บทที่ 11 2/2
ชายหนุ่มผู้ถูกขัดความสุขตลอดเวลา
ความเดิมตอนที่แล้ว
“รีบไปทำงานได้แล้ว วันนี้เตรียมเคลียร์โปรแกรมทัวร์จนร้องขอชีวิตได้เลย!”
พูดจบก็รีบเดินไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง เตชินทร์เห็นอาการของหญิงสาวแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ เขาส่ายหัวเบาๆ แล้วเดินไปนั่งประจำที่ของตัวเองบ้าง ส่วนเมนิลาเองก็แอบอมยิ้มออกมาเล็กๆ ด้วยเช่นเดียวกัน
พวกเขาต่างตกอยู่ในภวังค์ความสุขโดยไม่ทันได้สังเกตเห็นเลยว่าชรัญกำลังยืนมองอยู่อีกมุมหนึ่งของออฟฟิศอย่างเงียบๆ เขามองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย แต่เมื่อมองลงไปที่มือของเขากลับพบว่า…
มันได้ถูกกำไว้อย่างแน่นเลยทีเดียว!
--------------------------------------------------------------------
เวลาล่วงเลยมาจนถึงเวลาพักเที่ยงแล้ว แต่เมนิลาก็ยังคงนั่งวุ่นกับเอกสารท่องเที่ยวอยู่บนโต๊ะทำงาน เตชินทร์ที่เคลียร์งานในส่วนของตัวเองเสร็จไปนานแล้วก็เอาแต่นั่งเท้าคางมองไปทางหญิงสาวอย่างไม่มีเบื่อ ซึ่งใบหน้าของเธอใน่เวลาที่กำลังจริงจังกับงานนั้นช่างมีเสน่ห์จนเขาไม่อาจละสายตาออกจากภาพนั้นได้เลย
“ไปกินข้าวกันพี่”
เสียงของกันต์ปลุกเตชินทร์ให้ตื่นจากภวังค์
“เที่ยงแล้วเหรอวะ”
“ก็ใช่น่ะสิ หิวจนแสบไส้หมดแล้ว ไปกันเหอะ”
“เออๆ”
เตชินทร์ตอบรับ ก่อนจะลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานของตัวเอง ทว่าไม่ทันจะได้เดินตามกันต์ออกไป ชายหนุ่มก็เปลี่ยนทิศทางไปยังโต๊ะทำงานของเมนิลาเสียก่อน
“อ้าว พี่จะไปไหนอะ”
กันต์ร้องทักแต่เตชินทร์ไม่ได้สนใจ
ทันทีที่เขาเดินไปถึงโต๊ะเธอ ชายหนุ่มก็เอ่ยปากชวนหญิงสาวทันที
“ไปกินข้าวกันเถอะ / ไปกินข้าวข้างนอกกันเมย์”
แต่ทว่า กลับมีใครบางคนเอ่ยขึ้นมาพร้อมกันกับเตชินทร์ด้วยเช่นกัน เมื่อเขาหันไปมองก็พบกับท่านรองประธานบริษัทที่ยืนอยู่ข้างเขาั้แ่ตอนไหนก็มิทราบได้ เมื่อชรัญเห็นว่าเตชินทร์เองก็้าชวนเมนิลาออกไปทานข้าว เขาจึงมองหน้าอีกฝ่ายนิ่งอย่างไม่ยอมแพ้
แน่นอนว่า เตชินทร์ก็จ้องกลับอย่างท้าทายเช่นกัน
ส่วนเมนิลาที่กำลังเครียดกับงานตรงหน้ากลับไม่ทันได้สังเกตเห็นรังสีดำมืดแผ่ขยายออกมาจากตัวของทั้งสอง เธอเพียงแค่ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลาสลับกับกองงานที่วางพะเนินอยู่บนโต๊ะเท่านั้น หากต้องออกไปทานข้าวข้างนอกกับชรัญ เธออาจจะเหลือเวลาในการเคลียร์งานน้อยลงแน่นอน เมื่อคิดได้ดังนั้นเมนิลาก็หันไปปฏิเสธคำชวนของชรัญด้วยท่าทีที่นุ่มนวล
“ขอโทษด้วยนะคะพี่ชรัญ พอดีเมย์ยังเหลืองานอีกเยอะเลย กลัวกลับมาไม่ทันน่ะค่ะ”
เตชินทร์ได้แต่กำหมัดร้อง ‘เยส!’ ในใจที่สาวเ้าฉีกหน้าไอ้หนุ่มหน้ามนข้างๆ เขา
“งั้นเดี๋ยวไปกินร้านข้างๆ บริษัทก็ได้นะ”
ชรัญไม่ยอมแพ้ เขายังคงเดินเครื่องลุยต่อ
แต่ทว่าเมนิลาไม่ทันจะได้ตอบตกลง เขาก็ถูกคุณนายละเอียดสกัดดาวรุ่งเข้าเสียก่อน!
“คุณชรัญอยู่นี่นี่เอง ช่วยมาดูเอกสารให้ดิฉันหน่อยได้ไหมคะ”
เขามองไปที่แฟ้มเอกสารกองโตที่อยู่ในมือของคุณละเอียดก็ถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างเซ็งๆ
เตชินทร์ที่เห็นชรัญถูกขัดขวางเป็ครั้งแรกแทบอยากจะะเิหัวเราะออกมาดังๆ เพราะในที่สุดคนอย่างพ่อหนุ่มโอป้าก็ได้รับประสบการณ์ของการถูกขัดใจเหมือนที่เขาเคยโดนมาตลอดสักที
ชายหนุ่มแอบแลบลิ้นปลิ้นตาอย่างยียวนกวนประสาทใส่ลูกชายเ้าของบริษัทอย่างสะใจ จนชรัญถึงกับขบกรามแน่นด้วยความเคียดแค้น แต่ถึงกระนั้นเขาก็ต้องเดินตามคุณละเอียดเข้าไปที่ห้องทำงานของตัวเองอย่างจำใจในท้ายที่สุด
เมื่อมารผจญถูกกำจัด เตชินทร์ก็รีบอาศัยจังหวะนี้เอ่ยชวนเธอทันที
“งั้นเราไปกินข้าวกัน”
“ได้สิ”
แม้จะตกปากรับคำออกไปเหมือนไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ถึงอย่างนั้นหัวใจของหญิงสาวกลับเต้นถี่อย่างรุนแรงขึ้นมาเสียดื้อๆ เพียงเพราะแค่ถูกชวนไปกินข้าวด้วยกันแค่นี้ เหตุใดเธอถึงได้รู้สึกดีใจขนาดนี้กันนะ
อีกด้านหนึ่ง ชรัญเองก็กำลังนั่งตรวจสอบเอกสารและเซ็นอนุมัติโครงการในห้องทำงานของตัวเองอย่างเบื่อหน่าย เพราะเอกสารนั้นมีจำนวนมากพอจะทำให้เขานิ้วล็อกได้หากต้องเซ็นให้เสร็จภายในวันนี้
แต่ขณะที่เขากำลังเปิดไปหน้าถัดไปนั้น จู่ๆ ก็มีกระดาษแผ่นหนึ่งปลิวตกลงบนพื้น ชรัญจึงหยิบขึ้นมาดูก่อนจะพบว่าเป็ใบสมัครเข้าขอฝึกงานของนักศึกษาคนหนึ่ง เขาขมวดคิ้วแล้วชูขึ้นถามคุณละเอียด
“นี่อะไรเหรอครับ”
“อุ๊ย ขอโทษค่ะ ดิฉันลืมเอาออกจากแฟ้ม”
ป้าผู้จัดการยื่นมือไปรับกระดาษแผ่นนั้นคืนกลับมา
“พอดีเมื่อวันก่อนมีเด็กมาขอฝึกงานที่บริษัทเราน่ะค่ะ แต่เพราะบริษัทเราไม่มีนโยบายรับเด็กฝึกงาน ดิฉันเลยปฏิเสธไปแล้วค่ะ”
พูดจบเธอก็ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย
“แกเอาแต่บอกว่ารู้จักนายชิน ไม่ว่ายังไงก็จะมาฝึกงานที่นี่ด้วย ดิฉันไล่ก็ไม่ยอมไปสักที จนต้องให้รปภ.มาลากลงไปค่ะ”
ชรัญที่กำลังจะยื่นใบสมัครให้คุณละเอียดถึงกับชะงักก่อนจะดึงกลับมา เขามองไปที่ภาพถ่ายนักศึกษาขนาดสองนิ้วอย่างพินิจพิจารณาพร้อมทั้งครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่กับตัวเองสักพัก จนคุณป้าผู้จัดการเอียงคอเล็กน้อยด้วยความสงสัยกับท่าทีของชายหนุ่ม และหากสังเกตดีๆ จะพบว่าเขากำลังยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย
“คุณละเอียดครับ” ชรัญหันขึ้นมาเรียกเธอ
“คะ?”
“รบกวนติดต่อกลับไปว่าให้เริ่มฝึกงานได้เลยนะครับ”
แม้บริษัททัวร์แห่งนี้จะไม่มีนโยบายรับเด็กนักศึกษาเข้ามาฝึกงาน แต่ถ้าหากว่ารองประธานบริษัทถึงขั้นเอ่ยปากออกมาด้วยใบหน้าที่ดูจริงจังขนาดนี้แล้วนั้น
ผู้จัดการอย่างเธอมีหรือจะกล้าขัด!
“รับทราบค่ะ”
คุณละเอียดผงกหัวรับคำสั่งจากเขาก่อนจะเดินออกไปโทรศัพท์ข้างนอกห้องทำงาน ทิ้งไว้แต่ชรัญที่นั่งเผยรอยยิ้มออกมาอย่างกับปีศาจผู้ซึ่งกำลังวางแผนการชั่วร้ายโดยที่ไม่มีใครล่วงรู้ความคิด
อย่าคิดว่าคนอย่างฉันจะแพ้นายง่ายๆ นะ …เตชินทร์
“ฮัดชิ่ว!”
เตชินทร์จามขึ้นมาเสียงดังในขณะที่กำลังเดินเข้าไปยังร้านอาหารตามสั่งพร้อมทั้งเมนิลาและกันต์
“อาการยังไม่ดีขึ้นเหรอ?”
เมนิลาถามชายหนุ่มด้วยความเป็ห่วง รู้อย่างนี้เธอน่าจะเอายาแก้ไข้ให้กินั้แ่ตอนเช้าหลังจากที่เห็นเขาตัวร้อนหน้าแดงเสียก็ดี
เดี๋ยวกลับไปที่ออฟฟิศคงต้องเอาให้กินสักหน่อย
“สงสัยวันนี้ฝุ่น PM 2.5 คงเยอะน่ะ”
เตชินทร์พูดอย่างทีเล่นทีจริง ก่อนจะเอื้อมมือไปดึงเก้าอี้ออกมาให้เมนิลา
“เชิญครับ”
กันต์ที่เห็นดังนั้นก็มองลูกพี่ตัวเองอย่างเลิ่กลั่ก เพราะร้อยวันพันปีเขาแทบไม่เคยเห็นมุมนี้ของเตชินทร์เลยแม้แต่ครั้งเดียว
“เอ่อ…ขอบคุณนะ”
เมนิลายิ้มบางๆ อย่างขวยเขินแล้วค่อยๆ นั่งลง ส่วนเตชินทร์เองก็เลือกที่จะนั่งข้างๆ หญิงสาวด้วยเช่นกัน ทำเอาสาวเ้าถึงกับไปไม่เป็ จากใจที่เต้นตุ้มๆ ต่อมๆ อยู่แล้ว ก็ยิ่งทวีคูณหนักเข้าไปอีก!
เธอจึงทำทีหยิบเมนูอาหารขึ้นมาเปิดดูเพื่อซ่อนอาการไม่ให้เขารู้ แต่เตชินทร์ก็ดันเอียงหน้าเข้ามาดูเมนูใกล้ๆ จนหน้าทั้งสองแทบจะชิดกัน
“ไก่ทอดกระเทียมกรอบๆ ก็อร่อยนะ รับรองว่าน้ำมันไม่เยิ้มและตัวไก่ไม่หยึ๋ยด้วย”
พูดจบก็หันไปหาเธอจนจมูกของเขาเผลอไปโดนแก้มนุ่มๆ ของเมนิลาเข้าโดยไม่ได้ตั้งใจ เตชินทร์จึงรีบผละออกจากเธอทันทีแล้วทำทีหยิบกระดาษมาจดเมนูแก้เขิน ในขณะที่หญิงสาวก็หน้าแดงอย่างเห็นได้ชัด
ส่วนกันต์เองก็อ้าปากค้างอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง
หากเป็ปกติ หัวหน้าทีมอย่างเมนิลาคงต้องสวนหมัดกลับคืนไปแล้วมิใช่หรืออย่างไร แต่เหตุไฉนตอนนี้พวกเขาทั้งคู่กลับแสดงท่าทีเขินอายเหมือนเด็กประถมกำลังจีบกันเสียอย่างนั้น
แม้กันต์จะคันปากยิบๆ อยากถามออกไปให้รู้แล้วรู้รอด แต่เขาเองก็ต้องสงวนท่าทีไว้ก่อนและคอยสังเกตการณ์อย่างเงียบๆ ต่อไป
“เปิดได้หรือเปล่า”
เตชินทร์ถามเมนิลาเมื่อเห็นว่าเธอเอื้อมมือไปหยิบขวดน้ำมาเปิด แต่ไม่ว่าจะพยายามหมุนฝาเปิดแค่ไหน เธอก็ไม่สามารถเปิดได้สักที
“เอามานี่มา”
ชายหนุ่มคว้ามันไปเปิดได้อย่างง่ายดาย ก่อนจะเทใส่แก้วให้เธออย่างเสร็จสรรพเรียบร้อย ทำเอาเมนิลานึกอยากจะกัดลิ้นตัวเองให้ตายตรงนี้ไปเลยจริงๆ เพราะครั้งหนึ่งเธอเคยปรามาสผู้หญิงที่เปิดฝาขวดไม่ได้ว่าช่างสำออย แต่ทว่าตอนนี้หญิงสาวกลับเป็เสียเอง!
“ขอบคุณนะ”
เมนิลายิ้มบางๆ ให้เขา เตชินทร์จึงยิ้มตอบเธอ ซึ่งทั้งคู่ต่างตกอยู่ในภวังค์โดยไม่ทันสังเกตเลยว่ากันต์กำลังนั่งมองพวกเขาอยู่ตลอด และตอนนี้เขาเองก็ค่อนข้างมั่นใจแล้วว่า…
ลูกพี่และหัวหน้ามีใจให้กันอย่างแน่นอน!
“กับข้าวโต๊ะสองได้แล้วจ้า”
เสียงแม่ครัวปลุกเมนิลาและเตชินทร์ตื่นจากภวังค์ เขาจึงอาสาเป็คนไปเอาอาหารเอง และในขณะที่เขากำลังเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ครัว ทันใดนั้นก็มีเสียงะโเรียกชายหนุ่มดังขึ้นมาลั่นร้าน
“พี่ชินคะ!!!!”
โปรดติดตามตอนต่อไป
-----------------------------------------------------------
เ้าต้นนุ่น:
ขอประทานอภัยที่ไรท์หายไปนานเกือบหนึ่งสัปดาห์นะคะ เพราะต้องเร่งเคลียร์บทภาพยนตร์ให้เสร็จค่ะ
ตอนนี้เคลียร์เสร็จแล้ว ขอสัญญาว่าจะไม่หายไปไหนอีกนะคะ


(ส่วนนี่คือหน้าปกนิยายตัวใหม่ที่กำลังจะเตรียมลง E-BOOK ในเร็วๆนี้ค่ะ
จะพยายามให้ทันภายในเดือนนี้นะคะ บอกเลยว่ามีภาพเซอร์วิสจุกๆไปเล้ย
สุดท้ายนี้ขอบคุณรี๊ดทุกท่านที่ยังคอยอยู่เคียงข้างไม่ทิ้งไรท์ตาดำๆคนนี้ไปไหนนะคะ )
ความในใจเ้าต้นนุ่น :
มเมนต์สักนิดเพื่อเป็กำลังใจให้เ้าต้นนุ่นได้มีแรงปั่นเฮียชินหน่อยนะคะพี่ๆ