อย่างน้อยได้โอรสขององค์าา มาเป็แนวร่วม
พอมีหนทางที่จะมุ่งสะสางกับกลุ่มจำพวก
แอบมีเจตนาร้ายต่อประมุขหวังแย่งแผ่นดินอีสาน
สิ่งแรกควรทำ คือการอพยพผู้คนเข้ามาไว้ในเรือนอาณาเขตนำทั้งหมดมาอุปการะ
ท้าวเทศรับอิทธิพลในเื่จริยธรรม จากองค์หญิงขันทอง
เข้าปรึกษามารดา คำพระนางชี้ให้เห็นความลำบากของบุตรกษัตรา
ที่เคยตกทุกข์ได้ยาก อันกว่าจะผ่านมาได้ช่างแสนเข็ญ
ซึ่งคาระปงเลือกที่จะปิดบังตัวตน ใช้ชื่อคำปงทั้งหลีกเลี่ยงใช้ชีวิตเยี่ยงสามัญชนเรื่อยมา
ข้อนี้ขันทองนับถือตรงมีความอดทน ด้วยเหตุผลหวั่นกระทบกระเทือนหลายฝ่าย
จนกระทั่งเื่ราวจำต้องเกี่ยวข้องหวนคืนสถานะเช่นเดิม
อีกถ้อยคำเตือนให้ได้สติ ภัยจากการหลงใหลแสวงหาอำนาจ
มวลไม่เป็สิทธิของตนแต่เดิม อาจสร้างความเดือดร้อนแก่ตัวและครอบครัว
พื้นฐานไม่ใช่คนโลภมากทะเยอทะยาน หากอุปนิสัยรักสงบใฝ่ธรรมะด้วยซ้ำ
ติดตรงศักดินาเชื้อพระวงศ์ คงต้องคอยรับใช้สนองบาทองค์เลอสรวงผู้พี่
ต่อแต่นี้ข้อมลทินจะถูกล้างด้วยผู้มาช่วยกันเสริมฐานบารมี
หากปัญหาอยู่ที่ว่า ต่างแยกกันเป็สามก๊กเหล่าในบรรดา
ท้าวรณชัยเข้าพวกกับเทวีจามร แม่หยัวองค์ปัจจุบัน
นั้นก็ยากจะไว้ใจกันได้ ถ้าเข้าหาพาฝากตัวบักลายสือ
ด้านปุโรหิตมังคลาพราหมณ์ ไม่ต้องพูดถึงเนื่องเขม่นเป็อริเก่า
สำหรับตนจึงคิดอ่านดำเนินการไปอย่างเงียบ ๆ
เพราะขณะนี้พ่อหลวงของอาณาจักร ยังไม่ฟื้นตื่นสติได้ความ
คำปงถูกปฏิบัติเป็อย่างดี สมศักดิ์ศรีองค์หญิง แม้จะถูกถอดยศมเหสีก็ตาม
ในยามคับขันนางติดต่อกับบิดา เ้าพระยาครองเมืองแถบสยาม
เมื่อลูกชายพยายามทำหน้าที่ตอบแทนบุญคุณของคนเป็พ่อ เสาะหาผู้ประสงค์ร้าย
คนเป็แม่รู้ดี ไม่มีทางลายสือจะละเลยภารกิจติดค้างได้
เลยต้องหาฐานกำลังเสริม วลีจดหมายลับที่ส่งถึงมือบิดาหนนี้
ไม่ได้กล่าวเื่โชคชะตารันทดซึ่งประสบ เฉกเช่นเคยแย้งราชสาส์น
ยืนยันการมีชีวิตอยู่ของนาง ใช้ค้านเหตุหวั่นบานปลาย
เพราะนั่นเป็ประเด็นเปราะบางเหลือเกินหากเอามาพูด
ขั้นเกิดายกทัพ เพื่อสั่งสอนองค์เลอสรวง
เขยทาง*รัฐศรีจนาศะ อาณาเขตแอ่งโคราชนั่นเอง
บังอาจทำกับธิดาต้องระหกระเหิน พลัดถิ่นฐานตามยถากรรม
ระดับปกครองแหล่งต้นน้ำชุมชนเศรษฐกิจ ลุ่มสุวรรณภูมิ
คงไม่ปล่อยให้ผ่านไปง่าย ๆ แน่ พึงระวังในข้อเขียน
ร้อยเรียงประโยคสื่อแค่ขอความช่วยเหลือบางอย่าง
โปรดกรุณาให้หยิบยืมกองพลทหารสังกัดครุฑดำ เหล่าฝีมือฉกาจ
ประการนางห่วงถึงความปลอดภัยของตัวบุตร โดยรอบข้างล้วนอันตราย
บัดนี้หน่อเนื้อเชื้อไขกษัตริย์ถูกเปิดเผย ฝูงศัตรูคงมุ่งขจัดให้พ้นทาง
“ฮู้จักแวดวังโตเด้อ ลูก”
หลังจากกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ ด้วยความอนุเคราะห์ของท้าวเทศ
คำปงนางพูดย้ำกับบุตรเสมอ ในเื่นี้เพราะพอมีประสบการณ์
บางทีความดีก็ไม่สามารถใช้ป้องกัน จำพวกจ้องแต่จะทำร้าย
“ข่อยสิเชื่อคำแม่”
อายุแค่นี้ผ่านความเป็ความตายมา บักลายสือไม่ประมาท
เรือนพักแยกต่างหากเป็สัดส่วน อีกครอบครัวบักแป มันอยู่กับพ่อแม่
ถัดไปเป็ที่อยู่ของเด็ก ๆ โดยได้ตาลุนกับเสือหาญคอยสอนวิชาอาคม
เสริมหนุนให้เก่งกล้าขึ้นตามวัย ของแต่ละคนในเส้นทางอนาคต
...วันนี้ท้าวเทศเข้าเฝ้าองค์เลอสรวงพระาา พร้อมเสือหาญกับบักลายสือ
มีตาลุนขอตามพ่วงมาด้วยเผื่อไว้อีกคน ท่องร่ายมนต์อำพราง
ต่างเข้าสู่บริเวณราชฐานชั้นใน ยังห้องบรรทม
ธำมรงค์ทับทิมสีแดงปลั่ง ยังวางบนพานผ้ารองทอจากต้นกัญชงป่า
อีกวงพลอยไพลินสีน้ำเงินเข้ม ถูกวางคู่โดยแผนกแต่งองค์ทรงเครื่องดูแลอย่างดี
ไม่มีใครแตะต้องของพ่อหลวง แม้ไม่เคยปรากฏเห็นมาก่อน
จามรพระนางมองข้าม คิดเป็เพียงเครื่องประดับสมบัติสะสมในท้องพระคลัง
จะมีผู้รู้ข้อมูลคร่าว ๆ คือมังคลาพราหมณ์ปุโรหิตเท่านั้น
ด้วยรับทราบจากคำตรัสขององค์เลอสรวง เกี่ยวกับที่มาของแหวนวงใหม่
ถึงกระนั้นยังไม่ได้เอะใจอะไร เนื่องยุ่งยาก่หัวเลี้ยวหัวต่อ
ประเด็นฟาดฟันแย่งอำนาจกับท้าวรณชัย ซึ่งอยู่ฝ่ายเดียวกันกับเทวีจามร
มเหสีผู้เหิมเกริมหวังครองอำนาจสืบทอดบัลลังก์
ยึดปกครองด้วยดึงเอาขุนนางระดับสูงเข้าเป็พวก
ครั้งมาถึงบรรดาหมอหลวง รายงานอาการทรงไร้วี่แววฟื้นตื่น
ต่อหน้าท้าวเทศ จากนั้นจึงออกไปให้ได้เข้าเยี่ยมลำพัง
หากพิษภัยมาจากเวทมนต์ คงพอปัดเป่าถอดถอนได้
แต่นี่เกิดจากการเจือลงในเครื่องเสวยพระกระยาหาร
โดยองค์เทวีจามรทรงควบคุมจัดแต่งด้วยพระนางเอง
ทีละนิดทีละน้อยทุกเมื่อเชื่อวัน จวบจนออกฤทธิ์ให้เห็นผล
พักหลังกระหน่ำเพิ่มเร่งกระษัยลงไปอีก จนล้มหมอนนอนจมอัมพาต
วรกายหลับไหล ดุจถูกฝันร้ายในวังวนครอบงำ
ทรงหาทางหลุดพ้นยังไม่พบ แสงสว่างปลายอุโมงค์ริบหรี่
ท้าวเทศทอดมองแล้วสลดหดหู่ ขั้นเ้าอาณาจักร เปรียบดังสมมุติเทพ
ยังเจอวิบากกรรมเข้ามากระทบในชีวิต ให้ได้เผชิญ
ต่างจากแววตาบักลายสือ ที่เห็นอีกแง่มุมของวงจรวิบัติ
แบ่งพรรคแบ่งพวกเพื่อแก่งแย่ง ชิงความเป็ใหญ่ในแผ่นดิน
โคตรศักราชปราบดาภิเษกขึ้น ด้วยรวบรวมอาณาจักรเป็ฝึกแผ่น
ยกกระบัตรปกครองระบอบาาธิราชสืบสานรุ่นแล้วรุ่นเล่า
่ยุคตกในวิกฤต อำมาตราชเ้าทั้งหลายหวังทลายกำแพงสูง
เหยียบหัวกัน ไขว่คว้าปีนป่ายข้ามมาจัดตั้งคณะแบ่งกันบริหาร ตักตวงส่อสันดาน
วาทะซึ่งเป็ประเด็น รอลงมติอาญาหาคนร้ายลอบปลงพระชนม์
ถูกกำหนดด้วยผองผู้คิดคด เสมือนเล่นละครแหกตาในท้องพระโรง
ท้ายเื่พุ่งเป้ามายังเชื้อพระวงศ์ผู้ใกล้ชิด ยัดเยียดข้อหาวางยาก่อฏ
ระบุกันแบบไม่ต้องสืบคดี พลันมีคนรับโทษคือท้าวเทศ
ยอมไม่ได้เลยสำหรับมัน บักลายสือรู้เช่นเห็นชาติฝั่งชั่วช้า
โดนกับตัวเองมาแล้ว เดชะบุญอิทธิฤทธิ์แหวนวิเศษ สามารถชุบฟื้นคืน
ในตอนท้าวรณชัยบีบนายอนันต์ทางอ้อม บังคับใช้ยาสั่ง
สังหารหมู่เด็กขนเกลือ จำนวนหดหายอีกตายโหงนับหลายชีวิต
ยังไม่รวมต่างพื้นที่ห่างไกล ในแต่ละจุดต่อปีมีเท่าไร
คล่ำปมมาตลอด ขมวดกลายเป็เื่เชื่อมโยงถึงกันตามสันนิษฐาน
“ข้าน้อย ข่อยสิหายาแก้กับอ้ายลุน”
ร่างพรางตาเสือหาญเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ
ถึงจะมีเครือแนวตัวแทน อภิสิทธิ์สายโลหิตร่วมในคณาญาติ
สำคัญต้องรักษาพระอาการองค์เลอสรวงควบคู่ไปด้วยขณะนี้
“ดี คึกัน”
คำจากปากท้าวเทศ แสดงเจตนาจากใจโดยแท้จริง
ยิ่งทำให้รู้ว่าใครคือศัตรูหรือพันธมิตร พิจารณาได้ลายสือทบทวน
ยกโขยงร่วมหัวจมท้ายขึ้นเรือลำเดียวกัน ลดอโหสิอภัยสำหรับการกระทำที่แล้วมา
“ฮองเบิ่งบ่”
เหมือนมีสิ่งดลใจ บักลายสือผุดนึกได้
แลเห็นแหวนวางไว้ตรงที่เดิมทั้งสองวง บนพานตั้งอยู่บริเวณนั้น
คล้ายรู้ในความคิด ตาลุนชอบอยู่แล้วแนวเหนือคาด
“เอาโลดผู้มีบุญ ข่อยกะอยากเห็นอีก”
เสือหาญเองรีบบอก
“ถ่าหยัง ซั่นหน่ะ”
ตัดสินใจก้าวเดิน พนมมือก่อนสวมกำลังตั้งจิตอธิษฐาน
ทันใดปุโรหิตตัวดีเข้ามาขัดจังหวะ
“คราวได่เอิ้นขวัญ พ่อหลวงแล้ว”
ส่งเสียงแจ้งขั้นตอนพิธีกรรมทางพราหมณ์ มังคลาเอางานบังหน้า
พาคณะนุ่งขาวมาเป็ขบวน ตระเตรียมสังสการบวงสรวงต่อเทพยดา
ลอยเคราะห์ให้กษัตริย์ องค์ซึ่งตกในอาการประชวรหลับลึก
“จังซั่น คึสิบ่อยู่โดน”
เอ่ยชนิดไม่มองหน้า ท้าวเทศเกลียดนักกับสายตาิ่
เ้ากี้เ้าการจัดแจงถือตนสูงสุดในวรรณะ เหยียดหยามผู้อื่นดุจเป็กาฝาก
ขยับย่างเดิน ท้าวเทศพูดบอกนัยแก่บุคคลพรางกายทั้งสาม
พลาดจะทดลองนำแหวนมาช่วยให้องค์เลอสรวงตื่นฟื้นจากนิทรา
พ้นระยะห่าง มังคลาพราหมณ์ลอบยิ้มย่อง
“เอาหละ บาดหนิเริ่มได่”
ที่แท้จัดฉาก ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเอาอชาตะอสูรกายมาปล่อยใส่ร่างไร้สติ
ถ่ายเทจากท้าวรณชัย ที่เหลือแค่ซากแห้งถูกสูบกินจนหนังหุ้มกระดูก
่องค์เลอสรวงไม่มีแหวนศักดิ์สิทธิ์สวมติดนิ้ว เนื่องถูกถอดจากพวกนางต้นเครื่อง
ซึ่งมีหน้าที่ดูแลเช็ดพระวรกาย จึงเป็ช่องโหว่ให้ตกในห้วงไร้สิ่งคุ้มครอง จากมหันตภัยมืด
จัดการไล่ลบบัญชีไปทีละคน มังคลาฮึกเหิมกุมชะตากรรมในมือ
...กลับมาอย่างเสียดาย ยังไม่ทันทำการใดถูกสอดแทรก
ลู่ทางคงต้องหาโอกาสใหม่สักครั้ง ลายสือมันเองภาวนา
“ไว้งวดหน้า สาเนาะ”
พลอยอดได้เห็นปาฏิหาริย์ ตาลุนปลอบใจทิ้งท้าย
ถึงเรือนได้แยกย้ายกัน ท้าวเทศติดธุระออกไปดูน้ำท่วมพังตลิ่มริมมูล
คันนาราษฎรเสียหายต้องรีบแก้ไขเป็การด่วน
ปล่อยความคิดเดินไปเรื่อยเปื่อยในสวนหลังบ้าน บักลายสือนั่งเหม่อใต้ต้นขนุน
“เอ๊อะ!”
เม็ดขนาดเท่าหัวนิ้วโป้ง ถูกคายจากบนต้น ร่วงมาโดนกลางกระหม่อม
“เผอหล่ะ?”โพล่งภาษาพวนคุ้นปาก ถามหาที่มา
ใบหนาแหวกออกเป็ นางน้อยะโลงตรงหน้า
“ฮ่วย! ขมาเด้อ”รจนาใ
ในความหลบขึ้นไปกินเนื้อขนุนบนต้น หน่ำซ้ำก่อให้มีคนเจ็บตัว
“บ่ ๆ เป็หยัง”
เอ่ยเท่านั้น ลายสือพูดติดขัดไม่เอาเื่
ใครจะไปเชื่อ ผู้หญิงที่ไหนปีนป่ายซ่อนตัว ทำลับล่อ
หลักฐานติดแก้มคราบเปรอะ ท่าทางตระหนก
“อย่าสิบอกไผเด้อ”
ยังขอร้องให้ช่วยปิดปาก ก่อนวิ่งหายจนชะเง้อมองตามไม่ทัน
“อีหยังวะ?”
เกาหัวสงสัยในสิ่งเกิดขึ้น บักลายสือยืนค้าง
ภาพจำคือใบหน้าที่มันหยุดจ้องไม่ได้ ใจเต้นโครมครามยามสบตา.
*รัฐศรีจนาศะ สมัยประวัติศาสตร์ ได้มีความเจริญรุ่งเรืองมาั้แ่สมัยทวารวดี
ศูนย์กลางอยู่ที่เมืองเสมา ตั้งอยู่อำเภอสูงเนินในปัจจุบัน ลักษณะเป็เมืองใหญ่
ต่อมาในสมัยขอมพระนครมีการสร้าง เมืองโคราช หรือ นครราช
อยู่ในบริเวณเดียวกัน และ มีเมืองพิมายเป็เมืองสำคัญของขอมในแถวนี้
(อ้างอิงจากวิกิพีเดีย)