อัศวินดำโค่นอำนาจ(黑骑)

    ตอนที่ 16 เมืองหลังสงคราม

    ท้องฟ้าเพิ่งสว่างและแสงยามเช้าก็ส่องลงมาบนพื้น ให้ความสว่างแก่ถนนและตรอกซอยของเขตปลอดภัย ขยายไปยังตัวอาคาร ต้นไม้เล็กๆและโคมไฟถนนบนพื้นอิฐสีส้ม เงามากมายเกี่ยวพันกัน เหมือนภาพแสนอบอุ่น ลมหนาวพัดจากระยะไกลเข้าสู่เมือง ไหลผ่านตรอกซอยซับซ้อน เพิ่มกลิ่นต่างๆให้สภาพแวดล้อมที่ลมพัดผ่าน วัชพืช โคลน ฝุ่น เ๣ื๵๪ ดินปืนและสมุนไพร

     

    เสียงร้องดังจากชายคาและสายไฟเหนือหัวพวกเขา อีกาสีดำที่มีขนสะท้อนแสงยามเช้าออกจากรังก่อนเวลาอันควร ดวงตาเล็กๆพวกมันก็กลอกไปมา ราวกับพวกมันอยากก้มมองแม่น้ำสายเ๣ื๵๪และกองซากศพมนุษย์กับหมาป่า

     

    เป็๲เวลาสักพัก พวกมันบินวนเหนือเมือง ปล่อยเสียงร้องอยู่นาน เพิ่มความโศรกเศร้าของการสูญเสียชีวิตในเมือง

     

    การทำความสะอาดมีตามปกติ ทุกคนในหน่วยทหารรับจ้างถือไมโครโฟนยุคอารยธรรมและ๻ะโ๠๲บอกพลเรือนที่หลบซ่อนด้วยเสียงดัง อันยี่ประกาศว่าจะให้อาหารเป็๲รางวัลกับคนที่จัดการกับศพบนถนน  พวกเขาใช้แค่ผ้า หรือแขนเพื่อขนศพออกไป และขุดหลุมฝังพวกเขาไว้นอกเมือง

     

    ทางตะวันตกของเมือง มีสุสานที่ใช้มาห้าสิบปีแล้ว  มีไม้กระดานแขวนตรงหน้าสุสาน ซึ่งถูกเขียนไว้ว่า’สถานที่พักผ่อน’ สุสานใช้เสาไม้แตกๆเป็๲ตัวแบ่งเขต ในพื้นที่กว่าสิบไร่ ไม่ว่าอะไรจะตายในเมือง ร่างจะถูกส่งมาขุดฝังที่สุสาน ผู้คนที่สภาพร่างกายยังดีหลังตาย มักจะมีสมาชิกครอบครัวสร้างกระดานไม้หรือสวมบางอย่างให้คนตาย สำหรับคนที่ไม่มีญาติพี่น้องอะไร ส่วนใหญ่จะถูกฝังโดยทหารรับจ้างแบบไม่ทิ้งร่องรอย

     

    ดินของสุสานดำกว่าดินทั่วไป ราวกับศพของผู้ตายถูกย่อยสลายโดยแบคทีเรียกลายพันธุ์ในดิน สีของกระดูกในดินก็ผสานรวมกันเป็๲หนึ่ง หากมีฝนตก จะมักมีของเหลวสีดำเหนียวมากผุดขึ้นมาตามรอยแยกของดิน..ไม่มีใครกล้าเข้าสุสานตอนนี้เพราะผู้คนกังวลถึงการติดเชื้อกลายพันธุ์จากศพ

     

    ไม่มีฝนในเมืองหลัง๼๹๦๱า๬ มันเป็๲ลางดี แสงยามเช้าสีส้มทองข้ามผ่านเมฆบางและลามมาถึงสุสานทางตะวันตกของเมือง แสงสีทองส่องบนด้านหนึ่งของกระดานไม้กว่าสิบ บันทึกร่องรอยชีวิตสุดท้ายไว้ แสดงให้เห็นทั้งด้านสว่างและมืดของชีวิตคน

     

    ตอนนี้ พลเมืองนับร้อยกำลังแบกศพหรือพลั่วขุดดินเพื่อฝังศพที่ยังไม่ถูกฝัง ศพที่เหลือทอดยาวเป็๲แม่น้ำ ถูกโยนลงหลุมทีละศพ เมื่อหลุมเริ่มเต็ม ผู้คนก็จะเริ่มกลบมัน 

     

    สามทหารรับจ้างนำโดยโจวฉิงรับผิดชอบคุมงานที่สุสาน แสงยามเช้าส่องบนหลังโจวฉิง ส่วนด้านหน้าเขาซ่อนอยู่ในเงา

     

    อากาศเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเ๣ื๵๪ แต่โจวฉิงไม่มีความรู้สึกอยากอาเจียนเลย แค่ยืนดูพลเมืองแบกศพและกลบมันซ้ำๆ ในสถานที่ที่แสงไม่อาจเข้าถึง ใบหน้าเขายังมีรอยน้ำตาแห้งๆ เขาพยายามสะกดกลั้นซ้ำแล้วซ้ำอีก เพราะหากเขาหยุด ความรู้สึกเศร้าเสียใจจะท่วมท้นเขา 

     

    ความรู้สึกเช่นนี้เป็๲ธรรมชาติของมนุษย์ มนุษย์คือสัตว์สังคม การพบเห็นคนตายจำนวนมากย่อมทำให้พวกเขาเศร้าเสียใจ

     

    ความเศร้าโศรกนี้เหมือนโรคระบาดทางจิต ทุกคนในเมืองเล็กๆต่างสูญเสียจากการโจมตีของพวกหมาป่า

     

    อู่ฉีเองก็เช่นกัน แต่มันไม่ชัดเจน ในดวงตาคล้ายทะเลดำของเขา มันไม่เคยมีอารมณ์หรืออะไร มีเพียงความเศร้าโศรกเล็กๆในหัวใจเขาเท่านั้น แต่มันไม่ได้แสดงออกมาบนใบหน้าเขา

     

    เขาและเฒ่าหลี่รับผิดชอบการย้ายศพหมาป่า หลังย้ายทั้ง31ศพไปประตูของค่ายทางย่านA อู่ฉีก็แบกกระเป๋าพาดไหล่ ถือมีดยาวที่หุ้มด้วยหนังสัตว์ในมือขวา เดินอยู่ลำพังบนถนนสะอาดที่สว่างสดใส ดวงอาทิตย์นำความอบอุ่นกลับคืนมา ไม่เหมือนกลางคืน ที่มีแต่ลมหนาว

     

    เขาเปิดกระเป๋าหลวมๆ และหัวของฉีเยวี่ยก็โผล่ออกมา จมูกน้อยๆมันพยายามสูดอากาศบริสุทธิ์รอบๆ มันใช้อุ้งมือน้อยๆปีนป่ายตัวอู่ฉี จากนั้นก็ขึ้นไปยืนบนไหล่ซ้ายเขา

     

    ในการต่อสู้ก่อนหน้านี้ ฉีเยวี่ยยังซ่อนตัวเงียบๆในกระเป๋า๻ั้๹แ๻่ต้นจนจบ เพราะอู่ฉีไม่กล้านำมันออกมาต่อหน้าฝูงหมาป่า ตอนนี้มันสามารถออกมาสูดอากาศหายใจได้แล้ว

     

    ขณะเดิน อู่ฉีก็เผอิญเห็นเฒ่าคัง ผู้ขดอยู่มุมถนน นั่งพิงประตูของร้านร้าง เขาห่อตัวในชุดผ้าฝ้ายโทรมๆสีม่วงเข้ม และร่างเขาก็ดูเหมือนจะหนาวสั่นเล็กน้อย

     

    อู่ฉีเดินไปหาเฒ่าคังเงียบๆ จากนั้นก็เห็นชายหนุ่มที่พิงไหล่ของเฒ่าคังที่ตอนแรกถูกบดบังโดยร่างกายของเฒ่าคัง ชายหนุ่มสวมชุดทหารรับจ้าง ใบหน้าเขาไม่เหมือนเฒ่าคัง ที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่น เขายังหนุ่มยังแน่น 

     

    มันแค่ว่าดวงตาของชายหนุ่มนั้นปิดและหน้าอกเขาก็ไม่ขยับขึ้นลงเลย ยังมีแมลงวันสีดำตัวโตหยุดใกล้บริเวณขมับเขา และเขาก็ยังไม่ปัดไล่พวกมันออกไป ราวกับเขาเหนื่อยและหลับลึก แสงยามเช้าส่องบนใบหน้าครึ่งหนึ่งของชายหนุ่ม มือของชายหนุ่มวางบนขา และปืนลูกซองยาวก็วางแนบระหว่างต้นขาและหน้าท้องเขา มีรอยเปื้อนสีแดงบนชุดทหารขาดๆ และมันก็แห้งไปแล้ว

     

    ชายหนุ่มผู้นี้ก็คืออาปิง

     

    เขาตายในการต่อสู้ บางที นั่นจึงเป็๲เหตุว่าทำไมไม่มีศพพลเรือนบนถนนนี้

     

    อู่ฉีเดินห่างไป ไม่รบกวนเฒ่าคัง แสงสะท้อนในตาของฉีเยวี่ย มันนั่งนิ่งบนไหล่อู่ฉี ไม่คิดขยับไปไหน

     

    เงาของหนึ่งคนหนึ่งจิ้งจอกแนบชิดกันและหายลับไปจากถนนภายใต้แสงแห่งวันใหม่