ตอนที่ 3: เงาในหมอกควันและปีกที่กำลังกาง
สายหมอกบางเบายามเช้าปกคลุมยอดทิวเขาทางภาคเหนือ ทิวทัศน์รอบด้านเขียวขจีไปด้วยแปลงเกษตรอินทรีย์และบ้านเรือนไม้หลังเล็กๆ ที่เรียงรายอย่างเป็ระเบียบ ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบของสถานสงเคราะห์เด็กและเยาวชน "บ้านร่มไทร" รถยนต์อเนกประสงค์สีดำสนิทเคลื่อนตัวเข้ามาจอดเทียบหน้าอาคารอำนวยการอย่างเงียบเชียบ
กรณ์ก้าวลงจากรถในชุดเสื้อเชิร์ตแขนยาวสีอ่อนพับแขนขึ้นเล็กน้อยและกางเกงสแลคเข้ารูป รูปลักษณ์ที่ดูภูมิฐานแต่เข้าถึงง่ายทำให้เด็กๆ และเ้าหน้าที่ในศูนย์ไม่ได้รู้สึกเกร็งจนเกินไปนัก การมาเยือนครั้งนี้ของเขาถูกจัดขึ้นในฐานะประธานกิตติมศักดิ์ของมูลนิธิพัฒนาเยาวชนโลก ซึ่งเป็หนึ่งในองค์กรบังหน้าเครือข่ายใหญ่ที่เขาใช้ขับเคลื่อนงานเื้ั
ผู้อำนวยการสถานสงเคราะห์วัยกลางคนรีบเดินเข้ามาต้อนรับด้วยรอยยิ้มอบอุ่น "ยินดีต้อนรับครับท่านประธาน ไม่คิดว่าท่านจะเดินทางมาตรวจเยี่ยมด้วยตัวเองถึงที่นี่"
"ผมแค่อยากมาดูความเป็อยู่ของเด็กๆ และติดตามโครงการฝึกอบรมทักษะอาชีพเสียหน่อยครับ ผู้อำนวยการพาผมเดินดูรอบๆ ได้เลยครับ" กรณ์กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแฝงด้วยพลังอำนาจที่น่าเกรงขามโดยธรรมชาติ
ระหว่างที่เดินตรวจเยี่ยมห้องเรียนคอมพิวเตอร์และแปลงเกษตรสาธิต สายตาของกรณ์ก็จับจ้องไปที่เด็กหญิงคนหนึ่งซึ่งนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เก่าๆ ในมุมห้องสมุด ร่างเล็กผอมบางในชุดนักเรียนสีซีดกำลังรัวนิ้วพิมพ์ชุดคำสั่งภาษาโปรแกรมมิ่งอย่างคล่องแคล่ว บนหน้าจอแสดงผลกราฟิกและโค้ดซับซ้อนที่เด็กวัยเดียวกันไม่มีทางเขียนได้
“พิมพ์ชนก… อายุ 16 ปี อัจฉริยะด้านการเขียนโค้ดและเจาะระบบ ผู้มีเส้นทางอนาคตที่เกือบจะถูกดึงเข้าสู่ด้านมืดในอีกสามเดือนข้างหน้า”
ภาพเหตุการณ์ในอนาคตที่กรณ์เคยล่วงรู้ผ่านการคำนวณและข้อมูลข่าวกรองฉายวาบขึ้นในหัว ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เมื่อความกดดันเื่ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดรักษาตัวของยายผู้เลี้ยงดูเธอมาลำพังมาถึงขีดสุด พิมพ์ชนกจะถูกชักชวนจากกลุ่มแฮกเกอร์ใต้ดินในนามสมาคมเงาพิทักษ์ ให้เจาะระบบฐานข้อมูลการเงินระดับประเทศเพื่อแลกกับเงินก้อนโต แม้สุดท้ายเธอจะทำสำเร็จ แต่ชีวิตของเธอก็จะถูกควบคุมและจบลงด้วยการถูกกำจัดทิ้งอย่างไร้เยื่อใยเมื่อหมดประโยชน์
กรณ์เดินเข้าไปใกล้เงียบๆ โดยไม่ให้เกิดเสียงรบกวน เขายืนมองหน้าจออยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นเบาๆ
"อัลกอริทึมการบีบอัดข้อมูลแบบนี้ เธอคิดค้นขึ้นมาเองหรือศึกษามาจากตำราเล่มไหน?"
พิมพ์ชนกสะดุ้งสุดตัว รีบปิดหน้าจอพับฝาแล็ปท็อปลงด้วยความใ หันขวับมามองผู้บุกรุกด้วยแววตาระแวดระวังและดื้อรั้นตามประสาเด็กที่ต้องต่อสู้ดิ้นรนตามลำพัง "คุณเป็ใคร... เข้ามาดูหน้าจอคนอื่นเสียมารยาทนะ"
ผู้อำนวยการที่เดินตามมาข้างหลังรีบทำหน้าตื่นตระหนก "พิมพ์ชนก! อย่าเสียมารยาทกับท่านประธานนะ!"
กรณ์ยกมือขึ้นห้ามปรามรอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก แววตาที่มองเด็กหญิงเต็มไปด้วยความเมตตาและเข้าใจอย่างลึกซึ้ง "ไม่เป็ไรครับ ผู้อำนวยการ เด็กเก่งๆ มักมีความเป็ตัวของตัวเองสูงแบบนี้เสมอแหละ"
เขานั่งลงยองๆ ให้ระดับสายตาเสมอกับเด็กสาวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ พิมพ์ชนกขมวดคิ้วมุ่น จ้องมองชายวัยกลางคนตรงหน้าด้วยความเคลือบแคลงสงสัย ความรู้สึกบอกเธอว่าผู้ชายคนนี้แตกต่างจากแขกผู้ใหญ่คนอื่นๆ ที่เคยมาเยี่ยมเยียน แววตาคู่นั้นไม่ได้มีความสมเพชเวทนา หรือการเสแสร้งแกล้งทำ แต่มันลึกซึ้งราวกับมองทะลุเข้าไปในก้นบึ้งจิตใจของเธอได้
"คุณกำลังกังวลเื่ค่าผ่าตัดของยายในเดือนหน้าใช่ไหม?" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นตรงจุดเปราะบางที่สุดในใจของพิมพ์ชนก
ร่างเล็กชาววาบขึ้นมาทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง "คุณ... รู้ได้ยังไง? คุณสืบเื่ฉันเหรอ!"
"โลกนี้มีความลับน้อยมากสำหรับคนที่รู้จักสังเกตพิมพ์ชนก" กรณ์ยิ้มละมุน "การใช้ความอัจฉริยะระดับนี้ไปเสี่ยงคุกเสี่ยงตารางกับพวกสมาคมใต้ดินที่จ้องจะสูบเืสูบเนื้อ มันไม่คุ้มค่าเลยสักนิด นรกบนดินที่เธอคิดจะเดินเข้าไปเพื่อแลกกับเงินก้อนนั้น สุดท้ายมันจะทำลายทั้งชีวิตเธอและคนที่เธอรัก"
พิมพ์ชนกกัดริมฝีปากแน่น มือเล็กๆ กำชายเสื้อตัวเองแน่นจนยับยู่ยี่ ความโกรธและความกลัวตีรวนอยู่ในอก "แล้วคุณจะให้ฉันทำยังไงล่ะ! เงินสองแสนบาทในอีกสามสัปดาห์ ใครจะยอมช่วยเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างฉัน ถ้าไม่ทำแบบนั้น ยายก็จะ..." เสียงของเธอขาดห้วง น้ำตาคลอเบ้าแต่พยายามกลั้นมันไว้สุดชีวิต ไม่ยอมแสดงความอ่อนแอออกมาให้คนแปลกหน้าเห็น
"มูลนิธิพัฒนาเยาวชนโลกของเราไม่ได้มีไว้แค่แจกทุนการศึกษาตามมีตามเกิด..." กรณ์เอื้อมมือไปวางบนโต๊ะไม้ใกล้ๆ มือของเด็กสาวอย่างแ่เบา ไร้ซึ่งการคุกคาม แต่มันเต็มไปด้วยความหนักแน่นที่ให้ความรู้สึกปลอดภัย "เรากำลังสร้างศูนย์วิจัยเทคโนโลยีแห่งใหม่ และกำลังมองหาหัวหน้าทีมวิศวกรซอฟต์แวร์เยาวชนที่มีวิสัยทัศน์ เงินค่าผ่าตัดของยาย เธอเบิกเบิกงบจากกองทุนสวัสดิการพิเศษของมูลนิธิได้ทันทีั้แ่บ่ายวันนี้ ส่วนตัวเธอ... สนใจมาเซ็นสัญญาเป็นักวิจัยฝึกหัดรับทุนการศึกษาต่อจนจบปริญญาเอก พร้อมเงินเดือนประจำไหม?"
ความเงียบเข้าปกคลุมมุมห้องสมุดชั่วขณะ พิมพ์ชนกอ้าปากค้าง สมองที่ฉลาดเฉลียวรวดเร็วของเธอกำลังประมวลผลข้อเสนอที่ราวกับความฝัน ไม่มีเงื่อนไขมืดบอด ไม่มีสัญญาเื มีแต่โอกาสและทางออกที่สะอาดบริสุทธิ์ที่สุดในชีวิต
"ทำไม... ทำไมคุณต้องช่วยฉันขนาดนี้ด้วย?" เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย
"เพราะศักยภาพของมนุษย์ไม่ควรถูกทำลายด้วยความยากจน..." กรณ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปรับเสื้อผ้าให้เรียบร้อย "จำไว้นะพิมพ์ชนก คนเราเลือกจุดเริ่มต้นในชีวิตไม่ได้ แต่เราเลือกอนาคตที่จะเดินไปได้เสมอ ผมให้เวลาเธอกับยายตัดสินใจถึงเที่ยงวันนี้ ถ้าตกลง รถของมูลนิธิจะพาทั้งคู่ไปดูแลต่อที่โรงพยาบาลเอกชนในเครือข่ายทันที"
พูดจบ กรณ์ก็หันหลังเดินกลับออกมาปล่อยให้เด็กสาวจมอยู่กับความคิดของตัวเอง ผู้อำนวยการสถานสงเคราะห์รีบเดินตามมาด้วยความทึ่งและนับถือ "ท่านประธานครับ เด็กคนนี้ดื้อรั้นมากจริงๆ แต่ถ้าท่านดึงเข้ามาได้ เธอจะเป็กำลังสำคัญให้มูลนิธิเราได้แน่นอนครับ"
"คนเก่งทุกคนมีพายุในใจเสมอ ผู้อำนวยการหน้าที่ของเราคือสร้างร่มไม้ใหญ่ให้พายุลูกนั้นสงบลง ไม่ใช่ไปตัดต้นไม้ทิ้ง" กรณ์กล่าวเรียบๆ ขณะเดินออกมารับอากาศบริสุทธิ์ภายนอกอาคาร
ในขณะเดียวกัน ที่ห้องทำงานลับแห่งหนึ่งในเมืองหลวง ภาพเหตุการณ์การสนทนาระหว่างกรณ์และพิมพ์ชนกถูกถ่ายทอดสดผ่านกล้องวงจรปิดขนาดจิ๋วที่ซ่อนอยู่บนชั้นหนังสือในห้องสมุด ชายในชุดสูทสีเข้มคนหนึ่งกำลังนั่งไขว่ห้างจิบกาแฟราคาแพง พล G ขมวดคิ้วแน่นเมื่อเห็นแผนการกวาดต้อนทรัพยากรบุคคลของสมาคมเงาพิทักษ์ถูกขัดขวางเป็ครั้งที่สองโดยฝีมือของชายที่ชื่อกรณ์
"ท่านครับ ตาแก่คนนี้กำลังกวาดล้างเด็กที่เราหมายตาไว้ทีละคน ชินดนัยก็ทีหนึ่งแล้ว ตอนนี้ยังมายื้อตัวพิมพ์ชนกไปอีก มูลนิธิเบื้องหน้านั่นกำลังทำลายแผนงานโครงข่ายไซเบอร์ของเราหมด" เสียงลูกน้องรายงานผ่านสมาร์ทโฟนด้วยความหัวเสีย
ชายผู้เป็หัวหน้าสมาคมเงาพิทักษ์แค่นเสียงหัวเราะในลำคอ แววตาเต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียม "ปล่อยให้มันสนุกไปก่อน... หมากบนกระดานนี้ไม่ได้มีแค่เด็กพวกนั้น การที่กรณ์ขยับตัวเข้ามาใกล้โครงข่ายของเรามากเกินไป ก็เท่ากับมันเดินเข้าสู่รัศมีทำการของกับดักที่เราวางไว้เช่นกัน เตรียมแผนการขั้นต่อไปให้พร้อม... เราจะเปิดฉากต้อนรับท่านประธานมูลนิธิคนนี้ด้วยของขวัญชิ้นใหญ่ในงานสัมมนานานาชาติสัปดาห์หน้า"
การเดินหมากบนกระดานโลกเริ่มทวีความดุเดือดขึ้นทุกขณะ ฝ่ายหนึ่งใช้ความจริงใจและธรรมาภิบาลเพื่อสร้างรากฐานอนาคตที่ดีงาม อีกฝ่ายกลับใช้ความมืดและอำนาจเงินเพื่อดึงทุกอย่างให้ดิ่งลงเหว
กลับมาที่สถานสงเคราะห์บ้านร่มไทร ก่อนเที่ยงวันนั้น พิมพ์ชนกเดินถือกระเป๋าเดินทางใบเล็กๆ ออกมาพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ ที่เปื้อนคราบน้ำตาแห่งความตื้นตัน ยายของเธอนั่งอยู่บนรถพยาบาลเอกชนที่ทางมูลนิธิจัดเตรียมมารอรับอย่างสะดวกสบาย เด็กหญิงเงยหน้าขึ้นมองกรณ์ที่ยืนรออยู่ข้างรถอเนกประสงค์ เธอโค้งตัวคำนับด้วยความเคารพอย่างสุดซึ้งจากใจจริง
"หนูตกลงค่ะ... ขอบคุณนะคะคุณกรณ์ หนูจะใช้ความสามารถทั้งหมดที่มีตอบแทนมูลนิธิ และจะไม่ทำให้คุณผิดหวังเด็ดขาด"
กรณ์พยักหน้ารับ รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏขึ้นบนใบหน้า "ยินดีต้อนรับสู่ทีมนะพิมพ์ชนก งานชิ้นแรกของเธอในฐานะนักวิจัย คือการช่วยระบบรักษาความปลอดภัยของมูลนิธิเราให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น... เพราะดูเหมือนว่าจะมีแขกไม่ได้รับเชิญกำลังพยายามเจาะระบบเข้ามาสอดแนมเราอยู่เหมือนกัน"
คำพูดของกรณ์ทำให้เด็กสาวตาโตด้วยความประหลาดใจ เธอยังไม่ทันได้ถามอะไร รถยนต์ก็เคลื่อนตัวออกจากสถานสงเคราะห์มุ่งหน้าสู่เมืองหลวง ทิ้งไว้เพียงความหวังและจุดเริ่มต้นใหม่บนเส้นทางที่ถูกพลิกผันด้วยพลังแห่งการมองเห็นอนาคตและการวางหมากระดับปรมาจารย์
เกมกระดานพลิกโลกได้ก้าวสู่บทบาทที่ซับซ้อนและอันตรายยิ่งขึ้น เมื่อแนวรบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การช่วยเหลือคนด้อยโอกาสอีกต่อไป แต่เป็การเผชิญหน้ากันเื้ัความมืดของสองกลุ่มอำนาจที่กำลังแย่งชิงชะตากรรมของมนุษยชาติทั้งใบ