เกิดใหม่มาเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว

    บทที่ 40 แผนการสังหารแม่ทัพใหญ่

            บทที่40 

            แผนการสังหารแม่ทัพใหญ่ 

            สถานการณ์ทางฝั่งทิศบูรพาของดินแดนมันก็เริ่มย่ำแย่ลงเรื่อยๆด้วยโรคระบาดที่มันกำลังเป็นอยู่ในตอนนี้ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ตามเมืองต่างๆต่างพากันได้รับผลกระทบ

            ทุกหัวเมืองบริเวณยี่สิบเมืองทางด้านฝั่งทิศบูรพาตอนนี้ได้รับผลกระทบเกี่ยวกับโรคระบาดที่เกิดขึ้นผู้คนจำนวนมากที่อาศัยอยู่ตามเมืองต่างๆต่างพาได้รับโรคระบาดนี้

            โดยที่แต่ละเมืองมีประชากรไม่ต่ำกว่าพันคนและประชากรมากกว่าครึ่งภายในเมืองได้รับโรคระบาดนี้ทำให้ตอนนี้การแพร่กระจายของโรคระบาดขนาดใหญ่แพร่กระจายเป็นวงกว้าง

            ในยามประมาณเดือนเก้าทางด้านเมืองหลวงได้รับข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องนี้มาสักพัก

            ภายในใจลังเลอยู่นานแต่สุดท้ายแล้วพวกนั้นเองก็ตัดสินใจทำการปิดทางเข้าเมืองบริเวณหัวเมืองต่างๆที่เชื่อมโยงกับทิศบูรพาในทันที

            สถานการณ์ในตอนนี้มันเทียบเท่ากับว่าราชสำนักตั้งใจทำการปิดทางเข้าที่จะเป็นการเดินทางเข้าสู่ใจกลางดินแดนทั้งหมดที่มาจากทางฝั่งทิศบูรพาเรียกง่ายๆว่าในตอนนี้ตัวของพวกมันนั้นตั้งใจจะปิดกั้นโรคระบาดไม่ให้ระบาดเข้ามาภายในบริเวณส่วนกลาง 

            ราชวงศ์ฉีมีหัวเมืองที่อยู่ภายในการปกครองอยู่ประมาณทั้งหมดสองร้อยเมืองตอนนี้มียี่สิบหัวเมืองที่ได้รับผลกระทบเกี่ยวกับโรคระบาดซึ่งตั้งอยู่บริเวณทางด้านทิศบูรพา

            ราชสำนักตัดสินใจอยู่นานจนสุดท้ายพวกมันก็ได้ข้อสรุปว่าพวกมันจะทำการปิดทางเข้าออกที่เป็นทางเชื่อมโยงกับทิศบูรพาทั้งหมดเพื่อที่ไม่ให้โรคระบาดร้ายแรงระบาดเข้ามาสู่เมืองทั้งเหลืออยู่ 

            การตัดสินใจครั้งนี้แน่นอนว่ามันเป็นการตัดสินใจที่สามารถมองได้ทั้งสองรูปแบบ 

            ถ้าเป็นคนภายในเมืองหลวงคือคนที่อยู่ภายในเขตที่ไม่มีโรคระบาดพวกเขาก็จะมองว่าการกระทำนั้นถูกต้อง 

            ในขณะเดียวกันผู้คนที่อยู่ภายในเขตทิศบูรพาตัวเมืองประมาณยี่สิบหัวเมืองเหล่านั้นมีผู้คนที่ยังไม่ป่วยเป็นโรคนี้และพยายามจะอพยพเข้าไปภายในบริเวณส่วนกลาง

            แต่เมื่อทางเข้าออกโดนปิดตายไม่ให้ผู้คนที่เดินมาจากทิศทางนั้นเข้าและผ่านเส้นทางไปได้มันก็ทำให้ทุกคนที่ตั้งใจจะอพยพเหล่านั้นมองว่าคนที่ตัดสินใจเรื่องนี้เห็นแก่ตัว 

            เส้นทางทุกเส้นมันถูกปิดตายเอาไว้ตอนนี้บอกได้เลยทันทีเลยว่าผู้คนที่อยู่ทางฝั่งทิศบูรพาไม่สามารถเดินทางเข้าไปภายในเขตอื่นได้แม้ว่าจะพยายามลักลอบเข้าไปมากขนาดไหนการตรวจการณ์มันแน่นหนามากเกินไป

            ในตอนแรกเหตุผลหนึ่งอย่างที่ทำให้คนภายในราชสำนักลังเลว่าจะทำการปิดทางเข้าออกทางด้านทิศบูรพาหรือไม่เป็นเพราะว่าบริเวณทางด้านทิศบูรพามันมีแม่ทัพใหญ่ผู้ที่ตำแหน่งสูงภายในราชสำนักแถมมันยังมีทัพหกหมื่นนายของเมืองหลวงอยู่ภายในบริเวณนั้นด้วย

            กล่าวตามตรงว่าคือผู้คนส่วนใหญ่เหล่าขุนนางก็ต่างพากันเกรงใจอัครมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายผู้ที่เป็นบิดาของแม่ทัพใหญ่ไป๋ 

            แต่ผู้ใดเล่าจะคิดในขณะที่เกิดโรคระบาดและกำลังประชุมหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ตัวของอัครมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายผู้ที่เป็นบิดาของแม่ทัพใหญ่ทำการเอ่ยปากขอมาเองว่าให้ปิดทางเข้าออกของเมืองเพื่อที่จะหยุดยั้งความรุนแรงของโรคระบาด

            อัครมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายไม่ได้สนใจความปลอดภัยของบุตรสาวของตนเองในตอนนี้เขาสนใจเพียงแค่ผลกระทบที่จะทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ได้รับ

            ถ้าเขาห่วงบุตรสาวของตัวเองเพียงผู้เดียวผู้คนภายในดินแดนแห่งนี้ที่มีมากมายก็จะได้รับผลกระทบจากโรคระบาด

            การที่เขาเป็นขุนนางแน่นอนว่าเขาเองก็ต้องมีจิตใจที่เลือกส่วนรวมมากกว่าครอบครัวอยู่แล้ว

            แม้ว่าภายในใจของเสนาบดีไป๋จะเต็มไปด้วยความเป็นกังวลและความเป็นห่วงบุตรสาวของตนแต่ในขณะเดียวกันเขาเองก็ไม่มีทางเลือก

            เกี่ยวกับเรื่องนี้ถ้ามีการประกาศออกไปว่าจะปิดเมืองตามมาในรูปแบบถัดไปมันก็คือการหารือของเหล่าขุนนางเกี่ยวกับเรื่องว่าจะเอาอย่างไรต่อกับสถานการณ์เช่นนี้

            แน่นอนว่ามาตรการปิดทางเข้าออกและทางเชื่อมโยงของเมืองอื่นๆให้ห่างออกจากเมืองทิศบูรพามันเองเป็นเพียงแค่มาตรการแรกเท่านั้นเพื่อที่จะทำการหยุดยั้งเหตุการณ์โรคระบาดเอาไว้ชั่วคราว

            แต่ว่าในขณะเดียวกันเมื่อทำการสั่งปิดเมืองไปเรียบร้อยแล้วพวกเขาเองก็จำเป็นจะต้องคิดค้นหาวิธีการสยบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนี้ 

            เมื่อมาถึงเวลาที่จำเป็นจะต้องหารือเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่าจะทำการแก้ไขปัญหาอย่างไร

            ในตอนนั้นเองปัญหาที่ใหญ่โตที่สุดมันก็ได้กำเนิดขึ้นในราชสำนักมันเองก็มีเสียงแบ่งออกเป็นสองเสียง

            โดยทางด้านของเสียงหนึ่งเสียงบอกให้สำนักแพทย์ภายในเมืองหลวงทำการส่งคนไปเพื่อที่จะศึกษาเกี่ยวกับโรคที่เกิดขึ้นและหาหนทางในการแก้ไข

            แต่อีกหนึ่งเสียงอีกหนึ่งเสียงที่กล่าวแย้งขึ้นมาว่าไม่เห็นด้วยมันก็คือพวกขุนนางที่อยู่คนละฝ่ายกับอัครมหาเสนาบดีฝ่ายซ้าย 

            โดยตัวของพวกมันทำการเอ่อยังขึ้นมาและก็ให้เหตุผลว่าสำนักแพทย์ภายในเมืองหลวงจำเป็นอย่างมากกับเหล่าเชื้อพระวงศ์เลยไม่สามารถจะนำสำนักแพทย์ที่ถือได้ว่าเป็นสมบัติล้ำค่าในการเดินทางไปที่ดินแดนที่อันตราย

            คนที่เอ่ยแย้งเรื่องนั้นขึ้นมาก็คืออัครมหาเสนาบดีฝ่ายขวาอัครมหาเสนาบดีทั้งสองที่เปรียบเสมือนกับคนสนิทที่อยู่ทางด้านมือซ้ายและมือขวาเป็นไม้เบื่อไม้เมามาตั้งแต่เมื่อก่อน

            เรียกได้ว่าเป็นเหมือนกับเสาหลักแล้วก็แบ่งแยกอำนาจของขุนนางภายในราชสำนักออกเป็นสองทาง

            หารู้ไม่ว่าครั้งนี้ทางด้านฝ่ายนั้นพวกมันต้องการจะวางแผนให้โรคระบาดระบาดหนักภายในเมืองทางฝั่งทิศบูรพาและพวกมันก็อยากจะให้โรคระบาดที่ระบาดอยู่ระบาดเข้าไปภายในสงครามที่เกิดขึ้นและก็สังหารไป๋เฟิ่งเสีย 

            สำหรับพวกมันแล้วตัวตนของแม่ทัพใหญ่ถือว่าเป็นตัวตนที่เป็นอันตรายสำหรับพวกมัน

            ตอนนี้ภายในเมืองหลวงตระกูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็คงจะไม่พ้นตระกูลไป๋ 

            โดยที่มีอัครมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายเป็นผู้นำตระกูลและเขาเองก็ถืออำนาจเป็นขุนนางที่มีอำนาจมากที่สุดภายในราชสำนักเป็นรองเพียงแค่คนคนเดียวอยู่เหนือคนนับหมืื่น 

            ไม่เพียงเท่านั้นเมื่อประมาณสิบปีก่อนมีผู้ใดจะคิดว่าอัครมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายผู้นี้ที่มีแต่บุตรสาวจะยิ่งใหญ่ได้เพียงนี้ 

            เพราะว่าในตอนนี้หลังจากที่ไป๋เฟิ่งรับตำแหน่งเป็นแม่ทัพใหญ่คุมกองทัพห้าสิบหมื่นภายในเมืองหลวงมันทำให้อำนาจของมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายมีมากขึ้นจนผู้คนนั้นต่างพากันหวาดเกรง

            แน่นอนว่าตัวตนฝั่งตรงข้ามที่ไม่ใช่อยู่ฝ่ายเดียวกันกับอัครมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายพวกมันเต็มไปด้วยความวิตกกังวลเกี่ยวกับตัวตนของไป๋เฟิ่งนางคุมกองทัพมากมายภายในเมืองหลวง และก็มีอำนาจมากภายในราชสำนักด้วยเช่นเดียวกัน

            เรียกได้ว่าถ้านำเอาอำนาจของสองพ่อลูกตระกูลไป๋ที่มีอยู่ภายในราชสำนักตอนนี้มารวมกันมันจะทำให้รู้ได้ในทันทีเลยว่าทั่วทั้งแผ่นดินนี้แทบจะไม่มีใครต่อกรกับตระกูลไป๋ได้เลย 

            เพราะแบบนั้นพวกมันเลยเต็มไปด้วยความวิตกกังวลมากตลอดเกี่ยวกับตัวตนของไป๋เฟิ่ง 

            แต่ว่าที่ผ่านมาสองพ่อลูกตระกูลไป๋ที่มีอำนาจล้นราชสำนักตัวของพวกเขาเองก็ไม่เคยใช้อำนาจของตนเองในทางที่ผิดเพราะแบบนั้นพวกมันถึงมีชีวิตอยู่ได้จนถึงในตอนนี้

            แม้ว่าผู้ใดจะคิดเล่าว่าในตอนนี้พวกมันจะคิดเล่นงานพวกเขาพวกขุนนางภายในราชสำนักต่างพากันถ่วงเวลาเพื่อให้อย่างน้อยให้มันได้รับข่าวสารว่าไป๋เฟิ่งตายแล้ง 

            ถ้านางตายลงไปอำนาจภายในกองทัพจะว่างเปล่าแล้วต่อไปการที่มันจะสามารถยึดอำนาจหลายๆส่วนได้ก็ง่ายดายมากขึ้นตระกูลไป๋ถูกลดทอนอำนาจลงเป็นอย่างมาก 

            ภายในหัวของพวกมันคิดเช่นนั้นเลยถ่วงเวลาทำการแย้งเกี่ยวกับเรื่องการส่งสำนักแพทย์ภายในเมืองหลวงเข้าไปเพื่อจัดการเกี่ยวกับเรื่องโรคระบาดที่เกิดขึ้นในตอนนี้ 

            พวกมันพยายามจะถ่วงเวลาให้ได้มากที่สุดเอาที่พวกมันจะสามารถทำได้เพราะว่าพวกมันรู้อยู่แล้วว่าพวกมันไม่สามารถหยุดยั้งเรื่องนี้ได้อย่างถาวร 

            อำนาจของอัครมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายที่มีมากมายพวกมันไม่สามารถจะฉุดรั้งเขาไว้ได้มากแต่ว่าภายในใจผมมันก็เต็มไปด้วยความภาวนาที่อยากจะให้แม่ทัพใหญ่ที่เดินทัพไปทางทิศบูรพาสิ้นใจตายที่สถานที่แห่งนั้นและก็ไม่ได้เดินทางกลับมาที่เมืองหลวง

            …

            ขณะที่สถานการณ์ภายในเมืองหลวงและราชสำนักเต็มไปด้วยความอลหม่านผู้ใดจะคิดเล่าว่าตอนนี้ภายในกองทัพหกหมื่นก็เริ่มได้รับผลกระทบเกี่ยวกับเรื่องโรคระบาดที่เกิดขึ้นแล้วด้วยเช่นเดียวกัน

            ยามนี้เป็นเวลายามเดือนเก้าสภาพของปราการสุดท้ายที่ตั้งอยู่บริเวณสุดขอบทะเลยับเยินเป็นอย่างมากในตลอดครึ่งเดือนที่ผ่านมานานทำการบุกอย่างต่อเนื่อง

            ไป๋เฟิ่งใช้กลยุทธ์ที่ฉลาดเฉลียวพร้อมกับการบัญชาการที่เฉียบขาดทำให้นางสามารถเล่นงานพวกกบฏที่กำลังซ่อนตัวอยู่ภายในเมืองแล้วรอตั้งรับได้เป็นอย่างดี

            สภาพของเมืองในยามนี้มองดูสภาพแล้วกำแพงเมืองเสียหายเป็นจำนวนมากไพร่พลของพวกมันเองก็มีน้อยเต็มทนตอนนี้เรียกได้ว่าไพร่พลภายในเมืองที่เป็นทหารที่พอจะสู้รบได้เหลืออยู่เพียงแค่ไม่ถึงหมื่น

            แต่ในขณะเดียวกันภายในกองทัพเองก็ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดตอนนี้มีทหารถึงห้าพันนายที่ติดโรคระบาดที่ชื่อว่าโลกบุปผาสีชาดแถมมันยังยิ่งแผ่ขยายไปเรื่อยๆจนเรียกได้ว่าน่าจะกลายเป็นโรคระบาดภายในวงกว้างที่ทำให้ทหารภายในกองทัพได้รับผลกระทบมากขึ้น

            ผลของการสู้รบในครั้งนี้ต้องทำการตัดสินด้วยระยะเวลาแล้วว่ากองทัพของเมืองหลวงจะทะลวงเข้าไปภายในประการสำคัญได้ก่อนหรือว่าโรคระบาดที่ระบาดอยู่จะเล่นงานกองทัพของเมืองหลวงหมดได้ก่อน

            จบบท 

             

             

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่มาเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว ที่คุณอ่าน

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577