ตอนที่ 27 โชคลาภ
ป้าโจวและฉินซื่อพักอยู่ที่บ้านหลังเก่าเพื่อคอยเฝ้าบ้านให้แก่หลินหร่วนเพราะหัวหน้าตระกูลหลินจะพาคนมาซ่อมรั้วในอีกมิช้า
เห็ดเ่าั้มิสามารถกินได้แล้ว หลินหร่วนกับหลินหานจึงออกเดินทางไปพร้ะกร้าองุ่นเท่านั้น
วันนี้ก็เป็เฉกเช่นเดียวกับเมื่อสองวันก่อนทั้งสองได้เดินอ้อมหมู่บ้านเพื่อหลบเลี่ยงผู้คนจนไปเจอเกวียนวัว จากนั้นพวกเขาก็จ่ายเงินนั่งเกวียนไปจนถึงตลาด
เนื่องจากเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ขึ้นมากมาย วันนี้จึงมาถึงในเมืองค่อนข้างล่าช้าเมื่อทั้งสองมาถึงตลาดก็เป็ยามอู่แล้ว
ดังนั้นพวกเขาจึงรีบเดินทางไปยังหอจุ้ยเซียนและพบว่าสถานที่แห่งนั้นเต็มไปด้วยผู้คน
เสี่ยวเอ้อที่กำลังยุ่งอยู่กับงานมองออกมานอกประตูเมื่อเขาเห็นหลินหร่วนและหลินหาน ดวงตาของเขาจึงเป็ประกายในทันใดเขารีบขอโทษแขกและรีบออกมาทักทายพวกเขาในทันใด
“ไอหยา แม่นางหลิน น้องหลิน เ้ามาแล้ว บัดนี้องุ่นในครัวหมดแล้วแขกหลาย ๆ โต๊ะ้าองุ่น หากพวกเ้ายังมิมา หลงจู๊ของพวกเราคงจะรีบไปหาพวกเ้าถึงหมู่บ้านตระกูลหลินไปเถิด...ข้าจะพาพวกเ้าไปยังสวนด้านหลัง เพราะข้างหน้ามีแขกมากจนเกินไป”
เมื่อเอ่ยจบก็เข้ามาช่วยถือตะกร้า
เสี่ยวเอ้อผู้นี้เอ่ยได้ดีวาจาของเขาทำให้ผู้คนรู้สึกสบายใจโดยมิมีเหตุผล
ทั้งสองเดินตามหลังเสี่ยวเอ้อไปยังสวนด้านหลัง
หลงจู๊เฉียนเป็กังวลเกี่ยวกับองุ่น เมื่อเห็นว่าหลินหร่วนกำลังเดินเข้ามาเขาจึงยกยิ้มพร้อมกับพยักหน้าในทันใด
“แม่นางหลิน น้องหลิน พวกเ้าเดินทางมาเหนื่อย ๆเชิญนั่งลงก่อนเถิด หูจื่อ เ้ารีบนำชามาให้แม่นางหลินกับน้องหลินสองถ้วยเพื่อดับกระหาย”
หูจื่อเป็เสี่ยวเอ้อในร้าน แซ่ของเสี่ยวเอ้อผู้นี้คือหลิวทว่าคนในร้านมักจะเรียกเขาด้วยชื่อจริง
เพียงมินาน ชาสองถ้วยก็ถูกส่งไปให้สองพี่น้องตระกูลหลิน
หลินหร่วนกับหลินหานยกถ้วยชาขึ้นมาดื่ม บัดนี้อากาศเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ แล้ว สองพี่น้องมีเหงื่อไหลตลอดการเดินทาง เมื่อได้ดื่มชาหนึ่งถ้วยจึงรู้สึกสบายตัวขึ้นมามิน้อย
ในทางกลับกัน หลงจู๊เฉียนสั่งให้เสี่ยวเอ้อชั่งน้ำหนักองุ่นแล้วส่งไปยังห้องครัวด้านหลังทันที
เมื่อหลินหร่วนดื่มชารวดเดียวจนหมดแล้ววางถ้วยชาลง จากนั้นก็หันศีรษะไปมองหน้าร้านที่เต็มไปด้วยฝูงชน
“แม่นางหลิน ต้องขอบคุณองุ่นของเ้า ที่ทำให้กิจการของหอจุ้ยเซียนดีขึ้นลูกค้าหลาย ๆ คนที่สั่งอาหารในปริมาณน้อย พอได้ยินว่ามีองุ่นแจก พวกเขาต่างก็สั่งเพิ่มมากขึ้นทว่าในครัวก็ยุ่งมากเช่นกัน”
หลงจู๊เฉียนมิสามารถซ่อนความสุขบนใบหน้าได้ ซึ่งก็เพียงพอแล้วที่จะแสดงให้เห็นว่ากิจการของเขาดีเพียงใดใน่สองวันที่ผ่านมา
หลินหล่วนยกยิ้มพลางกล่าวว่า “จะเป็การดีกว่าหากลูกค้าได้รับผลประโยชน์อย่างแท้จริงแทนที่จะกระทำสิ่งหลอกลวงเ่าั้ ผลไม้นอกฤดูกาลเหล่านี้ถือว่ามีประโยชน์กว่าสิ่งเ่าั้มาก”
หลงจู๊เฉียนพยักหน้าเห็นด้วย เขาทำกิจการเกี่ยวกับร้านอาหารดังนั้นย่อมต้องเข้าใจว่าผู้คนย่อมมิอยากกินอาหารที่มีอยู่ทั่วไปจนเต็มท้องถนน
เนื่องจากมีข่าวคราวว่ามีองุ่นนอกฤดูกาลถูกส่งมายังหอจุ้ยเซียงใน่สองวันที่ผ่านมาลูกค้าในร้านล้วนเป็ผู้สูงศักดิ์จากตระกูลใหญ่ทั้งสิ้นบางคนมิสะดวกเดินทางมาด้วยตนเอง ทว่าพวกเขาก็ยังสั่งให้บ่าวรับใช้ที่จวนมาซื้ออาหารจากหอจุ้ยเซียนเพราะ้าลิ้มรสองุ่นนอกฤดูกาล
เมื่อคิดถึงรายได้ในสองวันที่ผ่านมา ใบหน้าที่อวบอ้วนของหลงจู๊เฉียนจึงปรากฏรอยยิ้มบางๆ ออกมา
หลินหร่วนมิได้ตาบอด นางทราบดีว่าหลงจู๊กำลังยุ่งอยู่เช่นกันดังนั้นนางจึงเอ่ยออกมาว่า "หลงจู๊ ท่าน้าเห็ดป่าหรือของอื่น ๆบนูเาหรือไม่ ? "
“แน่นอน หากเ้ามีเห็ดป่าก็สามารถส่งมาได้เช่นกันส่วนเื่ราคา ข้าย่อมมิเอาเปรียบพวกเ้าอย่างแน่นอน”
หลินหร่วนพยักหน้า “ตกลง ข้าจะขึ้นเขาไปเก็บเห็ดแล้วอีกสองวันหลังจากนี้ข้าจะนำมาส่งให้ท่าน บัดนี้คาดว่าท่านคงกำลังยุ่งอยู่ เช่นนั้นข้าขอตัวลาก่อน”
“แม่นางหลิน บัดนี้เป็ยามอู่แล้ว อยู่กินมื้อกลางวันก่อนแล้วค่อยออกเดินทางเถิด”
“ไม่ ! พวกเรายังมีธุระที่ต้องจัดการ”
เมื่อหลงจู๊เฉียนได้ยินดังนั้น เขาจึงรีบส่งเงินค่าองุ่นให้หลินหร่วนทันที
ครานี้องุ่นมีจำนวนมากกว่าเดิม โดยมีทั้งสิ้น50 ชั่ง คิดชั่งละ 30 อีแปะ รวม 50 ชั่งคิดเป็เงิน 1,500 อีแปะ หลงจู๊เฉียนหยิบเงินออกมาสองตำลึงแล้วส่งให้นาง
“แม่นางหลิน นี่คือเงินพิเศษเหมือนคราที่แล้ว”
“ขอบใจ หลงจู๊เฉียน เงินนี้ข้าจะรับไว้ แล้วพรุ่งนี้ข้าจะส่งของมาให้ท่านอีก”
หลังจากเดินออกมาจากหอจุ้ยเซียนแล้ว หลินหร่วนจึงเอ่ยขึ้นมาว่า"จงพาข้าไปร้านขายยาที่ใหญ่ที่สุดในเมือง"
หลินหานเอ่ยถามอย่างสงสัย “มิมีผู้ใดป่วยนี่ พวกเราจะไปทำอันใดที่นั่นกัน ? ”
“แน่นอนว่าต้องไปขายยาอยู่แล้ว”
หลินหร่วนหยิบเขากวางคู่หนึ่งในกระเป๋าออกมา
หลินหานจ้องมองอยู่ชั่วครู่ก่อนจะนึกขึ้นมาได้"นี่คือเขากวางเยี่ยงนั้นหรือ ?เ้าเอามันมาจากที่ใด ? ”
หลินหร่วนเข้าไปกระซิบที่ข้างหูของเขา "หากข้าบอกว่าแม่เสือตัวนั้นมอบให้เ้าจะเชื่อหรือไม่ ? "
หลินหานเบิกตากว้างทันใด “เ้า...เ้าล้อเล่นหรือไม่! ”
“ข้าดูเหมือนกำลังล้อเล่นอยู่หรือเยี่ยงไร”
หลินหานแสดงท่าทีราวกับมิอยากจะเชื่อเขาสูดหายใจเข้าลึกพลางหันศีรษะไปด้านข้าง
หลินหร่วนยักไหล่ มิเชื่อก็ตามใจ นางจะยังทำอันใดได้อีกกัน?
แม้ว่าหลินหานจะมิเชื่อในสิ่งที่หลินหร่วนเอ่ย ทว่าเขาก็ยังพาหลินหร่วนไปยังร้านขายยา
จี้ชื่อถังเป็ร้านขายยาที่ใหญ่ที่สุดในเขตยู่หลินมิว่าจะเป็คุณภาพของยาหรือทักษะทางการแพทย์ล้วนเป็เลิศทั้งสิ้น
ทั้งสองเดินไปชั่วครู่ ก่อนจะไปถึงประตูของร้านขายยาจี้ชื่อถัง
แม้ว่าบัดนี้จะเป็ยามอู่ แต่ก็ยังมีผู้คนจำนวนมากในร้านขายยา
หลินหร่วนถอนหายใจยาวออกมา มิว่าจะเป็ยุคสมัยใดโรงพยาบาลก็เป็ธุรกิจที่ทำเงินได้มากโข
นางพาหลินหานเดินเข้าไปในร้านขายยา
ทันใดนั้นก็มีชายหนุ่มผู้หนึ่งเดินเข้ามาถามว่า"ท่านทั้งสองมาซื้อยาใช่หรือไม่ พวกท่านมีใบสั่งยาหรือไม่ ? "
หลินหร่วนส่ายศีรษะ "มิใช่หรอกข้ามีเขากวางมาขาย ข้าสงสัยว่าร้านขายยาของท่านจะรับซื้อหรือไม่ ? "
“รับสิรับ แม่นาง น้องชาย เชิญทางนี้”
ชายหนุ่มผู้นั้นพาพวกเขาไปยังห้องข้าง ๆในห้องโถง
ห้องนี้เป็ห้องขนาดใหญ่มีตะกร้าสมุนไพรชนิดต่างๆ วางไว้มากมาย และมีคนสองคนกำลังนั่งกินข้าวอยู่
ชายหนุ่มผู้นั้นก้าวไปเบื้องหน้าแล้วเอ่ยรายงานว่า“อาจารย์หยู พวกเขากล่าวว่า้าขายเขากวางขอรับ”
อาจารย์หยูวางชามลงแล้วเอ่ยว่า “นำมาให้ข้าดู”
หลินหร่วนรีบส่งเขากวางออกไปอย่างรวดเร็ว
อาจารย์หยูถือมันไว้ในมือพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน “ดี ! เขากวางนี้ค่อนข้างสดใหม่”
เขายื่นเขากวางให้ชายหนุ่มผู้นั้นแล้วออกคำสั่งว่า“นำไปชั่งน้ำหนัก”
ชายหนุ่มผู้นั้นรีบรับเขากวางแล้วนำไปชั่งน้ำหนักทันใด
"หนึ่งชั่งกับสามเหลี่ยง"
อาจารย์หยูชำเลืองมองเขากวางอีกครา แล้วกล่าวว่า“เขากวางสดสามชั่งเมื่อนำไปตากแดด จะได้หนึ่งชั่งพอดี ดังนั้นเขากวางสดหนึ่งชั่งคิดเป็เงินยี่สิบตำลึง”
หลินหร่วนมิมีความรู้เกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ดังนั้นนางจึงพยักหน้ารับทันที
ชายหนุ่มผู้นั้นนับเงินแล้วยื่นให้แก่หลินหร่วนทันใด
มันเป็เหรียญเงินที่ขาวจนแสบตา
เมื่อหลินหร่วนรับเงินมาแล้ว นางจึงพาหลินหานเดินออกมาจากร้านขายยา
แม้ว่าจะเดินออกมาได้ไกลพอสมควรแล้ว ทว่าหลินหานก็ยังมิได้สติคืนกลับมา
เงินยี่สิบตำลึง !มากกว่าคราที่แล้วถึงสี่เท่า !
หลินหร่วนมองดูด้วยความขำขัน ิญญาของเขาแทบจะหลุดออกจากร่างแล้วด้วยซ้ำดังนั้นนางจึงเอื้อมมือออกไปพลางเขย่าร่างของเขาเบา ๆ
“ดูท่าทางของเ้าสิ เงินยี่สิบตำลึงเองมิใช่หรือมีอันใดให้ตื่นเต้นกัน ไปกันเถิด ไปร้านอาหารกัน”
ในที่สุดหลินหานก็กลับมามีสติอีกคราดังนั้นเขาจึงคว้าตัวนางไว้
“ไปร้านอาหารอันใดกัน แค่ซื้อวัตถุดิบมาทำกินเองที่บ้านก็ได้แล้วมิใช่หรือพวกเราต้องวางแผนชีวิตเอาไว้ให้ดี จะใช้จ่ายแบบฟุ่มเฟือยมิได้ สิ่งดี ๆ แบบนี้มิได้เกิดขึ้นทุกคราดังนั้นพวกเราจำต้องเรียนรู้ที่จะหาหนทางอยู่รอดด้วยตนเอง”
หลินหร่วนจ้องมองเขาด้วยสายตาว่างเปล่าทำให้เขารู้สึกขนลุกมิน้อย
“ข้า... ข้า...ถึงเ้าจะได้เงินมาแต่...แต่เ้าจะใช้เงินมือเติบมิได้"
หลินหร่วนยกยิ้มพลางส่ายศีรษะ "เ้าช่างหน้าเืเสียจริง"
หลินหานรู้สึกสงสัย จึงเอ่ยถามออกมาว่า"หน้าเืเป็แบบใดกัน ? "