลิฟต์หกตัวที่เรียงรายอยู่นั้นก็ขึ้นไปแต่ละที่ไม่เหมือนกันเพราะตัวตึกแบ่งออกเป็สามโซนใหญ่ๆ ดังนั้นจะต้องอ่านป้ายซึ่งเป็ป้ายกระจกหน้าลิฟต์ก่อนว่าแต่ละตัวจะไปที่ไหนบ้างแต่เอาแค่หน้าประตูทางเข้าภายในเพื่อที่จะไปยังลิฟต์ก็อย่างที่บอกถ้าไม่มีบัตรก็ไม่สามารถเข้าได้เพราะมีพี่บอดี้การ์ดที่ใส่เสื้อสูทสีดำ กางเกงสีดำ เนคไทสีดำ รองเท้าสีดำและแว่นตาดำยืนคุมเชิงอยู่ทุกประตูทางเข้าและลิฟต์ทุกตัวดังนั้นถ้าไม่ใช่แมลงหรือมดไม่มีบัตรก็คงจะเข้าไม่ได้
‘ขออีกทีเถอะ!แม่เ้า ความปลอดภัยระดับโลก นี่ฉันไม่ได้จะมาทำงานสายลับใช่มั้ย’
นี่ยังไม่ได้ทำงานแค่เห็นทางเข้าตึกอัญณิกาก็ตื่นเต้นแทบแย่แล้วนี่ถ้าเธอได้ขึ้นไปสัมภาษณ์งานจริงๆ เธอไม่ต้องเป็ลมไปหรอกเหรอเนี่ย
เมื่อเข้ามาภายในตึกหลังจากที่อัญณิกาสอดส่องไปมาจนน่าสงสัยแล้วเธอก็เห็นบอดี้การ์ดเหลือบมองมาทางเธอ ดังนั้นเธอจึงรีบเดินอย่างเร็วไปที่ประชาสัมพันธ์
“เอสเคกรุ๊ปสวัสดีค่ะไม่ทราบว่าติดต่อเื่อะไรค่ะ” เสียงประชาสัมพันธ์คนสวยหนึ่งในสามหันมาถามหญิงสาว
“สวัสดีค่ะดิฉันจะมาสัมภาษณ์งานนะค่ะ” เธอพูดพร้อมส่งยิ้มหวานให้
“ชื่ออะไรและแผนกอะไรค่ะ” ประชาสัมพันธ์สาวถามขึ้นอีกครั้ง
“อัญอัญณิกา ค่ะ เอ่อ ... แผนกบัญชีค่ะ” อัญณิกาตอบไป เธอไม่มั่นใจนักเพราะเมื่อวานก็มัวแต่ตื่นเต้นจนฟังว่าได้งานแค่นั้นส่วนที่เหลือเธอดันลืมไปหมดแล้วนี่สิ
“เอ่อ...สักครู่นะค่ะ” ประชาสัมพันธ์สาวเปิดกระดาษสองสามแผ่น และทำหน้าสงสัย จนอัญณิกาต้องส่งยิ้มแบบเจื่อนๆให้ ก่อนที่เธอจะหันไปพูดคุยกับประชาสัมพันธ์อีกคนและกลับมายกหูโทรศัพท์ขึ้นเหมือนกำลังต่อสายหาใครบางคน
‘ยายอัญนี่แกโชว์บื้ออีกแล้วใช่มั้ย ทำไมจำไม่ได้นะว่าแผนกอะไรแต่เธอก็สมัครไปตำแหน่งเดียวนี่ ยังไงก็ต้องเป็แผนกบัญชีสิ’
“ขอโทษนะค่ะคุณอัญณิกา สินทเวท ใช่มั้ยค่ะ” ประชาสัมพันธ์สาวถามขึ้นอีกครั้งขณะที่ยังแนบหูอยู่กับโทรศัพท์
“ใช่ค่ะ”อัญรีบตอบ อีกสักพักประชาสัมพันธ์สาวก็คุยโทรศัพท์ต่อและวางสายก่อนที่จะเดินไปหยิบคีย์การ์ดอีกที่ซึ่งเป็สีเงินต่างจากคีย์การ์ดสีขาวทั่วไปที่ให้คนภายนอกมาติดต่องาน
“เดี๋ยวคุณอัญขึ้นลิฟต์ตัวที่ 7 แล้วแสกนคีย์การ์ดขึ้นไปได้เลยนะค่ะ”ประชามสัมพันธ์สาวพูดพร้อมผายมือไปทางลิฟต์ที่มีอยู่หกตัวแล้วส่งยิ้มให้
อัญณิการับคีย์การ์ดมาอย่างงงแต่ก็ไม่กล้าถามในเมื่อเธอเห็นลิฟต์อยู่แค่หกตัวแล้วตัวที่เจ็ดอยู่ไหนนะจนสุดท้ายเธอเดินมาถึงหน้าลิฟต์และยืนยิ้มให้บอดี้การ์ดจนบอดี้การ์ดต้องหันมามองคีย์การ์ดในมือหญิงสาว และผายมือให้เดินวกไปอีกข้าง จากนั้นหญิงสาวจึงเห็นลิฟต์อยู่สองตัวคือหมายเลขเจ็ด และหมายเลขแปด
‘แม่เ้ามีลิฟต์สองตัวแอบอยู่อีกด้าน เพื่ออะไรกัน !’
ก่อนที่บอดี้การ์ดอีกคนหน้าลิฟต์หมายเลขเจ็ดจะยกมือผายขึ้นเพื่อขอดูคีย์การ์ดของหญิงสาว จากนั้นบอดี้การ์ดหน้านิ่งจึงแสกนคีย์การ์ดตรงแผ่นใสๆหน้าลิฟต์ แล้วลิฟต์ก็เปิดออก อัญณิกาจึงรีบเดินเข้าจากนั้นลิฟต์ก็ปิดลงเช่นเดียวกับหัวใจของคนที่อยู่ในลิฟต์ที่กำลังเต้นไม่เป็จังหวะอยู่ตอนนี้เช่นกัน
เธอยังไม่รู้ว่าเธอต้องเจอกับอะไรแต่ที่แน่ๆ เธอมั่นใจได้เลยว่าชีวิตเธอที่เหลือต่อจากนี้จะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป
.......................................................
ขอบคุณสำหรับการติดตามอย่าลืมเพิ่มเข้าชั้นหนังสือกัน และกดlove เพื่อรออัพเดตนะจ้า
มาพูดกับไรท์ได้นะจ๊ะ ด่าได้ถ้าไรท์ทำร้ายตัวละครเกินแต่อย่าแรงเดี๋ยวไรท์เจ็บนะจ๊ะ รีดที่รัก ....
ฝากติดตามเพจในลิิ๊งค์ด้านล่างหรือ คลิ๊กที่นี่
https://www.facebook.com/ainkfanamtalay/
