วันคืนอันสุขสันต์มักผันผ่านรวดเร็วราวลมพัดเผลอเพียงพริบตา เทศกาลปีใหม่ก็ล่วงเลยไปกว่าครึ่ง พอถึงวันที่หกร้านรวงในเมืองหลวงต่างทยอยเปิดทำการ บรรยากาศจึงกลับมาคึกคักเช่นเดิมจางเจิ้นอันเองก็เริ่มหวนคืนสู่ความวุ่นวายกับกิจการงานของตน
บ่ายวันนี้จางเจิ้นอันกลับถึงเรือนเร็วกว่าเคย อันซิ่วเอ๋อร์จึงแปลกใจเล็กน้อย เอ่ยถามขึ้น"เหตุใดวันนี้ท่านกลับมาเร็วนักเจ้าคะ?"
"ข้ามีข่าวดีมาบอกเจ้า"จางเจิ้นอันกล่าวพลางยิ้มอย่างมีนัย
อันซิ่วเอ๋อร์ครุ่นคิดอยู่นานก็ยังคาดเดาไม่ได้ว่าเขาหมายถึงสิ่งใดจางเจิ้นอันจึงกล่าว "ปกติข้าคิดการใดเจ้ามักทายใจถูกเสมอ วันนี้ในที่สุดก็มีเรื่องที่เจ้าเดาไม่ออกเสียที"
"ท่านอย่ามัวเล่นลิ้นอยู่เลยรีบบอกมาเถอะเจ้าค่ะ" อันซิ่วเอ๋อร์กล่าวเร่งนางเป็นคนไม่ชอบให้ใครทำท่าอ้อมค้อมมีลับลมคมใน
"เจ้ายังจำเรื่องที่ข้าพูดไว้ก่อนปีใหม่ได้หรือไม่?"จางเจิ้นอันถาม
อันซิ่วเอ๋อร์พลันนึกขึ้นได้"หรือว่า... ท่านพ่อท่านแม่ข้ามาแล้ว!?"
"ใช่แล้ว"จางเจิ้นอันพยักหน้า "ดีใจหรือไม่?"
"ดีใจมากเจ้าค่ะ!"อันซิ่วเอ๋อร์พยักหน้าหงึกๆ เหมือนลูกไก่จิกข้าว รีบเสนอ"งั้นเรารีบไปหาพวกท่านกันเถอะ ดูแล้วตอนนี้ยังไม่สาย"
"ใจเย็นๆ ก่อนวันนี้ไปเยี่ยมคงจะมืดค่ำเสียก่อน พวกท่านเดินทางมาเหนื่อยๆให้ได้พักผ่อนเต็มที่ก่อน พรุ่งนี้เช้าเราค่อยไปก็ยังไม่สาย"
จางเจิ้นอันกล่าวเสียงอ่อนโยนอันซิ่วเอ๋อร์ใคร่ครวญแล้วเห็นด้วย จึงพยักหน้ารับ
หลายวันที่ผ่านมานางเฝ้ารอการมาของพวกท่านโดยตลอด ในที่สุดวันนี้พวกท่านก็มาถึงนางร้อนรนอยากพบหน้าใจจะขาด ยิ่งเฝ้ารอ เวลาก็ยิ่งดูเหมือนจะเชื่องช้ากว่าจะถึงรุ่งเช้า นางตื่นแต่เช้ามืด พอจัดการธุระส่วนตัวเสร็จสิ้นกลับต้องมากลุ้มว่าจะสวมใส่อาภรณ์ชุดใดดี
ครั้นจะสวมชุดที่งดงามเกินไปก็เกรงว่าจะดูห่างเหินจากท่านพ่อท่านแม่ แต่หากสวมชุดเรียบง่ายไปก็กลัวพวกท่านจะกังวลว่าตระกูลจางบกพร่องต่อนางนางที่ปกติไม่เคยใส่ใจเรื่องการแต่งกาย กลับต้องลองเปลี่ยนอยู่หลายชุดกว่าจะเลือกชุดที่ดูสมตัวและเรียบง่ายที่สุดได้ในที่สุด
"ท่านพี่ท่านว่าชุดนี้เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ?" นางยังไม่มั่นใจนักจึงไปให้จางเจิ้นอันช่วยดู จางเจิ้นอันพยักหน้า นางจึงตกลงใจเลือกชุดนี้
"ท่านพี่ท่านพร้อมรึยังเจ้าคะ?" พอแต่งกายเสร็จนางก็อยากจะออกเดินทางเต็มที จางเจิ้นอันเห็นนางตื่นเต้นออกนอกหน้า จึงเตือน"เรายังไม่ได้กินมื้อเช้ากันเลยนะ"
"อ้อจริงด้วยเจ้าค่ะ" อันซิ่วเอ๋อร์พยักหน้า จำต้องอดทนรอพอสาวใช้ยกอาหารเช้ามา นางก็กินฮะเก๋าไปเพียงสองคำก็บอกว่าอิ่ม
เห็นนางดูใจลอยเช่นนั้นจางเจิ้นอันจึงไม่บังคับ พอนางวางตะเกียบเขาก็ลุกขึ้นยืน กล่าว"ดูท่าเจ้าคงนั่งไม่ติดแล้ว ถ้าเช่นนั้นเราไปกันเถอะ"
ทั้งสองเดินออกมานอกเรือนรถม้าเตรียมพร้อมไว้เรียบร้อยรถม้าวิ่งลัดเลาะไปครู่หนึ่งก็จอดลงหน้าเรือนหลังเล็กแห่งหนึ่ง
"ถึงแล้วหรือเจ้าคะ?"อันซิ่วเอ๋อร์ถาม
"ถึงแล้ว"จางเจิ้นอันกระโดดลงจากรถม้า ยื่นมือไปประคองนางลงมาอย่างระมัดระวังจากนั้นก็เดินไปเคาะห่วงประตูทองเหลือง
ไม่นานก็มีเสียงคนเดินจากในเรือนประตูไม้เปิดออก อันซิ่วเอ๋อร์เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยความรู้สึกหลากหลายประเดประดังเข้ามา ดวงตาพลันร้อนผ่าว น้ำตารื้นขึ้นมา"พี่ใหญ่!"
อันเถี่ยสือเห็นน้องสาวก็ดีใจจนน้ำตาซึมยื่นมือออกไปสวมกอดนาง "น้องหญิงไม่ได้เจอกันนาน พี่คิดถึงเจ้าเหลือเกิน ทำไมปีใหม่ถึงไม่กลับบ้าน?"
"นางตั้งครรภ์อยู่เดินทางกลับลำบาก" จางเจิ้นอันอธิบายจากด้านข้าง
อันเถี่ยสือคลายกอดออกก้มมองท้องนาง กล่าว "น้องหญิงเจ้าท้องแล้วรึ?"
"อื้ม"อันซิ่วเอ๋อร์พยักหน้า ใบหน้าเปล่งปลั่งราวดอกไม้แรกแย้มทั้งดูอ่อนหวานทั้งนุ่มนวล
อันเถี่ยสือเห็นนางเช่นนี้ก็ทั้งดีใจทั้งใจหาย กล่าว "ในความทรงจำของพี่เจ้ายังเป็นแค่สาวน้อยตัวเล็กๆ ที่วิ่งตามหลังพี่ต้อยๆพริบตาเดียวก็จะได้เป็นแม่คนแล้ว"
"เวลาผ่านไปเร็วจริงๆนะเจ้าคะ แต่ไม่ว่าอย่างไร ข้าก็ยังเป็นน้องสาวของพี่เสมอ" อันซิ่วเอ๋อร์กล่าว
"ใช่แล้วพี่ก็จะเป็นพี่ชายของเจ้าตลอดไป อยู่ที่นี่สบายดีไหม? ถ้าเจ้านั่นกล้ารังแกเจ้าต้องบอกพี่นะ" อันเถี่ยสือกล่าวพลางเหลือบมองจางเจิ้นอันอย่างไม่ไว้ใจเห็นได้ชัดว่าไม่พอใจน้องเขยคนนี้
"ท่านพี่ดูแลข้าดีมากพี่ใหญ่ไม่ต้องห่วงเจ้าค่ะ" อันซิ่วเอ๋อร์รีบกล่าวพลันเห็นท่านพ่อท่านแม่ยืนอยู่ไม่ไกล จึงรีบวิ่งเข้าไปหา
"ท่านพ่อ ท่านแม่สบายดีไหมเจ้าคะ?" พอมายืนต่อหน้าท่านทั้งสองอันซิ่วเอ๋อร์กลับตื้นตันจนพูดอะไรไม่ออก
"สบายดี สบายดีลูก"เหลียงซื่อพยักหน้ารัวๆ จับมือนาง "เข้าไปนั่งข้างในกันเถอะ"
"เจ้าค่ะ"อันซิ่วเอ๋อร์เดินคลอเคลียข้างกายเหลียงซื่อนางมีเรื่องมากมายอยากจะเล่าให้แม่ฟัง
พอถึงห้องโถงอันซิ่วเอ๋อร์ก็ถาม "ทำไมไม่เห็นพี่รองกับพี่สะใภ้รองแล้วก็หลานๆ เลยล่ะเจ้าคะ?"
"พวกเขาไม่รู้ว่าพวกเจ้าจะมาเลยออกไปเที่ยวกันแต่เช้า" เหลียงซื่อกล่าวพลางยิ้ม"นานๆ มาเมืองหลวงที ก็ตื่นตาตื่นใจกัน บอกว่าจะไปซื้อผักแต่ยกกันไปทั้งบ้านเลย"
อันซิ่วเอ๋อร์หัวเราะตาม"ถ้างั้นข้าน่าจะมาเร็วกว่านี้หน่อยแค่กลัวจะรบกวนพวกท่านพักผ่อน จริงๆ ข้าอยากมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วท่านพี่บอกว่าพวกท่านเดินทางมาเหนื่อยๆ เลยไม่ให้มา"
"พ่อกับแม่ไม่เหนื่อยหรอกแต่เจ้าจะมากลางค่ำกลางคืนมันไม่เหมาะ ท่านเขยคิดรอบคอบดีแล้ว เจ้าเชื่อฟังเขาเถอะ"เหลียงซื่อกล่าวปราม
"ว่าแต่ท่านเขยตอนนั้นฝากคนมาบอกว่ามีเรื่องสำคัญ ให้เรายกครัวกันมา ตกลงว่าเรื่องอะไรหรือ?"เหลียงซื่อหันไปถามจางเจิ้นอัน
"อ้อ ขอรับ"จางเจิ้นอันพยักหน้า กล่าวด้วยท่าทีจริงจัง "เป็นซิ่วเอ๋อร์ที่คิดถึงพวกท่านจนนอนไม่หลับแต่ข้าก็พานางกลับไปเยี่ยมไม่ได้ เลยให้คนไปเชิญพวกท่านมาแทน"
"หา?" เหลียงซื่ออ้าปากค้าง ไม่คิดว่าเรื่องสำคัญที่จางเจิ้นอันว่าคือเรื่องนี้!ทำเอานางเป็นห่วงอยู่หลายวัน พอถึงปีใหม่ก็รีบเก็บของเดินทางมาโดยไม่หยุดพัก
"พวกเรารู้ว่าท่านเอ็นดูซิ่วเอ๋อร์แต่แค่เรื่องนี้ถึงกับให้พวกเรามากันทั้งครอบครัว ดูท่าจะไม่เหมาะเท่าไรหากฮูหยินผู้เฒ่ารู้เข้า เกรงว่าจะคิดว่าพวกเราไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงมาเกาะลูกสาวกิน" พ่อเฒ่าอันกล่าวขึ้น
เสียงเขาทุ้มต่ำสวมเสื้อนวมหนา ก้มตัวเล็กน้อย ดูแก่ลงกว่าคราวก่อนอันซิ่วเอ๋อร์ยื่นมือไปจับมือพ่อเฒ่าอัน "ท่านพ่ออย่าเพิ่งกังวลเจ้าค่ะ เรื่องนี้ข้าจัดการเอง ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ทราบ"
"ถ้าเช่นนั้นก็ยิ่งไม่เหมาะ!มาถึงนี่แล้ว จะไม่ไปคารวะฮูหยินผู้เฒ่าได้อย่างไร?" เหลียงซื่อกล่าวแทรก
อันซิ่วเอ๋อร์ยิ่งปวดหัว"ท่านแม่ อย่าเพิ่งกังวลเลยเจ้าค่ะ ตอนนี้พักผ่อนที่นี่ก่อนเรื่องอื่นค่อยว่ากันนะเจ้าคะ"
นี่ล้อกันเล่นหรือไร?นางไม่กล้าให้ท่านแม่ไปเจออูซื่อเด็ดขาด! อูซื่อนั้นอารมณ์ร้ายจะตายปกติพูดจาอะไรใส่นาง นางก็ทนๆ ทำเป็นหูทวนลมไป แต่ถ้ามาดูถูกพ่อแม่นางเข้าละก็นางจะทนได้อย่างไร!จะปล่อยให้พ่อแม่ที่เลี้ยงดูมาอย่างยากลำบากต้องถูกคนอื่นหยามหน้าไม่ได้!
"หรือว่า...ฮูหยินผู้เฒ่าทำไม่ดีกับเจ้า?" เหลียงซื่อเป็นคนช่างสังเกตจับประเด็นได้ทันที
อันซิ่วเอ๋อร์ส่ายหน้า"ฮูหยินผู้เฒ่าดูแลข้าดีเจ้าค่ะ ตอนข้าท้องท่านยังให้คนเอาโสมเอารังนกมาบำรุง แต่ในตระกูลจางท่านเป็นฮูหยินผู้เฒ่าที่กุมอำนาจสูงสุด ท่านเจ้าอารมณ์และเจ้าระเบียบข้าไม่อยากให้พ่อแม่ต้องไปก้มหัวให้ใคร"
พอได้ยินเช่นนั้นเหลียงซื่อก็ไม่พูดอะไรอีก แต่ก็ดูออกว่ายังผิดหวังอยู่ลึกๆ
"ท่านแม่อย่าคิดมากเลยเจ้าค่ะ ข้าอยากให้ท่านมาอยู่ที่นี่อย่างมีความสุขไม่ใช่มาแบกเรื่องกังวลใจ" อันซิ่วเอ๋อร์กล่าวซ้ำ
"อืม" เหลียงซื่อพยักหน้า "บอกแม่มาตามตรงอยู่ที่นี่สบายดีไหมลูก? ถึงเราจะเป็นชาวบ้านก็อย่าคิดว่าด้อยกว่าใคร เราไม่ได้สนฐานะสมบัติอะไรของเขา ขอแค่ลูกมีความสุขก็พอ"พูดถึงตรงนี้ เหลียงซื่อก็เงยหน้ามองจางเจิ้นอันแววตาเหมือนกำลังเตือน
จางเจิ้นอันยิ้มแหยๆอย่างจนใจ ดูท่าเขาคงต้องรับสายตาตำหนินี้ไป
"ใช่ๆ มีอะไรพี่ใหญ่จะจัดการให้เอง" อันเถี่ยสือกล่าวเสริม
"พอแล้วเจ้าค่ะขอบคุณท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ใหญ่ที่เป็นห่วง ข้าอยู่ที่นี่สบายดีมากทุกวันไม่ต้องทำอะไร มีแต่กินกับนอน เวลาจะทำอะไรหรือออกไปไหน ก็มีบ่าวคอยตาม"อันซิ่วเอ๋อร์แอบขุ่นใจเล็กน้อย แต่ก็ยิ้มกล่าว "ท่านพ่อ ท่านแม่ อยากให้ข้าเรียกบ่าวสักสองคนมาคอยรับใช้ไหมเจ้าคะ?"
"ไม่ต้องๆเราไม่ชินให้คนมาคอยรับใช้ อยู่กันเองแบบนี้ดีแล้ว" เหลียงซื่อรีบกล่าวนางไม่อยากรบกวนลูกเขย
อันซิ่วเอ๋อร์รู้นิสัยท่านพ่อท่านแม่ดีจึงไม่พูดอะไรอีก เปลี่ยนไปชวนคุยเรื่องอื่นแทน พวกเขาคุยกันเรื่องปีใหม่ที่ผ่านมาอันซิ่วเอ๋อร์เล่าเรื่องดอกไม้ไฟในเมือง เหลียงซื่อก็เล่าเรื่องที่หมู่บ้านบอกว่าปีนี้ฟ้าฝนดี ผู้ใหญ่บ้านเลยเรี่ยไรเงินจ้างคณะเชิดมังกรมา
จากนั้นก็พูดถึงบ้านของอันซิ่วเอ๋อร์ที่หมู่บ้านบอกว่าสร้างเสร็จแล้ว ใช้อิฐเขียวกระเบื้องดำ พื้นก็ปูกระเบื้องนับว่าดีที่สุดในหมู่บ้านทีเดียว แต่ตอนนั้นรีบสร้างเกินไปสุดท้ายก็ยังไม่ได้เข้าไปอยู่
"ถ้ามีโอกาสคงต้องกลับไปอยู่สักพัก พอท่านแม่พูดขึ้นมา ข้าก็ชักคิดถึงบ้าน"
อันซิ่วเอ๋อร์เล่าเรื่องจุกจิกเหล่านั้นกับท่านแม่ไม่รู้ตัวเลยว่าใบหน้าเปื้อนยิ้มตลอดเวลาการได้คุยกับท่านแม่ทำให้นางรู้สึกผ่อนคลายเหลือเกิน
สายตาจางเจิ้นอันจับจ้องนางอยู่ตลอดเพียงคอยพูดเสริมเป็นครั้งคราว พอเห็นนางมีความสุข เขาก็พลอยสุขใจไปด้วย
"ท่านอาท่านมาแล้ว!" ขณะที่คุยกันเพลินๆอันหรงเหอและเด็กคนอื่นๆ ก็กลับมา พอเห็นอันซิ่วเอ๋อร์ก็รีบวิ่งกรูเข้ามาหาอันเถี่ยสือกับต่งซื่อเห็นลูกวิ่งเร็วขนาดนั้น ก็ได้แต่ส่ายหน้าอ่อนใจ
"ท่านอา!"ต้าหยากับเอ้อร์หยาก็วิ่งตามมา ทั้งสามคนเบียดกันล้อมนางไว้
อันซิ่วเอ๋อร์ลูบหัวเล็กๆของหลานๆ พลางลุกขึ้นพยักหน้าให้พี่รองกับพี่สะใภ้ "พี่รอง พี่สะใภ้รอง ข้าคิดถึงพวกท่านจังเลยเจ้าค่ะ"
ทั้งสองเป็นคนไม่ค่อยพูดไม่ได้บอกว่าคิดถึงหรือไม่ เพียงแต่ยิ้มกว้าง ต่งซื่อกล่าว"เจ้ามาก็ดีแล้ว เราเพิ่งซื้อผักมามื้อกลางวันก็กินข้าวที่นี่กันนะ"
"แน่นอนเจ้าค่ะข้าอยากกินฝีมือพี่สะใภ้รองมานานแล้ว" อันซิ่วเอ๋อร์พยักหน้ายิ้มแย้มร่าเริง นางถามเด็กทั้งสาม "วันนี้ออกไปเที่ยวสนุกไหม?"
"สนุกมากขอรับ!ถนนคนเยอะคึกคักมาก แค่ตลาดขายผักก็ยาวเหยียดแล้ว แต่ข้ายังอยากเดินดูอีกท่านน้าสะใภ้ไม่ยอมให้ไป" อันหรงเหอเม้มปากเด็กหญิงสองคนก็ผสมโรง
"พวกเจ้าเพิ่งมายังไม่คุ้นทาง ถ้าวิ่งซนไปมาจะหลงทางเอาง่ายๆ ในเมืองหลวงมีพวกลักเด็กเยอะแยะต้องเชื่อฟังนะ ช่วงบ่าย ท่านอาจะพาออกไปเที่ยวเอง" อันซิ่วเอ๋อร์กล่าว
เด็กทั้งสามส่งเสียงโห่ร้องดีใจพวกเขาชอบไปเที่ยวกับท่านอาอันซิ่วเอ๋อร์ที่สุด