ลิดาพบว่าตนได้ไปอยู่ในยุคสมัยกรุงศรีอยุธยาเธอมองเห็นท่านเ้าคุณมหันต์นพวัย 59 ปีกำลังนอนป่วยโดยมีคุณหญิงศรีเพ็ญวัย45 ปีซึ่งเป็ภรรยาของเขานั่งอยู่ข้างเตียง
“ทำใจดีๆไว้นะเ้าคะ ท่านเ้าคุณ” ศรีเพ็ญจับมือท่านเ้าคุณไว้แน่น
“แคร็กๆ แคร็กๆ แคร็กๆ ต้องขอโทษด้วยนะศรีเพ็ญ ที่ฉันไม่อาจทำตามสัญญาที่ให้ไว้ว่าจะดูแลปกป้องตราบนานเท่านานดูแลตัวเองดีๆด้วย ไว้ชาติหน้าฉันสัญญาว่าจะดูแลปกป้องแม่ศรีเพ็ญยิ่งชีวิต”ท่านเ้าคุณไอเสร็จก็กล่าวคำมั่นสัญญา
“ท่านดูแลดิฉันเป็อย่างดีเ้าคะ อย่าได้กังวลไปเลยท่านทำใจให้สบายๆนะเ้าคะ ระลึกถึงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณพระสังฆคุณทุกลมหายใจเข้าออก” แม่ศรีเพ็ญกล่าว
ท่านเ้าคุณหายใจอย่างช้าๆ ลึกๆ จนกระทั่งท่านจากไปอย่างสงบ
คุณหญิงศรีเพ็ญเห็นท่านเ้าคุณนิ่งไม่ไหวติงก็ใเธอก็เลยพยายามเขย่าตัวร้องเรียกหา “ท่านเ้าคุณเ้าคะท่านเ้าคุณ ได้ยินดิฉันมั้ยเ้าคะ มะ ม่าย ไม่นะ ใครก็ได้ไปตามหมอมาเดี๋ยวนี้”
หมอที่อยู่หน้าห้องนอนอยู่ก่อนแล้ว รีบเข้ามาดูอาการ พอตรวจอาการเสร็จ หมอถึงกับส่ายหน้าที่ไม่อาจยื้อชีวิตท่านเ้าคุณไว้ได้
คุณหญิงศรีเพ็ญจำต้องเป็แม่งานจัดพิธีศพโดยมีลูกชายสองคนที่มีครอบครัวเป็ของตัวเองแล้วมาช่วยงานด้วยคุณหญิงนั้นมีใจรักมั่นต่อท่านเ้าคุณเป็อย่างมาก เธอคอยแต่พร่ำเพ้อคิดถึงท่านเ้าคุณอยู่ทุกวี่ทุกวันข้าวปลาก็ไม่ยอมแตะเลยสักนิด
“แม่ขอรับ ทานข้าวบ้างเถิดนะขอรับ” ลูกชายคนโตกล่าว
“แม่กินไม่ลงจริงๆลูก เอาไว้ก่อนนะ หิวเมื่อไหร่ แม่จะกินเอง” คุณหญิงศรีเพ็ญบ่ายเบี่ยง
และนั่นก็ทำให้คุณหญิงศรีเพ็ญถึงกับซูบผอมเพราะไม่ยอมแตะอาหารเป็เวลาหลายวันจนกระทั่งท่านตรอมใจและจากไปในเดือนถัดมาหลังท่านเ้าคุณเสียชีวิตแต่ถึงคุณหญิงจะรักและคิดถึงท่านเ้าคุณมากแค่ไหน เธอก็ไม่อาจได้ไปพบท่านเ้าคุณดังที่หวังเอาไว้เพราะแต่ละดวงจิตได้ไปอยู่ในภพภูมิที่แตกต่างกัน
พอภาพนิมิตหายไป ลิดาก็ลืมตาและลุกขึ้นยืน จากนั้นก็กล่าวว่า “คุณคือท่านเ้าคุณมหันต์นพงั้นหรือเ้าคะ”
ดวงิญญาชายยุคปัจจุบันได้แปรเปลี่ยนกลายเป็ท่านเ้าคุณวัย 59 ปี
ลิดารู้สึกดีใจมากก็เลยเดินเข้าไปกอด แต่ท่านเ้าคุณก็อยู่ในสภาพไร้ตัวตนทำให้ลิดาััหรือแตะต้องท่านไม่ได้เลย
“ฉันเป็เพียงดวงิญญาเท่านั้น แม่ศรีเพ็ญ” ท่านเ้าคุณกล่าว
“ท่านคอยติดตามดิฉันมาโดยตลอดหรือเ้าคะ” ลิดากล่าว
สักพักดวงิญญาท่านเ้าคุณก็แปรเปลี่ยนกลับมาเป็ชายยุคปัจจุบันวัย 40 ปีเช่นเดิม เขาตอบว่า “เปล่าครับผมเองก็ได้เกิดมาในชาติภพนี้เช่นเดียวกัน ผมมีชื่อว่า นพฤทธิ์ มีอายุ 40 ปี ทำอาชีพเป็อาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ผมระลึกชาติได้มาั้แ่เกิดแล้วผมมักจะฝันถึงคุณเสมอ คุณหญิงศรีเพ็ญ ดังนั้นผมจึงตั้งปณิธานว่าจะทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับคุณว่าจะดูแลปกป้องคุณยิ่งชีวิตผมพยายามออกตามหาคุณมาทั้งชีวิต กลับไม่พบคุณเลย จนกระทั่งผมประสบอุบัติเหตุ รถบรรทุกหินพุ่งชนรถกระบะของผมเข้าอย่างจังเนื่องจากคนขับรถบรรทุกเมายาบ้า ผมในตอนนี้อยู่ในสภาพเป็ผักและสามารถจากโลกนี้ไปได้ทุกเมื่อหากดึงเครื่องช่วยหายใจออก ก่อนที่ผมจะหมดสติไปผมได้ขอร้องกับแม่ไว้ว่าให้พยายามยื้อชีวิตผมให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะผม้าทำภารกิจให้เสร็จสิ้นในชาติภพนี้ นั่นคือ ตามหาคุณและปกป้องคุณจากภัยอันตรายทั้งปวงครับ”
“แล้วคุณอยู่ที่ไหนคะ ฉันอยากไปเยี่ยมคุณ” ลิดาได้เข้าใจเื่ราวทั้งหมดแล้ว
“เป็โรงพยาบาลที่อยู่ใกล้โรงแรมแห่งนี้ครับ” นพฤทธิ์กล่าว
“แล้วที่คุณสามารถพาฉันย้อนเวลากลับมา คุณทำได้อย่างไรคะในเมื่อคุณก็เป็เพียงดวงจิตดวงหนึ่งที่ยังไม่ตาย” ลิดาสงสัย
“มันคืออิทธิฤทธิ์จากความปรารถนาอันแรงกล้าของผมทำให้ผมสามารถพาคุณย้อนเวลากลับมาได้ครับ”นพฤทธิ์ตั้งจิตอธิษฐานไว้ ซึ่งมันน่าจะเกิดจากแรงอธิษฐานของเขา
“ทำไมฉันถึงต้องเจอเื่แย่ๆแบบนี้ด้วยคะ” ลิดาไม่เข้าใจ
“มันคือกฎแห่งกรรมครับ พวกเราไม่รู้หรอกว่าในอดีตชาตินั้น พวกเราทำกรรมอะไรไว้บ้างเมื่อก่อเวรสร้างกรรมไว้ก็ต้องชดใช้เป็ธรรมดา และหากพูดตามหลักความเป็จริงแล้วคนเราทุกคนต่างมีข้อดีข้อเสียมากน้อยแตกต่างกันไปไม่มีใครสมบูรณ์เพอเฟ็คไปเสียทุกอย่างหรอกครับ และตัวคุณก็ไม่ได้แย่อะไรขนาดนั้นแต่ที่คุณไม่สมหวังในรักหรือคนเ่าั้ไม่เห็นค่าของคุณก็อาจเป็เพราะพวกเขามีรสนิยมชื่นชอบผู้หญิงที่ไม่ใช่สไตล์แบบคุณก็เท่านั้นเองดังนั้นอย่าให้ใครมาลดคุณค่าในตัวคุณได้ คุณมีคุณค่าในตัวเองอยู่แล้วครับ” นพฤทธิ์อยากให้ลิดาพยายามรักตัวเองให้เป็และมองเห็นคุณค่าของตัวเองก่อน
“ฉันดูเฉิ่ม ไม่ได้สะสวยเหมือนผู้หญิงเ่าั้ใช่มั้ยคะ” ลิดายังคงดูถูกตัวเอง
“แต่คุณก็สามารถปรับปรุงและดูแลตัวเองให้ดีขึ้นได้นี่ครับ” นพฤทธิ์กล่าว
“คนเราจะรักกันชอบกัน มันต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองขนาดนั้นด้วยหรอคะ” ลิดาสงสัย
“คุณก็แค่ปรับปรุงให้มีบุคลิกดีขึ้นก็เท่านั้นเอง คนที่ดูดีภายนอกเวลาทำอะไรก็มีชัยไปกว่าครึ่ง เช่น การติดต่อธุรกิจ หรือเจรจาการค้าหรือไปสมัครงาน พวกเขาก็จะยอมรับคุณมากขึ้นไม่ใช่หรอครับ หลังจากนี้ไปผมคงดูแลคุณไม่ได้อีกแล้ว ผมมีเส้นทางที่ต้องเดินทางต่อไปในวัฏสงสาร” นพฤทธิ์อยากให้ลิดาเข้มแข็งไม่ว่าต่อไปเธอจะต้องประสบเหตุการณ์ดีร้ายประการใดก็ตาม
“แสดงว่าคุณจะต้องจากโลกนี้ไปแล้วหรอคะ” ลิดามีน้ำตาคลอและรู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก
“อย่าเสียใจไปเลยครับ ความตายไม่ใช่จุดสิ้นสุดของิญญา คุณเองก็รู้นี่ครับ”นพฤทธิ์รู้ดีว่าคนเราจะต้องเวียนว่ายตายเกิดไม่รู้จักจบสิ้นตราบใดที่ยังไม่หลุดพ้นจากวัฏสงสาร
“คุณจะทิ้งฉันไปอีกแล้วงั้นหรอคะ” ลิดาอยากใช้ชีวิตอยู่กับคนรักในอดีตชาติ
“สักภพชาตินึง หากพวกเรามีวาสนาต่อกัน ก็คงได้มาพบกันอีกครับ” นพฤทธิ์เชื่อเช่นนั้น
“ฉันขอกอดคุณได้มั้ยคะ” ลิดาขอร้อง
นพฤทธิ์อ้าแขนให้ลิดาเข้าไปกอดในครานี้ทั้งสองสามารถัักันได้ราวปาฏิหาริย์ ช่างเป็อ้อมกอดที่อบอุ่นยิ่งนักสักพักทั้งสองก็แปรสภาพกลายเป็ ท่านเ้าคุณมหันต์นพที่กำลังกอดกับคุณหญิงศรีเพ็ญพวกเขากอดกันนานพอสมควร จนกระทั่งดวงิญญาท่านเ้าคุณได้สลายหายไปในชั่วพริบตา
“ไม่นะ ท่านเ้าคุณ อย่าทิ้งดิฉันไปเลยนะเ้าคะ” ลิดาะโร้องเรียก
สักพักลิดาก็ได้สติฟื้นขึ้นมา ตอนนี้เธออยู่บนดาดฟ้าของโรงแรมเพียงลำพังเธอก็เลยนั่งรถแท็กซี่กลับบ้าน ในตอนนี้ลิดาได้เข้าใจแล้วว่านพฤทธิ์ใช้พลังอำนาจเฮือกสุดท้ายช่วยให้เธอพ้นจากคู่เวรคู่กรรมของเธอคือเขาช่วยให้เธอมองเห็นธาตุแท้ของนายธนนท์และนายจักรกฤตินั่นเอง
สองวันต่อมานพฤทธิ์ได้จากไปอย่างสงบ เพราะเขาได้ทำตามสัญญาที่มีไว้ั้แ่อดีตชาติแล้วเขาจึงไม่มีอะไรติดค้างอีก และโชคดีที่เขามีน้องชายที่คอยดูแลแม่ในชาติภพปัจจุบันนั่นจึงทำให้เขาหมดห่วงและไปสู่สุคติ
ลิดาได้ทราบข่าวเธอก็เลยไปร่วมงานศพทั้งๆที่ไม่มีใครในงานรู้จักเธอเลยสักคนลิดานั่งฟังพระสวดอภิธรรมด้านหลังสุด ผ่านไปไม่นาน แม่ของนพฤทธิ์ก็มานั่งใกล้ๆเธอ
“หนูเป็ใครงั้นหรือ ทำไมแม่ไม่เคยเห็นหนูมาก่อนเลย” แม่ของนพฤทธิ์ทัก
“เอ่อ คือ หนูเป็เพื่อนสมัยเด็กน่ะค่ะ คุณแม่คงจำหนูไม่ได้” ลิดาแต่งเื่
“เอาล่ะ ความจริงนายนพนั้นนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลในสภาพเป็ผักมานานถึงห้าปีแล้วดังนั้นจึงไม่ค่อยมีใครมาร่วมงานศพมากนัก เหตุเพราะคงไม่รู้ข่าวนั่นเองดังนั้นแม่มั่นใจว่าหนูอาจจะเป็คนที่นายนพอยากเจอในชาติภพนี้มากที่สุดก่อนที่นายนพจะหมดสติไปหลังประสบอุบัติเหตุนายนพได้บอกให้แม่นำสมุดไดอารี่ของเขามอบให้กับหนู อะนี่ แม่เตรียมมาแล้ว รับไว้สิ”แม่ของนพฤทธิ์ยื่นสมุดไดอารี่ให้ลิดาเพราะเข้าใจว่าลิดาคือคนรักในอดีตชาติของลูกชายเธอ
ลิดาอึ้ง แต่เธอก็รับไดอารี่มาเก็บไว้ในกระเป๋าถือ “ขอบคุณมากนะคะ”
“ขอบใจนะที่มาร่วมงาน แม่ขอตัวก่อนนะหนู” แม่ของนพฤทธิ์ทำตามที่ได้รับปากกับลูกชายคนโตแล้ว
“ขอบคุณมากค่ะคุณแม่” ลิดาไหว้ผู้ใหญ่
ลิดากลับจากงานศพ เธอเข้าไปในห้องโดยไปนั่งอยู่บนเตียงของเธอจากนั้นเธอก็เปิดสมุดไดอารี่ของนายนพฤทธิ์มาอ่านด้วยความตื่นเต้น….