Sol xx Mifa 8
กึก กึก
“ฟา!”
“อะไรเสียงดัง” ฉันมองซอลดุ ๆ ก็จู่ ๆ มาตะโกนเรียกแบบนี้ฉันเองก็ตกใจเหมือนกันนะ ตั้งแต่วันนั้นที่เขาไม่ยอมกลับบ้านและมาพักที่ห้องฉัน ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาเขาก็ย้ายข้าวของตัวเองเข้ามาอยู่ในห้องฉันอย่างหน้าตาเฉย ฉันไล่ก็แล้วแต่เขาก็ไม่ยอมกลับ พี่ชายฉันมาเขาก็คุยกับพี่แบบไหนไม่รู้จนพี่ยอมในที่สุดแต่แลกกับการที่เขานอนพื้น หากวันไหนเขาต้องทำงานกับเพื่อนที่คอนโดเขา แน่นอนว่าเขาไม่ยอมให้ฉันพักอยู่ห้องอย่างสงบสุข เพราะเขาจะพาฉันไปค้างที่นั่นด้วย
“เมื่อกี้เสียงอะไร เสียงเหมือนของตก”
“ไม่มี เสียงอะไรไม่มีนะ” เสียงอะไร? เขาหูฝาดหรือเปล่าเนี่ย
“งั้นเหรอ เราจะสั่งข้าว เอาอะไร”
“กะเพรารวมไข่เจียว”
“เอาชานมด้วยไหม” ซอลถามต่อ บอกไปหรือยังว่าวันนี้ฉันต้องมานอนที่ห้องเขา เขานั่งทำงานกับเพื่อน ๆ ที่นอกห้องนอน ส่วนฉันนั่งอ่านหนังสือเตรียมควิซอยู่ในห้องนอน
“เอา”
“ครับ” วันนี้เขานั่งทำงานที่คณะรอฉันเรียนเสร็จตอนบ่ายสองแล้วมารับฉันเพื่อกลับมาที่นี่ โดยมีเพื่อนในกลุ่มรายงานเดียวกับเขามาทำงานที่นี่ด้วย เพื่อนเขามองฉันเขิน ๆ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยแซวอะไรออกมา มีเพียงมนต์เท่านั้นที่เข้ามาแซวว่าน่ารักจังเลย ฉันก็ไม่เข้าใจว่ามนต์มาชมฉันทำไมเหมือนกัน นอกจากเพื่อนในกลุ่มซอลแล้วยังมีเพื่อนเขาที่ฉันไม่รู้จักอีกสองสามคนที่มาทำงานครั้งนี้ด้วย
“พรุ่งนี้ควิซกี่โมง” เจ้าของห้องเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับนั่งลงที่เตียงนอนสายตาจับจ้องมาที่ฉัน หลัง ๆ มาเขามองฉันบ่อยขึ้น สายตาที่ใช้มองก็ชัดเจนขึ้น ดูก็รู้ว่ามองด้วยความรู้สึกแบบไหน
“สิบโมง”
“แต่เรียนตั้งแต่เก้าโมงเลยใช่ไหม”
“ใช่ ทำไมเหรอ?”
“เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปส่ง เที่ยงจะพาไปกินข้าวก่อนแล้วจะพาไปส่งแลป”
“ปฏิเสธได้เหรอ?” ถ้าให้พูดตามตรงคือฉันเกรงใจเขาไม่กล้าให้เขาเทียวรับเทียวส่งแบบนี้ เขาเรียนก็หนักแล้วไหนจะต้องมารับส่งฉันอีก
“แน่นอนว่าไม่ได้ ตั้งแต่กลับมาพักบ้างหรือยังจะไม่ไหวเอานะ” ซอลขยับมายืนอยู่ข้าง ๆ มือข้างหนึ่งยกขึ้นลูบผมฉันอย่างเบามือ ความอบอุ่นที่ได้รับจากเขาทำให้หัวใจฉันเริ่มเต้นแรงตึกตักด้วยความประหม่าอีกครั้ง
“เหนื่อยไหม?” เสียงทุ้มกระซิบถาม
“นิดหน่อย”
“พักก่อนไหมกินข้าวเสร็จค่อยมาอ่านต่อ” ซอลกดริมฝีปากลงบนขมับเบา ๆ ก่อนจะอุ้มฉันออกจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่จากนั้นก็อุ้มไปวางไว้บนเตียงนอนหลังใหญ่ เขารั้งชายผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างฉันไว้จากนั้นก็นั่งลงข้าง ๆ
“เดี๋ยวออกไปดูข้าวให้ พักก่อนนะ”
“อื้อ ขอบใจนะ”
“ไม่เป็นไร อยากดูแล” เขาย้ำอีกครั้งพร้อมกับกดริมฝีปากลงบนหน้าผากก่อนจะเดินออกจากห้องนอนไป ตั้งแต่วันนั้นที่เขาพาไปร้านอาหาร นี่ก็ผ่านมาสักพักใหญ่แล้วและเขาเองก็ดูแลฉันดีมาก มากกว่าเมื่อก่อนที่เราเคยสนิทกัน หลายอย่างที่เขาทำทั้งการกระทำและคำพูดมันดูชัดเจนมาก แต่บางครั้งฉันก็โกรธตัวเองที่ทำเหมือนคนใจง่าย เพียงเพราะเขาพูดแบบนั้นฉันก็หลงเชื่อแอบคิดเข้าข้างตัวเอง แต่ด้วยความกลัวที่มีอยู่มากทำให้ฉันยังดูท่าทีของอีกฝ่ายอยู่ว่าเป็นยังไง
“ฟาไปกินข้าวกัน” เผลอหลับไปไม่นานซอลก็เข้ามาเรียก ฉันที่ยังมึนงงทำได้แค่เดินตามซอลออกจากห้องนอนไปที่ห้องครัวที่ตอนนี้มีเพื่อนเขาทั้งนั่งและยืนอยู่ พวกเขาดูไม่ได้ใส่ใจที่จะกินข้าวเลยสักนิด เหมือนเป็นแค่ช่วงเวลาที่พักเท่านั้น
“ฟานี่มุกกับชิน เพื่อนอีกกลุ่มมาทำรายงานด้วยกัน พวกมึงนี่มีฟา”
“สวัสดีฟา”
“สวัสดีค่ะ” เราเอ่ยทักทายกันสั้น ๆ ก็ไม่รู้จะคุยอะไรนี่นา ปล่อยให้ซอลกับเพื่อน ๆ เขาคุยกันเองจะดีกว่า ถึงแม้จะเงียบแต่หัวข้อการสนทนาก็ยังคงเป็นเรื่องฉันอยู่ดีนั่นแหละ เพื่อนซอลเอาแต่ถามว่าไปเจอฉันได้ยังไง ไปเจอกันที่ไหน ซอลจีบฉันยังไง และอีกมากมาย
“อิ่มแล้วเหรอ?” เพื่อน ๆ ซอลทยอยออกจากห้องครัวไปที่ห้องนั่งเล่น ซอลที่นั่งอยู่ข้าง ๆ หันมามองเมื่อเห็นฉันรวบช้อนไว้ข้างจาน
“อื้อ อิ่มแล้ว”
“จะอ่านหนังสือต่อไหม?” ระหว่างที่ถามเขาก็ช่วยเก็บจานและแย่งฟองน้ำล้างจานออกจากมือฉัน กลายเป็นเขาเองที่ทำความสะอาดจานให้ฉัน เพราะเพื่อน ๆ เขากินในกล่องโฟมส่วนฉันเทใส่จาน มันกินง่ายกว่ากันเยอะเลยนะ
“อ่านอยู่ ทำไมเหรอ?”
“ก็ถ้าอ่านเสร็จแล้วง่วงก็นอนก่อนเลย วันนี้ตั้งใจจะทำให้เสร็จเลยน่ะ”
“แล้วพรุ่งนี้ไม่มีเรียนเหรอ?” ขนาดฉันยังมีเรียนเช้าเลย แล้วถ้าพวกเขาโหมทำงานกันจนเสร็จแล้วพรุ่งนี้เช้าจะไปเรียนไหวกันหรือเปล่า
“พรุ่งนี้ไม่มีเรียน”
“งั้นก็นอนพักอยู่ห้องไม่ต้องไปส่งเรา”
“ไม่เอา...”
“ซอล อย่ามาดื้อแบบนี้” เอ่ยดุเสียงเข้ม จนอีกฝ่ายเงียบเสียงไป
“ก็ได้ ๆ แต่ตอนเที่ยงจะรับไปกินข้าว”
“เรื่องนั้นค่อยคุยกันอีกทีแล้วกัน”
“ก็ตลอดอะ ทำไมถึงไม่ชอบไปไหนมาไหนกับเรา” ซอลล้างมือเสร็จก็หันมามองฉันตาวาว แววตาของเขาเต็มไปด้วยความน้อยใจที่เกิดขึ้นอยู่ข้างใน
“เปล่า เราแค่อยากให้พักช่วงนี้นายทำงานเยอะ”
“มันก็ไม่ได้หนักขนาดนั้น แค่อยากไปกินข้าวด้วย อยากเดินเล่นด้วย ไม่ได้เลยเหรอ?” สีหน้าอ้อนวอนของเขาทำให้หัวใจฉันเริ่มเต้นรัวแรงและเอนไหวต่อเขาอย่างรุนแรง
“ก็รู้ แต่เรา...”
“ขอแค่เราอยู่ใกล้ ๆ ได้ไหม อย่าไล่ไปไหนเลยนะ” เขาเอ่ยอ้อนพร้อมกับขยับมากใล้โน้มหน้าซบลงที่ไหล่ฉันอ้อนๆ เพราะอีกฝ่ายตัวสูงกว่าฉันอยู่มากเลยทำให้ภาพตอนนี้คงจะดูแปลกไม่น้อย รู้ว่าฉันแพ้ทางที่เขาเป็นแบบนี้ เขาก็ยิ่งชอบอ้อนให้ใจสั่นไหวเล่น น่าตีจริงเชียวผู้ชายคนนี้
“รู้แล้วน่า” บอกเสียงสั่นเขิน ทั้งยังก้มหน้าหลบสายตาวิบวับของเขาทันที ซอลหัวเราะเบา ๆ พร้อมกับรั้งฉันเข้าไปกอดพรางโยกตัวไปมา การกระทำของเขาที่แสดงออกมานั้นเต็มไปด้วยความเอ็นดู เขากอดฉันนิ่งอยู่สักพักแล้วผละออกห่าง
“อยากได้ผลไม้ไหมเดี๋ยวเอาเข้าไปให้”
“ไม่เป็นไร นายรีบทำงานเถอะ”
“ถ้าหิวก็บอกนะ จะได้หาอะไรให้กินรองท้อง”
“อื้อ”
“งั้นไปกัน เดี๋ยวไปส่งที่ห้องนอน” เขาพูดอย่างกับห้องนอนและห้องครัวที่เรายืนอยู่มันอยู่ห่างกันไกลอย่างนั้นแหละ จังหวะที่เดินผ่านเพื่อนเขาที่ห้องนั่งเล่น ฉันพยายามไม่หันไปมองเพื่อน ๆ ของซอลที่นั่งกันอยู่กลัวว่าจะเห็นสายตาล้อเลียนของพวกเขาแล้วตัวเองจะเขินหนักกว่าเดิม
“ตั้งใจอ่านหนังสือนะ”
คิดว่าคืนนี้กำลังใจในการอ่านหนังสือของฉันคงจะเต็มเปี่ยมจริง ๆ นั่นแหละ ก็ได้กำลังใจจากซอลดีขนาดนี้นี่น่า