ตอนที่ 22 งานวิจัยกับทรงผมทวินเทลส์
...
...
... “โอ้…หวัดดี.. ไหงพวกเธอถึงมาด้วยกันกับน้องได้ละเนี่ย”
เสียงของพี่ลายเมฆทักทายพวกเราก่อนที่พวกเราจะหาพี่แกเจอเสียอีก มันก็ไม่แปลกเท่าไหร่ที่พี่แกจะเจอพวกเราก่อนเพราะในกลุ่มพี่หญิงสามคนที่เดินมาด้วยกันมีหนึ่งคนที่สวยราวกับนางฟ้าอีกคนก็ดูน่ารักใสซื่อบริสุทธิ์ราวกับภูตตัวน้อยในนิทานFairytale ส่วนอีกคน…..ข้ามๆไปก็ได้ยังไงแค่สองคนนี้ก็เด่นพอแล้ว
เดี๋ยวก่อนนะ เมื่อกี้นี้พี่แกบอกว่า’พวกเธอ’สินะ 'พวกเธอมากับน้อง' แสดงว่าไม่นับรวมน้องด้วย งั้นก็หมายความว่าหมายถึงฉันกับพี่หมอ หมายความว่าพี่แกก็จำฉันได้ทันทีเหมือนกันกับน้องเลยสินะ
พี่หมอจะจำฉันได้มันก็ไม่แปลกอะไรหรอกเพราะว่าพวกเราเจอกันบ่อยๆตอนที่ไปออกกำลังกาย พูดให้ถูกก็คือพี่แกเห็นการเปลี่ยนแปลงของฉันในทุกๆ วัน จึงไม่แปลกเท่าไหร่ที่พี่แกจะจำฉันได้ ส่วนน้องพริมก็อาจจะจำอะไรสักอย่างในตัวฉันได้ อาจจะเป็แว่น ผิวคล้ำ หัวหยิก เค้าโครงหน้าอะไรเทือกนั้น แต่พี่ลายเมฆที่บอกว่าถ้าฉันผอมลงฉันจะคล้ายในรูปที่พี่แกให้มาซึ่งมันไม่คล้ายเลยแม้แต่นิดเดียว ก็ยังคงจำฉันได้นั่นหมายความว่าพี่แกไม่ได้คิดว่าฉันจะหน้าแบบในรูปั้แ่แรกแล้วล่ะสิ?
'ฉันโดนต้มจริงๆสินะเนี่ยT^T ขอโทษนะนายแว่นที่ดันไปมองว่านายโง่โดนหลอกง่ายๆ'
เมื่อพวกเรามาเจอกับพี่ลายเมฆแล้วพี่แกก็เริ่มสอนน้องพริมเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมทันที ซึ่งฉันและพี่หมอก็นั่งฟังไปด้วย แต่ดูเหมือนว่าพี่แกจะสอนน้องมาได้สักพักนึงแล้ว บทเรียนของวันนี้ใน่เริ่มต้น จึงไปไกลมากๆ แล้ว ไม่ใช่พื้นฐานเริ่มต้นที่ฉันหรือพี่หมอนั่งฟังด้วยแล้วจะเข้าใจ….ดูเหมือนจะถึงเื่ ฟังก์ชั่นอื่นๆนอกเหนือจากฟังก์ชั่น main อธิบายว่าทำไมฟังก์ชั่นmain ต้องเป็ integers และค่า return ที่ทำไมต้องรีเทิร์นค่า 0 มันสามารถรีเทิร์นค่าอื่นนอกจากศูนได้หรือไม่
บอกตามตรงในตอนแรกฉันคาดว่าฉันอาจจะได้ความรู้อะไรบ้างเพราะฉันไม่เห็นน้องพกแล็ปท้อปมาด้วย และพอมาเจอพี่ลายเมฆแกก็ไม่ได้พกแล็ปท้อปหรือแท็บเล็ตมาเช่นกันฉันจึงเดาว่าการเรียนการสอนอาจจะยังอยู่ใน่เริ่มต้น พูดถึงประวัติความเป็มาอะไรเทือกนั้น แต่ไม่น่าเชื่อว่าการเรียนเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมสามารถเรียนและเขียนได้โดยไม่จำเป็ต้องมีคอมพิวเตอร์ เพราะความจริงก็คือมันคือการเขียนโค้ดของโปรแกรมและนักเขียนโปรแกรมส่วนใหญ่ก็เข้าใจโค้ดแต่ละบรรทัดรวมถึงการแสดงผลอย่างง่ายได้ ในกรณีที่โค้ดมันไม่ได้ซับซ้อนมาก
เมื่อสอนเสร็จพี่แกก็ทิ้งแบบฝึกหัดให้น้องทำ แล้วก็มานั่งคุยกับพวกเราแทน
“แล้วทำไมพวกเธอถึงได้มาพร้อมกับน้องได้ละเนี่ย”
“ก็พอดีเราไปทานอาหารกันในร้านที่น้องทำพาร์ทไทม์อยู่น่ะค่ะ แล้วหนูกับเติมก็เคยเจอน้องมาก่อนหน้านี้แล้วด้วย ทำให้เราได้คุยกันแล้วก็รู้ว่าพี่นัดสอนน้องที่นี่พอดีเลย หนูตามหาพี่อยู่ด้วยก็เลยมากับน้องด้วยเลย”
“ตามหาพี่?”
“น้องไม่รู้สึกว่ารูปที่พี่ให้มันเหมือนน้องที่ลดน้ำหนักแล้วตอนนี้เลยน่ะค่ะ อิอิ” พี่หมอตอบแทนฉัน
“เธอมีเพื่อนบ้างไหมเนี่ย?....หมายถึงเพื่อนผู้หญิงที่เป็คนปกติอ่ะ?”พี่ลายเมฆหันมาถามฉันอีกครั้ง
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกันเหรอคะ..??”
“เพราะคนปกติเขาไม่ได้ดูดีราศีจับมาั้แ่ต้นหรอกนะ…”
“หมายความว่าไงเหรอคะ” ฉันถามพร้อมกับมองไปที่พี่หมอ ในหัวของฉันตอนนี้มีแต่ความสงสัยที่มากขึ้น ฉันตอบกลับพี่ลายเมฆทุกประโยคด้วยคำถาม ในความคิดของฉันคือพี่หมอไม่ได้เป็คนปกติเหรอ? เธอปกติที่สุดในคนที่ฉันรู้จักที่เป็ผู้หญิงแล้วนะ..
พี่ลายเมฆสังเกตุสายตาของฉันที่มองไปที่พี่หมอก่อนที่จะเอามือกุมขมับ
“เฮ้อ…..คนปกติทั่วไปเค้าไม่ได้สมบูรณ์แบบเหมือนน้องกานหรอกนะ”
“หมายความว่าพี่หมอไม่ปกติเหรอคะ?”
“ฮิฮิ” พี่หมออมยิ้มเมื่อฟังฉันคุยกับพี่ลายเมฆ ราวกับว่าเธอคลายความกังวลก่อนหน้านี้ของเธอไปหมดแล้ว
“ยกตัวอย่างให้ฟังแบบง่ายก็แล้วกัน มีดาราหรือพวกคนดังบางคนที่ไมได้สวยหรือหล่อมากมายอะไร เช่น ที่เป็กระแสอยู่ในตอนนี้ก็พวกเหล่าสาวๆไอดอล พวกเธอบางคนอาจจะมีความน่ารักหรือสวยเมื่ออยู่หน้ากล้องแต่หากพิจารณากันจริงเทียบกับพวกดาราที่เป็พระเอกนางเอกพวกเธอก็ไม่ได้หน้าตาดีกันขนาดนั้น สิ่งที่ทำให้พวกเธอดูดีมากขึ้นก็คือ 'การแต่งหน้า'บวกกับลักษณะนิสัย บุคลิกและการแต่งตัวโดยรวม ทำให้พวกเธอดูน่ารักยิ่งขึ้น”
“แล้ว?”
“สรุปก็คือคนปกติเขาเติมแต่งเพื่อให้ดูดีขึ้น ปิดจุดด้อยของตัวเอง เสริมจุดเด่นอะไรเทือกๆนั้น”
คำพูดของพี่ลายเมฆทำให้ฉันหันกลับไปดูพี่หมออีกรอบ
“ก็ถ้าในแง่ของการแต่งตัวหรือแต่งหน้า เธอก็ถือว่าเป็พวกไม่ปกติได้อยู่ล่ะนะ”พี่ลายเมฆพูดออกมาพร้อมกับมองไปที่พี่หมอ
“ว่าแต่พี่รู้เื่ไอดอลกับเค้าด้วยเหรอคะเนี่ย”พี่หมอถามพี่ลายเมฆ
“นิดหน่อย .”
“วงไหนเหรอคะ สมัยนี้มีไอดอลผุดขึ้นมาหลายวงเลยนะคะ BNK? ”
“วงนี้พี่ก็รู้จักนะที่เป็สายลับโซเวียตใช่ป่ะ?”
“นั่นมัน KGB ค่ะ!!”
“ขายไก่รึป่าว ที่เป็ผู้พันอ่ะ”
“นั่นมัน KFC !!”
“รู้หรอกน่า มันเป็มุข ที่เขาร้องเพลงใช่มะ 'เราจะทำตามสัญญา~'ใช่ป่ะ”
“นั่นมัน คสช. ตกลงพี่รู้จักแน่ป่ะเนี่ย”
“รู้จักสิ เห็นว่าเป็วงตระกูล48 ด้วยนิ มีสมาชิกตอนนี้ก็น่าจะเป็ร้อยคนแล้วด้วย”
“แล้ว..พี่รู้จักหรือชอบใครเป็พิเศษป่าวคะ ในวง BNK”
“ก็หลายคนอยู่นะ”
“ใครบ้างคะ?”
“ซัทจัง”
“ใครอีก”
“ซัทจังทวินเทลส์”
“?!?? มีใครอีกมั้ยค่ะ”
“ซัทจัง โพนี่เทล”
“?!?”
“แล้วก็ซัทจังโนเทล”
“มันก็ซัทจังคนเดียวแค่เปลี่ยนทรงผมเฉยๆไม่ใช่เหรอคะ แล้วไอ้ซัทจังเฉยๆกับซัทจังโนเทลนี่ต่างกันตรงไหน-_-”
“ไม่ต่างกันหรอกเหรอ….ถึงว่าแยกไม่ออกเลย”
“ถ้าพี่แยกไม่ออกแล้วพี่แยกมาั้แ่ต้นเพื่อ?สรุปคือทั้งวงพี่รู้จักซัทจังคนเดียว”
“รู้จักหลายคน”
“ใครบ้างคะ?”
“ซัทจัง”
“นอกจากซัทจังน่ะค่ะ”
“ซัทจังทวินเทลส์”
“โอเคค่ะ หลายคนก็ได้ แล้วทำไมถึงเป็ซัทจังล่ะคะ”
“ก็มันเป็วงที่ขายความน่ารักใช่มั้ยล่ะ ถ้าพูดถึงความน่ารักมันก็ต้องทวินเทลสิ”
“………..”
สักพักพี่หมอก็ลุกไปเข้าห้องน้ำหลังจากต่อมุขกันยังกะนัดกันมากับพี่ลายเมฆอยู่พักนึง
จะว่าไปนี่ก็เป็ครั้งแรกเลยนะที่ฉันเห็นพี่ลายเมฆกับพี่หมอคุยกัน เพราะครั้งแรกที่เจอพี่ลายเมฆแกกลับไปก่อนที่ฉันจะเจอกับพี่หมอ
บอกตามตรงฉันนึกไม่ถึงว่าพวกพี่เขาจะคุยกันได้ไหลลื่นขนาดนี้เพราะเห็นว่าพี่หมอจีบพี่ลายเมฆอยู่ด้วย ดูไม่เหมือนพี่หมอเข้าถึงพี่ลายเมฆไม่ได้เลย
อย่างน้อยก็ต่างจากที่ฉันคิดไว้ว่าพี่ลายเมฆจะตัดบทการสนทนากับพี่หมออย่างรวดเร็ว ซึ่งไม่เป็อย่างนั้น พวกเขาคุยกันปกติดี ก็แค่พวกเขาไม่ได้คบกันแค่นั้นเอง
ฉันพลาดตรงที่ใช้มาตรฐานของตัวเองตัดสินพี่ลายเมฆในเื่นี้…แล้วฉันพลาดเื่อื่นอีกหรือเปล่า??
พี่ลายเมฆแกชอบน้องพริมจริงๆ เหรอ… เพราะเหตุนี้หรือเปล่าพี่หมอถึงดูกังวลก่อนหน้านี้แม้ว่าฉันจะพูดว่าพี่ลายเมฆไม่น่าจะชอบน้องพริมในเชิงชู้สาว
'ฉันไม่รู้' ….ถ้าฉันมั่นใจว่าพี่แกไม่ได้ชอบน้องพริมแน่ๆ ฉันอาจจะขอให้พี่ลายเมฆทำอะไรสักอย่างเพื่อให้พี่หมอรู้สึกดีขึ้น แต่…ตอนนี้ฉันไม่ได้มั่นใจอย่างนั้น..
ตอนนี้พี่ลายเมฆไปดูน้องพริมทำแบบฝึกหัดที่พี่แกทิ้งไว้ให้ก่อนที่จะออกมาคุยกับพวกเรา และสักพักพี่หมอก็กลับมาจากห้องน้ำ ซึ่งเธอมาพร้อมกับทรงผมทรงทวินเทลส์
ทรงผมทวินเทลส์ทำให้พี่หมอที่ดูสวยมีเสน่ห์กลายเป็สาวที่มีเสน่ห์ไปอีกแบบ พี่แกดูขี้เล่นขึ้น ดูน่าค้นหาไปอีกแบบ
พี่หมอเดินปาดซ้ายปาดขวาแถวๆที่พี่ลายเมฆอยู่สักพัก เดินวนๆจากนั้นก็เข้าไปดูน้องพริมทำแบบทดสอบด้วยพร้อมกับสะบัดทวินเทลส์ของเธอไปมา
แกทำแบบนั้นอยู่สักพักก่อนเดินอมยิ้มอายๆกลับมานั่งกับฉัน
“พี่ว่า…มันไม่น่าจะเกี่ยวกับทวินเทลส์แล้วล่ะ”
“ฮ่าๆๆ หนูก็ว่างั้นแหละค่ะ”
ที่ฉันกล้าหัวเราะเต็มเสียงขนาดนี้เพราะความกังวลที่ติดอยู่บนหน้าพี่หมอก่อนมาถึงมันหายไป ไม่รู้มันหายไปไหนและเพราะอะไรที่ทำให้พี่หมอกลับมารู้สึกดีอีกครั้ง
ฉันก็ไม่เห็นว่าพี่ลายเมฆจะทำอะไรที่พอจะทำให้พี่หมอรู้สึกดีขึ้นและทำให้พี่หมอคลายความกังวลของเธอจนหมดได้เลย…
เฮ้อ..ความรักนี่มันเข้าใจยากจริงๆด้วย บางทีชั่วชีวิตของฉันอาจจะไม่มีทางเข้าใจมันเลยก็ได้..
สักพักพี่ลายเมฆก็สอนน้องเสร็จและเดินมาหาพวกเราพร้อมกับน้องพริม ซึ่งพี่หมอกานไม่รู้เพราะเธอนั่งหันหน้ามาทางฉันซึ่งมันเป็ทิศทางตรงข้ามกับทิศทางที่พี่ลายเมฆเดินมา
พี่ลายเมฆยกนิ้วชี้ขึ้นมาตรงริมฝีปากเป็สัญลักษณ์ว่าให้เงียบๆไว้ จากนั้นก็เดินย่องมาด้านหลังของพี่หมอ แล้วใช้สองมือจับทวินเทลส์ของพี่หมอและสะบัดไปมา
“ฮ่าๆๆๆ”
เสียงหัวเราะของฉัน น้องพริม และพี่ลายเมฆดังออกมาพร้อมกัน
พี่หมอตอนนี้เขินอายและร้องออกมาและใช้มือทั้งสองของเธอจับผมของเธอไว้พร้อมก้มหน้า…หน้าของเธอแดงทั้งหน้า..ไม่รู้ทำไมแต่ดูเหมือนว่าฉันเองก็รู้สึกเขินไปกับพี่หมอด้วย หัวใจของฉันเต้นเร็วขึ้น…
เหมือนกับว่าฉันมีความรู้สึกร่วมกับพี่หมอ ตอนนี้แม้ฉันจะยังไม่รู้และไม่เข้าใจความรัก อย่างไรก็ตามฉันพอจะรู้สึกได้ว่าความรู้สึกดีๆที่ได้จากความรักมันเป็ยังไง และอีกอย่างที่ฉันเข้าใจ….ความรักมันเป็เื่ของคนสองคน..ซึ่งบางทีเราก็คิดแทนพวกเค้าไม่ได้…