ณ เมืองขนาดเล็กภายในดวงดาวอันห่างไกลแห่งหนึ่ง…
มันมีชื่อเรียกว่าชีโรฮุย เมืองนี้ถือได้ว่าเป็เมืองขนาดเล็กธรรมดาๆ เมืองหนึ่ง ที่ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นมากนัก
เพียงแต่ว่า ภายในเมืองนี้มันมีตำนานเล่าขานกันมาว่า ภายในเมืองแห่งแห่งนี้นั้น มีสุสานของราชวงศ์แห่งหนึ่งที่ได้ล่มสลายไปเมื่อนานมาแล้วซ่อนอยู่ภายในเมืองแห่งนี้ ซึ่งภายในสุสานของราชวงศ์ที่ล่มสลายไปแล้วนั้น มีของล้ำค่าบางอย่างที่แม้แต่ราชวงศ์ทั้งห้าที่ยิ่งใหญ่ยังหมายปองที่จะได้มัน ซึ่งคนธรรมดาทั่วไปนั้นไม่มีใครรู้ว่ามันคืออะไร มันจึงส่งผลให้ยอดฝีมือจำนวนมากแวะเวียนมาที่เมืองแห่งนี้เพื่อที่จะพยายามตามหาสุสานที่ว่านั่น เพราะงั้นแล้วภายในเมืองแห่งนี้ถึงได้มีความแตกต่างด้านระดัับพลังที่แปรเปลี่ยนไปมาอยู่ตลอด…
ภายในดวงดาวแห่งนี้มีทั้งหมดห้าอาณาจักรได้แก่ ทลายนภา,จันทราทมิฬ,สุริยันห้าสี,ทะเลพิษ และดาบสีขาว
ภายในห้าอาณาจักรนี้นั้น อาณาจักรดาบสีขาว เป็อาณาจักรทรงพลังที่สุดในปัจจุบัน หากทั้งห้าอาณาจักรต้องมาต่อสู้กันเองแบบหนึ่งต่อหนึ่งก็คงจะไม่มีอาณาจักรไหนที่จะสามารถต้านทานอาณาจักรดาบสีขาวได้…
และเมืองชีโรฮุยแห่งนี้ก็ตั้งอยู่ภายในอาณาจักรดาบสีขาวนั่นเอง
บนถนนแห่งหนึ่งภายในเมืองชีโรฮุย มันเป็ถนนที่มีคนเดินไปมาอยู่ไม่มากเท่าไหร่นัก…
ชายหนุ่มคนหนึ่ง ที่มีอายุราวๆ 16-17 ปี กำลังเดินอยู่บนถนนแห่งนี้ เขาแต่งตัวด้วยชุดคลุมสีดำ ใบหน้าของเขาดูไร้อารมณ์ และมีไอธาตุแห่งความมืด ลอยวนอยู่รอบตัวของเขา ส่งผลให้เมื่อคู่กับภาพลักษณ์ของเขาแล้ว มันดูน่าหวาดกลัวเป็อย่างมาก ชายผู้นี้ก็คือ ชิน
ในตอนที่ชินได้มาถึงดวงดาวแห่งนี้เป็ครั้งแรกนั้น เขาก็ได้เกิดความสับสนเป็อย่างมาก เพราะที่แห่งนี้นั้นนับว่าแตกต่างจากดาวลีฟานเป็อย่างมาก นอกจากขนาดที่ต่างกันสุดๆ ก็ยังมีพลังงานอันแปลกประหลาดอยู่เป็จำนวนมาก ที่แห่งนี้นั้น ถึงแม้จะมีผู้คนที่ฝึกฝนพลังธาตุอยู่บ้างก็ตาม แต่หากเทียบกับดาวลีฟานแล้ว พวกเขาไม่สามารถเทียบกับผู้ที่มีความเข้ากันได้ของธาตุหนึ่งในสิบส่วนได้เลยแม้แต่น้อย มันเป็พลังธาตุที่มีสิ่งเจือปลอยู่มากมาย ไม่สามารถเทียบกับพลังธาตุของดาวลีฟานที่มีแต่ความบริสุทธิ์ได้เลย และที่น่ากลัวคือพลังกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างของพวกเขา มันเป็พลังประหลาดที่มีบางคนที่ชินแค่มองไป ก็ััได้ถึงแรงกดดันอันมหาศาลแล้ว…
ตอนนั้นที่เขาได้ะโขึ้นไปหาชีวาน ตัวเขาแค่พยายามที่จะหยุดกระจกที่ปลดปล่อยพลังแห่งความมืดออกมา เพราะหากเป็ธาตุความมืดแล้วล่ะก็ ความสามารถในการควบคุมมันของชินนั้นนับได้ว่าเหนือล้ำาานิรวาณด้วยซ้ำ !!! แต่ทันทีที่เขาเข้าไปถึงมัน เขาก็ได้ถูกแสงสีเทาแปลกประหลาดครอบคลุมตัวของเขาเอาไว้ หลังจากนั้นเขาก็ได้มาปรากฏตัวที่ดาวแห่งนี้โดย ที่ข้างกายของเขานั้นไม่มีชีวานอยู่ด้วย แม้แต่กระจกลึกลับนั่นเขาก็ไม่เห็นแม้แต่วี่แววของมัน
หลังจากนั้น ชินก็ได้พยายามที่จะทำความเข้าใจภายในโลกแห่งนี้ก่อนเป็อันดับแรก และหลังจากที่เขาพอจะมีความรู้บ้างแล้วเล็กน้อย เขาก็จะออกเดินทางตามหาชีวานโดยทันที จะอย่างไรพวกเขาก็มาจากดาวดวงเดียวกัน และชินเองก็มีความเชื่อมั่นอันแรงกล้าว่าชีวานจะต้องมาที่ดาวดวงนี้เหมือนกับเขาอย่างแน่นอน
แต่มันก็มีอุปสรรคขัดขวางเขาอยู่ตลอดเวลา เพราะด้วยภาพลักษ์ของเขานั้น มันเป็ที่อิจฉาจากบุรุษจำนวนมากเลยทำให้มีคนบางคนชอบเข้ามาหาเื่เขาอยู่บ่อยๆ และก็ยังมีสตรีอีกจำนวนมากที่พยายามเข้ามาตีสนิทกับเขา แต่ด้วยลักษณะนิสัยของเขานั้นทำให้หลายๆคนไม่อาจทนเขาได้นานนัก จึงได้จากไปเสียก่อน แต่ก็ยังพอมีบางคนที่สามารถทนได้หลงเหลืออยู่บ้าง แต่ชินก็ไม่ได้สนใจอะไรพวกนาง เพราะเป้าหมายของเขาในตอนนี้ก็มีเพียงแค่ตามหาชีวานให้พบโดยเร็วที่สุดก็เท่านั้น จะอย่างไรชีวานก็มีอายุเพียงแค่ 7 ปีเท่านั้น และด้วยรูปลักษณ์ของนางนั้นหากมีผู้คนพบเข้าล่ะก็…
มันจะต้องเกิดปัญหาใหญ่ขึ้นอย่างแน่นอน !!! แต่ว่าตอนนี้ชินเองก็มีปัญหาใหญ่ด้วยเช่นกัน…
เขาไม่มีเงินของดาวดวงนี้เลยแม้แต่น้อย จึงได้แต่นำของมีค่าบางอย่างของตนขายออกไปเสียก่อนเพื่อซื้ออาหารมาประทังชีวิต…
''หากปล่อยไว้แบบนี้… ข้าต้องอดตายเป็แน่''
หลังจากกล่าวจบ ชินก็ได้เหลือบไปเห็นสถานที่แห่งหนึ่งที่มีป้ายเขียนว่า ''ศาลานักผจญภัย'' ชินรู้สึกสงสัยจึงได้เดินเข้าไปทันที ภายในนั้นมีผู้คนอยู่เป็จำนวนมาก และแต่ละคนเองก็แข็งแกร่งไม่เบา แต่ก็ไม่มีใครที่ทำให้เขารู้สึกกดดันได้เหมือนกับยอดฝีมือ ที่เขาเคยเจอก่อนหน้านี้เลยแม้แต่คนเดียว
ด้วยภาพลักษณ์ของเขา จึงทำให้ผู้คนจำนวนมากหันมาสนใจ และพากันคิดไปเองว่าเขาเป็นักผจญภัยระดับสูง ชินได้เดินไปยังจุดที่มีพนักงานต้อนรับคอยอยู่ เขาได้ถามเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้ มันทำให้พนักงานต้อนรับคนนั้นใเป็อย่างมาก เขาไม่คิดว่าจะมีคนที่ไม่รู้จักศาลานักผจญภัยอยู่บนโลกนี้ดวย
มันจึงทำให้หลายคนที่เคยสงสัยว่าชินเป็นักผจญภัยระดับสูง คลายใจลงได้เล็กน้อย แต่พวกเขาก็ยังไม่วางใจเท่าไหร่นัก เพราะมันมียอดฝีมือบางคนที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเื่ทางโลก พวกเขาสนใจแค่การฝึกตนเท่านั้น…
ส่วนพนักงานต้อนรับหลังจากได้สติ เขาก็ได้อธิบายเื่ต่างๆ
''ศาลานักผจญภัยนั้นถูกก่อตั้งโดยยอดฝีมือ ''ระดับบรรพจารย์'' ท่านนึง เขาก่อตั้งมันขึ้นเพื่อเอาไว้ปกป้องคนธรรมดาที่ไม่มีความสามารถพอที่จะไปต่อกรกับพวกอสูร และ ปีศาจร้าย ซากของพวกมันที่กำจัดได้สามารถนำกลับมาเพื่อแลกเปลี่ยนเป็ของมีค่าที่้า ยิ่งระดับของอสูร และ ปีศาจร้าย ที่กำจัดได้มีระดับสูงเท่าไหร่ ของที่จะได้รับก็ยิ่งมีมุลค่าเพิ่มมากขึ้น''
หลังจากนั้นพนักงานต้อนรับจึงให้ชินไปทดสอบระดับพลังเพื่อรับ ''คริสตัลนักผจญภัย''
มันคือคริสตัลที่เอาไว้ใช้เก็บซากของสัตว์อสูร และปีศาจร้าย ระดับของคริสตัลมีสามระดับ สีขาวคือระดับต่ำ สีฟ้าคือระดับกลาง และสีแดงคือระดับสูง ยิ่งคริสตัลมีระดับสูงเท่าไหร่ จำนวนพื้นที่ภายในก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
การทดสอบนี้มีไว้เพื่อวัดระดับพลัง เพื่อที่จะได้รับคริสตัลตามระดับพลังของตัวเอง การทดสอบทำได้ง่ายๆ โดยการเอามือไปแตะกับป้ายเก่าแก่ชิ้นหนึ่ง เมื่อทำการััเข้ากับมัน ป้ายเก่าแก่ก็จะเปลี่ยนสีของมันตามระดับพลังของคนผู้นั้น
เมื่อชินได้ััเข้ากับป้ายเก่าแก่นั้น มันก็ได้แปรเปลี่ยนไปเป็สีขาวซีด !!! มันเป็ระดับต่ำ แถมดูจากสีที่ซีดๆ ก็เห็นได้ชัดว่าเป็ระดับต่ำสุด
นี่จึงแสดงให้เห็นว่าชินไม่ใช่ยอดฝีมืออะไรนั่น แต่เป็มือใหม่อย่างแท้จริง มันจึงทำให้พวกที่หวาดเกรงในตัวเขาก่อนหน้านี้ ต่างส่งเสียงหัวเราะดูถูกออกมา เพราะสีขาวนั้นหมายถึง ''ระดับผู้เริ่มต้น'' ซึ่งระดับพลังที่ว่านี้ ก็คือพลังงานประหลาดที่ชินรู้สึกถึงได้เมื่อมาถึงดาวดวงนี้เป็ครั้งแรกนั่นเอง
ชินไม่ได้สนใจเสียงหัวเราะดูถูกเย้ยหยันเ่าั้ เมื่อเขารู้วิธีที่จะหาเงินได้แล้วเขาก็จะเริ่มทำมันทันที แต่ขณะที่เขากำลังเดินออกไป ก็ได้มีชายร่างผอมคนหนึ่งมายืนขวางทางออกไว้ และกล่าวกับเขาว่า
''เ้าหนู เ้าสนใจจะมาเป็เด็กรับใช้ของข้าผู้นี้หรือไม่ ?''
ชายผู้นี้ ก็คือคนที่หวาดเกรงชินก่อนหน้านี้ ตัวเขาเป็นักผจญภัยสีฟ้าที่พึ่งเลื่อนขั้นได้ไม่นานมานี้ เห็นได้ชัดว่าเขาพยายามที่จะก่อกวนชิน เพื่อสร้างชื่อเสียงให้แก่ตน…
''หลีกไปซะ''
ชินในตอนนี้รีบร้อนเป็อย่างมาก เพราะตอนนี้เขารู้วิธีที่จะเอาตัวรอดภายในดวงดาวแห่งนี้แล้ว เพราะงั้นแล้วเป้าหมายต่อไปก็คือตามหาชีวานให้พบโดยเร็วที่สุด การที่มีคนมาก่อกวนเขาเช่นนี้ มันได้ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดและร้อนรนเป็อย่างมาก…
ทันทีที่ชายร่างผอมผู้นั้นได้ยินเข้าก็เดือดดาลเป็อย่างมากทันที
''เป็แค่นักผจญภัยสีขาว แต่กล้ามาอวดดีต่อหน้าข้าคนนี้งั้นรึ ?''
ชายร่างผอมได้รวบรวมพลังจำนวนมากไปที่หมัดขวา โดยพลังนั้นมีพลังธาตุไฟแฝงอยู่ด้วยเล็กน้อย
ผู้ดูแลศาลานักผจญภัยที่กำลังเฝ้ามองเหตุการณ์อยู่ หลังจากเห็นท่าไม่ดี ตัวเขาก็พยายามที่จะเข้าไปหยุดโดยทันที แต่ชั่วขณะที่ชายร่างผอมคนนั้นได้เริ่มโจมตี ชินก็ไม่คิดที่จะอดทนอีกต่อไป
เขารวบรวมไอธาตุความมืดเอาไว้จนมันกลายเป็โซ่เส้นหนึ่ง จากนั้นก็เหวี่ยงมันไปรัดหมัดของชายร่างผอมเอาไว้ และยกเขาขึ้นไปบนอากาศ และเหวี่ยงโซ่ลงมากระแทกเข้ากับพื้นปูนของศาลานักผจญภัย โดยที่ส่วนแรกที่สำผัสเข้ากับพื้นก็คือหัวของชายร่างผอมผู้นั้น
ภาพนี้สร้างความตกตะลึงให้แก่ผู้คนที่เฝ้าดูอยู่เป็จำนวนมาก เพราะเห็นได้ชัดว่าชินเป็แค่นักผจญภัยสีขาว หากมองระดับพลังของเขาดีๆ ก็จะเห็นได้ชัดว่านั่นมันเป็แค่ระดับที่หนึ่งเท่านั้น แต่เขากลับจัดการนักผจญภัยสีฟ้าได้อย่างง่ายดาย… นี่ถือเป็สิ่งที่ผู้คนในที่แห่งนี้ไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อนเลยแม้แต่คนเดียว…
''หรือว่า… เขาจะเป็สมาชิกของห้าตระกูลใหญ่ ? แต่ถึงจะเป็ห้าตระกูลใหญ่ พลังระดับนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะหากันได้ง่ายๆ แถมพลังธาตุของเขาก็ยังเป็ความมืดอีก…''
ผู้แลศาลานักผจญภัย กล่าวออกมาอย่างเหม่อลอย พร้อมด้วยแววตาครุ่นคิด…
ส่วนทางฝั่งชินนั้น เขาได้เดินออกจากศาลานักผจญภัยไปไกลแล้ว…
เวลาเดียวกันนั้น…
ลึกลงไปใต้ดินของเมืองชีโรฮุย ที่แห่งนี้เป็ห้องเล็กๆ แห่งหนึ่งที่มีโลงศพตั้งอยู่ ข้างๆโลงศพมีชายชราอายุราวๆ หกสิบถึงเจ็ดสิบปีนั่งอยู่ และบนตักของเขาก็มีเด็กสาวอายุราวๆ หกถึงเจ็ดปี ที่มีความงดงามเป็อย่างมากนอนหลับไหลอยู่
เห็นได้ชัดว่าเด็กคนนั้นก็คือ… ชีวาน !!!