บิลลี่กับมาเรียจับมือกันเดินขึ้นมาจากห้องใต้ดิน ในจังหวะนั้นเองป้าเคก็เดินมาขวางทางพวกเขาไว้พอดี
"ถ้าเอเธนส์รู้ว่าพวกเธอสองคน…..เขาต้องไม่ยอมเเน่ๆ"
"ป้าหมายถึงอะไร?"
"พวกเธอเป็นพี่น้องกัน จะมารักกันแบบนี้ไม่ได้!!"
"แต่พวกเราไม่ใช่พี่น้องสายเลือดเดียวกัน ทำไมจะรักกันไม่ได้คะ"
"แต่พวกเธอสองคนถูกเลี้ยงมาให้เป็นพี่น้องกัน เพราะฉะนั้นจะมาทำอะไรบัดสีในบ้านหลังนี้ไม่ได้!!"
"แล้วแล้วทีป้าถือมีดไล่ฟันคุณอินดี้จนเธอต้องหนีออกไปแบบนี้ล่ะ ไม่ใช่เรื่องบัดสีหรอ…"
"ใช่!!..แล้วที่พี่เอเธนส์ต้องมีสภาพเหมือนศพไม่มีญาติแบบนี้ ก็เพราะป้าเองไม่ใช่หรอ ป้าเป็นคนก่อเรื่องขึ้นมาทั้งหมดแต่ความเจ็บปวดความเสียใจกับไปตกอยู่ที่พี่เอเธนส์ ป้าคงสะใจแล้วสินะ!!" ป้าเคโกรธจนควันแทบจะออกหู เธอฟาดฝ่ามือลงที่ใบหน้าของมาเรียอย่างจัง พลั้ว!! บิลลี่ทนไม่ไหวอีกต่อไปเขาผลักป้าเคจนกระเด็นไปชนราวบันไดและมาพยุงตัวอินดี้ลุกขึ้น
"ผมขอเตือนป้าไว้ก่อนเลยนะ ถ้าผมรู้ว่าป้าทำอะไรแบบนี้กับมาเรีย อีก ผมจะไม่ยอมอีกต่อไปแล้ว!!!"
"พวกแกนี่มันเลี้ยงโตมาแล้วก็ปีกกล้าขาแข็งใส่ฉันเลยนะ..เนรคุณจริงๆ ฉันจะเอาเรื่องนี้ไปบอกเอเธนส์แล้วมาดูกันว่าเห็นจะเลือกข้างคนที่เลี้ยงเขามาหรือพวกน้องๆนอกไส้แบบพวกแก!!"
"ถ้าเป็นเรื่องนั้นป้าไม่ต้องเสียเวลาเดินขึ้นไปให้เมื่อยตุ้มหรอกครับ เพราะพวกผมก็กำลังจะขึ้นไปหาที่เอเธนส์พอดี ป้ามีอะไรก็รีบไปทำเถอะครับ อย่าปล่อยให้เวลามันเดินไปเรื่อยๆโดยที่ไม่ได้ทำประโยชน์ดีๆอะไรเลยดีกว่าครับ ป่ะมาเรีย"
"อ่อ..ที่ป้าตบหนู หนูไม่โกรธนะคะ หนูรู้ดีว่าป้าเป็นประสาท สติสตางค์ไม่เหลืออยู่กับตัวแล้ว หนูเอาโหสิกรรมให้นะคะป้าเค!!ป่ะบิลลี่"
"กรี๊ดดด ยัยเด็กไม่มีมารยาท ไร้สัมมาคารวะไม่รู้จักเด็กไม่รู้จักผู้ใหญ่ คอยดูนะซักวัน ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนเฉดหัวพวกแกทั้งสองคนกลับไปนอนที่กองขยะเหมือนเดิม กรี๊ดดดดดด" มาเรียกับบิลลี่เดินไปโดยไม่สนใจเลยว่าป้าเคจะพูดจาเสียหายๆกับพวกเขาอย่างไร เพราะสิ่งที่พวกเขาตั้งใจจะทำนั้น มันสำคัญกว่าการปะทะริมฝีปากกับยัยป้าแก่ๆคนหนึ่ง
"เจ็บไหมมาเรีย?"
"ฉันไม่เป็นไร..ว่าเเต่เราจะบอกเรื่องนี้กับพี่เอเธนส์ยังไง ฉันชักคิดมากกับเรื่องที่ป้าเคพูดแล้วด้วยสิ เฮ้อ!!!"
"ถ้าเธอไม่สบายใจ เดี๋ยวฉันจะพูดเอง"
"ฉันว่าอย่าเพิ่งดีกว่านะ ในตอนนี้เราต้องเร่งฟื้นฟูสภาพจิตใจของพี่เอเธนส์ให้เร็วที่สุด..เราควรบอกที่อยู่ของคุณอินดี้ให้พี่เอเธนส์รู้ได้แล้วล่ะ ฉันไม่อยากทนเห็นพี่เอเธนส์ในสภาพแบบนี้อีกแล้ว ฉันเป็นห่วงเขา"
"ตกลง เราจะบอกเรื่องของเรา หลังจากที่เสร็จสิ้นทุกอย่างแล้ว โอเคไหม?" มาเรียพยักหน้าก่อนจะเดินขึ้นมาถึงหน้าห้องของเอเธนส์พอดี วินาทีที่เปิดประตูเข้าไป กลิ่นคาวเลือดทำเอาบิลลี่ถึงกลับเวียนหัวและเซถลาไป มาเรียเห็นท่าไม่ดีเลยรีบเอาน้ำหอมที่เธอพกติดตัวมาด้วยฉีดไปทั่วห้อง มาเรียจัดการเคลียร์แก้วเลือดออกไปจากห้องจนหมดก่อนจะเดินเข้าไปหาพี่ชายของพวกเขา สภาพเอเธนส์ตอนนี้ไม่ได้ต่างอะไรเลยจากซอมบี้ ร่างกายของเขาแทบจะแห้งติดเก้าอี้เขาไม่ได้กินอะไรมาหลายวันแล้ว ตรงกลางอกเขากอดรูบของดารัญไว้และปากก็พูดถึงเเต่ชื่อของอินดี้...เสียงที่แผ่วเบาพ่นออกมาผ่านจะงอยปากเพียงเล็กน้อย
"อินดี้ คุณอยู่ไหน เมื่อไหร่จะกลับมาหาผมสักที อินดี้"
"ฉันว่าสภาพที่เอเธนส์ตอนนี้ คงจะออกไปตามคุณอินดี้กลับมาไม่ไหวแน่ๆ"
"ใช่!!..งั้นเราควรต้องฟื้นฟูจิตใจและสภาพร่างกายของพี่เอเธนส์ให้กลับมาเป็นปกติโดยด่วน พี่เอเธนส์คะ มาเรียเองนะ..ทำไมพี่ไม่กินเลือดหรอคะแบบนี้ร่างกายพี่จะแข็งแรงได้ยังไง"
"พี่กินอะไรไม่ลงมาเรีย พี่คิดถึงตัวเองอินดี้ พี่อยากเจออินดี้"
"แล้วสภาพที่เป็นแบบนี้ พี่จะไปเจอคุณอินดี้ได้ยังไงล่ะคะ พี่ต้องกลับไปใช้ชีวิตปกติพี่ถึงจะไปหาคุณอินดี้ได้นะคะ"
"ใช่ครับพี่เอเธนส์ ตอนนี้เรารู้ที่อยู่ของคุณอินดี้แล้วนะครับ ถ้าพี่เอเธนส์อยากไปตามคุณอินดี้กลับมา พี่เองก็ต้องหายจากการเป็นแบบนี้นะครับ"
"จริงหรอมาเรีย บิลลี่ พวกเธอสองคนเจออินดี้แล้วหรอ เธอเป็นไงบ้าง สบายดีไหม เธอพูดถึงฉันบ้างหรือเปล่า?"
"พวกเราเจอคุณอินดี้แล้วก็จริงค่ะ แต่พวกเรายังไม่ได้เข้าไปคุยกับเธอหรอกค่ะ"
"พี่อยากเจออินดี้ พี่อยากเจอเธออีกครั้ง พี่อยากจะบอกเธอว่าพี่ไม่อยากเสียเธอไป พี่อยากให้เธอกลับคืนมาอยู่กับพี่ที่นี่ พี่ควรจะทำยังไงดีบิลลี่ มาเรีย?"
"อย่างแรกเลยคือ พี่ต้องกลับมาแข็งแรงก่อน เพราะฉะนั้นนี่ค่ะเลือดสดๆที่มาเรียและบิลลี่ตั้งใจนำมาให้พี่ดื่ม...หลังจากนี้เป็นต้นไปพี่ต้องดื่มเลือดวันละ 2 แก้วเป็นอย่างต่ำ เพราะว่าร่างกายของพี่มันจะได้เร่งฟื้นฟูเร็วๆและพี่ก็จะได้ออกไปตามหัวใจของพี่กลับคืนมาไงล่ะคะ ดีไหม?"
"ดีๆๆๆ ตกลง พี่จะทำตามที่พวกเธอสองคนบอก พี่จะต้องหาย พี่จะไม่ยอมให้อะไรมาพรากความรักของพี่ไปอีกแล้ว รอก่อนนะอินดี้..ฉันจะไปรับเธอด้วยมือของฉันเอง!!" เห็นยิ้มกว้างอย่างมีกำลังใจ เขาดื่มเลือดทันทีสองแก้ว มาเรียช่วยพยุงเอเธนส์ไปนอนพักที่เตียง ส่วนบิลลี่ก็ช่วยทำความสะอาดห้องให้เอเธนส์ใหม่ทั้งหมด สภาพสิ่งเเวดล้อมที่ดีจะช่วยฟื้นฟูร่างกายและจิตใจของเอเธนส์ได้ หลังจากวันนั้นบิลลี่กับมาเรียเป็นคนอาสาน้ำเลือดขึ้นมาให้เอเธนส์ด้วยตนเอง พวกเขาสองคนทำหน้าที่นี้เกือบ 1 อาทิตย์เต็มๆจนป้าเคกับลุงคริสสงสัยว่าทำไมเอเธนส์ถึงยอมกลับมาใช้ชีวิตปกติอีกครั้ง
"คุณลองขึ้นไปเก็บแก้วเลือดและแอบฟังดูสิว่าไอ้เด็กพวกนั้นมันคุยอะไรกันกับเอเธนส์ ฉันอยากรู้มากว่า ทำไมจู่ๆเอเธนส์ก็กลับมาดื่มเลือดปกติทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ เขาไม่คิดจะแตะมันด้วยซ้ำ"
"นี่คุณยังไม่เลิกบ้าอีกหรอเค ที่สภาพร่างกายเอเธนส์ต้องเป็นแบบนั้นมันก็เพราะคุณไม่ใช่หรอ...ไหนคุณบอกว่าอยากดูแลพวกเขาแทนคุณท่านไม่ใช่หรอ แล้วทำไมสิ่งที่คุณทำมันถึงเป็นการทำร้ายเด็กพวกนั้นกันล่ะ"
"นี่คุณพูดว่าอะไรคริส ฉันไปทำร้ายเด็กพวกนั้นตอนไหน พวกเขาทำตัวเองทั้งนั้น ที่สำคัญฉันไม่ได้เป็นคนทำให้เอเธนส์เป็นแบบนี้ ยัยเด็กอินดี้นั่นต่างหากล่ะพี่เป็นคนทำให้เอเธนส์ต้องตกอยู่ในสภาพแบบ นี้น่ะ"
"คุณก็รู้ว่าเอเธนส์คิดยังไงกับเด็กมนุษย์นั่น ถ้าวันนั้นคุณไม่ถือมีดเข้าไปทำร้ายเธอ เธอก็ไม่ต้องขวัญเสียแล้วรีบลาออกไปแบบนี้หรอก หยุดสักทีเถอะเค ผมขอร้อง ขอให้คุณดูแลพวกเขาอยู่ห่างๆก็พอ ไม่ต้องยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวเรื่องส่วนตัวของพวกเขาหรอก พวกเขาโตเป็นผู้ใหญ่หมดแล้วนะ"
"คุณจะบอกว่าฉันแส่!ไม่เข้าเรื่องงั้นหรอคริส!!"
"บางทีผมก็สงสัยนะเค คุณเป็นห่วงพวกเด็กๆหรือคุณต้องการให้พวกเขาทำตามใจของคนกันแน่ ปากคุณก็บอกว่าอยากให้เอเธนส์มีใครสักคนเพื่อสืบทอดเผ่าพันธุ์ แต่พอเห็นมีใครสักคนเข้ามา คุณเองก็กลับกลายเป็นคนที่ไปกำจัดเธอออกไปจากชีวิตของเอเธนส์ ผมขอให้คุณคิดใหม่อีกทีนะเค...หยุดเถอะ" ลุงคริสเดินกลับเข้าไปในห้องโดยไม่สนใจเลยว่าป้าเคจะรู้สึกยังไง ซึ่งดูเหมือนว่าคำพูดของลุงคริสนั้นจะทำอะไรป้าเคไม่ได้เลย เธอตัดสินใจแอบเดินย่องขึ้นไปบนหอคอยเพื่อแอบฟังว่าพวกเขาคุยอะไรกันบ้าง...ป้าเคจะได้ยินสิ่งที่พวกเขาคุยกันหรือไม่...ติดตามตาอได้ใน Ep. หน้านะคะ