HACK ME! ศึกรักสังเวียนไซเบอร์ (มี Ebook)

    ตอนที่ 2 ภารกิจลับของเชฟเบเกอรี

    2 | ภารกิจลับของเชฟเบเกอรี
    “น้าซันมานั่งนี่สิค้า ปะป๊าทำขนมอันนี้มาให้น้าซันเป็นพิเศษเลยน้า...”หนูเกลกึ่งจูงกึ่งลากฉันมานั่งข้าง ๆ บนโซฟา แล้วชี้ไปที่ขนมเอแคลร์น่าตาน่ากินม้ากมาก แต่จะไม่น่ากินก็เพราะคนทำนี่แหละ ชิ!“ไม่เอาอ้ะ น้าซันกลัวอ้วน” ปากไม่ตรงกับใจอีกแล้วนางสาวตะวันวาด“คุณคงจะกลัวไม่ทันแล้วละครับ”เฮือก...หน้าชาขึ้นมาครึ่งซีก เหมือนโดนสบประมาทอย่างร้ายแรง กล้ามากนะที่พูดแบบนี้ นายนักรบ!“นี่นายว่าฉันอ้วนเหรอ อย่ามาพูดพล่อย ๆ นะ ฉันออกจะหุ่นดี”นายนักรบทำเป็นสำลักน้ำ “อ่อ ใช่ครับ สูงยาวเข่าดี ดูคล้าย ๆ กับ...”“คล้ายอะไร พูดให้ดีนะยะ!”“ก็คล้ายนางแบบไงล่ะคุณ แหม... คิดว่าผมจะต้องกัดคุณตลอดเลยเหรอ มองโลกในแง่ร้ายเกินไปหรือเปล่า”“ก็แล้วไป... เฮอะ”“แต่ว่า...” นายนักรบเหล่ตามองอย่างเจ้าเล่ห์ เริ่มทะแม่ง ๆ ซะแล้วซิ“แต่อะไรยะ”“ตอนเดินน่ะ ไม่เหมือนนางแบบ เดินพรวด ๆ เป็นผู้ชายอย่างนี้มันเก้งก้างเหมือนนกกระยางยังไงไม่รู้นะคุณ”“นาย!”“เอ้า! เตือนด้วยความหวังดีนะครับ เป็นผู้หญิงน่ะหัดอ่อนหวานหน่อยซี”“นี่! นายว่าฉันอีกแล้วนะ นายน่ะ...” ฉันกำลังจะสาดคำด่าเข้าใส่ แต่ติดที่คุณนายจันทร์ยกมือห้ามทัพเสียก่อน“พอ ๆ จะทะเลาะกันทำไมนะสองคนนี้ ไม่อายหนูเกลบ้างหรือไง เดี๋ยวเด็กก็เอาเป็นแบบอย่างหรอก”“ใช่ ๆ ค่า เดี๋ยวหนูเกลโตขึ้นตาเหล่เหมือนปะป๊า หน้าหงิกเหมือนน้าซัน ก็หาแฟนไม่ได้กันพอดีซิ”หนูเกลไม่พูดเปล่า ยังทำท่าตาเหล่หน้าหงิกประกอบด้วย จึงบังเกิดเสียงหัวเราะครืนขึ้นมาจากวงขนม ต้องยอมศิโรราบให้กับความคิดของเจ้าหนูน้อยจริง ๆ“น้าซันกินขนมกับหนูเกลนะ อ้ำๆ หนูเกลป้อนค่ะ”สุดท้าย ฉันจำต้องยอมอ้าปากรับขนมจากยัยตัวแสบ ก่อนจะพบว่ามัน....อร่อยมาก ๆ ทั้งสามคนหัวเราะคิกคักกันใหญ่ เมื่อขนมชิ้นที่สองตามเข้าปากฉันไปติด ๆ ทำไมล่ะยะ ก็เดี๋ยวจะเสียน้ำใจไงแล้วปาร์ตี้ขนมก็ดำเนินไปด้วยเสียงหัวเราะครื้นเครง เป็นบรรยากาศที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นหากฉันกับแม่อยู่ด้วยกันเพียงสองคน พ่อฉันเป็นทหารยศใหญ่ ท่านจากเราไปตั้งแต่ฉันอายุสิบแปดปีเพราะเฮลิคอปเตอร์ที่พ่อนั่งไปตระเวนสำรวจตามแนวชายแดน ถูกพวกกลุ่มค้ายาเสพติดข้ามชาติดักซุ่มยิงด้วยอาวุธสงครามจนตกและไฟลุกท่วม พ่อจากไปทันทีโดยที่ฉันกับแม่ไม่ทันได้ดูใจและบอกลาครั้งสุดท้ายแม่ช็อกกับเหตุการณ์นี้มาก ประกอบกับโรคประจำตัวของแม่ที่เป็นมานานแล้วอย่างโรคหัวใจ ทำให้ฉันต้องดูแลแม่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น ตั้งแต่นั้นมาฉันก็กลายเป็นเสาหลักของบ้าน ตั้งใจเรียนแล้วทำงานเก็บเงิน เพื่อจะให้แม่อยู่อย่างสบาย ๆ ไม่ต้องทำงานหนัก แต่คุณนายจันทร์เธอยอมซะที่ไหน บ่นว่าไม่อยากเป็นภาระและไม่ยอมท่าเดียว เลยต้องเปิดร้านดอกไม้เล็ก ๆ ในตลาดให้คุณนายเธอดูแลแม้อีกใจหนึ่งจะอดห่วงแม่ไม่ได้ กลัวว่าถ้าอาการกำเริบขึ้นมาจะลำบากเพราะฉันเองก็ไม่ได้อยู่ด้วยตลอดเวลา ยังมีหน้าที่การงานที่ต้องรับผิดชอบ บีบบังคับให้ต้องทุ่มเทและไม่สามารถละทิ้งได้ แต่โชคดีที่สามสี่ปีมานี้มียัยตัวยุ่งข้างบ้านมาคอยประจ๋อประแจ๋คุณยายอยู่ทุกวัน คุณแม่จึงดูสดใสขึ้นแถมยังหัวเราะเก่งขึ้นด้วย และไม่เคยมีอาการกำเริบอีกเลย นับว่าเป็นเรื่องดีมาก แต่จะดีกว่านี้ถ้าหนูเกลจะไม่พ่วงเอาพ่อที่เป็นอีตาบ้าปากเสียนั่นมาด้วย“พักผ่อนดูทีวีกันไปก่อนนะลูก เดี๋ยวแม่ไปทำกับข้าวก่อน รบกับหนูเกลก็อยู่ทานด้วยกันก่อนนะ อย่าเพิ่งกลับ”“ครับแม่ ขอฝากท้องด้วยสักมื้อนะครับ” นายนักรบรับคำอย่างหน้าชื่นทันทีทันใด จนฉันอดจะแอบเบะปากไม่ได้ ดูเถอะ ปฏิเสธไม่เป็นหรือไงยะ ไม่เกรงใจกันบ้างเลยนะ ยังไม่ทันจบความคิดนายตัวดีก็หันมายักคิ้วแผล็บๆ ให้ฉัน... แน๊ะ! กวนประสาท“หนูเกลก็จะทำกับข้าวด้วยค่า”เด็กหญิงรีบยกมือร้องบอกเสียงแจ๋วแล้วเดินไปเกาะแขนคุณยาย คุณแม่จันทร์ก็ยิ้มรับอย่างเอ็นดู“ไปสิจ๊ะ เดี๋ยวยายจะสอนทำกับข้าวดีไหม” แม่พูดพลางลูบหัวยัยตัวยุ่งที่ยิ้มร่า พยักหน้ารับหงึกหงักฉันขยับลุกขึ้นตามไปอีกคน “ซันช่วยนะคะแม่”“ไม่ต้องหรอกลูก อยู่คุยกับนักรบเถอะ แม่กับหนูเกลสองคนก็เอาอยู่แล้วเนอะ จริงไหมคะหนูเกล”“ใช่ค่า มีหนูเกลอยู่ทั้งคน หายห่วงค่า เนอะคุณยายเนอะ”หนูน้อยตอบพลางพยักเพยิดกับคุณยาย หัวเราะกันคิกคัก ฉันหัวเราะเบา ๆ มองตามร่างท้วม ๆ ของแม่จูงมือน้อยของผู้ช่วยเข้าครัวอย่างสนิทสนมราวกับเป็นสายเลือดเดียวกัน แต่ว่า... หึหึ เกือบลืมไปเลยว่ามีตัวป่วนอีกคนอยู่ด้วย แล้วตอนนี้ก็เหลือกันอยู่สองคน ให้ตายเถอะ“เย้... ดีใจจัง จะได้กินกับข้าวแม่จันทร์ด้วย ต้องอร่อยมากแน่ ๆ เลย แต่คุณกลัวอ้วนนี่ จะกินด้วยเหรอ”นั่นไง ความคิดยังไม่ทันจาง ตัวทำลายบรรยากาศก็เริ่มทำงานทันที“แม่ฉันก็ชวนนายตามมารยาทเท่านั้นละ มารยาทน่ะมารยาท รู้จักไหม คราวหลังนายก็หัดเกรงใจซะบ้าง แม่ลูกเขาจะกินข้าวด้วยกันเป็นครอบครัวไม่รู้หรือไง” ฉันพูดใส่เป็นไฟ แล้วย่นจมูกใส่อีกทีด้วยอารมณ์หงุดหงิด“โหย... คุณ ทำไมผมจะไม่รู้จักล่ะครับมารยาทน่ะ แต่ทีคุณยังฟาดเอแคลร์ผมหมดไปตั้งครึ่งกล่องแน่ะ”“เอ๊ะ ฉันก็รับของตามมารยาทไงล่ะ แล้วนายก็เป็นคนให้มาเองนี่ ฉันไปขอมาหรือไง หรือถ้าฉันไม่รับ แม่ก็ว่าฉันอยู่ดี อย่ามาพูดแบบนี้นะ ว่าฉันตะกละหรือไงหา!”วอนซะแล้วไหมล่ะ อย่าให้ฉันวิบขึ้นมานะ“ล้อเล่นน่ะคุณ แค่นี้ก็ต้องโมโหด้วยเหรอ” นายเพื่อนบ้านโดนด่าก็ยังอารมณ์ดีอยู่ได้ “ว่าแต่ รสชาติโอเคไหม เอแคลร์สตรอเบอรี่โยเกิร์ต สูตรใหม่ของร้านผมเลยนะ คุณได้ชิมเป็นคนแรกเลยด้วย”“ก็...” ฉันนิ่งคิดหาคำตอบ จะตอบว่าอะไรดีนะ ให้บอกตามตรงว่าอร่อยเหรอ หึ ฉันก็เสียหน้าแย่สิ แต่จะให้บอกว่าไม่อร่อย ก็ทำลายหลักฐานกล่องเปล่าที่เกลี้ยงจนเหลือแต่ไม้จิ้มไม่ทันเสียแล้ว ฮึ่ย…“อร่อย!” อุ๊ย คนตอบไม่ใช่ฉันนะ นายคนถามนั่นแหละ ถามเองตอบเองซะเรียบร้อย บ้าหรือเปล่า “อร่อยม้ากมากด้วย ผมรู้นะว่าคุณชอบ ถ้าชอบผมทำให้กินบ่อย ๆ ดีไหม”“ไม่ต้อง ทำขายไปเถอะ ถ้าฉันจะกินฉันมีปัญญาซื้อเองหรอกนะ เดี๋ยวร้านเจ๊งขึ้นมาจะมาโทษว่าเป็นเพราะฉันกินฟรี”นายนักรบหัวเราะ แถมยังกระเถิบมานั่งโซฟายาวตัวเดียวกับฉัน ทำเป็นส่งสายตาประกายวิบวับ พร้อมกับยื่นใบหน้าขาวใสจนน่าอิจฉามาใกล้ ๆ อีกเคยได้ยินบรรดาสาวน้อยสาวใหญ่ละแวกนี้พากันปลื้มนายนักรบว่าหล่อนักหนา เหมือนดาราเกาหลี ยิ่งนายนี่ยิ้มเก่ง คุยเก่ง อัธยาศัยดี ก็ยิ่งเรียกคะแนนพวกแม่ยกไปเต็ม ๆ ชิ...ใครได้ลองมาเป็นฉันสิ โดนนายนี่ทำป่วนกวนประสาททุกเช้าทุกเย็นแบบนี้ ดูซิยังจะยกยอนายหน้าเกาหลีเป็นคนดีอยู่อีกไหม“นี่คุณซัน ผมเคยได้กินแต่กับข้าวฝีมือแม่คุณ แล้วเมื่อไรจะได้กินฝีมือคุณบ้างล่ะ”“ฝันกลางวันไปเถอะ! ทำไมฉันต้องทำให้นายกินด้วย” ฉันเริ่มพูดจาหาเรื่อง“ก็หนูเกลเคยเล่าให้ฟังว่า คุณทำไข่เจียวอร่อยมาก” แต่นายนักรบก็ยังยิ้มกริ่ม“แล้วไง...”“คุณหุงข้าวเก่งไหม” ถามจบ ก็ยิงยิ้มหล่อตามมาอีกนัด“ก็...พอได้ จะทำไม” ถามแปลก ๆ แค่หุงข้าวเอง มันยากตรงไหน“บ้านผมขาดคนหุงข้าว...”“...?”แล้ว...ยังไงล่ะ“อยากให้เจ้า เป็นคนช่วยหุง”ฉันหลุดยิ้มออกมาจนได้ สุดท้ายเลยแสร้งทำเป็นหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม “บ้าสิ”

    ผมจูงหนูเกลกลับบ้านซึ่งอยู่ติดกันกับบ้านคุณซัน หลังเสร็จจากรับประทานอาหารค่ำร่วมกับแม่จันทร์และคุณซัน สองสาวสองวัย เจ้าหญิงน้อยของผมที่กินอิ่มจนพุงกางยังคงส่งเสียงเจื้อยแจ้วเล่าให้ผมฟังว่าเมื่อครู่คุณยายสอนทำอะไรในครัวบ้าง ดูท่าทางหนูน้อยร่าเริงสดใสเต็มที่ซึ่งก็ไม่ต่างจากปะป๊าของหนูเลยครับ เพราะความสุขของผมไม่ได้อยู่ที่ไหนไกล ไม่ต้องไขว่คว้าให้ยากเย็น แค่ได้ลับฝีปากกับคุณตะวันวาดคนสวยสักวันละสองสามมื้อ ก็กินอิ่มนอนหลับสุโขสโมสรแล้วละครับผมกับคุณซันเป็นเพื่อนบ้านที่ดี เอ่อ...ผมคิดว่าดีนะ ต่อกันมาสามสี่ปีแล้วครับ หลังจากที่ผมเรียนจบมหาวิทยาลัย เริ่มทำงานเก็บเงินได้นิดหน่อยก็ตัดสินใจซื้อบ้านหลังเล็ก ๆ ย่านชานเมืองแห่งนี้ไว้อยู่อาศัยกับหนูเกลและป้าอำไพ แม่บ้านพี่เลี้ยงของหนูเกล แม้ว่าเพื่อน ๆ ผมจะนิยมซื้อคอนโดหรูห้องใหญ่ใจกลางกรุง ทั้งโก้ ทั้งสะดวกสบาย ถ้าได้ติดรถไฟฟ้าด้วยยิ่งดี…ยิ่งแพง แต่สำหรับผมแล้ว คิดว่าการได้อาศัยอยู่ในสิ่งปลูกสร้างที่เรียกว่า ‘บ้าน’ ถึงแม้จะไกลออกมาหน่อย เดินทางนานขึ้นอีก แต่ถ้าเปรียบเทียบความรู้สึกถึงความเป็นครอบครัวแล้ว ผมว่าอยู่บ้านมันอบอุ่นกว่ากันเยอะครอบครัว… คำนี้ดูจะไกลตัวผมจัง ยังหรอกครับ ผมยังไม่พร้อมจะมีใครทั้งนั้น เพราะภาระหน้าที่ที่รับผิดชอบอยู่ตอนนี้ทำให้ไม่สามารถคบหากับใครอย่างจริงจังได้ ผมไม่สามารถไว้ใจใครได้และไม่อยากให้ใครมาไว้ใจผมเช่นกัน มันอันตรายเกินไปทั้งต่อตัวผมเองและคนของผมด้วยแต่อีกไม่นานหรอกครับ พอถึงวันที่ผมทำงานสำคัญชิ้นสุดท้ายสำเร็จเสร็จสิ้นลง ผมจะตัดใจวางมือแล้วถอนตัวออกจากวงการทันที แม้ว่าอาชีพนี้จะเป็นความฝัน เป็นงานที่รักและทุ่มเทชีวิตลมหายใจทำมาเนิ่นนานแล้วก็ตาม ก็แหม... ผมยังอยากแต่งงานนี่ครับ ไม่ได้อยากแต่งกับงานเสียเมื่อไรก็ได้แต่หวังว่า เงินเก็บแปดหลักในบัญชีธนาคารที่มีอยู่ คงจะพอยืนยันการันตีให้แม่จันทร์สบายใจได้ว่า ผม...นายนักรบคนนี้จะไม่พาลูกสาวท่านไปตกระกำลำบาก กัดก้อนเกลือกินที่ไหนเป็นอันขาดคุณซันเองก็ด้วยนะ รอผมอีกหน่อย แล้วเมื่อถึงวันนั้นผมจะเริ่มจีบคุณอย่างเป็นทางการ จะรับคุณลงจากคานมาเป็นเจ้าสาวของผม แล้วก็จะบอกความจริงเรื่องหนูเกลให้รู้ด้วยว่าแล้วก็รีบทำงานให้เสร็จเร็ว ๆ ดีกว่าสี่นาฬิกา คือเวลาตื่นของผมไอ้ง่วงมันก็ง่วงละครับ แต่จะมัวโอ้เอ้ไม่ได้หรอกเพราะผมต้องทำครัวซองต์เนยสดให้ทันออร์เดอร์ทุกเช้า อ้อ...เปล่าครับ นี่ไม่ใช่หน้าที่สำคัญระดับชาติอะไรอย่างที่ผมได้เล่าให้ฟังก่อนหน้านี้หรอก ไม่ใช่...แต่มันก็ไม่เชิง ยังไงดีล่ะ เอาเป็นว่าค่อย ๆ ฟังผมเล่าก็แล้วกันนะครัวซองต์เนยสดจะอบเสร็จหอมกรุ่นพอดีกับที่หนูเกล เจ้าหญิงน้อยของผมอาบน้ำแต่งตัวชุดนักเรียนประถมเสร็จเรียบร้อย ลงมากินข้าวเช้าโดยมีป้าอำไพคอยดูแล ผมก็จัดแจงขนขนมเข้าหลังรถยนต์รุ่นอึดกลางเก่ากลางใหม่คันเดียวของบ้าน แล้วหันมาถักเปียให้หนูน้อยจนดูน่ารักน่าหอมเป็นที่สุด ผมขับรถพาหนูเกลไปส่งที่โรงเรียน แล้วเลยเข้าตลาดเปรมไทยโดยมีจุดหมายปลายทางเป็นร้านเบเกอรีบรรยากาศอบอุ่นที่มีชื่อชวนยิ้มว่า ‘Bakery Smile’“เจน... รบมาแล้ว”ผมร้องบอกคนในร้านพลางเปิดท้ายรถ ลำเลียงกล่องขนมเข้าไปข้างใน พร้อมกันนั้นก็ปรากฏร่างเพรียวบางของเพื่อนสาวในชุดผ้ากันเปื้อนสีชมพูสตรอเบอรี่ ตรงรี่เข้ามาช่วยขนของ“โอ้โฮ ครัวซองต์ของรบน่ากินจัง รู้หรือเปล่าว่าเมื่อกี้นี้มีลูกค้ามาด้อม ๆ มอง ๆ ด้วย แต่คงเห็นว่าร้านยังไม่เปิด ก็เลยเดินเลยไปเลยน่ะ”ผมชะงักมือนิดหนึ่ง ด้อม ๆ มอง ๆ นี่คงไม่ได้หมายความว่า...“สงสัยจะมารอซื้อครัวซองต์ของรบมั้ง” เจนแซวยิ้ม ๆ ผมจึงแค่นหัวเราะเบา ๆ“หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะ”เสร็จแล้วผมกับเจน หุ้นส่วนเพื่อนสนิทที่ทำร้าน Bakery Smile ด้วยกันก็เข้าครัวไปทำขนมอย่างอื่นต่อ เช่น เอแคลร์ คุกกี้ และเค้ก ระหว่างรออบขนม ผมก็ปัดกวาดทำความสะอาดหน้าร้าน เจนสำรวจเช็กวัตถุดิบและออกไปซื้อถ้าพบว่าของใกล้หมด จนกระทั่งถึงเวลาเปิดร้านแปดโมงเช้า เพื่อนสาวของผมก็จะมาประจำหน้าเคาน์เตอร์คิดเงิน คอยบริการลูกค้า ส่วนผมก็จะหิ้วกล่องใบโตขึ้นท้ายรถมอเตอร์ไซค์ สวมโหมดเป็นพนักงานส่งของ ส่งถึงที่ เดลิเวอรี่ถึงบ้านในวันนี้ ที่แรกที่ผมขับไปคือธนาคารด้านหน้าตลาด พวกพนักงานธนาคารเขาสั่งขนมปังพร้อมกาแฟร้อนมาเป็นอาหารเช้ากันถึงเจ็ดชุด จากนั้นก็ไปส่งเบอร์เกอร์กับฮอตด็อกที่ร้านขายยา วกเข้ามหาวิทยาลัยไปส่งขนมคุกกี้โฮลเกรนในร้านค้าสหกรณ์ และไม่ลืมที่จะแวะเอากาแฟร้อนไปประจบ เอ้ย...ไปส่งให้แม่จันทร์ที่ร้านดอกไม้ ‘Sun Flower’ ตรงหน้าปากซอยด้วยปรากฏว่าผมเล่ามาเสียยืดยาว ก็ยังไม่เข้าประเด็นสักที ฮ่ะฮ่ะ อย่าเพิ่งเบื่อครับ เพราะจริง ๆ แล้วทั้งหมดนี้ก็คือส่วนเล็ก ๆ ของภารกิจลับ ๆ อันใหญ่หลวงที่ผมเคยเกริ่นให้ฟังนั่นละผมยังคงแว้นต่อไปยังท้ายตลาดอันมีศาลเจ้าตั้งเด่นเป็นสง่า ละแวกนี้เป็นตลาดของสดครับ เช้า ๆ อย่างนี้ก็จะคึกคักไปด้วยพ่อค้าแม่ขายและชาวบ้านที่มาจับจ่ายซื้อหมูซื้อผักเตรียมทำอาหารเช้ากันหนาตา“พ่อรบ! มาส่งขนมแต่เช้าเชียวนะ” คุณลุงพ่อค้าปลากระชังร้องทักมาครับ“ครับลุง! วันนี้คนสั่งขนมเยอะ เลยต้องออกเช้าหน่อย”“คุกกี้ถั่วอะไรนั่นยังมีอีกไหมจ๊ะพ่อรบ หลานสาวป้าติดใจร้องจะกินอีกให้ได้เลย”คราวนี้เป็นป้าแม่ค้าขายทอดมันครับ ผมยิ้มแล้วรับคำว่า “เดี๋ยวผมเอามาส่งให้นะป้า อ้อ...เขาเรียกถั่วพิสตาชิโอครับ”“เอ้อ ๆ ถั่วโอ้ ๆ อ้า ๆ นี่แหละ ป้าเอาถุงนึงนะ”“ครับป้า”ผมสะพายกระเป๋าขนมฝ่าฝูงชนมาจนถึงศาลเจ้า อ้อมมาด้านหลังจะพบกับแฟลตเก่าซึ่งดูทรุดโทรมชนิดที่ผมก็ไม่รู้ว่าจะถล่มลงมาเองวันไหน แต่ข้างในมีลูกค้าเจ้าประจำที่ชอบสั่งขนมกับผมอยู่สองสามเจ้า เจ้าแรกคือห้อง 103 ซึ่งก็คืออากงผู้ดูแลศาลเจ้านั่นละ จากนั้นผมก็ขึ้นบันไดไปห้อง 207 ห้องนี้ต้องแอบกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ สยบความประหม่า ก่อนจะเคาะประตู“Bakery Smile มาส่งขนมคร้าบ”ประตูห้องเปิดดังแกร๊กเร็วทันใจยังกับคอยอยู่รองเท้าส้นสูงแบบมีสายรัดข้อเท้าสีดำ เรียวขายาวขาวเนียนไขว้โพสท่าเก๋ไก๋ เอวคอดสวย สะโพกผายและภูเขาไฟสองลูกที่เบียดชิดชูชันกันอยู่ภายในชุดเดรสเกาะอกสีแดงสดสุดเซ็กซี่ เจ้าของห้องคนสวยสะบัดผมลอนยาวเล็กน้อยก่อนจะคลี่ยิ้มทรงเสน่ห์สุดเย้ายวนมาให้ผม“เข้ามาข้างในก่อนไหมฮ้า…พ่อหนุ่มน้อย”เสียงทุ้มที่บีบให้เล็กเอ่ยเชิญชวนอย่างมีไมตรี แต่เป็นไมตรีที่ผมเกรงใจเกินกว่าจะรับไว้จริง ๆ แหะแหะ แต่ว่าก็ว่าเถอะ มีเงินทำหน้าอกใหญ่ตู้มขนาดนี้แล้ว จะเจียดอีกสักหน่อยมาผ่าตัดกล่องเสียงให้รู้แล้วรู้รอดไปไม่ได้เชียวเหรอ... แม่คู้ณ“ไม่เป็นไรดีกว่าฮะ ผมยังต้องไปส่งขนมอีกหลายที่ นี่ครับ แซนด์วิชอบไส้แฮมชีสไข่ดาวกับนมชมพูขวดใหญ่”ลูกค้าสาวยื่นมือมารับถุงขนมแต่โดยดีแม้จะมีสีหน้าขัดใจเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่วายเหลือบตาลงมามองภูเขาไฟจำลองทั้งสองลูกนิดหนึ่ง ส่งเสียงแหบเซ็กซี่มาว่า “นมชมพู ใหญ่... อร่อยนะ”ผมนี่แทบทำเงินทอนร่วง ได้แต่ยิ้มตอบไปว่า “เหรอครับ ดีใจที่ชอบนะพี่ ผมไปก่อนนะ”เห็นไหมครับ... ว่าภารกิจลับของผมเนี่ย มันต้องเสี่ยงชีวิตกันขนาดไหน!ผมขึ้นบันไดไปยังชั้น 3 ห้อง 303 นี่เป็นห้องสุดท้ายแล้วละผมเคาะประตูดังก๊อก ก๊อก ก๊อก ชะโงกมองช่องตาแมว“เอาขนมมาส่งคร้าบ”เสียงจากในห้องตอบกลับมาว่า “เข้ามาเลยครับ ประตูไม่ได้ล็อก”“งั้นขออนุญาตนะครับโผม”ผมหมุนลูกบิดประตูแล้วก้าวเข้าไปอย่างใจเย็น และทันทีที่หมุนตัวกลับมาปิดประตูห้อง ไฟทั้งห้องก็สว่างพรึ่บ! ต้อนรับการมาถึงของผมซึ่งก็คือ เจ้าของห้องนี้นั่นเองแฟลตเก่าหลังศาลเจ้าแห่งนี้ ความสกปรกและทรุดโทรมของมันอาจทำให้ใครที่ผ่านมาเห็นต้องเบือนหน้าหนี ใครกำลังคิดจะหาห้องพักสักห้องมาเจอที่นี่เข้าก็คงเบะปากใส่ สั่นหน้าเป็นพัลวันว่าไม่มีทางจะเลือกที่นี่แน่ ๆ อย่าว่าแต่ซื้อห้องเลย ให้มาเช่าอยู่สักคืนก็คงไม่ไหว ก็ในเมื่อมันดูซ่อมซ่อวังเวงยังกับแฟลตผีสิงยังไงยังงั้นแต่รู้ไหมครับ สำหรับผมแล้ว ที่นี่เป็นที่ปลอดภัย เป็นอิสระอีกทั้งยังเป็นแหล่งรวมเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัยที่สุด ล้ำหน้าที่สุด และยังคงได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องไม่มีหยุดอีกด้วยเสียงผู้ชายพูดอนุญาตให้เข้ามาเมื่อกี้ จริง ๆ แล้วเป็นเสียงอินเตอร์คอมอัตโนมัติซึ่งจะดังหลังจากที่ผมพูดว่า “เอาขนมมาส่งคร้าบ” เป็นการปลดล็อกระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะด้วยเสียงซึ่งทำงานควบคู่กับระบบสแกนม่านตาตรงช่องตาแมวผมแปะการ์ดแม่เหล็กเข้ากับเครื่องรับข้างผนังก็ทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานส่งไอเย็นฉ่ำ พร้อม ๆ กับคอมพิวเตอร์สามเครื่องถูกเปิดขึ้นในคราวเดียวกัน รวมทั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ที่เชื่อมอยู่กับคอมพิวเตอร์ทั้งสามนี้ก็เปิดการทำงานตามไปด้วยและถ้าผมกดปุ่มสีเขียวเล็ก ๆ ใกล้มือนี้ จอโปรเจกเตอร์ขนาดยักษ์ก็จะเคลื่อนลงมาจากเพดานพร้อมกับเปิดการทำงานของคอมพิวเตอร์สำรองอีกสองเครื่อง แต่ยังไม่เปิดตอนนี้ครับ ยังไม่จำเป็นต้องใช้ผมวางกระเป๋าขนมใบโตลงแล้วทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ล้อหมุนเบาะหนานุ่มอย่างใจเย็น หยิบแว่นสายตาเคลือบสารกรองรังสีอย่างดีทรงเหลี่ยมไร้กรอบขึ้นมาสวม ทันทีที่ผมสวมมันก็รู้สึกราวกับตัวเองกลายเป็นใครอีกคนหนึ่งซึ่งต่างจากคนเดิมราวหน้ามือกับหลังมือไม่เคยมีนายนักรบ สุขเสมอ ผู้ชายอารมณ์ดี มองโลกในแง่ดี จริงใจ ไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใครอาศัยอยู่ที่นี่ เพราะผมไม่ใช่เชฟเบเกอรีเจ้าของร้าน Bakery Smile ไม่ใช่เพื่อนสนิทสุดซี้ของเจน ไม่ใช่ปะป๊าผู้ใจดีของหนูเกล และไม่ใช่นายนักรบจอมกวนประสาทของคุณซันอีกต่อไป ผมกลับกลายเป็นใครอีกคนที่พร้อมทำลายล้างทุกอย่างที่ขวางหน้า โจมตีทุกคนที่ผมอาจจะรู้จักหรือไม่รู้จักถ้าผมต้องการจะทำ ไม่คำนึงถึงความถูกต้อง ไม่มีหลักศีลธรรมจรรยาบรรณใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่มีการอ่อนข้อ ยอมแพ้ หรือแม้แต่ความเมตตาสงสารณ ที่นี้มีเพียงสองสิ่งเท่านั้นที่ศักดิ์สิทธิ์และทรงค่าเหนือสิ่งอื่นใดนั่นคือ คำสั่งจากเบื้องบน และเงินเอาเป็นว่า ขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการก็แล้วกันครับ

           ****************************************************************

            ฝากผลงานจ้า...

            Messy Buddy คุณบัดเดอร์ใช่เธอหรือเปล่า? (พิมพ์โดย สนพ. กรู๊ฟ พับลิชชิ่ง)


    ​

            #E-Book

            พร้อมให้ดาวน์โหลดที่ MEB ขอหัวใจ 5 ดวงด้วยนะค้าาา


            #หนังสือเล่ม

           สั่งซื้อได้ที่เพจเฟสบุ๊ก Groove Publishing

            หรือเพจแสนแก้ว ได้เลยค่ะ ยินดีพูดคุยและเซ็นให้ทุกเล่มค่ะ