ครึ่งเดือนต่อมา
ฐานทัพขนาดใหญ่ในละแวกใกล้เคียงฐานจงไห่ได้สร้างอุปกรณ์เคลื่อนย้ายระดับกลางขึ้นมาทุกฐานซึ่งมันทำให้ทุกฐานได้พบปะกันและเริ่มทำการค้าระหว่างกัน และในฐานจงไห่ก็มีคนใหม่ๆเข้ามาจำนวนมาก
คนหน้าใหม่เหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาและระดับปรมาจารย์แต่ระดับปรมาจารย์ก็มีเพียงไม่กี่คนที่ได้รับอนุญาตให้เข้าสู่ฐานจงไห่ได้อย่างอิสระอย่างไรก็ตามพวกเขาก็ไม่ได้รับสถานะผู้อยู่อาศัย
ไม่นานฐานจงไห่ก็ได้รับพิกัดที่ตั้งของฐานทัพเทียนฝูผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิหลายคนจึงเริ่มเดินทางไปยังฐานเทียนฝูเพื่อซื้อขายหรือทำข้อตกลงบางอย่าง
และในวันนี้
เย่เทียนก็วางแผนที่จะพาจักรพรรดิจันทราไปเยี่ยมชมฐานเทียนฝูเขาสนใจเกี่ยวกับฐานเทียนฝูมาก การที่เขาใช้ชีวิตอยู่แค่ฐานจงไห่แน่นอนว่าวันหนึ่งเขาอาจจะกลายเป็นกบก้นบ่อ!
ห้องโถงเคลื่อนย้ายและอุปกรณ์เคลื่อนย้ายระดับสูงตั้งอยู่ที่ชั้นสอง
เย่เทียนใช้หินปราณหนึ่งร้อยก้อนเพื่อเปิดใช้งานอุปกรณ์เคลื่อนย้าย
ฟูมม!
แสงปรากฏขึ้นวูบหนึ่งจากนั้นเย่เทียนและจักรพรรดิจันทราก็หายไปจากอุปกรณ์เคลื่อนย้ายของฐานจงไห่และมาถึงอุปกรณ์เคลื่อนย้ายอีกแห่งอย่างรวดเร็ว
มันเป็นห้องโถงที่มีขนาดใหญ่มากอุปกรณ์เคลื่อนย้ายที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขามีขนาดใหญ่กว่าอุปกรณ์เคลื่อนย้ายระดับสูงของฐานจงไห่ถึงสิบเท่า
“ค่ายกลเคลื่อนย้ายระดับสูงสุด!”
เย่เทียนตระหนักได้ในทันที
น่าเสียดายที่ฐานทัพเทียนฝูไม่ได้ขายผังค่ายกลเคลื่อนย้ายระดับสูงสุดต่อให้พวกเขาคิดจะขายมัน ราคาของมันย่อมสูงมากอย่างแน่นอน ไม่มีทางที่ฐานจงไห่จะสามารถซื้อมันได้
ภายในห้องโถงเคลื่อนย้าย เย่เทียนและจักรพรรดิจันทราได้ลงทะเบียนและรับบัตรยืนยันตัวตนชั่วคราวพวกเขาสามารถอยู่ในฐานเทียนฝูได้สองถึงสามวัน ทั้งคู่ไม่สามารถอยู่นานเกินไปได้ มิฉะนั้นพวกเขาจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมอีกครั้ง
“สามี ก่อนหน้านี้มีระดับจักรพรรดิบางคนของฐานจงไห่เราเดินทางมายังฐานเทียนฝูพวกเขาได้ยินว่าที่ฐานเทียนฝูมีหอคอยเกียรติยศที่คล้ายกับหอคอยเทพสงครามอยู่ด้วย พวกเราไปที่นั่นกันดีไหม?”จักรพรรดิจันทราเสนอ
“ได้!”
เย่เทียนพยักหน้า เดิมเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะไปไหนเหมือนกันดังนั้นหอคอยเกียรติยศนี้จึงเป็นตัวเลือกที่ดี
ที่ฐานเทียนฝูมีกฎห้ามบินและห้ามเคลื่อนที่เร็วกว่าความเร็วเสียงเว้นแต่ว่าจะเป็นช่วงเวลาพิเศษ ไม่เช่นนั้นจะถูกจับโดยผู้บังคับใช้กฎหมาย
แต่การคมนาคมของฐานเทียนฝูกลับไม่เป็นปัญหาผู้คนไม่จำเป็นต้องเสียเวลาจากการเดินทาง เพราะทุกพื้นที่ของฐานเทียนฝูมีอุปกรณ์เคลื่อนย้ายระดับเริ่มต้นติดตั้งอยู่เป็นจำนวนมากผู้คนจึงสามารถเดินทางไปที่ไหนก็ได้อย่างอิสระ
เย่เทียนและจักรพรรดิจันทราจึงใช้อุปกรณ์เคลื่อนย้ายระดับเริ่มต้นมุ่งหน้าไปยังเขตพื้นที่ที่หอคอยเกียรติยศตั้งอยู่
พริบตาเดียวเขาก็มาถึงเขตหอคอยเกียรติยศ
หลังจากนั้นไม่นานเย่เทียนและจักรพรรดิจันทราก็มาถึงหอคอยเกียรติยศ
รูปลักษณ์ของจักรพรรดิจันทรานั้นงดงามล่มเมืองหลายคนถูกดึงดูดโดยความงามของเธอ แต่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เพราะเย่เทียนและจักรพรรดิจันทราเดินจับมือกันทั้งยังปลดปล่อยกลิ่นอายของระดับจักรพรรดิออกมา
ในฐานทัพเทียนฝู ตัวตนของระดับจักรพรรดินั้นก็สูงส่งเช่นกันแล้วคนทั่วไปที่ไหนจะกล้าสร้างปัญหาแก่ทั้งคู่?
หอคอยเกียรติยศแบ่งการจัดอันดับออกเป็นสามรายการเช่นเดียวกับหอคอยเทพสงครามโดยแบ่งเป็น
รายชื่ออันดับราชา
รายชื่ออันดับศักดิ์สิทธิ์!
รายชื่ออันดับจักรพรรดิ!
และทุกรายชื่อการจัดอันดับสามอันดับแรกจะส่องสว่างที่สุด
เย่เทียนและจักรพรรดิจันทราไม่ได้สนใจคนที่อยู่ในรายชื่ออันดับราชาและอันดับศักดิ์สิทธิ์พวกเขาต่างจ้องมองไปที่รายชื่ออันดับจักรพรรดิ
[อันดับ 1ในการจัดอันดับจักรพรรดิ : โอวหยางเทียน กองกำลังที่สังกัด : วังเก้าสวรรค์พลังการต่อสู้ระดับจักรพรรดิ 7 ดารา!]
“จักรพรรดิ7 ดารา!”
นี่เป็นครั้งแรกที่เย่เทียนเห็นการจัดอันดับเช่นนี้มันคล้ายกับการจัดอันดับของระดับราชาในฐานจงไห่
ในฐานจงไห่ ระดับราชาจะแบ่งออกเป็นระดับตามพลังการต่อสู้ตั้งแต่ราชา1 ดาราไปจนถึงราชา8 ดารา
แต่ระดับจักรพรรดิไม่ได้ถูกจัดอันดับเช่นนั้นไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่อยากแบ่งมัน แต่เป็นเพราะในฐานจงไห่ไม่มีแม้แต่ยอดฝีมือระดับจักรพรรดิขั้นสูงสุดแล้วพวกเขาจะจัดแบ่งระดับของจักรพรรดิได้อย่างไร?
“ฐานทัพเทียนฝูมีผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิ7 ดาราซึ่งแข็งแกร่งกว่าฐานจงไห่!” เย่เทียนถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้
อันดับจักรพรรดิมีทั้งหมด100 ระดับ และจักรพรรดิอันดับสุดท้ายก็เป็นจักรพรรดิระดับ3 ดารา แน่นอนว่าเขาจะต้องแข็งแกร่งมาก
แต่จะจัดอันดับอย่างไรนั้นเย่เทียนก็ยังไม่รู้เช่นกัน
แม้ว่าเขาจะยังไม่รู้ แต่เหล่าจักรพรรดิของฐานเทียนฝูย่อมรู้ดี
ดังนั้นเมื่อเย่เทียนเห็นจักรพรรดิคนหนึ่งออกมาจากหอคอยเกียรติยศเขาก็เดินเข้าไปสอบถามทันที
“สวัสดีพี่ชาย!”
เย่เทียนกล่าวทักทาย
จักรพรรดิฉิวหยางรู้สึกสับสนเล็กน้อยเพราะจู่ๆ จักรพรรดิที่ไม่คุ้นเคยก็เข้ามาทักทายเขา แต่กลิ่นอายของฝ่ายตรงข้ามนั้นแข็งแกร่งมากเห็นได้ชัดว่าแข็งแกร่งกว่าเขา ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าเสียมารยาท
“ผมไม่คุ้นหน้าคุณเลยไม่ทราบว่าควรเรียกคุณว่าอะไรดี?”
จักรพรรดิฉิวหยางเอ่ยถาม
“ผมชื่อเย่เทียนมาจากฐานจงไห่!”
เย่เทียนแนะนำตัว
“ที่แท้ก็เป็นสหายจากฐานจงไห่นี่เอง!”ความกระตือรือร้นของจักรพรรดิฉิวหยางลดลงอย่างมาก ถ้าเย่เทียนเป็นจักรพรรดิจากฐานเทียนฝูเขาคงจะเคารพเย่เทียนมากกว่านี้
แต่จักรพรรดิจากฐานทัพระดับสูงสุดอื่นๆเขาไม่ค่อยสนใจมากนัก แต่เขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีใดๆ ออกมา
“ผมอยากทราบข้อมูลเกี่ยวกับการจัดแบ่งอันดับของระดับจักรพรรดิไม่ทราบว่าพี่ชายจะช่วยแนะนำได้หรือไม่?” เย่เทียนถาม
เมื่อเห็นเย่เทียนถามคำถามนี้จักรพรรดิฉิวหยางก็กล่าวออกมาทันที “เป็นเรื่องปกติที่คนจากฐานทัพระดับสูงสุดฐานอื่นๆเช่นพวกคุณจะไม่เข้าใจการแบ่งระดับของจักรพรรดิในฐานทัพเทียนฝู เช่นนั้นผมจะอธิบายให้ฟังคร่าวๆการแบ่งระดับของฐานทัพเทียนฝูนั้นเป็นเช่นเดียวกับยุคโบราณ ในยุคของอารยธรรมโบราณ ระดับจักรพรรดิถูกแบ่งออกเป็นระดับจักรพรรดิทั่วไประดับจักรพรรดิ 1 ดารา ระดับจักรพรรดิ2 ดารา จนถึงระดับจักรพรรดิ 9 ดารา และเหนือกว่าจักรพรรดิ9 ดารายังมีอีกจักรพรรดิไร้ที่เปรียบ!”
“จักรพรรดิไร้ที่เปรียบ!”
สีหน้าของเย่เทียนเปลี่ยนไปและถามอย่างสงสัย“มีจักรพรรดิจักรพรรดิไร้ที่เปรียบที่ฐานทัพเทียนฝูหรือไม่?”
“แน่นอนว่าไม่มี!”จักรพรรดิฉิวหยางเบิกตากว้างและกล่าวว่า “ฐานทัพเทียนฝูจะมีตัวตนเช่นจักรพรรดิไร้ที่เปรียบได้อย่างไร?คุณรู้หรือไม่ว่าจักรพรรดิไร้ที่เปรียบหมายถึงอะไร? ในยุคของนิกายอารยธรรมโบราณ จักรพรรดิไร้ที่เปรียบเปรียบดังมนุษย์ผู้มากพรสวรรค์ในหมู่อัจฉริยะมีข่าวลือว่านิกายบางแห่งกำเนิดจักรพรรดิไร้ที่เปรียบขึ้นมา สถานะของเขาสูงส่งยิ่งกว่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับเทพเสียอีก!”
“ระดับเทพ?”
เย่เทียนพลันรู้สึกว่าเขานั้นกลับมาโง่เขลาอีกครั้ง
แต่ไม่นานเขาก็ได้รู้จากปากของจักรพรรดิฉิวหยางว่าระดับเทพคืออะไร
เหนือกว่าระดับจักรพรรดิคือระดับเทพซึ่งเป็นจุดสูงสุดของสิ่งมีชีวิตในดาวเคราะห์ดวงหนึ่ง มันจึงเพียงพอที่จะถูกเรียกได้ว่าเป็นเทพ
หลังจากทำลายขีดจำกัดของร่างกายถึงสิบครั้งระดับจักรพรรดิก็สามารถทะลวงเข้าสู่ระดับเทพได้ หากไม่สามารถทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่สิบชั่วชีวิตก็จะไม่มีทางที่จะสามารถทะลวงเข้าสู่ระดับเทพได้
ระดับเทพและระดับจักรพรรดินั้นแตกต่างกันอย่างมหาศาลเมื่อก้าวเข้าสู่ระดับเทพ ความแข็งแกร่งทางร่างกายจะเพิ่มขึ้นนับร้อยเท่า แต่ความแข็งแกร่งนี้จะคงอยู่ตลอดไปไม่สามารถที่จะยกระดับต่อไปได้อีก
เมื่อก้าวเข้าสู่ระดับเทพจะไม่ได้ใช้พลังทางกายภาพอีกต่อไปแต่มันเป็นพลังศักดิ์สิทธิ์!
พลังศักดิ์สิทธิ์นั้นพัฒนามาจากพลังปราณและเมื่อฝึกฝนพลังศักดิ์สิทธิ์ พลังของผู้ฝึกยุทธ์ระดับเทพนั้นจะแข็งแกร่งขึ้นได้อีกแน่นอนว่ามันไม่ได้เกี่ยวข้องกับพลังความแข็งแกร่งทางร่างกาย ซึ่งเหมือนถูกผนึกไว้ทำให้ไม่สามารถยกระดับได้อีก
ดังนั้น ระดับจักรพรรดิจึงต้องทำลายขีดจำกัดของร่างกายให้มากกว่าสิบครั้งหากเพียงทำลายขีดจำกัดของร่างกายแค่สิบครั้ง การก้าวเข้าสู่ระดับเทพนั้นก็จะไม่แข็งแกร่งมากนักเว้นเสียแต่ว่าจะมีพรสวรรค์พิเศษอื่นๆ
แต่ใครกันล่ะที่อยากจะทำลายขีดจำกัดของร่างกายแค่เพียงสิบครั้ง?
ยกตัวอย่างเช่นเย่เทียน เขาไม่มีทางที่จะทำลายขีดจำกัดของร่างกายเพียงแค่สิบครั้งเขาต้องพยายามทำลายขีดจำกัดของร่างกายให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้