การต่อสู้ของหนึ่งคนหนึ่งคิงคองเริ่มกลายเป็ที่สนใจจากผู้คนหลักร้อยเริ่มกลายเป็ผู้ชมหลักพันจนสตาฟรีบสั่งให้เอาจอเข้ามาเสริมอีกสองจอ ผู้เข้าร่วมงานครั้งนี้มีเยอะมาก แต่ละบูธเองเมื่อเริ่มกิจกรรมแล้วก็ต้องรอให้จบแต่ละรอบ จึงมีพวกที่เข้ามามุงดูกิจกรรมอย่างสนใจจำนวนมาก ที่จริงยังมีโซนนิทรรศการและโซนขายของด้วย แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่ได้เดินไปชมส่วนนั้นกันเพราะยังตื่นตาตื่นใจกับระบบของเกมอยู่
ไม่นานนักจอขนาดใหญ่สองจอก็ถูกเสริมเข้าไปรอบทิศทางเป็สามเหลี่ยมและสแตนเองก็ยกสูงขึ้นอีกหน่อยเพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้ชมกันอย่างทั่วถึง สตาฟเองก็ไม่นึกว่าคนที่สุ่มออกมาจะต่อสู้ได้มันหยดขนาดนี้แม้ว่าพลังโจมตีของถุงมือจะต่ำ แต่สู้มาสิบห้านาทีแล้วพลังชีวิตของผู้เล่นคนนี้ยังไม่ลดแม้แต่หน่วยเดียว แถมยังรัวหมัดใส่คิงคองระดับบอสจนมันเหมือนกับเสาหินต้นหนึ่ง
เสียงเชียร์เริ่มกระหึ่มดังกึกก้อง ในจำนวนนั้นเองก็มีหญิงสาวผู้ถามทางกชรวมอยู่ด้วย หญิงสาวมองการต่อสู้ด้วยความตื่นเต้น
“เอ๋ นั่นมันพี่กชนี่” ด้านหลังของที่นั่ง กลุ่มนักเรียนห้าคนเพิ่งจะเดินเข้ามาถึง เป็หญิงสามคนชายสองคน
“พี่กช พี่ของอรนะเหรอ” เสียงถามของเพื่อนสาวดังขึ้น
“ใช่ วันนี้ที่จริงพี่กชจะพามา แต่อรบอกว่าจะมากับเพื่อน ไม่นึกว่าพี่กชจะมาคนเดียว ปกติไม่เห็นจะสนใจอะไรแบบนี้เป็พิเศษ” อรพูดขึ้นมาด้วยความสงสัย
“เอ๋ รุ่นพี่กชมาด้วยเหรอ” ชายหนุ่มสองคนเอ่ยถามขึ้นมา
“เอาแล้ว พวกโอตาคุเริ่มอีกแล้ว” อรพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ
เด็กหนุ่มสองคนอรเรียกตามชื่อเล่นของอีกฝ่ายว่า เมษ กับ เจเจ สองเด็กหนุ่มผู้มีพี่กชของเธอเป็ไอดอล
“ไอ้เมษดูนั่น อัปเปอร์คัต!” เจเจพูดขึ้นเสียงดังด้วยความตื่นเต้น แต่ก็ไม่ได้เป็จุดสนใจของใครเพราะแต่ละคนต่างก็กำลังเชียร์การต่อสู้กันอย่างเมามัน
เสียงเชียร์การต่อสู้นี้เริ่มดังขึ้นเป็ระลอกขนาดเสียงจากไมโครโฟนของสตาฟแต่ละบูธเองก็เริ่มถูกกลบไปแล้ว
เสียงที่ดังนี้ดังไปจนถึงกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง ดูการแต่งกายและภูมิฐานแล้วต้องบอกได้แน่นอนว่าต้องเป็คนรวยไม่ก็พวกชนชั้นสูง รอบๆมีบอดี้การ์ดเดินตามหลังอยู่สี่คน
“เสียงดังใช้ได้เลยนะวันนี้” ชายวัยกลางคนพูดขึ้นใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“ค่ะท่านประธาน ดูเหมือนจะมีการทดสอบการเล่นของเครื่องเกมในโหมดคลื่นสมองค่ะ ผู้เล่นคงมีฝีมือมาก” เลขาสาวข้างๆกล่าว
“งั้นเหรอ งั้นไปดูกันหน่อยไหม” ชายคนเดิมกล่าว คนอื่นๆต่างพยักหน้าพากันเดินตามไปที่มุมหนึ่งซึ่งเป็มุมของพนักงานและสตาฟ ทันทีที่คณะนี้เดินมาถึง พนักงานระดับสูงเช่นหัวหน้าแผนกล้วนรีบกุลีกุจออกมากล่าวต้อนรับพร้อมกับสั่งให้ลูกน้องนำเก้าอี้มาให้นั่ง
“อืม ใครเป็คนเลือกสปิริตในการทดสอบ” ชายวัยกลางคนมองไปที่จอ เมื่อเห็นคิงคองั์แดงก็ถามออกมา
หัวหน้าแผนกฟังคำถามก็พลันเหงื่อตกคาดคิดไปว่าการทดสอบของผู้เล่นกลับนำบอสระดับนี้มาจะพาลทำให้เสียงาน แต่ว่าความกลัวก็ส่วนความกลัว ไม่กล้าปิดบังจึงตอบออกไปตามตรงว่าหัวหน้าแผนกสามแผนกประชุมกันว่าอยากให้ผู้เล่นเห็นว่าบอสเก่งกาจขนาดไหน เพื่อจุดไฟการเล่นของนักเล่นเกมคนอื่นๆให้อยากพิชิตมัน
แทนที่จะถูกว่ากล่าว ไม่นึกว่าชายวัยกลางคนกลับกล่าวชมเชยความคิดนี้
“เป็ความคิดที่ดี แต่นึกไม่ถึงว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะเก่งขนาดนี้ ระบบคลื่นสมองนั้นจะจำลองความเร็วพื้นฐานของการประมวลผลของสมองคนระดับไอคิวและอีคิวของผู้เล่น รวมไปถึงการเคลื่อนไหวพื้นฐานของกล้ามเนื้อของแต่ละคน เด็กหนุ่มคนนี้มีความสามารถมากจริงๆ”
“การเคลื่อนไหวของเขาดูจะคล้ายกับมวยสากล เด็กคนนี้อาจจะเคยฝึกมาก็เป็ได้ เกมนี้นั้นส่งเสริมประสิทธิภาพของผู้เล่น ผู้เล่นสามารถทลายขีดจำกัดของตัวเองได้ ผู้เล่นคนอื่นๆที่เห็นว่าตนด้อยกว่าก็จะเริ่มกลับออกมาพัฒนาตนเองเมื่อรู้ว่าพวกมันสามารถนำเข้าไปใช้ได้ ผลกระทบนี้จะกระจายเป็วงกว้างซึ่งจะสร้างผลดีให้กับผู้เล่นเกมของเรา”
ระหว่างที่ชายวัยกลางคนพูดอยู่นั้น ในโลกเสมือน กชยังคงสู้กับคิงคองั์แดงอย่างเมามัน ผ่านไปยี่สิบกว่านาที กชพลาดโดนมันตบเข้าใส่ครั้งหนึ่งเืลดไปถึงยี่สิบหน่วย แสดงว่าหากเขาโดนมันโจมตีอีกสี่ครั้งเขาจะเกมโอเวอร์ทันที เขาหลบการโจมตีคอมโบของมันได้อย่างหวุดหวิด ก่อนจะชกเข้าใส่ข้อพับแขนของมัน ะโออกไปด้านข้างต่อยเข้าสีข้างแล้วซ้ำที่ที่หัวไหล่ เขารู้สึกว่าทุกครั้งที่ต่อยไปที่จุดนี้ การยกแขนของมันจะเชื่องช้าลงเล็กน้อยซึ่งจะมีเวลาให้เขาได้ชกเพิ่มขึ้นสักหนึ่งหมัด
คิงคองั์แดง
[2914/5000]
กชโจมตีจนพลังชีวิตของมันลดมาเกือบครึ่งหนึ่งแล้ว เขายังคงสเต็ปเท้าเอาไว้ โชคดีที่ตัวละครไม่มีค่าความเหนื่อยไม่อย่างนั้นป่านนี้อาจเป็เขาที่ต้องนอนไปบนพื้น
ั้แ่เริ่มต้น ตอนนี้เวลาผ่านไปสามสิบห้านาทีแล้ว เสียงเชียร์เริ่มดังกระหึ่ม พลังชีวิตของคิงคองั์แดงลดไปเป็จำนวนมาก การโจมตีของมันช้าลง อีกทั้งมันถูกกชอ่านการโจมตีออกทั้งหมด หมัดแต่ละหมัดถูกปล่อยออกไปเต็มกำลังของตัวละคร เืที่ลดแต่ละครั้งมากกว่าสิบหน่วย คิงคองั์แดงโดนรัวหมัดอยู่ฝ่ายเดียว เมื่อเืของมันลดลงมาเหลือหนึ่งพันหน่วย ท่าโจมตีที่ไม่คาดคิดของมันก็เกิดขึ้น มันกางแขนก่อนจะเหวี่ยงออกไปรอบทิศทาง กชที่ไม่ทันตั้งตัวถูกซัดปลิวออกไปห่างจากตัวคิงคองมากกว่าสิบเมตรพลังชีวิตเหลือเพียงยี่สิบหน่วยเท่านั้น
“บ้าเอ๊ย ท่าอะไรนั่น” กชรีบลุกขึ้นเพื่อหลบท่าะโทุบของมันก่อนจะรัวหมัดใส่มันอีกครั้ง คราวนี้เขาระมัดระวังมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
“ท่านประธานคะ อีกสิบห้านาทีจะได้เริ่มพิธีเปิดแล้วค่ะ” เลขาสาวเอ่ยขึ้นเสียงเบา ชายวัยกลางคนละสายตาออกจากจอหันมามองเวลา
“อืม ดูเ้าหนุ่มนี่เพลินไปหน่อย น่าเสียดายถูกท่าโจมตีวงกว้างของบอสเข้าไป” ชายวัยกลางคนพูดพร้อมกับลุกขึ้นพร้อมๆกับคณะเดินทางก่อนจะหันไปกำชับเลขา
“เ้าหนุ่มที่เืเหลือยี่สิบหน่วย กับบอสที่เืเหลือเก้าร้อยหน่วย น่าสนใจ คงต้องเพิ่มระดับความน่าสนใจเพิ่มอีกหน่อย ไม่งั้นเกมที่ผมชอบคงน่าเบื่อแย่”
“ท่านจะสั่งอะไรรึเปล่าคะ”
“อืม ติดตามผลการแข่งนี่ด้วย หากเ้าหนุ่มนี่ชนะ ให้หาข้ออ้างขอชื่อและเลขที่บ้านไว้ซะหน่อย วันนี้อุปกรณ์ที่จะแจกจากการจับฉลากเก็บไว้ให้เ้าหนุ่มนี่หนึ่งที่”
“ได้ค่ะท่าน”
“อืม” ชายวัยกลางคนตอบกลับ พาคณะของตัวเองเดินไปที่เวทีที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้ ด้านเลขาสาวเองก็หันไปสั่งกับหัวหน้าแผนกที่อยู่ใกล้ๆเช่นกัน
“แกตาย!” กชะโออกมาเสียงดังพร้อมกับวัดเข้าเต็มเบ้าตาของคิงคองั์แดง แต่ละหมัดไม่ได้เกรงใจตำแหน่งสปิริตระดับบอสของมันเลยแม้แต่น้อย
เมื่อเืของมันลดลงเหลือห้าร้อยหน่วย มันใช้ท่าโจมตีวงกว้างอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กชระวังตัวอยู่ก่อนแล้ว เขารีบถอยออกมาอย่างรวดเร็วรอจนมันโจมตีเสร็จก็พุ่งเข้าซัดมันอีกครั้ง หลังจากรัวหมัดผ่านไปสิบนาที เืของคิงคองั์แดงก็หมดลง ตัวมันกลายเป็ไข่สีแดงฟองหนึ่งอยู่ด้านหน้าของกช ในตอนนั้นเอง รอบด้านก็พลันมืดลง
กชลืมตาออกมาอีกครั้งแม้จะเห็นเพียงอะไรมืดๆแต่ก็รู้สึกได้ว่าตนออกมาจากโลกเสมือนแล้วจากเสียงเฮที่ดังลั่นอยู่รอบด้าน
ไม่นานสตาฟก็มาถอดอุปกรณ์ออกได้แก่ วีอาร์ลิงค์ที่ครอบอยู่ที่ดวงตาของเขากับคอนโทรลลิงค์ซึ่งคล้ายกับหูฟังบลูทูธออก
“เป็ยังไงบ้าง รีบลุกขึ้นเร็ว” สตาฟคนเดิมยื่นมือออกมาจับมือพยุงตัวกชลุกขึ้น ในตอนนี้เองที่เสียงเฮดังลั่นกว่าเดิม
“เอาละ ขอเสียงให้ผู้กล้าผู้พิชิตของเราหน่อย”
เฮ เฮ ...
“เป็ยังไงบ้างครับ ขอสอบถามความรู้สึกหน่อย” สตาฟกล่าวถาม
“สนุกและตื่นเต้นมากครับ ครั้งนี้เป็การต่อสู้ที่ไม่เคยมาก่อนเลยในชีวิต ทั้งความรู้สึกทั้งัั เหมือนจริงเอามากๆ”
“ฮ่าๆ แน่นอนครับ ไม่ทราบว่าน้องชายชื่ออะไรเอ่ย”
“กชครับ”
“เอาละ ขอเสียงปรบมือให้คุณกชหน่อยครับที่ร่วมทดลองเล่นกับบูธเรา บอกได้เลยว่าคุณกชเป็ผู้เล่นคนแรกที่พิชิตบอสคิงคองั์แดงได้ ปรบมือให้คุณกชหน่อยครับ” เสียงของสตาฟดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับเสียงปรบมือของผู้ชม ผู้ชมแทบทุกคนรู้แล้วว่าเ้าตัวนี้คือบอสสปิริตระดับสามัญ แต่กชที่เพิ่งได้ฟังก็ใเล็กน้อย
“ตอนนี้ขอพักการทดลองเล่นไว้ชั่วคราวครับ อีกไม่กี่นาทีจะถึงพิธีเปิดงานครั้งนี้แล้ว ท่านผู้ชมส่วนใหญ่ไม่ต้องพากันไปอัดแน่นหน้าเวทีก็ได้ครับจะมีจอขนาดั์สี่จอถ่ายทอดจาก้า อันที่จริงหากมองจากตรงนี้ก็จะเห็นเวทีอยู่ทางด้านนั้นครับ หลังจากท่านประธานกล่าวเปิดพิธีเสร็จแล้วเราจะมาเริ่มกิจกรรมกันต่อ” สตาฟกล่าวขอบคุณผู้เข้าร่วมงาน ก่อนจะพากชไปที่มุมของสแตนซึ่งมีพนักงานอยู่สามสี่คน
“มีอะไรหรือเปล่าครับ”
“ไม่มีครับน้องกช เพราะน้องชนะบอสได้ เลยไม่ใช่แค่จะได้บัตรชิงโชคธรรมดาครับ รบกวนขอชื่อที่อยู่พร้อมเบอร์โทรศัพท์ด้วยครับ เราจะจัดทำฉลากขึ้นมาเพื่อจับรางวัลใหญ่ครับ น้องกชถ้าโชคดีวันนี้อาจได้ของรางวัลใหญ่ๆกลับไปก็ได้”
“อ่อ ได้ครับ”
ในตอนที่กชกำลังจดชื่อและเบอร์ติดต่อให้กับสตาฟ ด้านเวทีขนาดใหญ่ที่ฮอลล์ที่หนึ่งก็เริ่มมีเสียงดังขึ้นพร้อมกับทีมงานหรี่ไฟให้จุดนั้นมืดลงเล็กน้อย ส่วนด้านหน้าเวทีในตอนนี้ไฟถูกดับจุดมืดสนิท ต่อมาพลุไฟเย็นที่ติดตั้งเอาไว้กว่าสิบจุดด้านหน้าเวทีก็พวยพุ่งออกมาเป็ประกายแสงสีทองระยิบระยับ
จากด้านหน้าเวทีและจากจุดที่ใกล้จอแสดงผลจะเห็นได้ชัดความจุดอื่นๆ ในตอนนี้เองที่เสียงของผู้ร่วมงานกลายเป็แตกฮือ กชเองก็อยู่ใกล้จอั์จอหนึ่ง ในจอนั้นเองสามารถสังเกตเห็นบุคคลปริศนาสองคนจากแสงของพลุไฟ
หลังจากพลุไฟดับไป เวทีด้านหน้าก็สว่างขึ้นเล็กน้อยพอให้ทุกคนได้เห็นบุคคลปริศนาสองคนที่หันหน้าเข้าหากันยืนห่างจากกันประมาณสิบเมตร แต่ละคนแต่งตัวมิดชิดด้วยชุดรัดรูปสีดำ ใบหน้าสวมด้วยบางสิ่งที่คล้ายกับแว่นตาซึ่งดูก็รู้ว่านั่นคือวีอาร์ลิงค์ ยังมีอุปกรณ์ที่สวมอยู่ที่หูอย่างคอนโทรลลิงค์อีกด้วย