เมื่อไป๋เหยียนอวี่ขับรถมาถึงวัดที่มารดาบอก เธอยังไม่ทันที่จะดับเครื่องยนต์ สายลมเย็นก็พัดแทรกผ่านช่องกระจก กลิ่นธูปอ่อน ๆ คลุ้งเข้ามาในห้องโดยสาร
“ถึงเสียที” คุณนายหลิวเอ่ยเบา ๆ ก่อนเปิดประตูลงจากรถโดยไม่รอบุตรสาว
ไป๋เหยียนอวี่มองป้ายไม้ที่แขวนอยู่เหนือซุ้มประตูเก่าแก่ “วัดไป่เซียน” อักษรจาง ๆ ถูกกัดกร่อนด้วยกาลเวลา แต่ยังคงััได้ถึงความขลังที่ซ่อนอยู่
เส้นทางเดินเท้าโรยกรวดเล็กทอดยาวสู่ตัวศาลา ขนาบข้างด้วยป่าไผ่สูงเสียดฟ้า ทุกย่างก้าวได้ยินเสียงลมที่พัดผ่านกอไผ่ดังซู่ซ่า คล้ายเสียงกระซิบจากอดีตไหลเวียนในอากาศ
ศาลาไม้เก่าแก่ตั้งอยู่กลางป่าเงียบเชียบ ภายในเรียบง่าย ไม่มีเครื่องประดับใด ๆ ให้สะดุดตา โต๊ะไม้เตี้ย ๆ ตัวหนึ่งตั้งอยู่กลางห้อง เื้ัโต๊ะนั้น นักพรตชราผู้หนึ่งนั่งสงบอยู่ เคราสีขาวยาวแตะอก สวมเสื้อผ้าป่านซีดหม่นตามกาลเวลา ผมรวบมวยสูงตามแบบผู้ฝึกตนโบราณ ดวงตาหลุบต่ำราวกับหลับ แต่หากสังเกตดี ๆ จะเห็นแววตาเป็ประกายบางอย่างวูบผ่าน...คล้ายคนที่ “รู้อะไรบางอย่าง” เสมอ
คุณนายหลิวพรวดเข้าไป แล้วคุกเข่าลงอย่างเร่งรีบแทบจะในทันทีที่ฝ่าเท้าััพื้นกระดาน
“ขอท่านเมตตาดูดวงให้ลูกสาวของดิฉันด้วยค่ะ…” น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวลและอ้อนวอน
“ฉันอยากให้ท่านช่วยดูว่า เมื่อไหร่ลูกสาวของดิฉันจะมีลูกมีผัวเสียที… ฉันอยากเห็นหน้าหลานใจจะขาดแล้ว” น้ำเสียงของผู้เป็แม่เริ่มสั่นกลายเป็เคร่งเครียดปนน้อยใจ
นักพรตไป่ซานลืมตาช้า ๆ ก่อนจะหันไปมองใบหน้าของไป๋เหยียนอวี่นิ่งนาน ดวงตาคู่นั้นไม่แสดงอารมณ์ใดชัดเจน แต่กลับมีบางอย่างที่ทำให้ผู้คนรู้สึกว่าเขาเห็นลึกเข้าไปในใจของคนตรงหน้า
ไป๋เหยียนอวี่สบตากลับด้วยแววตาสงสัยเชื่อครึ่ง ไม่เชื่ออีกครึ่งหนึ่ง
นักพรตชราเอื้อนเอ่ยเสียงแ่เบา ริมฝีปากขยับเพียงนิด แต่คำพูดกลับดังก้องราวกับดังมาจากภายในใจ
“เมื่อจันทราถูกบดบังจากฟ้า ลูกสาวของคุณนาย... จะได้พบเนื้อคู่ เป็ชายผู้มาจากแดนไกล... ไกลกว่าทุกที่ที่คุณนายเคยจินตนาการไว้เสียอีก”
“และบุตรสาวของคุณนายจะได้เจอครึ่งหนึ่งของชีวิตและให้กำเนิดบุตรกับชายคนนั้น ทารกผู้เป็สายเืแห่งโชคชะตา...”
คุณนายหลิวเบิกตากว้างทันที มือที่วางอยู่บนตักกำแน่นอย่างไม่รู้ตัว
“จริงหรือคะ ที่บุตรสาวของฉันจะมีบุตร มีครอบครัวกับชายคนนั้นจริง ๆหรือ?”
นักพรตไป่ซานพยักหน้า “แต่การพบกันของพวกเขา จะแลกมาด้วยการจากพราก เธอไม่อาจหวนคืนกลับมาได้ แม่ลูกจะต้องอยู่คนละฟากฟ้า ตลอดไป ลูกสาวของคุณนายจะหวนคืนสู่ลิขิตเดิมในอดีต”
คุณนายหลิวเมื่อได้ยินดังนั้นถึงกับใบหน้าซีด รอยยิ้มจางหายไปในพริบตา หัวใจร่วงวูบ มือที่เคยจับลูกสาวไว้แน่นกลับสั่นระริก
'ฉันเสียสามีไปแล้ว… แล้วตอนนี้จะต้องเสียลูกอีกคนเหรอ?'
หญิงวัยกลางคนหันมามองท่านนักพรต ก่อนเอ่ยด้วยเสียงแ่ราวกระซิบ
“ฉันเป็แม่... ฉันจะช่วยลูกสาวฉันได้ยังไงคะ? จะให้ฉันแค่นั่งมองเธอหายไปจากชีวิต แล้วใช้เวลาที่เหลืออยู่กับแค่ความคิดถึงเหรอ...” เธอเอ่ยเบา ๆ ด้วยความกลัว
นักพรตไป่ซานหลับตาลงครู่หนึ่ง คล้ายกำลังแผ่จิตัับางอย่างออกไปในอากาศ ก่อนจะลืมตาขึ้นและเอ่ยด้วยเสียงแ่
“ในบ้านคุณนาย... มีของเก่าอยู่ชิ้นหนึ่ง เป็ของตกทอดจากบรรพบุรุษตระกูลไป๋ ให้ลูกสาวคุณนายพกติดตัวไว้ มันจะช่วยปกป้องเธอ... ในเวลาที่สำคัญที่สุด ของชิ้นนั้นจะทำลูกสาวของคุณนายสามารถติดต่อกันได้ และคุณนายได้จะได้พบเจอกับคนรักที่จากไปอีกครั้ง”
ความเงียบครู่หนึ่งปกคลุมศาลาไม้ จนกระทั่งเหยียนอวี่ที่นั่งฟังอยู่นานหลุดถอนหายใจเบา ๆ
“ขอโทษนะคะ...” เธอยกคิ้ว พร้อมสีหน้าเรียบเฉย
“ฉันเป็ตำรวจ ฉันเชื่อในหลักฐาน ไม่ใช่เื่ไร้เหตุผลพวกนี้”
หญิงสาวดึงมือออกจากผู้เป็แม่เบา ๆ แล้วลุกขึ้นเต็มความสูง
“กลับเถอะค่ะแม่...อย่าเชื่อเื่งมงายไร้สาระเลยค่ะ เดี๋ยวหนูต้องไปสืบคดีต่อ” ว่าแล้วเธอก็เดินออกจากศาลาไปทันที
นักพรตชราเมื่อเห็นหญิงสาวไม่เชื่อที่ตนบอก สายตาคู่นั้นติดตามแผ่นหลังของหญิงสาวที่จากไปอย่างเงียบงัน
ในดวงตาคู่นั้น... ไม่ใช่เพียงแค่มองเห็นร่างของหญิงสาวผู้ดื้อรั้น แต่เหมือนกำลังมองทะลุผ่านไปถึงเส้นโชคชะตาอันยาวไกล เงาสะท้อนแห่งอดีตที่กำลังทอดยาวออกไป ในที่ที่แม้แต่ตัวเธอเองยังไม่อาจคาดถึง
ไป๋เหยียนอวี่กลับไม่รับรู้ถึงสิ่งเ่าั้ หญิงสาวเดินมุ่งมั่นตรงไปยังทางลงศาลา ทว่ายังไม่ทันก้าวพ้นธรณีประตู เสียงของหลิวซื่อก็ดังตามหลังมาอย่างขุ่นเคือง
“เหยียนอวี่ แกจะดื้อไปถึงไหน? นี่ท่านนักพรตเขาบอกว่าแกกำลังจะมีเคราะห์ใหญ่ ยังมีหน้าจะไปสืบคดีอีกเหรอ?”
“คดีไม่รอคนหรอกค่ะแม่... 'เคราะห์' หนูไว้ค่อยจัดการทีหลังได้”
ว่าจบ เธอก็ก้าวพ้นศาลาไปอย่างไม่ลังเล ทิ้งให้ผู้เป็แม่ยืนถอนหายใจยาวกับคนดื้อที่ไม่มีวันฟังคำเตือนใด ๆ
ทันใดนั้นเดินมาประจันหน้า วางมือบนบ่าของลูกสาว พูดด้วยน้ำเสียงยังสั่นเครือ
“แกกลับไปบ้านกับแม่เดี๋ยวนี้เลย... แม่จะหาเครื่องรางที่ว่าให้ แกต้องใส่ก่อนออกจากบ้าน เข้าใจไหม? แม่จะไม่ยอมให้แกไปไหนทั้งที่ไม่มีของเก่าแก่ของบรรพบุรุษคุ้มครองป้องกันตัว”
ไป๋เหยียนอวี่เม้มริมฝีปากเงียบ เธอไม่อยากทะเลาะ แต่ก็ไม่อยากเถียงผู้เป็แม่ไปมากกว่านี้
แม้ในใจจะไม่เชื่อสิ่งที่เกิดขึ้นนัก แต่... แววตาที่หวาดกลัวของผู้เป็แม่ และคำทำนายของนักพรตเฒ่าผู้นั้น ก็กำลังทิ้งเงาเอาไว้ในความรู้สึกลึก ๆ ของเธออย่างเงียบงัน ไป๋เหยียนอวี่นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนถอนหายใจยาว
“ก็ได้ค่ะแม่...” เธอพูดเสียงเบาอย่างยอมแพ้ในที่สุด
“เดี๋ยวหนูจะแวะไปส่งแม่ที่บ้านก่อน... ก่อนที่หนูจะไปสืบคดีคนหาย”
หลิวซื่อสบตาลูกสาวด้วยความโล่งใจ สีหน้าอ่อนลงทันตา ราวกับคนที่พึ่งถอนลมหายใจจากเงามืดแห่งความหวาดกลัว
“ดีมากลูก... กลับบ้านกันเถอะ แม่จะหาเครื่องรางชิ้นนั้นให้... แกต้องใส่มันติดตัวไว้ตลอดเวลาเข้าใจไหม?”
“ค่ะ ๆ ... เข้าใจแล้วค่ะแม่” ไป๋เหยียนอวี่พึมพำ พลางหันหน้าหนี แม้ในใจจะยังสงสัยว่าทั้งหมดนี่มันเื่ไร้สาระแค่ไหน แต่... ถ้ามันจะทำให้แม่ของเธอสบายใจได้ เธอก็พร้อมจะสวมเครื่องรางอะไรนั่นสักวันสองวันก็ได้
โดยที่ไป๋เหยียนอวี่ไม่รู้เลยว่า... เครื่องรางชิ้นนั้น จะไม่ใช่แค่ช่วยเป็ “เครื่องป้องกันภัย” แต่มันจะกลายเป็ “กุญแจ” ที่เปลี่ยนโชคชะตาทั้งชีวิตของเธอและครอบครัวไปตลอดกาลอีกด้วย
ไม่นานนักเสียงเครื่องยนต์ดับลงหน้าบ้านไม้สองชั้นเก่าในตรอกเงียบสงบของเขตเมืองเก่า ไป๋เหยียนอวี่ถอนหายใจเบา ๆ ขณะถอดเข็มขัดนิรภัย ดวงตาของเธอมองไปยังบ้านที่คุ้นเคย ริมฝีปากเอ่ยเรียบ ๆ
“แม่ หนูมีเวลาไม่มากนะ อีกไม่ถึงชั่วโมงต้องหนูเข้าประชุมกับทีมสืบสวนแล้ว”
“แป๊บเดียวลูก รอแม่นี่แหละ” หลิวซื่อว่าด้วยเสียงกำชับก่อนจะเปิดประตูรถแล้วก้าวฉับ ๆ เข้าบ้าน ทิ้งให้ลูกสาวนั่งรออยู่ในรถ
ไป๋เหยียนอวี่เอนศีรษะพิงเบาะ มองนาฬิกาบนข้อมือขณะความคิดยังวนเวียนกับคำทำนายเมื่อเช้า แม้เธอจะไม่ใช่คนงมงาย และยิ่งไม่ใช่คนที่หลงเชื่อคำพูดของนักพรตเฒ่าที่ดูเก่าแก่คร่ำครึ ราวกับหลุดออกมาจากตำนานยุคโบราณ แต่บางอย่างในแววตาของชายชราผู้นั้น และน้ำเสียงที่เอ่ยถึงโชคชะตาอย่างแ่เบา กลับฝังอยู่ในใจลึกอย่างน่าประหลาด
ในขณะที่เธอยังคงลังเล คุณนายหลิวก็กลับออกมาพร้อมผ้าขาวห่อเล็ก ๆ ในมือ ดวงหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นปนจริงจัง
“แม่เจอแล้ว ของที่ท่านักพรตพูดถึงน่ะ อยู่ในห้องเก็บของข้างหลังนู่น ในกล่องเก่า ๆ ที่อาม่าเคยซ่อนเอาไว้”
ไป๋เหยียนอวี่เลิกคิ้วเล็กน้อยขณะรับห่อผ้าเก่าจากมือแม่เธอคลี่มันออกอย่างระมัดระวังผืนผ้าสีจางซีดจนน่าใจหาย ราวกับถูกซักผ่านฤดูหนาวมาหลายสิบปี
เมื่อคลี่ผืนผ้าเนื้อหยาบจนสุด สิ่งที่เผยให้เห็นอยู่ภายในคือแหวนวงหนึ่งที่แกะสลักลายอย่างประณีต ตัวเรือนทำจากเงินเนื้อดี สีหม่นมัวตามกาลเวลา เผยให้เห็นร่องรอยของอายุขัยที่ยาวนาน
แต่กลับประหลาดนัก… หินมรกตสีเขียวเข้มที่ฝังอยู่ตรงกลาง กลับเปล่งประกายระยิบระยับ แสงสะท้อนสีเขียวขุ่นจับต้องแสงแดดยามเที่ยงอย่างเร้นลับ ราวกับสิ่งมีชีวิตที่ยังคงเต้นไหวอยู่ภายในตัวอัญมณีนั้น
รอบฐานของแหวนถูกแกะสลักด้วยลวดลายโบราณแน่นลึก ลายเส้นคมกริบ บรรจงร้อยเรียงเป็อักขระโบราณที่แม้จะถูกกัดกร่อนด้วยกาลเวลา แต่กลับไม่มีรอยพร่าเบลอแม้แต่น้อย เผยให้เห็นถึงฝีมือช่างผู้ซึ่งไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน
หลิวซื่อมองแหวนวงนั้นด้วยแววตาเคร่งขรึม ก่อนจะเอ่ยเสียงแ่ “แหวนของอาจู่... บรรพบุรุษรุ่นต้นของตระกูลไป๋”
เธอเอื้อมนิ้วแตะแหวนเบา ๆ เหมือนกลัวจะปลุกอะไรบางอย่างที่หลับใหลอยู่ในนั้น
“แม่จำได้ว่าอาม่าเคยบอกไว้ แหวนวงนี้เป็สมบัติเซียน สืบทอดกันมาหลายชั่วคนมันจะคุ้มครองคนในตระกูลไป๋จากภัยร้ายแรง...”
เธอหยิบแหวนขึ้นมายื่นให้ “แกใส่แหวนวงนี้ซะ มันจะช่วยปกป้องคุ้มครองแก”
เหยียนอวี่ถอนหายใจ เธอส่ายหน้าช้า ๆ ราวกับไม่รู้จะเริ่มแย้งแม่ของเธอจากตรงไหนก่อนดี
“แม่โดนหลอกแล้ว... สมบัติเซียนอะไรจะมาอยู่ในมือคนธรรมดาแบบเรา?”
“แกอย่าพูดแบบนั้น” ผู้เป็แม่สวนกลับทันที ดวงตาเริ่มขุ่นมัว “ของบางอย่างมันไม่ต้องมีเหตุผลถึงจะมีค่า”
สารวัตรสาวไม่ตอบอะไร เธอมองแหวนในมืออีกครั้ง ลวดลายเ่าั้ให้ความรู้สึกประหลาดยามจ้องมองนาน ๆ เหมือนมันเคลื่อนไหวได้... เหมือนมันมีชีวิตอยู่ในนั้น
แม้เหตุผลในหัวจะต่อต้านเต็มที่ แต่บางอย่างในใจของไป๋เหยียนอวี่กำลังกระซิบเงียบ ๆ ว่า... เธอควรสวมมันไว้
สารวัตรสาวพยักหน้าเบา ๆ โดยไม่ได้เอ่ยคำใด นิ้วเรียวค่อย ๆ หยิบแหวนขึ้นมาสวมที่นิ้วนางข้างขวาโดยไม่คิดอะไรมากนัก
ทันทีที่แหวนััผิว ความรู้สึกเย็นวาบก็แล่นผ่านขึ้นจากปลายนิ้วไปยังต้นแขน ความรู้สึกนั้นแ่เบาเกินจะบรรยาย หญิงสาวชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็ไม่พูดอะไร
“แม่... หนูไปทำงานก่อนนะคะ เดี๋ยวคดีจะค้างอีก” ไป๋เหยียนอวี่ เอ่ยเพียงเบา ๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากบ้าน ก้าวขึ้นรถยนต์คันเล็กแล้วขับเคลื่อนออกไปอย่างไม่เร่งรีบ พร้อมกับความรู้สึกบางอย่างที่ไม่ยอมจางหายไปง่าย ๆ
โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า ผู้เป็มารดาที่มองส่งอยู่ตรงนั้น... จะไม่มีวันได้เห็นแผ่นหลังของเธออีกครั้ง และตัวเธอเองก็ไม่อาจหวนคืนกลับมายืนในโลกใบเดิมอีกเลย

ยัยน้องตามใจแม่มาดูดวง แต่ดูไปดูมา เหมือนแม่ส่งลูกไปได้สามีไกลๆ
นักพรตไม่พูดเปล่า ท่านเล่นใหญ่! ลูกสาวคุณนายจะสมหวังในความรัก
แต่ต้องพลัดพรากจากแม่ตลอดกาล ด้วยความวังวลของแม่แต่สุดท้ายน้องก็ต้องยอม
ใส่แหวนติดตัวเพราะแม่จะร้องไห้ซึ่งแหวนก็ไม่ได้มาเล่น ๆ …
เพราะมันคือบัตรผ่านประตูมิติโดยไม่สมัครใจจ้า
พูดเลย ตอนหน้าคือ หลังจากตามสืบคดี น้องข้ามโลกแล้วเด้ออออออ
ฝากเอ็นดูสารวัตรสาวของไรท์ด้วยค่ะ