จวนสกุลหลิว
"ท่านพ่อบอกฝั่งนั้นไปเลยว่าลูกไม่แต่ง"
ริมฝีปากหนาได้รูปของใครบางคนเอื้อนเอ่ยขึ้น ในขณะที่สายตาทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง
หลิวหงอี้ถอนหายใจด้วยความกลัดกลุ้มเมื่อได้ยินคำปฏิเสธเสียงแข็งที่บุตรชายเอื้อนเอ่ยออกมาเมื่อครู่นี้
"เหตุใดถึงไม่แต่ง หรือเป็เพราะเ้าสาวของเ้าไม่ใช่ติงเหมยลี่งั้นหรือ"
"เปล่าขอรับ ท่านพ่อก็ทราบว่าข้าไม่ได้มีใจให้แม่นางเหมยลี่อยู่แล้ว ก่อนหน้าที่ข้ายอมตกลงแต่งงานกับนางเป็เพราะเห็นแก่ที่ท่านพ่อขอร้อง แต่ตอนนี้ทางตระกูลติงไม่ได้ทำตามข้อตกลงในตอนแรก ริอ่านเปลี่ยนตัวเ้าสาวกะทันหันโดยไม่ปรึกษาทางเราก่อน ฉะนั้นเราก็ไม่จำเป็ต้องรักษาคำพูดกับคนพวกนั้นเช่นกัน" เอ่ยจบ ร่างสูงก็ค่อยๆ หันกลับมา เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลา คิ้วหนาขมวดมุ่นเข้าหากันรับกับดวงตาดุสีน้ำตาลเข้มราวกับเทพเ้าสรรสร้าง
"ถ้าไม่แต่งแล้วจะให้ทำอย่างไร ทางนั้นรับสินสอดจากทางเราไปแล้ว" ชายร่างอวบวัยกลางคนกล่าวด้วยสีหน้าหนักใจ
"ก็สั่งให้พวกเขานำสินสอดมาคืนเราสิขอรับ หากท่านพ่อไม่กล้าเอ่ยปาก ข้าจะเป็คนพูดเองขอรับ" ชายหนุ่มรู้ดีว่าบิดาของเขาเป็คนใจดีและขี้เกรงใจ นิสัยแตกต่างกับเขาราวฟ้ากับเหว
"ไม่ต้องหรอก!"
หลิวหงอี้รีบเอ่ยปากห้ามบุตรชาย เพราะหากให้หลิวหยางเป็คนเอ่ยปาก เื่ทุกอย่างคงไม่จบง่ายๆ แน่ บางทีอาจเกิดาตีเมืองไป่เหอด้วยซ้ำไป
"คนสกุลติงใช้เงินทองที่เรามอบให้เป็ค่าสินสอดไปจนหมดแล้ว พวกเขาไม่มีทางหามาคืนเราได้หรอก" ใครๆ ก็รู้ว่าติงไห่เ้าเมืองไป่เหอนั้นติดการพนันจนเป็หนี้เป็สิน ค่าสินสอดทองหมั้นที่เขามอบให้นั้นติงไห่ได้เอาไปใช้หนี้จนหมดแล้ว
หลิวหยางนิ่งไปครู่หนึ่ง มือไล้ปลายคางอย่างพินิจพิเคราะห์
"ถ้าเช่นนั้นข้าจะยกทัพไปยึดเมืองไป่เหอดีหรือไม่ขอรับ" ยามที่พูดถึงาดวงตาเรียวรีทอประกายขึ้นด้วยความตื่นเต้น
หลิวหงอี้รับรู้ได้ถึงเส้นเืบนขมับที่กำลังเต้นตุบๆ บุตรชายของเขาเป็คนเก่งและมีความสามารถได้รับตำแหน่งเป็ถึงแม่ทัพใหญ่ั้แ่อายุยังน้อย เขาฝักใฝ่อยู่กับการรบทัพจับศึกจนทำให้จิตใจแข็งกร้าวกระด้างกระเดื่อง
และเพราะเหตุนี้... เขาถึงอยากให้บุตรชายแต่งงานมีภรรยา หากมีหญิงงามข้างกายอาจทำให้จิตใจของเขาอ่อนโยนลงบ้าง
หลิวหยางเป็คนดื้อดึง เขาไม่ชอบการถูกบังคับฝืนใจ หากใช้ไม้อ่อนไม่ได้ก็ไม่ควรใช้ไม่แข็ง แต่ควรใช้เล่ห์เหลี่ยมอื่นแทน
"อะ โอ๊ย!" หลิวหงอี้ยกมือขึ้นกุมหน้าอก
"ท่านพ่อ! ท่านพ่อเป็อะไรหรือขอรับ!" หลิวหยางเห็นสีหน้าเ็ปของบิดาจึงรีบปรี่เข้ามาประคองให้นั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวใหญ่
"ข้าจะรีบไปตามหมอหลวง"
หมั่บ! ท่อนแขนแข็งแรงถูกผู้เป็บิดาจับเอาไว้แน่นขณะที่กำลังจะลุกขึ้น
"หลิวหยาง พ่อมีความจริงจะสารภาพกับเ้า"
"เื่อะไรหรือขอรับ" เขาถามด้วยสีหน้าแปลกใจ
"แท้จริงแล้วพ่อป่วยเป็โรคหัวใจ"
"ท่านพ่อ! เื่ใหญ่ขนาดนี้เหตุใดถึงไม่ยอมบอกข้าล่ะขอรับ"
"พ่อก็เพิ่งรู้เมื่อตอนตรวจสุขภาพปีก่อนนี่เอง แต่ที่พ่อไม่ยอมบอกเ้ากับแม่ของเ้าเป็เพราะพ่อไม่อยากให้พวกเ้าคิดมากและเป็ห่วงพ่อ"
พูดจบ เขาก็ลอบมองสีหน้าของบุตรชาย เมื่อเห็นท่าทางสับสนของหลิวหยางเขาจึงรีบเอ่ยต่อ
"หลิวหยาง ความฝันสูงสุดในชีวิตของพ่อคือการเห็นเ้าแต่งงานมีภรรยา หากเ้าไม่เห็นแก่ตัวเอง เ้าก็จงเห็นแก่ถิงเอ๋อร์เถอะนะ เด็กอย่างไรก็้าแม่ เ้าไม่อยากเห็นลูกของเ้ามีครอบครัวที่อบอุ่นหรือ"
"หากสตรีผู้นั้นไม่ได้รักใคร่เอ็นดูถิงเอ๋อร์ล่ะขอรับ" ชายหนุ่มถามด้วยความหนักใจพลางนึกไปถึงหลิวถิงถิงผู้เป็บุตรสาว ใครๆ ต่างรู้ว่านางนิสัยไม่ค่อยดีนัก
"เ้ารู้จักถิงเอ๋อร์ดีกว่าใครๆ นางไม่มีวันยอมให้ใครรังแกนางแน่ หากให้ว่าตามตรง พ่อยังรู้สึกเป็ห่วงหญิงสาวคนที่จะแต่งงานมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกับนางด้วยซ้ำไป"
หลิวหยางได้ฟังเช่นนั้นจึงค่อยๆ ทอดถอนหายใจออกมาเบาๆ
"ถ้าเช่นนั้น ข้ายอมแต่งงานกับนางตามความ้าของท่านพ่อก็ได้ขอรับ แต่ข้าขอเวลา 6 เดือน หากภายใน 6 เดือนนี้ ข้าไม่สามารถทำใจรักนางได้ ข้าจะขอหย่ากับนาง!"
"ได้ ทำตามที่เ้า้าเถิด" มุมปากของหลิวหงอี้ค่อยๆ ยกขึ้นด้วยความพึงพอใจ หลังจากนี้เขาคงต้องเล่นบทคนป่วยไปสักระยะเพื่อให้บุตรชายตายใจ
มู่หนิงฮวาเข้ามาอยู่ที่จวนสกุลติงได้สามวัน หลังจากพูดคุยถามไถ่กับอาจู บ่าวรับใช้ที่หลี่ฮูหยินมอบหมายให้ดูแลนาง มู่หนิงฮวาได้ความว่านางถูกมู่ซือเฉิงผู้เป็ลุงขายให้เ้าเมืองติงเพื่อให้แต่งงานกับผู้บัญชาการกองทัพพยัคฆ์ขาวแทนบุตรสาวที่หายไป
'หนีตามผู้ชายไปล่ะสิไม่ว่า'
หญิงสาวคิด เพราะถึงแม้ว่าอาจูจะไม่ได้เอ่ยออกมาตามตรง แต่ประโยคที่นางพูดอ้อมโลกก็ทำให้มู่หนิงฮวาเข้าใจได้ไม่ยาก
การอยู่ที่จวนสกุลติงนั้นน่าเบื่อหน่าย หนำซ้ำยังถูกจำกัดให้อยู่แต่ที่เรือนเล็กไม่ได้ออกไปไหน สิ่งเดียวที่มู่หนิงฮวารู้สึกมีความสุขในการทะลุมิติข้ามภพมาในยุคนี้คือใบหน้าอ่อนเยาว์งดงามของตนเอง
ในภพปัจจุบัน หญิงสาวเพิ่งผ่านอายุ 28 ปีมาหมาดๆ ทว่าการมาอยู่ที่นี่ทำให้เธอดูเด็กลงไปเป็สิบปี มู่หนิงฮวามองเข้าไปในกระจกพร้อมใช้มือแตะใบหน้าเบาๆ ด้วยความพึงพอใจ
ตึง!
"นี่มันอะไรกัน" มู่หนิงฮวาถามผู้มาใหม่พร้อมมองกองหนังสือเล่มหนาที่ถูกโยนมาวางไว้เบื้องหน้า
"ั้แ่วันนี้เป็ต้นไปข้าได้รับมอบหมายจากหลี่ฮูหยินให้มาอบรมเื่มารยาทและการปฏิบัติตัวกับเ้า" แม่นมเจียงเอ่ยพร้อมเชิดหน้าขึ้น
"ทำไมฉันต้องเรียนเื่ไร้สาระพวกนี้ด้วย" หญิงสาวถามเสียงเรียบบ่งบอกถึงความไม่พอใจ
"ก็เพื่อกำจัดนิสัยแย่ๆ ไร้สกุลรุนชาติของเ้าอย่างไรล่ะ"
"ไม่จำเป็ ฉันรู้ว่าฉันควรปฏิบัติตัวยังไง"
หรืออีกนัยหนึ่งคือหมายความว่า 'เธอรู้ว่าควรปฏิบัติตัวกับใครยังไงต่างหาก'
"ไม่ได้! ฮูหยินสั่งให้เ้าเรียนก็ต้องเรียน ฮูหยินซื้อตัวเ้ามาแล้ว ต่อจากนี้ไปนางคือเ้าชีวิตของเ้า!" แม่นมเจียงกล่าวเสียงดังพลางยกมือขึ้นเท้าสะเอว
มู่หนิงฮวาหาได้เกรงกลัวไม่ เธอลุกขึ้นยืนยกมือขึ้นกอดอกเดินเข้าไปประชิดตัวแม่นมเจียงพลางกล่าว
"แล้วถ้าฉันไม่ทำล่ะ"
แม่นมเจียงเห็นท่าทางดื้อรั้นเช่นนั้นนางก็ยกยิ้มที่มุมปากเบาๆ
"หากเ้าไม่ทำ เ้าก็ต้องตายอย่างไรล่ะ"
พูดจบ ประตูไม้ก็ถูกเปิดออกพร้อมด้วยทหารร่างกำยำเดินเข้ามาในห้อง คมดาบส่องประกายกระทบแสงแดดส่องแสงวิบวับชวนแสบตาและในขณะนี้ปลายแหลมของมันกำลังจ่อมาที่คอของมู่หนิงฮวา
หญิงสาวพยายามควบคุมขาที่กำลังสั่นของตนเองให้สงบนิ่ง เพียงแค่มองเข้าไปในแววตาของชายผู้นั้นก็รู้ได้ทันทีว่าเขาไม่ได้ล้อเล่น
"ฮ่าๆ จะไม่ทำได้อย่างไรล่ะคะ แม่นมเจียงอุตส่าห์ให้เกียรติมาสอนฉันด้วยตัวเองแท้ๆ" หญิงสาวหัวเราะเบาๆ อย่างแหยๆ พร้อมใช้มือดันปลายดาบออกจากคอของตน
"เริ่มเรียนกันเลยดีไหมคะ วันนี้อากาศดีรู้สึกสมองโล่งปลอดโปร่งพร้อมรับความรู้อย่างเต็มที่ แม่นมเจียงช่วยกรุณาสั่งสอนฉันด้วยนะคะ" พูดจบก็รีบวิ่งไปนั่งลงข้างโต๊ะพร้อมหยิบตำราเล่มหนามาเปิดออกอ่าน
แม่นมเจียงเห็นท่าทางขยันอย่างผิดหูผิดตาของมู่หนิงฮวาจึงหันไปพยักหน้าให้ทหารหน้าโหด คล้อยหลังเขาเดินจากไปแล้ว หญิงสาวจึงค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก
'เอาเถอะ ยอมๆ ไปก่อน อย่าเผลอก็แล้วกัน ถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่ฉันหนีแน่!'
เย็นย่ำดวงตะวันเคลื่อนคล้อยเตรียมโบกมือลาสำหรับวันนี้ หลังจากรับประทานอาหารเย็นเสร็จ มู่หนิงฮวาต้องมานั่งทบทวนตำรามารยาทขั้นพื้นฐานที่แม่นมเจียงสอน
เปิดอ่านได้เพียงครึ่งหน้ามือบางก็ปิดหนังสือลงพร้อมโยนไปวางบนโต๊ะ
"น่าเบื่อจริง!"
"ท่านอ่านจบแล้วหรือเ้าคะ"
"ยัง! แต่ฉันไม่อ่านแล้ว"
เพี้ยะ!
พูดยังไม่ทันจบประโยคด้ามพัดที่อยู่ในมือของอาจูก็ฟาดลงบนไหล่ของมู่หนิงฮวาเต็มแรง
"โอ๊ย! เธอตีฉันทำไมอาจู" หญิงสาวร้องโวยวายพลางถลึงตาใส่อาจูด้วยความไม่พอใจ
อาจูโดนหญิงสาวต่อว่าใบหน้าของนางก็สลดลง พร้อมเอ่ยเสียงเบา "แม่นมเจียงสั่งไว้ว่าหากท่านพูดจาประหลาดให้ข้าตีท่านเ้าค่ะ"
มู่หนิงฮวากัดฟันดังกรอด 'แม่นมเจียงร้ายนัก รอให้ถึงทีของเธอก่อนเถอะ จะเอาคืนทุกคนที่นี่ให้สาสมเลยคอยดู!'
"ก็ได้ๆ ข้าเข้าใจแล้ว พอใจหรือยัง"
"เ้าค่ะ" อาจูพยักหน้าพลางยิ้มรับด้วยความดีใจ
"อาจู ข้าถามหน่อยสิที่นายท่านปลิงไห่อะไรของเ้า..."
"ติงไห่เ้าค่ะ" อาจูรีบพูดแทรกขณะที่ส่งสายตามองซ้ายขวาเพราะกลัวใครจะมาได้ยินเข้า
"อ๋อ นั่นแหละๆ ผู้ชายคนที่นายท่านกับฮูหยินของเ้าจะให้ข้าแต่งงานด้วย เขาจะยอมแต่งงานกับข้าหรือหากเขารู้ว่าข้าเป็หลานสาวของยาจก"
"ไม่เ้าค่ะ แต่ท่านไม่ต้องเป็ห่วง เพราะนายท่านกับฮูหยินจะบอกทุกคนว่าท่านเป็บุตรสาวของนายท่านที่เกิดจากอนุ"
คำตอบของอาจูทำให้มู่หนิงฮวาร้อง "อ้อ" ขึ้นมา สองสามีภรรยาคู่นี้คือมิจฉาชีพในยุคโบราณชัดๆ
"นายท่านของเ้ามีอนุด้วยหรือ ไหนๆ ก็ได้มาอยู่ร่วมชายคาเดียวกันแล้ว เหตุใดถึงไม่พาข้าไปทำความรู้จักล่ะ"
"นายท่านเคยมีอนุหนึ่งคนเ้าค่ะ นางชื่อว่าเน่จาวอิ่ง แต่นางป่วยตายจากไปเมื่อหลายปีก่อนแล้วเ้าค่ะ"
______________________________
ฝากคอมเม้นท์เป็กำลังใจ+กดหัวใจให้ด้วยนะคะ ༼☯﹏☯༽ (ออดอ้อนตาแป๋ว)