บทที่ 10
สนทนากับพี่น้อง
หวงอี้และหวงเซียนที่อยู่บริเวณด้านหน้าแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ
พวกมันกำลังประหลาดใจกับคำพูดของหวงิที่กล่าวออกมา
หวงิมองเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยของเหล่าพี่น้องจึงคิดภายในใจของตนเอง “ นี่ตัวของเราทำอะไรผิดไปรึปล่าว ”
หลังจากที่มองเห็นดวงตาของคนพวกนั้นที่ทำการมองมาก็รู้ได้ในทันทีเขาแสดงท่าทางแปลกออกไป
โดยทั่วไปแล้วหวงิไม่ได้แสดงท่าทางแบบนี้
รัชทายาทหวงิเป็คนที่เย่อหยิ่งและก็เป็คนที่ทะนงตนเป็อย่างมากแถมมันยังเป็คนพาล เป็รัชทายาทเสเพลแห่งราชวงศ์นี้
แน่นอนว่าการปฏิบัติตัวต่อพี่น้องทั้งสองคนของมันย่อมไม่ได้เป็แบบนี้ เพราะแบบนั้นองค์ชายใหญ่และองค์ชายสามเมื่อมองเห็นแบบนั้นจึงแสดงใบหน้าสงสัย
องค์ชายใหญ่พูดขึ้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ “ รัชทายาทตัวของท่านเป็อะไรไปหรือไม่? ”
“ เป็อะไรหรือข้าเป็อะไรกัน? ข้าเองก็ปกติดีนิ ” หวงิทำแสดงละครต่อแม้จะรู้ว่ามันไม่แเีก็ตาม
องค์ชายใหญ่ที่อยู่บริเวณด้านหน้าก็ทำการพูดขึ้น “ โดยปกติตัวของท่านไม่เคยเรียกเขาว่าท่านพี่ ”
“ ในวันนี้เหตุใดตัวของรัชทายาทถึงเรียกข้าว่าท่านพี่ ”
“ นั่นสิขอรับโดยปกติแล้วตัวของท่านเองก็ไม่ได้เรียกข้าว่าน้องสามเช่นเดียวกัน ” องค์ชายสามที่อยู่ด้านข้างก็พูดเสริมขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
หวงิแสดงท่าทางที่แปลกประหลาดออกไปจนกลายเป็ว่าพี่น้องทั้งสองคนของตนเองสามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน
หวงิได้ยินแบบนั้นใบหน้าเลิ่กลั่ก ดวงตาเต็มไปด้วยความระแวง บนใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อที่ไหล
รู้ได้ทันทีว่าการแสดงของตนเองนั้นไม่แเีเอาเสียเลย
ก่อนหน้านี้และจะทายาทผู้นี้เป็คนที่มีนิสัยเป็อันธพาลจะเรียกผู้อื่นอย่างเคารพนอบน้อมแบบนี้ได้อย่างไร
หวงิส่ายใบหน้าของตนเองไปมาแล้วพูดขึ้น “ ไม่มีอันใดหรอก ”
“ เอาละเอาละพวกท่านเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้มีเื่อะไรอย่างงั้นรึ ” หวงิแสดงท่าทางกลบเกลื่อนตัวของเขาค่อยๆนั่งลงตรงเก้าอี้ของตนเองอีกครั้ง
ทั้งสองคนที่อยู่บริเวณด้านหน้านั่งลงตรงตำแหน่งแขกทั้งด้านซ้ายและขวา
หลังจากที่พวกเขานั่งลงตรงตำแหน่งแขกทั้งด้านซ้ายและขวาเสร็จเรียบร้อย องค์ชายใหญ่ที่นั่งอยู่ด้านหน้าพูดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “ เพียงแค่มาดูเท่านั้นได้ยินว่าตัวของรัชทายาทาเ็จากการโดนลอบสังหาร ”
“ จอมยุทธปริศนาที่อยู่ด้านนอกรอบเข้ามาสังหารท่านเป็อย่างไร ”
หวงิพยักหน้าตอบรับกับ “ แผลหายดีแล้วอย่างที่เห็นร่างกายแข็งแรง ”
หวงิสะบัดแขนของตนเองไปมาให้อีกฝ่ายดูเพื่อยืนยันว่าตนเองนั้นแข็งแรงดี
องค์ชายสามได้ยินแบบนั้นจึงพูดสวนขึ้น “ ดูเหมือนว่าจะไม่ได้เพียงแค่หายดีเท่านั้นร่างกายของรัชทายาทจะมีลมปราณแข็งแกร่งขึ้นกว่าก่อนหน้า ”
“ หรือว่าตัวของท่านหลังจากที่ผ่านพ้นการลอบสังหารมาแล้วร่างกายจะมีลมปราณแข็งแกร่งขึ้นอย่างนั้นรึ ”
คนพวกนี้สังเกตได้ว่าลมปราณภายในร่างกายหวงิเปลี่ยนไป
หวงิแสดงรอยยิ้มกลบเกลื่อน “ ไม่มีอันใดหรอก”
“ พวกท่านมาเพียงเพราะว่าแค่มาดูอาการของข้าอย่างนั้นรึ? ” หวงิตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว
องค์ชายใหญ่ทำการพูดขึ้น “ อันที่จริงแล้วการเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้ก็เดินทางมาเพื่อแจ้งข่าวสำคัญ ”
“ อีกสิบวันข้างหน้าจะมีงานสำคัญถูกจัดขึ้น หวังว่ารัชทายาทคงจะเดินทางไปร่วมงานสำคัญในครั้งนี้ ”
หวงิแสดงหน้าสงสัย “ งานสำคัญอะไร? ”
“ งานเทศกาลล่าสัตว์นอกวังที่เสด็จพ่อจัดขึ้นพวกเราต้องเดินทางไปเข้าร่วม ”
“ ข้าเดินทางมาครั้งนี้เพื่อที่จะมาบอกกล่าวเกี่ยวกับเื่นี้ให้กับรัชทายาทได้ล่วงรู้และหวังว่าการล่าสัตว์ในครั้งนี้รัชทายาทจะไป”
เกมนี้ถูกสร้างขึ้นมาอย่างสมจริง แม้จะเป็พวกตัวละครที่ถูกสร้างขึ้นมาก็มีประวัติศาสตร์และก็มีพิธีการหลายอย่างที่อ้างอิงมาจากโลกภายนอก
แน่นอนพิธีล่าสัตว์เป็พิธีถูกจัดขึ้นในทุกทุกปี เป็เหมือนกับการตรวจสอบความอุดมสมบูรณ์ของภายในแผ่นดินนี้
หวงิรัชทายาทเสเพลไม่เคยไปเข้าร่วมงานนี้เลยสักครั้งทั้งที่พวกองค์ชายและรัชทายาทจะได้รับหน้าที่ในการล่าสัตว์ภายในงาน
โดยวิธีการในครั้งนี้ถ้าองค์ชายต่างๆสามารถล่าสัตว์มาได้เยอะมันเป็เหมือนกับสัญญาณจาก์ว่าภายในปีนี้ผลผลิตเก็บเกี่ยวจ๊ะดี
หวงิได้ยินแบบนั้นพยักหน้าตอบรับกลับ “ แน่นอนแน่นอนเข้าร่วมอย่างแน่นอน ”
องค์ชายใหญ่ได้ยินแบบนั้นพยักหน้า “ ถ้าแบบนั้นก็ดี ”
“ ตัวของข้าเดินทางมาโดยที่มีเื่พูดคุยเพียงแค่นี้ ตอนนี้ทำการแจ้งข่าวเสร็จแล้วล่ะก็มองเห็นว่ารัชทายาทไม่เป็อะไรข้าเองก็จะเดินทางกลับไปฝึกฝนวรยุทธ์ต่อ ”
หวงอี้ทำการแจ้งข่าวกับหวงิเสร็จเรียบร้อยทำการลุกขึ้นแล้วเดินออกไปจากสถานที่แห่งนี้อย่างรวดเร็ว
อันที่จริงแล้วเมื่อมองถึงความสัมพันธ์ตัวละครองค์รัชทายาทหวงิและองค์ชายใหญ่หวงอี้ทั้งสองคนไม่ค่อยถูกกันสักเท่าไหร่
มันเป็เพราะว่านิสัยส่วนตัวหวงอี้เป็คนที่จริงจังและก็มุ่งมั่นในทุกๆเื่
เพราะแบบนั้นคนที่จริงจังและมุ่งมั่นในทุกเื่แบบนี้เมื่อมองเห็นองค์ชายรัชทายาทที่ใช้ชีวิตเสเพลไปวันๆจึงรู้สึกไม่ถูกโฉลก
ความสัมพันธ์ฉันท์พี่น้องของทั้งสองคนก็ไม่ได้มีผูกพันอะไรมากมายนัก องค์ชายใหญ่เรียกรัชทายาทว่ารักองค์รัชทายาท
ส่วนตัวของหวงิเองก็เรียกคงใช้ใหญ่ว่าองค์ชายใหญ่ไม่ได้เรียกสนิทสนมกันอย่างพี่น้องธรรมดาทั่วไป
หวงเซียนองค์ชายสามที่กำลังนั่งอยู่แสดงท่าทางเบื่อหน่ายแล้วก็พูดขึ้น “ พี่ใหญ่เนี่ยแสดงท่าทางจริงจังแบบนั้นอยู่ตลอด ”
หวงิได้ยินแบบนั้นจึงพูดขึ้นทันควัน “ ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ค่อยพึงพอใจคาซักเท่าไหร่ ”
“ เฮ้อ… ไม่หรอกไม่หรอกรัชทายาทคิดมากแล้วเห็นแบบนั้นแต่ว่าหลังจากที่ท่านโดนลอบสังหารพี่ใหญ่เป็คนที่กระตือรือร้นตามจับค้นพบนั้นมากที่สุดเลยนะ ”
“ เพราะแบบนั้นเลยรู้ได้ในทันทีว่าพี่ใหญ่เองก็ห่วงท่านเช่นเดียวกัน ”
หวงิคิดภายในใจของตนเองอย่างรวดเร็ว “ คนที่ทำการลอบสังหารถ้าเป็เพลย์เยอร์ทำเควสนี้ล้มเหลวพวกเขาจะโดนตั้งค่าหัว ”
“ นี่เองก็เป็เงื่อนไขของเควสในการสังหารและรัชทายาททรราช”
“ แน่นอนเพลย์เยอร์หรือว่าผู้เล่นก็สามารถโดนตั้งค่าหัวโดย NPC ได้ โดยการตั้งค่าหัวนั้นพวกผู้เล่นเองก็สามารถนำการล่าเพลย์เยอร์แบบเดียวกันเพื่อนำเอาหัวมาส่งให้กับ NPC เพื่อรับรางวัลได้”
หวงิมองไปที่หวงเซียนจากนั้นก็ทำการพูดขึ้นมา “ แล้วตัวของเ้าล่ะไม่เดินทางตามองค์ชายใหญ่ไปอย่างงั้นรึ? ”
หวงเซียนที่เป็องค์ชายมีนิสัยขี้เล่นรีบลุกขึ้นเข้าใกล้หวงิแล้วก็กระซิบบางอย่าง “ นี่รัชทายาทตัวของพวกเราออกเดินทางไปหอคณิกากันดี ”
“ ได้ยินว่าภายในเมืองมีหอคณิกาขนาดใหญ่เปิดขึ้นมาใหม่เดินทางไปที่สถานที่แห่งนั้นการถือว่าไปเที่ยวเล่นในราตรีนี้ ”
หวงเซียนในบรรดาพี่น้องทั้งหมดเขาน่าจะเป็คนที่เข้ากับนิสัยของหวงิได้มากที่สุด
เพราะว่าตัวของเขาเองก็เป็คนที่ชอบเที่ยวเล่นเช่นเดียวกันแม้ว่าจะเป็คนที่มีสติปัญญาฉลาดเฉลียวก็ตาม
หวงิเหลือบสายตามองห่วงเซียนที่กำลังแสดงใบหน้าชักชวน
แต่ในขณะที่ห่วงเซียนทำการเอ่ยชักชวนเสียงอันไพเราะหนึ่งดังขึ้นมาด้วยอำนาจ “ ท่านกำลังชวนองค์รัชทายาทไปไหนกันองค์ชายสาม!!! ”
เมื่อได้ยินแบบนั้นองค์ชายสามที่กำลังยืนอยู่สะดุ้งเฮือกหันมองไปอย่างรวดเร็ว “ หลิวเหลียงตึ้(ชายารองตระกูลหลิว) “
[ ชายารองของหวงิตระกูลหลิวแห่งเมืองหลวงอาณาจักรฉี หลิวฟางอี้ ]
ดวงตาทั้งสองข้างของหวงิเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นข้อความจากระบบมันปรากฏขึ้นมาบริเวณด้านหน้า
จบบท