ลงให้อ่านทุกวัน เวลา 20:00 น. เป็ต้นไป [ส่วน eBook มาวันที่ 28/08/68 ราคาเบา ๆ เพียง 89฿ เก็บเงินรอได้เลยนะคะ]
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
บทที่ 6
หลายสัปดาห์ต่อมา...
คำพูดของอลินในคืนนั้นยังคงตามหลอกหลอนเธียรราวกับเงา มันเป็ความจริงที่เรียบง่ายแต่กลับกรีดลึกเข้าไปในใจของเขาจนเป็แผลเหวอะหวะ
เธียรเปลี่ยนไป...
เขาเลิกที่จะเผชิญหน้ากับเธอตรง ๆ เลิกที่จะใช้คำพูดประชดประชันเพื่อทิ่มแทงเธอ แต่เปลี่ยนมาเป็การเฝ้าสังเกตการณ์อย่างเงียบ ๆ จากมุมของเขาแทน ราวกับนักวิจัยที่กำลังศึกษาพฤติกรรมของสิ่งมีชีวิตที่น่าค้นหาและซับซ้อนเกินกว่าจะเข้าใจ
เขาเห็น...อลินในห้องประชุมที่กำลังโต้เถียงกับผู้บริหารระดับสูงอย่างมีเหตุผลและสุขุม แววตาของเธอมุ่งมั่นและเต็มไปด้วยความเฉียบแหลม ไม่มีความหวั่นไหวแม้แต่น้อย
เขาเห็น...อลินที่กำลังสอนงานพนักงานใหม่ที่ทำพลาดด้วยความใจเย็น เธอไม่ได้ดุด่าหรือตำหนิ แต่กลับอธิบายให้ฟังอย่างละเอียดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่หนักแน่น
“ทำไมคุณไม่ดุพนักงานคนนั้นล่ะ ทำงานพลาดร้ายแรงขนาดนั้น” วันหนึ่งเธียรอดไม่ได้ที่จะถามเธอขึ้นมา หลังจากเห็นเธอจัดการกับปัญหาที่พนักงานคนหนึ่งก่อขึ้นอย่างใจเย็น
อลินเงยหน้าจากเอกสารขึ้นมามองเขาด้วยแววตาเรียบนิ่ง “การดุไม่ได้ช่วยให้งานดีขึ้นหรอกค่ะคุณเธียร” เธอตอบ “การสอนให้เขาเข้าใจต่างหากที่จะไม่ทำให้เกิดความผิดพลาดซ้ำอีก...คนเราทุกคนก็เคยทำพลาดกันทั้งนั้นไม่ใช่เหรอคะ”
คำพูดนั้นทำให้เธียรพูดไม่ออก...เพราะมันเหมือนเธอกำลังพูดถึงตัวเขาเองทางอ้อม
และบางครั้ง...ในตอนเย็นที่ทุกคนกลับบ้านไปหมดแล้ว เขาแอบเห็นเธอในห้องทำงานที่เปิดไฟไว้เพียงดวงเดียว เธอนั่งนิ่ง ๆ มองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย ในแววตาที่เคยสงบนิ่งคู่นั้น...เขากลับมองเห็นความเศร้าและความโดดเดี่ยวที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ จนสุดหัวใจ
ยิ่งเขาพยายามจะเมินเฉย...กลับกลายเป็ว่าเขายิ่งมองหาเธอ สังเกตรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับตัวเธอมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว ทั้งท่าทางการเดินที่สง่างาม วิธีที่เธอใช้ปลายนิ้วเคาะโต๊ะเบา ๆ เวลาครุ่นคิด หรือแม้กระทั่งรอยยิ้มที่มอบให้กับพนักงานทำความสะอาดที่เข้ามาในออฟฟิศ
‘นี่กูเป็บ้าอะไรไปวะ’ เขาถามตัวเองในใจนับครั้งไม่ถ้วน ความรู้สึกสับสนและหงุดหงิดในตัวเองปะปนไปกับความอยากรู้อยากเห็นที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน การยอมรับว่าเขากำลังสนใจผู้หญิงที่เขาเคยผลักไส...มันไม่ต่างอะไรกับการยอมรับความพ่ายแพ้ของตัวเอง
จนกระทั่งเย็นวันหนึ่ง...
เธียรเดินผ่านห้องทำงานของอลินที่ประตูเปิดแง้มไว้ เขากำลังจะเดินผ่านไป แต่ภาพที่เห็นกลับทำให้เท้าของเขาหยุดนิ่ง
อลินนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของเธอ ศีรษะพิงกับพนักเก้าอี้ ดวงตาหลับสนิท มือข้างหนึ่งยกขึ้นนวดขมับตัวเองเบา ๆ ริมฝีปากที่เคยเรียบตึงบัดนี้กลับเม้มเข้าหากันเล็กน้อย เป็ภาพของความอ่อนล้าที่เธอไม่เคยแสดงให้ใครเห็นมาก่อน
เป็ครั้งแรกที่เธียรเห็นเธอในมุมที่เปราะบางและไร้การป้องกันขนาดนี้ และภาพนั้น...มันกลับทำให้หัวใจของเขากระตุกอย่างรุนแรง
เขาตระหนักได้ในวินาทีนั้น...ว่าภายใต้เกราะแห่งความสมบูรณ์แบบที่เธอสร้างขึ้น อลินก็เป็เพียงผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่เหนื่อยล้าและเ็ปเป็เหมือนกัน และความตระหนักรู้นี้...มันได้เปลี่ยนมุมมองที่เขามีต่อเธอไปอย่างสิ้นเชิง
วันต่อมา เธียรตัดสินใจที่จะลองทำในสิ่งที่เขาไม่เคยคิดจะทำมาก่อน
เขารวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโปรเจกต์ที่ต้องสู้กับ Apex Motors ที่เขารู้ว่าอลินกำลังรับผิดชอบอย่างหนักอยู่คนเดียว แล้วเดินตรงไปยังห้องทำงานของเธอ
“คุณเธียร...มีอะไรรึเปล่าคะ” อลินถามขึ้นเมื่อเห็นเขายืนอยู่หน้าประตู เธอรีบเก็บซ่อนสีหน้าที่อ่อนล้าของตัวเองแล้วปรับให้เป็ปกติในทันที
“ผมเห็นรายงานของโปรเจกต์นี้” เขาเดินเข้ามาในห้อง วางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะของเธอ “ดูเหมือนจะติดปัญหาเื่ซัพพลายเออร์เ้าใหม่อยู่ใช่ไหม”
อลินมองหน้าเขาด้วยความประหลาดใจและหวาดระแวง “ค่ะ...แต่ดิฉันกำลังจัดการอยู่ ไม่ต้องรบกวนคุณเธียรหรอกค่ะ” เธอตอบอย่างสุภาพแต่ก็เป็การสร้างระยะห่างไปในตัว
“ผมไม่ได้บอกว่าคุณจัดการไม่ได้” เธียรรีบพูด เขารู้ดีว่าต้องใช้เหตุผลเข้าสู้ ไม่ใช่อารมณ์ “แต่ในฐานะที่ผมเป็รองประธาน...เื่นี้ก็ถือเป็ความรับผิดชอบร่วมกันของเราไม่ใช่เหรอ”
อลินนิ่งไป เธอปฏิเสธเขาได้ยากเมื่อเขาใช้เหตุผลเื่งานมาอ้าง
“ให้ผมช่วยดูหน่อยเถอะ อย่างน้อยสองหัวก็ดีกว่าหัวเดียว...ผมอาจจะมีมุมมองบางอย่างจากประสบการณ์ที่อังกฤษมาช่วยคุณได้บ้าง” เขากล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าปกติ
อลินมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา พยายามจะค้นหาเจตนาที่แท้จริง แต่สิ่งที่เธอเห็นกลับไม่ใช่การท้าทายหรือการดูแคลนเหมือนเคย แต่เป็ความจริงจังบางอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
“...ก็ได้ค่ะ” ในที่สุดเธอก็ยอมตกลง
การทำงานร่วมกันอย่างเป็ทางการครั้งแรกจึงได้เริ่มต้นขึ้น เธียรย้ายเก้าอี้มานั่งข้าง ๆ เธอเพื่อดูแผนงานบนหน้าจอคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวกัน ความใกล้ชิดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ทำให้บรรยากาศเริ่มอึดอัดขึ้นมาเล็กน้อย
“ผมว่าถ้าเราลองติดต่อซัพพลายเออร์เ้านี้ที่เยอรมนีโดยตรง อาจจะได้ราคาที่ดีกว่าการผ่านเอเยนต์นะ” เธียรชี้ไปที่ข้อมูลบนหน้าจอ
“ดิฉันก็เคยคิดแบบนั้นค่ะ แต่ติดปัญหาเื่ภาษาและกฎหมายการนำเข้าของที่นั่นที่ค่อนข้างซับซ้อน”
“เื่นั้นไม่ต้องห่วง ผมมีเพื่อนที่ทำบริษัทกฎหมายอยู่ที่เบอร์ลิน เดี๋ยวผมจัดการติดต่อให้”
ความช่วยเหลือของเขามีประโยชน์อย่างแท้จริง ความรู้และคอนเนคชันของเขาช่วยให้ปัญหาที่ดูเหมือนจะติดขัดมานานเริ่มมองเห็นทางออก
“แล้วตรงนี้...แผนผังการกระจายสินค้า...” เธียรโน้มตัวลงมาเพื่อจะชี้ให้เธอดูรายละเอียดบนเอกสารที่กางอยู่บนโต๊ะ ทำให้ใบหน้าและร่างกายของพวกเขาทั้งสองเข้ามาใกล้กันโดยไม่ได้ตั้งใจ
อลินััได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของเขาและกลิ่นโคโลญจน์จาง ๆ ที่เป็เอกลักษณ์...กลิ่นที่เธอไม่เคยได้กลิ่นใกล้ขนาดนี้มาก่อน หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
เธียรเองก็ชะงักไปเช่นกัน เขารู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ของเธอที่รดอยู่ข้างแก้มและเส้นผมสลวยที่ปรกหน้าผากเนียนของเธอ...
ทั้งสองรีบผละออกจากกันในทันที บรรยากาศเต็มไปด้วยความประหม่าและไม่เป็ธรรมชาติ
“เอ่อ...ขอโทษที” เธียรเป็ฝ่ายพูดขึ้นก่อน แก้เก้อด้วยการกระแอมเบา ๆ
“ไม่...ไม่เป็ไรค่ะ” อลินตอบเสียงแ่ รีบก้มหน้าลงมองเอกสารเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มร้อนผ่าวของเธอ
กำแพงน้ำแข็งที่เคยขวางกั้นระหว่างพวกเขาทั้งสอง...กำลังมีรอยร้าวเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ
คืนนั้น...
ทั้งออฟฟิศเงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศและเสียงฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาด้านนอก เหลือเพียงเธียรและอลินที่ยังคงนั่งทำงานอยู่เพื่อสรุปแผนการทั้งหมดให้เสร็จทันเวลา
“เหลืออีกแค่นิดเดียวก็จะเสร็จแล้วค่ะ” อลินพูดขึ้น ทั้งที่ดวงตาของเธอเริ่มจะปิดลงด้วยความอ่อนเพลีย
“ไม่ไหวก็พักก่อนก็ได้นะ” เธียรพูดด้วยความเป็ห่วง เขาสังเกตเห็นว่าเธอฝืนตัวเองมาหลายชั่วโมงแล้ว
“ไม่เป็ไรค่ะ...ฉันยังไหว” เธอตอบ แต่เสียงนั้นช่างแ่เบาเหลือเกิน
เธียรได้แต่ส่ายหัวเบา ๆ เขารู้ว่าเธอเป็คนดื้อรั้นแค่ไหนเวลาที่ตั้งใจจะทำอะไร
เขาปล่อยให้เธอทำงานต่อไป ส่วนตัวเองก็ลุกไปชงกาแฟมาให้...เมื่อเขากลับมาอีกครั้ง ก็พบว่าร่างบางของอลินได้ฟุบหลับลงบนโต๊ะทำงานไปเรียบร้อยแล้ว
ลมหายใจของเธอดังเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ เป็ภาพที่ดูสงบและไร้การป้องกันที่สุด...
เธียรวางแก้วกาแฟลงอย่างแ่เบาที่สุด เขายืนมองเธอที่หลับอยู่ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย...ความสงสาร...ความเป็ห่วง...และความรู้สึกบางอย่างที่อุ่นวาบขึ้นมาในใจ
เขาต่อสู้กับความรู้สึกของตัวเอง...ความรู้สึกที่อยากจะเอื้อมมือไปปัดเส้นผมที่ปรกหน้าเธอออก...อยากจะััแก้มเนียนนั้นเบา ๆ ...แต่เขาก็รู้ดีว่าเขาไม่มีสิทธิ์
ชายหนุ่มถอนหายใจยาว...ก่อนจะตัดสินใจทำในสิ่งที่หัวใจของเขาร่ำร้อง
เธียรค่อย ๆ ถอดเสื้อสูทแบรนด์หรูของตัวเองออกอย่างช้า ๆ แล้วบรรจงคลุมมันลงบนไหล่บอบบางของอลินที่กำลังหลับใหลอย่างแ่เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อไม่ให้เธอต้องตื่นขึ้นมา
ในจังหวะนั้นเอง ปลายนิ้วของเขาก็เผลอเฉียดไปโดนแก้มเนียนใสของเธอเบา ๆ ...
ััที่นุ่มนวลและอบอุ่นนั้นทำให้หัวใจของเธียรเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เขารีบชักมือกลับทันทีราวกับถูกของร้อน
เขายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง มองใบหน้ายามหลับที่ดูไร้เดียงสาของเธอภายใต้ความอบอุ่นจากเสื้อสูทของเขา ก่อนจะตัดสินใจหมุนตัวและเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว...