สวนพฤกษศาสตร์ของคณะเวทมนตร์เขตนอกเป็พื้นที่สาธารณะที่เปิดให้บุคคลทั่วไปภายในสถาบันเข้ามาพักผ่อนหย่อนใจได้เนื่องจากเป็เขตที่มีปราณิญญาเบาบางจึงมักมีเพียงผู้ที่ขยันหมั่นเพียรมานั่งเข้าฌานรวบรวมลมปราณในยามว่างนอกจากนี้ยังเป็สถานที่ยอดฮิตสำหรับคู่รักวัยรุ่นที่มาเดินเล่นผ่อนคลายจากการเรียนและกลายเป็มุมเปลี่ยวลับตาคนในยามราตรี
ร่างของนพเก้านั่งขัดสมาธิอยู่ใต้ร่มเงาของต้นไทรั์สูงแปดเมตรสองมือวางหงายผ่อนคลายบนหน้าตักในท่าทำสมาธิด้วยรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลาสมบูรณ์แบบ ทำให้มีกลุ่มนักเรียนหญิงลอบมองมาเป็ระยะทว่าชายหนุ่มหาได้สนใจพวกเธอแม้แต่น้อย
“ระบบ... แสดงค่าสถานะของข้า”
[ค่าสถานะของโฮสต์]
· อายุ: 18 (อายุิญญา76 ปี)
· ขอบเขต: หลอมศิลาขั้นที่9 ระดับกลาง (ขนาดศิลาปราณ: 978 เมตร)
· ทักษะการต่อสู้: ัเก้าดารา(วิชาระดับปฐีขั้นกลาง)
· เคล็ดวิชา: อสุราทองคำ(วิชาระดับปฐีขั้นสูง)
· พร์: ไม่มี
· พลังเทพ: 0
เมื่อเห็นค่าสถานะปัจจุบันนพเก้าก็รู้สึกรับไม่ได้อย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามเส้นทางการฝึกตนไม่อาจเร่งร้อนเร่งรัดจำเป็ต้องก่อร่างสร้างรากฐานให้มั่นคงเสียก่อน
ในชาติที่แล้วสาเหตุที่เขาไม่อาจทะลวงผ่านขอบเขตจ้าว์ได้ไม่ใช่เพียงเพราะถูกลอบโจมตีเท่านั้น แต่ต่อให้ไม่มีใครขัดขวางโอกาสที่เขาจะฝ่าด่านทัณฑ์์สำเร็จก็มีเพียงสามในสิบส่วน!เป็เพราะในยุคก่อนการฟื้นฟูอารยธรรม เหล่าผู้บ่มเพาะมีค่านิยมมืดบอดที่ยึดติดแต่‘ระดับขั้น’ เพื่อโอ้อวดความแข็งแกร่ง ละเลยความมั่นคงของรากฐานส่งผลให้ผู้ที่สามารถก้าวข้ามทัณฑ์์ได้จริงมีไม่ถึงหนึ่งในร้อยช่างเป็แิที่นำพาสังคมไปสู่ความตกต่ำสิ้นดี
ในฐานะนายน้อยคนโตของตระกูลการแข่งขันแย่งชิงทรัพยากรภายในนั้นดุเดือดเืพล่านยิ่งยืนอยู่สูงก็ยิ่งมีศัตรูรายล้อมเพื่อที่จะสะกดข่มเหล่าเครือญาติและรวบรวมทรัพยากร เขาต้องแบกรับความกดดันและเร่งยกระดับการฝึกปรือให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ด้วยผลงานในปัจจุบัน เขาจึงถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 11 ของทำเนียบผู้มีพร์รุ่นเยาว์อายุต่ำกว่า20 ปีแห่งเมืองเวสสุวรรณ
“แต่ในชาตินี้ ข้าจะไม่หยุดแค่อันดับหนึ่ง... ข้าจะต้องไร้เทียมทาน!”
เขาวางแผนที่จะสร้างรากฐานให้แข็งแกร่งกว่าผู้ฝึกตนในระดับเดียวกันอย่างน้อยหนึ่งพันเท่า!ด้วยการสนับสนุนจากระบบทรัพยากรไร้ขีดจำกัดและฐานะผู้สืบทอดสายตรงของตระกูลอสุราทองคำ เป้าหมายนี้ย่อมไม่ใช่เื่เพ้อฝัน
หลังจากสำรวจสภาพร่างกายจนถี่ถ้วนก็ถึงเวลาเปลี่ยนไปฝึกเคล็ดวิชาใหม่วิชาระดับปฐีขั้นสูงที่ใช้อยู่นี้มันขยะเกินไปสำหรับเขา
“ครั้งนี้ ข้าจะเลือกบ่มเพาะวิชาระดับเทพเ้าั้แ่ก้าวแรก...เคล็ดวิชาหัวใจทศกัณฐ์!”
ด้วยอานุภาพสุดหยั่งคาดที่สามารถกำราบ์สะบั้นนรกของวิชานี้เขาเคยใช้มันสร้างความโกลาหลมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน น่าเสียดายที่ในอดีตเขาเพิ่งมีโอกาสได้เริ่มฝึกมันตอนที่อยู่ในขอบเขตราชันยุทธ์แล้วหากเขาได้ฝึกมันั้แ่เริ่มปูรากฐานเขาคงกลายเป็ตัวตนที่ไร้เทียมทานที่สุดในใต้หล้าไปนานแล้ว
ฟรึ่บ! ฟรึ่บ!
นับั้แ่โบราณกาล‘วิชามาร’ ถือเป็ศาสตร์นอกรีตที่ชาวยุทธ์ทั่วหล้ารังเกียจและหวาดกลัวเพราะเมื่อผู้บ่มเพาะก้าวเข้าสู่วิถีมาร จิตใจจะถูกกัดกินจนบิดเบี้ยววิปลาสแลกมากับการทลายขีดจำกัดด้านพลังโดยฝืนกฎแห่ง์ ย้อนกลับไปเมื่อสามร้อยปีก่อนผู้บ่มเพาะสายมารเคยรวมตัวกันออกอาละวาด ประกาศา ปล้นชิงและยึดอำนาจไปทั่วสารทิศ เปลวเพลิงแห่งาแผดเผาภูมิภาคตะวันออกและภาคกลางยาวนานถึงหกสิบปีก่อนจะสิ้นสุดลงด้วยชัยชนะของฝ่ายธรรมะทว่าผลกระทบจากาก็ทำให้ความก้าวหน้าทางอารยธรรมของทั้งสองภูมิภาคหยุดชะงักและถูกภูมิภาคอื่นกดขี่ข่มเหงมาจนถึงปัจจุบัน
ศาสตร์มารลึกลับที่นพเก้ากำลังร่ายสัญลักษณ์มืออยู่นี้ก็ไม่มีข้อยกเว้นหากถูกล่วงรู้ เขาจะต้องถูกปะาล้างเจ็ดชั่วโคตรทันที ทว่าชายหนุ่มหาได้ใส่ใจไม่ด้วยความเสื่อมโทรมของอารยธรรมในยุคนี้เื่ราวของผู้ฝึกวิชามารกลายเป็เพียงนิทานปรัมปราหากเขาไม่แสดงพลังออกมาอย่างโจ่งแจ้ง ก็ยากที่ใครจะตรวจสอบพบ
“ศาสตร์ลับ... โซ่ตรวนมรณะนิรันดร์”
เมื่อประสานอินครั้งสุดท้ายเสร็จสิ้นนพเก้ากระอักแก่นโลหิตออกมาหนึ่งคำแล้วใช้นิ้วดึงรั้งมันไปประทับลงกลางหน้าอกอย่างรวดเร็วปากขมุบขมิบท่องคาถาด้วยภาษาโบราณที่ฟังดูชวนขนลุก ทันใดนั้นหยดโลหิตราวกับมีชีวิต มันเลื้อยไหลวาดลวดลายอักขระสีเืลงบนผิวหน้าอกหนึ่งก้านธูปให้หลัง เืนั้นก็ก่อตัวเป็สัญลักษณ์ ‘ยันต์ิญญาแปดทิศ’ก่อนจะซึมลึกหายเข้าไปใต้ิัอย่างไร้ร่องรอย
ภายในห้วงจักรวาลแห่งจิตใจของนพเก้ารอบด้านเต็มไปด้วยหมู่ดาวระยิบระยับ ณ ใจกลางกาแล็กซี มีศิลาลมปราณสีทองขนาดเก้าร้อยกว่าเมตรลอยตระหง่านล้อมรอบด้วยดาวหางเก้าดวงที่โคจรเป็วงรี ทันใดนั้นยันต์ิญญาสีเืก็ปรากฏขึ้นเบื้องล่างก่อนจะแปรสภาพเป็หัวกะโหลกปีศาจสีแดงฉานที่แผ่กลิ่นอายชั่วร้ายสุดแสน
แกรก! ครืน!
หัวกะโหลกอ้าปากเผยให้เห็นซี่ฟันแหลมคมปลดปล่อยโซ่ตรวนเหล็กทมิฬนับสิบเส้นพุ่งทะยานเข้าไปมัดรัดศิลาสีทองที่ลอยอยู่กลางห้วงจิตอย่างแ่า
ฟู่...
นพเก้าพ่นลมหายใจขุ่นมัวสีดำสนิทออกจากจมูกและปากเป็อันเสร็จสิ้นพิธีการเบิกเนตรศาสตร์มารลึกลับ
(ด้วยวิธีนี้...ข้าจะสามารถบีบอัดรากฐานให้แข็งแกร่งขึ้นได้อย่างไร้ขีดจำกัด!)
ชายหนุ่มตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะเดินบนวิถีแห่งมารั้แ่ก้าวแรกศาสตร์ลับที่เขาเลือกบ่มเพาะนี้ถูกจัดให้อยู่ในอันดับหนึ่งของทำเนียบวิชามารทั้งหมดั้แ่อดีตกาลมีน้อยคนนักที่จะฝืนทนฝึกมันจนบรรลุเป็เซียนมารได้เพราะเงื่อนไขของมันนั้นวิปริตและโหดร้ายต่อผู้ฝึกฝนอย่างถึงที่สุดจนผู้ฝึกสายมารส่วนใหญ่ยอมแพ้ถอดใจไปั้แ่ขั้นแรก
เงื่อนไขที่ว่านั้นคือ...การจะทะลวงผ่านแต่ละระดับขั้น จำเป็ต้องใช้ทรัพยากรมากกว่าผู้ฝึกตนทั่วไปถึง หนึ่งพันเท่า! แม้ฟังดูเหมือนเป็ข้อกำหนดที่เรียบง่ายแต่เศรษฐีหน้าไหนจะยอมทนผลาญสมบัติมหาศาลขนาดนี้? หากไม่มีความมั่งคั่งระดับพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินหรือขาดแคลนทรัพยากร ก็ทำได้เพียงพึ่งพาการดูดซับปราณฟ้าดินที่เหือดแห้งและต้องติดแหง็กอยู่ในขอบเขตเดิมไปจนสิ้นอายุขัย
แต่นั่นเป็เพียงเงื่อนไขแรก...เงื่อนไขที่สองคือการ 'กลืนกินิญญาสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์เดียวกันจำนวน1,000 ตน' ซึ่งในมุมมองของนพเก้าการทำเช่นนั้นก็ไม่ต่างจากการกวักมือเรียกทัณฑ์์มาผ่าหัวตัวเองชัดๆ
ทว่าด้วยพลังของ‘ระบบ’ ข้อจำกัดเื่ทรัพยากรเ่าั้กลับกลายเป็เพียงเื่กล้วยๆ
“ระบบ...”
[ช่องทรัพยากร]
· ความจุ: 5/5
· สล็อตที่1: สร้อยคอทองคำ1 บาท
· สล็อตที่2: โอสถควบแน่นลมปราณ20 เม็ด (ระดับ 1)
· สล็อตที่3: โอสถปะทุโลหิต4 เม็ด (ระดับ 3)
· สล็อตที่4: โอสถชำระไขกระดูก1 เม็ด (ระดับ 4)
· สล็อตที่5: กริชทวิกาลมรณะ(อาวุธระดับ 4)
นพเก้านำทรัพยากรล้ำค่าทั้งหมดที่เขามีโยนใส่ช่องสล็อตทั้งห้าของระบบปล่อยทิ้งไว้ติดตัวเพียง ‘โอสถชำระไขกระดูก’ และ ‘โอสถปะทุโลหิต’ อย่างละหนึ่งเม็ดพร้อมกับดาบปราณรูปร่างเหมือนปะการังธรรมดาอีกหนึ่งเล่ม
อันที่จริงก่อนจะเดินมาถึงสวนพฤกษศาสตร์ เขาได้ลองตรวจสอบทิศทางของแสงนำทางวาสนาเส้นอื่นๆดูแล้ว ทว่าด้วยระดับพลังอันต้อยต่ำในตอนนี้เขาไม่มีปัญญาพอที่จะบุกไปแย่งชิงมันมาได้แน่ๆ เพราะจุดที่สมบัติเ่าั้ซ่อนอยู่ล้วนเป็สถานที่คุ้มกันแ่าอย่าง โรงประมูล, สถานีตำรวจ, คฤหาสน์ของผู้มีอำนาจ... หรือแม้กระทั่งหอพักหญิง! บอกตามตรงนพเก้ายังไม่อยากโดนรุมกระทืบตายั้แ่ตอนที่สองแสงนำทางที่สว่างที่สุดและพอจะเอื้อมถึงจึงมีเพียงจุดที่ชี้มายังสวนสาธารณะเขตนอกแห่งนี้เท่านั้น
นพเก้าหยิบโอสถปะทุโลหิตสีแดงก่ำขึ้นมาพิจารณาครู่หนึ่งก่อนจะโยนเข้าปากกลืนลงคอ ทันทีที่เม็ดยาัักระเพาะมันก็ละลายกลายเป็มวลโลหิตเดือดพล่าน ความร้อนระอุพุ่งปรี๊ดขึ้นมาจุกที่อกให้ความรู้สึกแสบร้อนทรมานราวกับถูกน้ำกรดลวกอวัยวะภายในเขาต้องกัดฟันข่มความเ็ปจากการปะทุของตัวยาอยู่นานถึงห้านาทีเต็มพลังของโอสถถึงจะเริ่มผสานเข้ากับร่างกาย
ทันใดนั้นนพเก้าดึงพลังปราณทั้งหมดในร่างมารวมไว้ที่หมัดขวาแล้วทุบเปรี้ยงเข้าที่ตำแหน่งตันเถียนของตัวเองอย่างสุดแรง!
ตู้ม!!
ศิลาลมปราณสีทองในห้วงจิตแตกสลายพลังปราณิญญามหาศาลปะทุออกมาราวกับสัตว์ร้ายที่ถูกจองจำมาเนิ่นนานและเพิ่งได้รับอิสรภาพมันบ้าคลั่งเตรียมจะพุ่งทะลวงฉีกกระชากร่างของเขาให้แหลกเป็ชิ้นๆทว่าก่อนที่มันจะทันได้อาละวาด โซ่ตรวนมรณะก็ทอแสงสีขาวสว่างจ้าอักขระโบราณนับหมื่นตัวหมุนวนรอบเส้นโซ่ พวกมันสั่นสะท้านส่งเสียงคำรามก่อนจะบดขยี้และบีบอัดปราณิญญาที่คลุ้มคลั่งให้ควบแน่นกลับกลายเป็ทรงกลมขนาดเล็กอีกครั้ง
นพเก้ารีบบริกรรมคาถาอย่างต่อเนื่องโซ่ตรวนเส้นหนึ่งพุ่งทะลุออกจากตันเถียน เลื้อยพันทะลวงเข้าสู่หัวใจของเขาโดยตรง!
“ผสานวิชา!!” นพเก้าตวาดลั่นอย่างดุดัน
ตึก! ตึก!ตึกๆๆๆๆ!
หัวใจของชายหนุ่มสั่นกระตุกอย่างรุนแรงจังหวะการสูบฉีดเืพุ่งทะยานเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนทำสถิติมากกว่า 2,000 ครั้งต่อนาที!เร็วกว่ามนุษย์ปกติถึงสิบเท่า!
ผลลัพธ์ของ‘เคล็ดวิชาหัวใจทศกัณฐ์’ เริ่มสำแดงฤทธิ์ในขั้นแรกหัวใจของเขาถูกแบ่งออกเป็เก้าห้องในแนวตั้งปราณิญญาอันบ้าคลั่งส่วนหนึ่งถูกดึงไปหล่อเลี้ยงห้องหัวใจห้องแรก จนสลักลึกเป็สัญลักษณ์หัวกะโหลกมารที่ลุกท่วมด้วยเปลวเพลิงสีชาดราวกับิญญาร้ายที่ถูกปลุกให้ตื่นมันอ้าปากสูบกลืนปราณฟ้าดินรอบตัวอย่างตะกละตะกลาม
ชวูบ! ชวูบ!
หลังจากสูบกลืนพลังไปได้พักใหญ่มันก็ค่อยๆ หุบปากลง ั์ตากลวงโบ๋ของกะโหลกมารสาดประกายแสงสีแดงวาบ ราวกับมันเริ่มก่อเกิดเจตจำนงของตัวเองขึ้นมาแล้ว
วิถีที่หนึ่ง:เพลิงแห่งความละโมบ! นี่คือทักษะแรกสุดโกงของเคล็ดวิชาหัวใจทศกัณฐ์มันมีอานุภาพวิเศษในการใช้แก่นโลหิตของผู้ฝึกตนเพื่อวิวัฒนาการเซลล์เม็ดเืแดงส่วนหนึ่งให้กลายเป็ ‘นักรบโลหิต’ซึ่งสามารถอัญเชิญออกมาช่วยต่อสู้ได้ ยิ่งผู้ฝึกมีปริมาณแก่นโลหิตมากเท่าไหร่ก็ยิ่งสร้างกองทัพนักรบโลหิตได้มากเท่านั้น
ที่สำคัญคือหากนักรบโลหิตถูกศัตรูทำลาย ร่างต้นจะไม่ได้รับผลสะท้อนกลับใดๆ ทั้งสิ้นพวกมันจะจงรักภักดีต่อเ้านายแบบ 100% นอกจากนี้หากพวกมันสังหารและดูดซับแก่นแท้ของสิ่งมีชีวิตอื่นมันจะสามารถวิวัฒนาการตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้นได้และพลังนั้นจะถูกส่งตรงกลับมาเพิ่มพูนให้ร่างต้นทันที โดยไม่สนระยะทาง!
หลังจากบ่มเพาะวิถีแรกจนสมบูรณ์กะโหลกเพลิงมารก็จำลองเส้นลมปราณเส้นใหม่ เชื่อมต่อตรงเข้าสู่ตันเถียนส่งผลให้ตันเถียนก่อรูปร่างขึ้นใหม่ กลายเป็ศิลาลมปราณสีแดงเพลิงจากนั้นทั้งกะโหลกและศิลาเพลิงก็เริ่มสะท้อนพลังเกื้อหนุนซึ่งกันและกันปรับสมดุลคลื่นปราณที่กำลังคลุ้มคลั่งให้สงบลงอย่างราบคาบ
กริ๊งงงง!
เสียงออดเลิกเรียนดังแว่วมาเป็เวลาบ่ายสามโมงตรงซึ่งสิ้นสุดคาบเรียนสุดท้ายพอดี สวนสาธารณะจึงไร้ผู้คนสัญจรหากมีใครหลงเข้ามาเห็นสภาพของนพเก้าในตอนนี้ คงได้ช็อกตาตั้งเป็แน่เพราะทั่วทั้งใบหน้าและเรือนร่างของเขาปูดโปนไปด้วยเส้นเืสีแดงฉานราวกับคนธาตุไฟแตกที่กำลังจะะเิตัวเองตาย!
นี่คือผลกระทบจากการปะทะกันของปราณิญญาที่บ้าคลั่งและฤทธิ์ยาโอสถปะทุโลหิตหากเขาไม่รีบจัดการควบคุมมันให้ทันท่วงที คงได้ร่างแหลกเหลวตายอนาถไปแล้วแต่ด้วยประสบการณ์ระดับปรมาจารย์และการคำนวณที่แม่นยำทุกอย่างจึงดำเนินไปตามแผนอย่างไร้ที่ติ
บึม!!
หนึ่งชั่วโมงผ่านไปเสียงะเิดังกึกก้องออกมาจากจุดตันเถียนของชายหนุ่ม!มันคือสัญญาณของการทะลวงด่าน! คลื่นลมปราณะเิกวาดออกไปรอบทิศกินรัศมีร้อยเมตรช่างเป็แรงสั่นะเืที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าผู้ฝึกตน ‘ขอบเขตหลอมศิลาขั้นที่ 1’ ทั่วไปจะทำได้
ภายใต้ััจิตของเขาดาวหางดวงใหม่ปรากฏขึ้นโคจรวนเวียนรอบศิลาเพลิงอย่างเชื่องช้าพลางดูดซับสสารปราณิญญารอบบริเวณสิ่งนี้คือกระบวนการดูดซับปราณธรรมชาติตามสัญชาตญาณยิ่งร่างกายมีแรงดึงดูดมากก็ยิ่งซึมซับได้เร็ว ซึ่งขึ้นอยู่กับพร์ของแต่ละบุคคลแน่นอนว่าร่างเนื้อปัจจุบันของนพเก้าเป็เพียง ‘กายามนุษย์’ ธรรมดาจึงดูดซับได้เต็มที่เพียงหนึ่งเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้นแทบจะมองไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงด้วยตาเปล่า
แต่จะตีเหล็กก็ต้องตีตอนที่ร้อน!นพเก้าหยิบ ‘โอสถชำระไขกระดูก’ โยนเข้าปากตามลงไปทันที ด้วยสรรพคุณของยาคุณภาพสูงมันออกฤทธิ์แทรกซึมไปทั่วร่าง ซ่อมแซมหลอดเื เส้นลมปราณ อวัยวะภายในและขับไล่สิ่งสกปรกที่ตกค้างในร่างกายออกมาจนหมดจด
หากผู้บ่มเพาะฐานะปานกลางมาเห็นการกระทำนี้คงได้ชี้หน้าด่าทอสาปแช่งเขาถึงบรรพบุรุษที่ใช้ทรัพยากรล้ำค่าอย่างสิ้นเปลือง!ต้องรู้ก่อนว่า ตามปกติแล้วผู้ฝึกตนจะเก็บโอสถชนิดนี้ไว้ใช้ตอนที่อยู่ขอบเขตหลอมศิลาขั้นที่ 9 ระดับสูงสุดเท่านั้นเพื่อใช้ชำระล้างร่างกายให้บริสุทธิ์ถึง 90% เตรียมพร้อมสำหรับการทะลวงเข้าสู่‘ขอบเขตขัดเกลาศิลา’
มีเพียงลูกคุณหนูบ้านรวยล้นฟ้าเท่านั้นที่กล้ากินมันทุกครั้งที่ทะลวงผ่านแต่ละขั้นย่อยเพราะการทำเช่นนั้น จะช่วยเพิ่มโอกาส 1% ที่จะพัฒนากายามนุษย์ให้กลายเป็‘กายาปฐี’ ได้
อย่าได้ดูถูกโอกาสเพียง1% นี้เชียว! ตามกฎธรรมชาติ ผู้มีกายาพิเศษถูกแบ่งออกเป็ 6 ระดับ ได้แก่: กายามนุษย์, กายาปฐี, กายา์, กายาเซียน, กายาเสมือนเทพและ กายาเทพเ้า
ผู้กายาปฐีมีเพียงหนึ่งในร้อยกายา์มีหนึ่งในพัน ส่วนกายาเทพเ้านั้นมีเพียงหนึ่งในล้าน!และผู้ที่กายาระดับเทพเ้า ล้วนได้รับการขนานนามว่าเป็บุตรแห่ง์ที่จะเติบโตไปสร้างตำนานสั่นะเืยุคสมัยทั้งสิ้น
เมื่อการโคจรพลังสิ้นสุดลงิัของนพเก้าถูกเคลือบด้วยคราบเมือกสีดำเหม็นคาวซึ่งเป็ของเสียที่ถูกขับออกจากไขกระดูก เขาลองกำหมัดแน่นััได้ถึงขุมพลังมหาศาลที่อัดแน่นจนแทบจะซัดรถบรรทุกสองคันให้ปลิวได้ด้วยหมัดเดียว!
แม้ระดับพลังจะตกลงมาอยู่ที่ขอบเขตหลอมศิลาขั้นที่1 ระดับต้น แต่ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของศิลาปราณกลับกว้างใหญ่ถึง 1,400เมตร! หากเทียบกับผู้ฝึกตนในระดับเดียวกันเขามีพลังปราณสะสมมากกว่าพวกมันถึง หนึ่งพันเท่า! นี่คือความน่าสะพรึงกลัวของศาสตร์ลับโซ่ตรวนมรณะนิรันดร์
หลังจากปรับสมดุลร่างกายเสร็จชายหนุ่มเดินลึกเข้าไปในป่าอีกราวห้าร้อยเมตร เพื่อค้นหาสระน้ำธรรมชาติต่อให้เขาจะตัวเหม็นเน่าแค่ไหนเขาก็ไม่บ้าพอที่จะะโลงไปอาบน้ำในบ่อน้ำพุของสถาบันให้โดนประจานหรอก
เมื่อชำระล้างร่างกายจนสะอาดสะอ้านเขาลองสำรวจตัวเองอีกครั้ง มัดกล้ามเนื้อตามสัดส่วนต่างๆ เริ่มเด่นชัดขึ้นเนื่องจากวิชามารขั้นแรกสูบกินสารอาหารและไขมันในร่างกายไปจนหมดเกลี้ยงผนวกกับผลของโอสถชำระไขกระดูกผิวพรรณของเขาในตอนนี้จึงขาวเนียนกระจ่างใสและดูมีออร่าขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“อืม... ไม่เลวเลยแฮะ”
ต้องยอมรับว่าเรือนร่างในวัยหนุ่มของเขานั้นหล่อเหลาเอาการน่าเสียดายที่ชาติก่อนเขาเอาแต่หมกมุ่นกับการบ่มเพาะพลังอย่างบ้าคลั่งไม่เคยสนใจหญิงงามรอบกาย เลยต้องใช้ชีวิตจืดชืดไร้สาวข้างกายกลายเป็สุนัขโสดโดดเดี่ยวยาวนานนับศตวรรษ!ส่วนหนึ่งก็เป็เพราะความผิดของไอ้สมบัติล้ำค่าอย่าง 'จี้หยก'นั่นแหละ พอความลับเื่สมบัติแตกเขาก็โดนตามล่าจนต้องหนีหัวซุกหัวซุน เอาแต่ซ่อนตัวฝึกพลังแล้วออกไปแก้แค้นวนเวียนเป็วงจรอุบาทว์ไม่จบไม่สิ้น
นพเก้ายืนชื่นชมตัวเองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตวัดมือโยนเสื้อผ้าชุดนักเรียนที่เปื้อนคราบดำขึ้นไปในอากาศ เขาควบคุมปราณิญญาธาตุน้ำดึงละอองความชื้นมาซักล้างคราบสกปรกแล้วตวัดปราณวายุเป่าไล่ความชื้นจนเสื้อผ้าแห้งสนิทภายในพริบตา
ในยุคปัจจุบันเวทมนตร์คาถาสำหรับชีวิตประจำวันถูกนำมาสอนและใช้งานอย่างแพร่หลายมันมีประโยชน์มหาศาลต่อคนธรรมดา ไม่ว่าจะเป็การจุดไฟทำอาหาร ซักผ้า ต้มน้ำหรือแม้แต่การถ่ายเทลมปราณลงในคริสตัลเพื่อจ่ายไฟให้ทีวีและหลอดไฟคาถาเหล่านี้ช่วยลดค่าครองชีพลงได้อย่างมหาศาล ด้วยเหตุนี้เทคโนโลยีทางวิศวกรรมแบบเก่าจึงหมดความจำเป็จะหลงเหลืออยู่บ้างก็เฉพาะในพื้นที่ห่างไกลที่ปราณิญญาเบาบาง ส่งผลให้อุตสาหกรรมหลายประเภทต้องปิดตัวลง
แม้จะมีองค์กรเอกชนบางแห่งพยายามจับมือกับรัฐบาลเพื่อพัฒนาวิทยาศาสตร์ควบคู่ไปกับเวทมนตร์หวังพยุงเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศให้อยู่รอด แต่ในความเป็จริงรัฐบาลกลางแทบจะผูกขาดเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับเวทมนตร์ไปกว่า 80% แล้วพ่อค้าหน้าเืและนักลงทุนต่างชาติย่อมไม่พอใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้...ใครใช้ให้รัฐบาลมีกองกำลังบ่มเพาะที่แข็งแกร่งที่สุดในประเทศกันล่ะ!
[ติ๊ง~ตรวจพบสัญญาณการจุติของ 'สมบัติฟ้าดินระดับสูงสุด'จะปรากฏขึ้นในอีก 15 นาทีขอให้โฮสต์เตรียมตัวเก็บเกี่ยว]
เสียงแจ้งเตือนไร้อารมณ์ของระบบดังขัดจังหวะความคิด
“เ้าจะไม่ใบ้พิกัดให้ข้าหน่อยหรือว่ามันซ่อนอยู่ตรงไหน?” นพเก้าเลิกคิ้วถาม
[ตามเส้นนำทางวาสนาสีทองที่ใหญ่ที่สุดไประยะห่างปัจจุบัน: 3.7 กิโลเมตร] ระบบตอบกลับสั้นกระชับ
นพเก้าไม่รอช้าสับเท้าวิ่งทะยานไปตามทิศทางของแสงนำทางทันที เมื่อมองประเมินจากระยะทางมันชี้ตรงลึกเข้าไปในเขตพฤกษศาสตร์โซนที่ 2 ซึ่งเป็เขตหวงห้ามที่มีรั้วไฟฟ้าแรงสูงกั้นไว้!
ชายหนุ่มกระโจนขึ้นไปเหยียบกิ่งไม้สูงเพื่อสอดส่องระบบป้องกันภัยของพื้นที่โซนในมีกล้องวงจรปิดทรงกลมลอยตรวจการณ์อยู่ทุกๆ ระยะหนึ่งร้อยเมตร นพเก้าคำนวณจังหวะอย่างแม่นยำเขาดีดนิ้วยิงะุปราณออกไปทางขวาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของเลนส์กล้องในเสี้ยววินาทีที่กล้องหันไปตามเสียง เขาก็ถีบตัวะโข้ามรั้วไฟฟ้าสูงห้าเมตรทิ้งตัวลงสู่พื้นแล้วพุ่งทะยานเข้าไปในดงไม้ทึบด้วยความเร็วสูงสุดเพื่อทิ้งระยะห่างจากรัศมีตรวจจับ
หลังจากลอบเร้นเข้ามาลึกราวสองร้อยเมตรแสงนำทางสีทองก็พาเขามาหยุดอยู่ที่ลานดินเปิดโล่งแห่งหนึ่ง ตรงใจกลางพื้นที่ปรากฏต้นอ่อนสีเขียวมรกตขนาดเล็กจิ๋วที่กำลังยืดลำต้นเติบโตด้วยความเร็วที่ตาเปล่ามองเห็น!
“ระบบ... เ้ารู้หรือไม่ว่าไอ้ต้นไม้นี่คืออะไร?”
[ยินดีด้วย!โฮสต์ค้นพบ 'ต้นกายาสถิต' อายุ 3,333ปี สมบัติล้ำค่าระดับตำนาน: เมื่อออกผลและรับประทานเข้าไปจะมีอานุภาพวิเศษในการปลุก 'กายาพิเศษ' แบบสุ่ม ตามความเข้ากันได้ของผู้ดูดซับ!]
[บันทึกระบุว่า:หากกลืนกินผลที่มีอายุ 1,111 ปี จะปลุกกายา์ / อายุ 2,222ปี ปลุกกายาเซียน / อายุ 3,333 ปีปลุกกายาเสมือนเทพ / และหากอายุครบ 10,000 ปี...จะปลุกกายาเทพเ้า!]
“แม่เ้าโว้ย!! นี่มันจะไม่เว่อร์ไปหน่อยหรือไง!!”
นพเก้าอ้าปากค้างด้วยความตื่นตะลึงก่อนที่ริมฝีปากจะฉีกยิ้มกว้างด้วยความปีติยินดี ความสุขมันหล่นทับเร็วเกินไปแล้ว!หรือนี่คืออภิสิทธิ์โชคชะตาของพวกพระเอกกลับชาติมาเกิดที่เขาเล่าลือกัน!?
แต่เดี๋ยวก่อน...เมื่อนึกขึ้นได้ว่าผลไม้มันยังไม่งอก เขาก็รีบดึงสติกลับมาและเอ่ยถามจุดสำคัญทันที
“เดี๋ยวนะระบบ เ้ามาร์คจุดสมบัติให้ข้าก็จริงแต่มันยังไม่ออกผลเลยไม่ใช่รึไง!”
[โฮสต์โปรดอยู่ในความสงบอีกไม่เกิน 5 นาที ต้นกายาสถิตจะเติบโตเต็มที่ระบบขอแนะนำให้โฮสต์พุ่งเข้าไปเก็บเกี่ยวผลของมัน 'ทันที'ที่มันสุกงอม ก่อนที่ปรากฏการณ์ฟ้าดินจะปะทุขึ้นดึงดูดความสนใจ]
นพเก้าซ่อนตัวหลังพุ่มไม้อย่างเงียบเชียบเฝ้ามองดูต้นไม้วิเศษเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งมันมีความสูงถึงสามเมตรสภาพแวดล้อมรอบด้านเริ่มแปรปรวนแรงดันปราณิญญาในพื้นที่พุ่งทะยานขึ้นอย่างบ้าคลั่ง... 1 เท่า...2 เท่า... 10 เท่า... 20 เท่า... และทะลุขีดจำกัดไปถึง 100 เท่า!
ทันใดนั้นลำต้นก็เปล่งแสงสีทองอร่าม เปลือกไม้ชั้นนอกกะเทาะร่วงหล่นเผยให้เห็นเนื้อไม้ภายในที่ส่องประกายดั่งหยกมรกตดอกไม้ตูมเริ่มผลิบานด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นทวีคูณ
อึก!
นพเก้ารู้สึกหน้ามืดวิงเวียนจากแรงดันลมปราณมหาศาลที่กดทับลงมากะทันหันเขารีบโคจรพลังวาดม่านปราณขึ้นมาคลุมร่าง ปิดกั้นไม่ให้พลังงานอันเข้มข้นทะลักเข้าสู่รูขุมขนและทวารทั้งเก้าสายตาคมกริบจ้องเขม็งไปยัง 'ผลไม้สีขาวบริสุทธิ์' ที่มีอักขระเวทมนตร์สลักลึกอยู่รอบผลชายหนุ่มเกร็งกล้ามเนื้อเตรียมพร้อม พอนับถอยหลังในใจครบห้านาทีปุ๊บเขาก็พร้อมจะพุ่งตัวออกไปฉกมันปั๊บ!
ทันใดนั้นผลไม้สีขาวก็เริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรงราวกับมันกำลังเชื่อมต่อและสูบกลืนกฎเกณฑ์แห่ง์และโลก!
[โฮสต์!ลงมือเก็บผลไม้นั้นเดี๋ยวนี้!! อย่าปล่อยให้มันดูดซับเจตจำนงแห่งเต๋าจนสร้าง 'ผู้พิทักษ์' ขึ้นมาได้สำเร็จ!]
ฟิ้ว!!
นพเก้าะเิพลังปราณส่งไปที่กล้ามเนื้อขาและกระดูกสันหลังถีบส่งตัวเองพุ่งทะยานออกไปดุจลูกธนูที่หลุดจากแล่ง!ทันทีที่ปลายนิ้วัักับผลไม้วิเศษเขาััได้ถึงเจตจำนงอันยิ่งใหญ่บางอย่างที่กำลังจ้องมองมาทิ้งแรงกดดันมหาศาลที่มองไม่เห็นกดทับลงมาบนบ่า ทว่า...ชั่วพริบตาที่เขายัดผลไม้ใส่ลงไปใน 'ช่องทรัพยากร' เจตจำนงอันน่าสะพรึงกลัวนั้นก็ถูกตัดขาดและสลายหายไปอย่างไร้ร่องรอยราวกับเรดาร์สูญเสียสัญญาณเป้าหมายไปดื้อๆ!
โดยไม่รอช้านพเก้าสับเกียร์หมาวิ่งหนีสุดชีวิต ย้อนกลับไปทางเดิมด้วยความเร็วแสงก่อนจะถึงแนวรั้วป้องกันเขาอัดกระแสลมเป็ก้อนซัดใส่กล้องวงจรปิดสองตัวให้หมุนคว้าง แล้วฉวยจังหวะกระโจนข้ามรั้วหลบหนีออกมาได้อย่างหวุดหวิด
เขาวิ่งกลับมาจนถึงบริเวณลานน้ำพุในเขตที่1 ชายหนุ่มสูดลมหายใจลึก ปรับจังหวะการเต้นของหัวใจและลมหายใจให้เป็ปกติก่อนจะเดินทอดน่องมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือด้วยท่วงท่าสบายๆ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ตอนนี้ข้าควรจะเดินกลับไปเข้าเรียนต่อดีไหม? หรือจะกลับไปนั่งขัดสมาธิใต้ต้นไม้ทำเนียนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นดี?”
นพเก้าชะลอฝีเท้าพลางครุ่นคิดในใจช่วยไม่ได้จริงๆ... ประสบการณ์จากการถูกตามล่ามาทั้งชีวิตสอนให้เขาระแวดระวังและประเมินทุกความเสี่ยงที่อาจสะท้อนกลับมาหาตัว
หากเขาเดินเข้าห้องเรียนตอนนี้ย่อมมีความเสี่ยงเพราะ่ก่อนบ่ายมีนักเรียนหลายคนเห็นเขานั่งเข้าฌานอยู่ที่สวนพฤกษศาสตร์แต่ถ้าเขากลับไปนั่งหลับตาที่ใต้ต้นไม้จุดเดิมเมื่อปราณิญญาจากสมบัติที่เขาเพิ่งขโมยมาเกิดปะทุขึ้นพวกปรมาจารย์ของสถาบันจะต้องแห่กันออกมาตรวจสอบแน่ๆและเขาในตอนนี้ก็ไม่มีพลังพอที่จะปกปิดร่องรอยจากััศักดิ์สิทธิ์ของพวกมันได้เลย
[โฮสต์กังวลมากเกินไปแล้ววัตถุทุกชิ้นที่ถูกจัดเก็บลงใน 'ช่องทรัพยากร' จะถูกตัดขาดการเชื่อมต่อจากโลกภายนอกอย่างสมบูรณ์ต่อให้เป็เต๋า์ก็ไม่อาจตรวจจับร่องรอยของมันได้] ระบบเอ่ยอธิบายด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“นี่ก็เป็ความสามารถพิเศษของระบบด้วยงั้นรึ?”
เมื่อได้ยินดังนั้นความกังวลในใจของนพเก้าก็มลายหายไปสิ้น ในอดีตจี้หยกเวทมนตร์ของเขาไม่สามารถทำเื่หลอก์ปิดบังฟ้าดินระดับนี้ได้นี่หมายความว่าเขาสามารถลอยนวลขโมยของได้โดยไม่ต้องกลัวโดนจับติดเรดาร์!
นพเก้าตัดสินใจเลือกทางเลือกที่สองขณะที่เขากำลังจะหย่อนก้นลงนั่งเข้าฌานใต้ต้นไม้จุดเดิมเสียง์จากระบบก็ดังรัวขึ้นพร้อมกัน
[ติ๊ง~ยินดีด้วย! โฮสต์ทำภารกิจจำกัดเวลา ‘มุ่งสู่ความเป็เลิศ’ สำเร็จ!] [ผลลัพธ์: ใช้รัศมีตรวจจับ และสมบัติระดับตำนานได้ภายใน1 วัน!] [รางวัลขั้นสูงสุด: เพิ่มช่องทรัพยากร +30 ช่อง!]
“เยี่ยม!”
นพเก้าลากเสียงยาวด้วยความสะใจต้องรู้ด้วยว่ายิ่งเขามีช่องทรัพยากรมากเท่าไหร่เขาก็สามารถก็อปปี้สมบัติหายากหรือโคลนนิ่งยาวิเศษ เพื่อเร่งสปีดการบ่มเพาะพลังให้พุ่งปรี๊ดทะลุหลอดได้รวดเร็วขึ้นเท่านั้น
[ติ๊ง~ขอแสดงความยินดีโฮสต์ได้ทำลายสถิติการสร้างรากฐานฝึกปรือที่ทรงพลังที่สุด เป็ลำดับที่ 3 ในประวัติศาสตร์ของเผ่าพันธุ์มนุษย์!] [รางวัลพิเศษ: ปลดล็อกฟังก์ชัน 'อธิษฐานสมบัติมงคล' (สิทธิ์สุ่มกาชาฟรี 10 ครั้ง)]
“หืม? มีระบบสุ่มกาชาด้วยงั้นรึ?”
ชายหนุ่มเลิกคิ้วด้วยความงุนงงนี่ระบบกำลังเล่นตลกอะไรกับเขาอยู่เนี่ย?
[ติ๊ง~ปลดล็อกฟังก์ชัน 'อธิษฐานสมบัติมงคล'] [รายละเอียด:โฮสต์มีโอกาสสุ่มได้รับสมบัติสูงสุดถึงระดับ 'เทพเ้า'(รับประกันผลลัพธ์ต่ำสุดคือสมบัติระดับ 'ปฐี')ของรางวัลภายในตู้สุ่มประกอบไปด้วย: เคล็ดวิชาบ่มเพาะ, ทักษะการต่อสู้, โอสถวิเศษ, อาวุธิญญา,สิ่งประดิษฐ์สนับสนุน, สมบัติลับและของวิเศษจากธรรมชาติ]
นพเก้าตื่นตะลึงอีกครั้งโดยเฉพาะเมื่อได้ยินคำว่า 'สมบัติระดับเทพเ้า' ต้องเข้าใจก่อนว่าบนแดน์เบื้องบน ต่อให้เป็ตระกูลโบราณที่ยิ่งใหญ่คับฟ้าก็ยังแทบไม่มีของระดับนี้ไว้ใน!แต่ไอ้ตู้สุ่มกาชาของระบบกลับเอามาล่อตาล่อใจกันดื้อๆ ช่างใจป้ำเสียจริง!
“แล้วอัตราการดร็อปของแต่ละระดับมันอยู่ที่เท่าไหร่? แล้วต้องใช้เงื่อนไขอะไรในการสุ่ม?”
ในฐานะที่เคยผ่านโลกมาเยอะเขารู้ดีว่าหากมีระบบหน้าตาคล้ายเกมสุ่มกาชา ยิ่งรางวัลแรร์แค่ไหนอัตราการออกก็จะยิ่งบัดซบมากเท่านั้น! เกมพวกนี้ถูกสร้างมาเพื่อสูบเืสูบเนื้อคนโลภที่อยากได้ไอเทมเทพๆบางคนถึงกับล้างผลาญทรัพย์สินจนหมดตัวต้องซดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปประทังชีวิตไปสามเดือนเต็ม!
[อัตราการดร็อปจากฟังก์ชันอธิษฐานคงที่ดังนี้:]
· ระดับปฐี: 50%
· ระดับ์: 10%
· ระดับเซียน: 1%
· ระดับเสมือนเทพ: 0.1%
· ระดับเทพเ้า: 0.01%
[เงื่อนไข:โฮสต์สามารถแลกจำนวนสิทธิ์การสุ่ม ได้จากการเสียสละ 'ช่องทรัพยากร'ที่มีอยู่]
“ว่าไงนะ!! ระบบ... นี่แกจะไม่ขูดรีดกันเกินไปหน่อยหรือไง!!”
นพเก้ายังไม่ทันได้สวดมนต์อธิษฐานก็ถึงกับหัวร้อนปรี๊ดอัตราการออกเรตนี้มันเกลือชัดๆ!! แถมการสุ่มแต่ละครั้งยังต้องแลกกับการเผาช่องทรัพยากรทิ้งอีก!นี่มันทุบหม้อข้าวตัดหนทางรวยของเขากันเห็นๆ!
[โฮสต์สามารถเลือกสุ่มแบบ10 โรล หรือ 100 โรลพร้อมกันได้เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับรางวัลระดับสูง และทุกๆ การหมุนครบ 100 ครั้ง ระบบมีระบบ 'การันตี' โฮสต์จะได้รับสมบัติระดับเทพเ้าอย่างน้อย1 ชิ้นอย่างแน่นอน!]
ระบบเมินเฉยต่อคำก่นด่าของนพเก้าอย่างสิ้นเชิงและเดินหน้าขายของโฆษณาโปรโมชันต่อไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
นพเก้าอ้าปากค้างไร้ซึ่งคำพูดใดๆ จะสรรหามาด่าทอ
และในจังหวะที่เขากำลังสูดลมหายใจเตรียมจะด่ากราดระบบอยู่นั้นเอง...
ฟูมมมมม!!!
ลำแสงสีทองอร่ามพุ่งทะลวงขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศสว่างวาบแหวกท้องฟ้าเหนือสวนพฤกษศาสตร์เขตที่ 2 ปรากฏการณ์ฟ้าดินแห่งสมบัติล้ำค่า...ได้ปะทุขึ้นแล้ว!