ตอนที่ 11
กุ้ยลี่อิน ที่เดินออกมาจากห้อง และมาถึงหน้าบ้านแล้ว เจอกับชายหนุ่ม ที่ผมเผ้ารุงรัง และมีหนวดเครา ก็อดที่จะอึ้งไม่ได้ เพราะไม่คิดว่าคนที่มารับเธอไปอยู่ด้วยจะดูน่ากลัวขนาดนี้ แต่ใจก็ยังคิดในทางที่ดีว่า เขาอาจจะเป็คนดีก็ได้ คนเราดูแต่ภายนอกไม่ได้ ดูอย่างแม่เลี้ยงกับลูกสาวของเธอสิ หน้าตาดีเสียเปล่าแต่นิสัยกับตรงกันข้ามเลย
ทางด้าน กังหนิงหลง เองก็เช่นเดียวกัน เมื่อเห็นหญิงสาว ที่เขาได้นำเงิน 5 หยวนและหมูป่ามาแลก แต่กลับได้หญิงสาวร่างผอมบางมาก และกำลังว่าเขาคิดผิดหรือเปล่านะ อย่างนี้เธอจะทำงานไหวหรือเปล่า แต่ถ้าทำงานไม่ได้ ดูแลบ้านไม่ได้ ไม่ใช่ว่าเขาจะต้องมีภาระเพิ่ม มาอีกหรือยังไงกัน แต่เขาก็คิดในทางที่ดีว่า เรายังไม่ได้รู้จักและได้รู้ว่าเธอเป็อย่างไร ไม่สมควรที่จะคิดไปเองอย่างนี้ เธออาจจะมีดีกว่านี้ก็ได้
"อ้าว..ลี่อิน เก็บของเสร็จแล้วหรือ มาทางนี้สิ มารู้จักกันเร็วเข้า นี่ กังหนิงหลง" เมื่อเห้นลี่อินมาแล้วแต่ัยงไม่ยอมเดินเข้ามาจึงได้เรียกขึ้นมา คงกำลังตะลึงกับผู้ชายที่เธอเลือกให้อย่างแน่นอน ได้แต่คิดสะใจ อยู่ในใจเท่านั้นไม่ได้แสดงออกมา
"สวัสดีค่ะ ฉัน กุ้ยลี่อิน ค่ะ" เมื่อหายตกตะลึงแล้วจึงได้ทักทายออกไป
"สวัสดีครับ" เขาเองก็ทักทายเธอกลับเช่นเดียวกัน
"ถ้ารู้จักกันแล้ว ก็เดินทางกลับกันเถอะ จะได้กลับถึงหมู่บ้านไม่เย็นมากกัน"
เลี่ยงหรู ที่อยากจะให้ทั้งสองคนออกจากบ้านเร็วๆ จึงได้พูดขึ้นเหมือนว่าจะเป็ห่วง แต่ใจจริงคือ้าไล่เสียมากกว่า เพราะตอนนี้เธออยากจะไปจัดการกับหมูป่าที่ได้มาแล้ว อย่างอื่นไม่อยากจะสนใจอีก
แต่ก่อนที่ทั้งสองคนจะได้ออกจากบ้านไป
"พี่ลี่อิน พี่จะไปไหนครับ"
เป็เสียงของ กุ้ยเลี่ยงหรง น้องชาย ที่รีบวิ่งเข้ามาหา เมื่อเห็นพี่สาวที่ตัวเองรักกำลังจะไปกับผู้ชายที่ไม่น่าไว้วางใจสักเท่าไร เพราะผมที่ไม่เรียบร้อย และหน้าก็มีหนวดเต็ม ทำให้น่ากลัวมากนั่นเอง
"หรงหรง พี่ต้องไปกับพี่ชายท่านนี้แล้ว น้าเขารับเงินกับหมูป่าไปแล้ว หรงหรง อยู่ที่นี่ก็ดูแลตัวเองด้วยนะ" แม้จะไม่อยากจะไป แต่ก็เห็นว่าไม่มีประโยชน์อะไร จึงอยากจะไปที่อื่นดูบ้าง อาจจะดีกว่าอยู่ที่บ้านนี้ก้ได้ เธอคิดในใจ
"พี่ลี่อิน ไม่ไปไม่ได้หรือครับ ผมเป็ห่วง" พูดพร้อมทั้งมองผู้ชายคนที่บังคับเกวียนอยู่
"พี่จะดูแลตัวเองให้ดี ไม่ต้องห่วงนะ แล้ววันหลังพี่จะมาหา พี่อยู่ที่หมู่บ้านใกล้ๆ นี่เอง วันนี้พี่ไปก่อนนะ"
"พี่ลี่อิน ถ้าพี่อยู่ไม่ได้ พี่กลับมาหานะครับ" เขายังคงมองพี่สาวด้วยความเป็ห่วงอยู่
ลี่อิน ไม่ตอบได้เพียงแค่ยิ้มอย่างเดียว เพราะใจจริงเธอไม่คิดที่จะกลับมาบ้านนี้แม้แต่น้อย ถึงแม้ว่าเธอจะไม่สามารถอยู่ที่บ้านคนที่มาซื้อเธอไปได้ เธอก็จะพยายามหาทางอื่น ที่จะไปที่อื่นอย่างแน่นอน จึงไม่อยากจะรับปากน้องชายออกไป
"หรงหรง ปล่อยให้พี่สาวไปเถอะ เดี๋ยวพี่สาวจะกลับไปถึงหมู่บ้านนั้นเย็น จะเป็อันตรายได้" ขัดใจลุกชายคนนี้เหลือเกิน ไม่รู้ว่าเป็ห่วงอะไรนักหนากัน
"พี่ลี่อิน อย่าลืมนะครับ"
เธอนั่งมองน้องชาย ที่ยืนน้ำตาซึม เพราะเป็ห่วงพี่สาว เธอมองด้วยความซาบซึ้งใจ เพราะอย่างน้อย เธอก็มีหนึ่งคน ที่ห่วงใยเธอด้วยความจริงใจ และรักเธออย่างแท้จริง
"ดูเหมือนน้องชายจะเป็ห่วงคุณมากเลยนะครับ"
เมื่อเขาบังคับเกวียนออกมาจากบ้านแล้ว กังหนิงหลง ที่เห็นเด็กผู้ชายเพียงคนเดียว ที่ดูจะเป็ห่วงพี่สาวจริงๆ และคงเป็ห่วงมากขึ้นเมื่อเห็นสภาพของเขาในตอนนี้ ด้วยความรีบร้อน เขาเลยไม่ได้จัดการตัวเองให้เรียบร้อยก่อนที่จะมา
"ใช่ค่ะ ในบ้านหลังนั้น ฉันยอมรับว่ามีเพียงน้องชายคนนี้เท่านั้น ที่ดีกับฉันเสมอ คงจะเป็ห่วงด้วยนั่นล่ะค่ะ ฉันไม่เคยไปไหนมาก่อนเลย"
เธอพยายามพูดให้ดีที่สุด แม้จะรู้ว่าน้องชายเป็ห่วงเื่อะไร ก็คงจะเป็ผู้ชายที่เธอมากับเขานี่ล่ะ น่ากลัวที่สุดแล้ว
"ผมขอโทษ ด้วยแล้วกัน พอดีผมรีบมา ไม่ได้จัดการตัวเองให้เรียบร้อย ผมเพิ่งจะออกมาจากป่า เลยรีบมาจัดการเื่นี้ให้เรียบร้อย ผมเป็ห่วงน้องชายและน้องสาวที่อยู่บ้านนะครับ นี่อาจเป็สาเหตุให้น้องชายคุณยิ่งเป็ห่วง"
เขาพยายามชวนคุย เพื่อที่จะได้ไม่เกร็งมากเกินไป เพราะอย่างไรแล้ว เขาก็อยากจะให้เธอเข้ากับทุกคนได้ เพราะในเมื่อตัดสินใจแล้วที่จะพาเธอเข้าบ้าน
"คุณเล่าเื่ที่บ้านให้ฉันฟังได้หรือเปล่าคะ เพราะอย่างไรฉันก็ต้องอยู่กับคุณอยู่แล้ว การที่ได้รู้จักกันมากกว่านี้น่าจะดีกว่า"
"ได้ครับ เรียกผมว่า พี่หนิงหลง ดีกว่านะครับ จะได้สนิทกัน เื่ของผมก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ ผมมีย่า ลุงอีกสองคน ตอนแรกก็อยู่ที่บ้านใหญ่กับพวกเขานั่นล่ะครับ แต่หลังจากแม่และพ่อจากไปด้วยไข้ป่า ก็เหลือเพียงเรา สามพี่น้อง ผมมีน้องชายชื่อ หนิงเฉิง เป็พี่ชาย และมีน้องสาวชื่อ หนิงจิน เป็ฝาแฝดกัน หลังจากพ่อและแม่ไปได้ไม่นาน เราทั้งสามคนก็ถูกตัดขาดให้แยกบ้านออกมา ให้ดูแลกันเอง เพราะพวกเขาไม่้าให้พวกเราเป็ภาระน่ะครับ"
เขาคิดถึงความอยากลำบาก ที่ต้องหาเลี้ยงน้องทั้งสองคน ทำให้เขาต้องแข็งแกร่ง และอดทน เพื่อที่จะเป็หลักให้น้องทั้งสองคนให้ได้ แม้ใจจะท้อแท้แค่ไหน แต่ก็ไม่สามารถที่จะแสดงออกมาได้
"พวกเขาใจร้ายกันจังเลยนะคะ ทั้งที่รู้ว่าไม่มีผู้ใหญ่คอยดูแล ยังกล้าปล่อยให้อยู่กันเองได้ยังไงกัน"
คนพวกนี้เห็นแก่ตัวมากเลย ไม่คิดว่าพวกเขาจะอดตายหรือยังไง หรือนั่นคือความ้าของพวกเขาหรือเปล่านะ ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะทำอย่างนั้นเพื่ออะไรกัน ทั้งที่รู้ว่าไม่มีที่พึ่ง ที่ไหนอีกแล้ว
"ตอนแรกผมเองก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน แต่ถ้ามัวคิดอย่างนั้น น้องทั้งสองขอผมที่ยังเด็กอยู่มาก คงต้องอดตายแน่เลย ผมจึงได้ลุกขึ้นสู้เพื่อที่จะหาเลี้ยงน้องทั้งสองคนให้ได้ แต่มันก็ไม่ได้ง่ายเลย ตอนนั้นผมอายุเพียง 15 ปี เท่านั้น ส่วนน้องของผมทั้งสองคน อายุเพียง 5 ปี ผมพยายามเท่าที่จะสามารถทำได้ แต่่แรกก็ลำบากเป็อย่างมาก เพราะผมยังไม่เก่งอะไร แต่ชาวบ้านพวกเขาสงสาร บางคนก็คอยช่วยเหลือเท่าที่เขาสามารถช่วยได้ แต่ผมโชคดี ผมได้เรียนรู้การเข้าป่าล่าสัตว์ กับลุงย้ง ที่เป็พรานป่า เขาสอนผมจนเก่ง จนสามารถที่จะเข้าป่าล่าสัตว์เองได้ ทำให้ผ่านความอดอยากมาได้" เขายังนึกถึงบุณคุณของลุงย้งเสมอมา
"ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่เหมือนกัน แต่ทุกอย่างมันก็ผ่านมาแล้ว เราแค่ต้องเดินต่อไปข้างหน้า ส่วนอะไรที่ผ่านมาแล้ว ให้มันผ่านเลยไปเถอะค่ะ"
"พี่เองก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน"
"แล้วทำไมพี่หนิงหลง ถึงเลือกฉันล่ะคะ ฉันคิดว่าในหมู่บ้านของพี่ก็น่าจะมีหญิงสาวที่สนใจพี่อย่างแน่นอน เพราะชาวบ้านต้องชอบคนที่ล่าสัตว์เก่งอย่างแน่นอน"
"คือพี่้าคนที่มาดูแลบ้านและน้องๆ ทั้งสองคน เพราะบางครั้งพี่ต้องเข้าป่าไปหลายวัน อดที่จะเป็ห่วงไม่ได้ เพราะถึงพวกเขาจะบอกว่าดูแลตัวเองกันได้ แต่ความเป็พี่ชายก็อดที่จะเป็ห่วงไม่ได้อยู่ดี แล้วอีกอย่าง พี่ไม่ปิดบัง พี่รู้เื่ของน้องมาบ้าง และคิดว่าที่บ้านนั้นไม่น่าอยู่สำหรับน้องสักเท่าไร ถ้ามีโอกาสที่ได้ออกมาจากบ้านนั้นได้ น่าจะดีกว่า และพี่ก็ได้รู้ว่าน้องเป็คนขยันและจิตใจดีอีกด้วย"
"อืม มันก็เป็อย่างที่พี่ได้รับรู้มาจริงๆ เพราะฉันอยู่ที่บ้านนั้นยิ่งกว่าทาสรับใช้พวกเขาเสียอีก ต้องทำงานมาก แต่อาหารแทบไม่มี ตกถึงท้อง แต่บางครั้งได้อิ่มท้องหน่อยก็ตอนที่น้องชาย คนที่พี่เห็นแอบแบ่งเอาไว้ให้ ทำให้เราทั้งสองคนสนิทกัน"
"ชีวิตของเราทั้งสองคน ช่างสู้ชีวิตเหมือนกันเลยนะ อย่างนั้นเราทั้งสองคนมาเริ่มต้นกันใหม่ก็แล้วกัน บ้านพี่อาจจะไม่ได้ดีสักเท่าไร แต่พี่ก็จะพยายามทำให้มันดีที่สุด และไม่ทำให้น้องต้องอดอยากอย่างแน่นอน"
"ขอบคุณมากนะคะ ฉันเองก็จะช่วยดูแลบ้าน ดูแลพี่และน้องๆ ทั้งสองคนให้ดีเหมือนกัน เพราะพวกพี่จะเป็ครอบครัวของฉัน เพราะฉันไม่เหลือใครแล้วจริงๆ"
"ได้พี่และน้องชายจะเป็ครอบครัวให้น้อง"
เขารู้สึกดีมากเมื่อได้คุยกับเธอ เพราะดูแล้วเป็คนที่เข้าใจอะไรง่ายๆ และไม่ใช่คนที่เลวร้ายหรือว่ามีเล่ห์เหลี่ยมอะไรแม้แต่น้อย ทำให้เขาคิดว่าการตัดสินใจในครั้งนี้ถือว่าเป็การตัดสินใจที่ดีไม่น้อย แค่ได้คุยครั้งแรกก็ทำให้รู้สึกดีแล้ว และเขาคิดว่าเมื่อได้ศึกษากันในระยะยาว คงเข้ากันได้ดีกว่านี้อย่างแน่นอน
( ฝากติดตามด้วยนะคะ )