ล่วงเลยเข้าสู่เวลาย่ำค่ำ ทองได้บอกให้แม่เล้าเรียกรวมตัวเด็กๆภายในหอ พร้อมกับนำใบประกาศที่ดินเป็คนเขียนมาด้วยสองแผ่น
“พี่สาวทุกท่าน ขอแนะนำตัวกันสักเล็กน้อย ตัวข้านั้นเป็ผู้จัดการคนใหม่ ที่จะมาดูแลกิจการภายในหอ ในช่องสองสามวันหลังจากนี้ แทนแม่เล้าฝน”
เมื่อสิ้นเสียงทอง ก็เกิดเสียงฮือฮาอย่างตื่นตระหนก
วันนี้พวกนางได้ทราบว่ามีการเปลี่ยนเ้าของหอคนใหม่
ตอนที่วันทราบว่าแม่เล้าให้เด็กเจ็ดขวบ เป็เ้าของก็คิดขบขัน
เด็กน้อยผู้นั้นรู้จักการ****หรือยัง ถึงได้ให้มาเป็เ้าของหอนางโลมเช่นนี้
แต่นี่ถึงกับให้เด็กที่มีอายุน้อยกว่าคนแรกกระมัง
มาเป็ผู้จัดการเื่ต่างๆภายในหอ แน่ใจนะว่าแม่เล้าไม่ได้เสียสติ
ทองกระแอมเล็กน้อย “วันนี้ข้าจะวานพวกท่านสักเล็กน้อย ให้พวกท่านไปติดใบประกาศ สองแผ่นนี้ให้ทั่วทั้งเมือง แน่นอนว่า ข้าไม่ได้ให้พวกท่านไปติดกันเปล่าๆ ข้าจะให้พวกท่านนั้นใช้เครื่องประทินโฉมพวกนี้ แต่งหน้าตาของตนเองให้ดี ยิ่งพวกท่านแต่งหน้าได้ดีเท่าไร ข้าก็จะให้เงินแก่พวกท่านมากเท่านั้น
เมื่อกล่าวจบ ทองก็ได้เปิดผ้าคลุมที่โต๊ะเบื้องหน้าของพวกตน
ในขณะที่ทุกคนกำลังฮือฮาเนื่องจากบนโต๊ะ
วางเครื่องประดับและเครื่องประทินโฉมจำนวนมาก
และยังมีหีบเล็กที่บรรจุเงินไว้หลายร้อยตำลึงที่อยู่ไม่ไกล แม่เล้าก็หน้าซีด
เนื่องจากเงินพวกนี้เป็เงินที่นางเก็บหอมรอมริบเอาไว้
และเป็เงินที่ขายสมุนไพรเมื่อเช้านี้ด้วย
นางคิดว่าตนเองมีเงินจำนวนมาก ไม่ต้องห่วงเื่เงินทุนของหอได้สักพัก
แต่นางไม่ทราบเลยว่า เ้าเด็กสองคนนี้จะเอาเงินของนางมาหว่านเล่นเช่นนี้
ถ้ารู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นนางคงไม่วางใจให้เงินกับพวกมันหรอก
ทองเหลือบสายตาไปมองแม่เล้าก็รู้ว่านางคิดอะไรอยู่
มันจึงเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ “นี่เป็ก็เหมือนการปลูกต้นไม้ หากท่าน้าได้มะม่วงท่านก็ต้องหว่านมะม่วงลงในดิน แล้วก็รอมันให้เติบโต นี่ก็เช่นกัน การหว่านพืชก็ต้องหวังผล เมื่อท่านหว่านเมล็ดมะม่วงท่านก็ย่อมต้องได้ต้นมะม่วง เมื่อข้าหว่านเงินหว่านทองข้าก็ย่อมต้องได้ต้นเงินต้นทองเช่นกัน”
แม่เล้าต่อให้ได้ยินเช่นนั้น ก็ไม่ได้คลายใจ
แต่ทว่านางในตอนนี้ทำอะไรไม่ได้แล้วจึงต้องปล่อยให้เลยตามเลย
บรรดานางคณิกา
ต่างวิ่งเข้าใส่กองเครื่องประดับและเครื่องประทินโฉมอย่างตื่นเต้นยินดี
แต่ทว่าทางทองนั้นกลับนั่งอย่างเพลิดเพลิน ขณะมองพวกนางแต่งตัว
แม่หญิงสาวคนหนึ่งแต่งหน้าเสร็จ เร็วไวกว่าเพื่อน
ถึงแม้ว่าหน้าสดไร้เครื่องประทินโฉมพอใช้
แต่นางกลับแต่งหน้าไม่เข้ากับรูปหน้าของตนเองก็ส่ายศีรษะ “พี่สาว ท่าน้าที่จะแต่งหน้าเช่นนี้ออกไปข้างนอกเช่นนั้นหรือ ข้าขอกล่าวว่าการแต่หน้าของท่านเช่นนี้ กลับไม่สามารถดึงเสน่ห์ของท่านออกมาได้ ข้าประเมินว่าท่านจะได้เพียงห้าเบี้ยเท่านั้น หาก้าแต่หน้าเช่นนี้ออกไป ข้าก็ยินดีมอบเบี้ยห้าอันแก่ท่าน"
หญิงสาวเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็หน้าม่อยคอตกเดินกลับไป
นางคิดว่าเ้าเด็กนี่ยังเป็เด็ก น่าจะชอบการแต่งหน้า
ที่มีสีสันฉูดฉาดตามประสชาเด็กทั่วไป แต่ไม่คิดเลยว่ามันผู้นี้จะมีความเื่มากยิ่ง
หลังจากที่นางคณิกาคนนั้นออกไปได้ไม่นาน ก็มีนางคณิกาคนใหม่เดินเข้ามา
ทองพยักหน้าอย่างพึงพอใจเป็อันมาก
"พี่สาวการแต่งหน้าของท่านช่างดีเยี่ยมยิ่งนัก เข้ากับเครื่องดับทั้งยังมีเสื้อผ้าได้อย่างลงตัว"เมื่อกล่าวจบ ทองจึงได้หยิบเงินห้าตำลึงออกมา ยื่นให้แก่นาง
นางเมื่อเห็นเช่นนั้นก็ตกตะลึง
เงินห้าตำลึงนี้มากกว่าเงินเก็บจากการทำงานในหอหลายปีมานี้ไม่รู้กี่เท่า
ทองเมื่อเห็นเช่นนั้นก็อดยิ้มน้อยไม่ได้ เมื่อไม่กี่วันก่อน
มันยังคงภาคภูมิใจจากเงินค่าแรงไม่กี่สิบเบี้ยอยู่เลย และยิ่งตอนที่มันได้เงินมาจากท่านใต้เท้ามาห้าตำลึง
มันยังคงภาคภูมินึกว่าตนร่ำรวยเสียแล้ว
แต่ไม่นานหลังจากนั้นมันก็ได้เห็นเงินสามร้อยตำลึง ที่จากบ้านท่านปู่มา
ก็ตาโตจนหัวใจจะหยุดเต้น แต่ตอนนี้แม้มีเงินหมื่นตำลึงมาวางอยู่ตรงหน้า
ก็ทำให้มันแค่ชายตามองเท่านั้น
เมื่อแม่นางคุณนั้นรับเงินเสร็จ ก็หยิบใบสมัครงาน
ที่ดินเขียนออกไปอย่างละสิบใบ
และคนอื่นๆ ก็เดินตามมากันอย่างติดๆ ทองพึงพอใจอย่างมาก
แม่นางพวกนี้รู้จักนำความสำเร็จมาเป็แบบอย่าง นำความผิดพลาดมาเป็บทเรียน
และพอถึงคนสุดท้าย ทองก็ส่ายศีรษะอย่างเอือมละอา พี่หญิงท่านนี้ช่างไม่มีการพัฒนาตนเองเอาเสียเลย
นางมาออกเป็คนแรก มันก็อุตส่าห์เตือนด้วยความหวังดี
หวังว่านางจะพัฒนาฝีมือการแต่งหน้าบ้าง แต่ว่า
ผู้อื่นรับเงินออกไปเที่ยวกันหมดแล้ว แต่นางยังคงแก่วอยู่กับการแต่งหน้า
แถมนางก็ยังคงแต่งไม่ได้เื่เช่นเดิม
"พี่สาว ข้าว่าข้ากล่าวไปในตอนแรกแล้วนะ ว่าท่านแต่งหน้าจัดจนเกินไป"
หญิงสาวสูดหายใจฝืดฟัด มีสีหน้าไม่พอใจ กล่าวเถียง "แต่งหน้าจัด?!! ข้าแต่งหน้าจัดเกินไปตรงไหน? ผู้อื่นก็แต่งหน้ากันเช่นนี้ เ้ายังให้พวกนางผ่านแถมยังปรบมือชื่นชม ข้าเองก็แต่งอย่างเช่นที่พวกนางแต่ง เหตุข้าจึงผ่านไปไม่ได้ ตกลงเ้าบอกข้ามาดีๆว่าเ้าแกล้งข้าใช่หรือไม่"
ทองยิ้มเฉื่อยๆ พี่สาวท่านนี้ เห็นข้าเป็เด็กเช่นไร ถึงบอกว่าข้าจงใจแกล้งนาง
ข้าก็แค่พูดไปตามสิ่งที่ข้าเห็น พี่สาวท่านอื่นแต่งหน้าเช่นนี้ แต่พวกนางก็ดึงเสน่ห์ออกมาได้
ผิดกับท่านที่แต่งหน้ายังกับนักแสดงงิ้ว ที่ชายแต่งเป็หญิงที่สุด
แน่นอนว่าทองไม่ได้พูดเช่นนั้นออกมาแน่ มันี้เีต่อล้อต่อเถียงกับนาง
มันยังคงยืนยันคำ "พี่สาวข้าก็ไม่ห้ามท่านหากท่าน้าออกไปเช่นนี้ แต่ข้าก็ได้บอกกับท่านไปแล้วว่า หากท่าน้าแต่งหน้าเช่นนี้ออกไป ข้าก็คงให้ได้แค่เบี้ยห้าอันแก่ท่านเท่านั้น"
หญิงสาวกระทืบเท้า เดินกลับไปที่โต๊ะเครื่องประดับเครื่องดับอีกครั้ง
ทองรู้สึกว่าเหตุใดนางถึงทำตัวแก่นแก้วยังกับสตรีพรหมจรรย์ไปได้
เมื่อคิดได้เช่นนั้นทองก็ชะงัก "หรือว่านางจะยังเป็สาวบริสุทธิ์อยู่"
แต่ทว่าทองก็ส่ายหัว เป็ไปไม่ได้หรอกที่หอนางโลมจะมีสตรีพรหมจรรย์ถึงสองคน
แม่เล้าเมื่อได้ยินทองพึมกับและเห็นมันส่ายหัวก็ ช่วยไขข้อข้องใจแก่มัน
"สตรีผู้นั้น ยังเป็สาวพรหมจรรย์อยู่"
ทองเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง แม่เล้าท่านแน่ใจนะว่าสถานที่นี้คือซ่อง
ไม่ใช่แหล่งรวมสตรีเฉยๆ
ท่านรู้หรือไม่ การที่เป็หอนางโลมแต่ดันมีสาวบริสุทธิ์มากขนาดนี้
มันถือว่าเป็เื่อัปมงคลยิ่ง
แล้วก็ข้าอยากรู้ว่าตอนข้าถามถามสาวบริสุทธิ์
ท่านจะครุ่นคิดทำซากอะไรอยู่ตั้งนาน
เมื่อได้ทราบว่านางเป็สาวบริสุทธิ์ ทองก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ
มันรู้แล้วว่าสำหรับมัน นางถึงขาดเสน่ห์ ที่ควรจะมี หากมันทราบเช่นนี้มันคง
ไม่ให้นางไปแต่งหน้าเองหรอก
ทองลอบสังเกตอยู่สักพัก ก็เห็นนางยังคงแต่งหน้าจัดเหมือนเดิม
จึงวานให้แม่เล้าเข้าไปช่วย
"ท่านแม่เล้า ท่านช่วยแต่งหน้าให้นางได้หรือไม่ แต่งให้เหมือนดรุณีน้อยวัยแรกแย้มนะ"
แม่เล้าได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มแหยๆ เนื่องจากนางเป็นางคณิกา
จะให้แต่งหน้าเป็ดรุณีน้อยได้อย่างไร
แต่ถึงจะบ่นอุบอยู่ในใจ แม่เล้าก็ไม่ได้ขัดความตั้งใจของทอง
เมื่อแต่งหน้าเสร็จ พี่สาวคนนั้นก็เผยโฉมออกมา ราวกับการปรากฏตัวของคุณหนูผู้ดี
จากบ้านไหนก็ไม่ทราบ นางในตอนนี้เปลี่ยนไปจนแม้แต่แม่เล้าผู้ลงมือแต่งหน้าเองกับมือ
ก็ยังอดตะลึงงันกับภาพลักษณ์ของนางผู้นี้ไม่ได้
นางผู้นี้เมื่อเห็นสีหน้าตกตะลึงของแม่เล้า ก็เกิดแววตางุนงง
หน้าตาของนาง มีอะไรติดอยู่อย่างนั้นหรือ?
นางคว้าคันฉ่องที่อยู่ใกล้ตัว เพื่อจะได้ดูใบหน้าของนาง
ทันใดนั้นทองก็ตกตะลึงพอๆกับแม่เล้า นางไม่อยากจะเชื่อเลยว่า
หญิงสาวที่มีหน้าตาสะสวยผู้นี้จะคือตัวนาง
ทองเมื่อเห็นสีหน้าตกตะลึงของทั้งสองก็ส่ายศีรษะ แต่ทว่าในขณะนั้น
ก็เห็นดินที่ยืนอยู่ข้างๆตน ทีาปากอ้าตาค้างก็อดหัวเราะพรืดไม่ได้
เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของทอง พวกนางก็ได้สติ เช่นเดียวกันทองจึงอาศัย่โอกาสนี้
บอกสิ่งที่คั่งค้าง
"พี่สาว ความสวยงามของใบหน้าท่านมีมูลค่า20ตำลึง แต่เนื่องจากแม่เล้าเป็คนแต่งให้ ข้าจะหักสิบตำลึงไว้มอบให้แม่เล้า ส่วนท่าน ข้าก็จะมอบให้สิบตำลึงเช่นกัน"
เมื่อกล่าวจบทองจึงหยิบเงินให้แก่นางผู้นั้นและแม่เล้า
ในขณะนางผู้กำลังดีใจและะโโลดเต้น จนหมดความสวย แม่เล้าก็ยิ้มเจื่อนๆ
นี่นางควรจะดีใจหรือไม่ที่ได้เงินก้อนนี้