จ้าวลู่ชิง คหบดีหญิงแห่งต้าถัง

    ตอนที่ 114 อุปถัมภ์อาราม

    ฉีอ๋องกับทหารหลายพันนายบุกค้นภายในอุโมงค์ทุกซอกทุกมุมอยู่หลายวัน ค่ายกลที่ถูกวางต่างถูกทำลายจนหมด หลักฐานที่ซุกซ่อนล้วนอยู่ในมือ ของสำคัญและของมีค่าต่างถูกขนขึ้นมาด้านบนอาราม

    จ้าวลู่ชิงที่ยังอยู่รอเห็นทองคำมากมายถูกขนขึ้นมาก็ตาลุกวาว หากนางได้กลับบ้านไปสักหีบเล็ก ๆ ท่านแม่คงดีใจจนอิ่มข้าวไปหลายวัน

    “ท่านขึ้นมาแล้ว” รีบวิ่งเข้าไปประจบเผื่อได้ส่วนแบ่งสำหรับความยากลำบากในครั้งนี้

    “เจ้ายังไม่กลับไปพักผ่อนอีกหรือ”

    “ข้ารอท่าน”

    แววตาคล้ายไม่แน่ใจว่าตนหูฝาดไปหรือไม่กับคำว่ารอของนาง

    “ข้ามีเรื่องอยากจะขอ”

    “เจ้าอยากขออันใด”

    “สตรีและเด็กที่ถูกช่วยขึ้นมาต่างไม่มีที่ไป อารามแห่งนี้ไม่สมควรถูกปล่อยให้ทิ้งร้าง เปลี่ยนเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมดีหรือไม่

    สตรีที่เคยถูกทำร้ายต่างอยากบวช ส่วนเด็กก็ให้อยู่ที่นี่ ผู้ใดใคร่อยากบวชก็บวช ส่วนผู้ใดไม่ใคร่บวชก็ไม่เป็นไร หากเด็กคนใดอยากเรียนหนังสืออารามจะเป็นผู้ส่งเสียดูแลค่าใช้จ่าย ข้ากับท่านปู่ปรึกษากันแล้วว่าถ้าไม่มีผู้ใดอุปถัมภ์อาราม สกุลจ้าวของข้าจะเป็นผู้อุปถัมภ์เอง”

    อยู่ที่นี่มาหลายวันนางเห็นความกังวลของสตรีและเด็กที่ถูกช่วยขึ้นมา ทุกคนต่างหวาดกลัวที่จะออกไปต่อสู้กับสังคมภายนอก หากเรื่องที่ทางการบุกกวาดล้างแพร่ออกไป แน่นอนว่าต้องเป็นที่จับตามองของราษฎร สตรีที่ถูกจับตัวไปเพื่อผลิตกองทัพให้พวกกบฏ ครอบครัวใดจะยินยอมรับกลับไปให้เสื่อมเสียเกียรติสกุล

    “ได้ ข้าจะเป็นผู้รับอุปถัมภ์อารามแห่งนี้พร้อมกับสกุลจ้าว”

    “จริงนะ ท่านเอาหูมานี่” รอยยิ้มพร่างพราวทำให้บุรุษที่เคร่งขรึมตลอดเวลามึนงงไปชั่วขณะ เอียงหูไปตามที่นางบอกอย่างไร้สติ

    “ของมีค่าที่ท่านยึดมาได้ ท่านต้องยืนกรานขอมาช่วยอุปถัมภ์อารามให้จงได้ ไม่ต้องขอมากมายเอาแค่เพียงหนึ่งในสิบก็เพียงพอแล้ว”

    ยามนี้คลังหลวงร่อยหรอ ขอส่วนแบ่งแค่เล็กน้อยมาเป็นค่าใช้จ่ายของคนในอารามก็พอ ทองที่ถูกยึดมาได้หลายหีบจนนางมองแล้วแสบตา คนพวกนั้นไม่ลงแรงแต่พอยึดทรัพย์ได้จะนำไปหมด ช่างน่าเบื่อหน่ายสิ้นดี

    ฉีอ๋องเผยรอยยิ้มกับคำพูดของนาง หัวน้อย ๆ ของนางเต็มไปด้วยเรื่องเงินไม่เคยเปลี่ยน

    พูดคุยกันอยู่สักพักจ้าวลู่ชิงก็กระโดดโลดเต้นกลับไปหาสตรีและเด็กที่รอฟังข่าวอยู่ที่เรือนนอน

    ทุกคนได้ยินว่าสามารถอาศัยอยู่ที่นี่ได้ก็ดีใจ แม้จะมีกฎระเบียบเคร่งครัดเพียงใดพวกตนก็สามารถปฏิบัติได้ ดีกว่าไปเร่ร่อนอยู่ข้างนอก

    สองวันต่อมาข่าวเรื่องกวาดล้างกบฏที่ซ่อนตัวอยู่ในอารามจิ้นฉือแพร่กระจายออกไปทั่วเพราะมีหลายตระกูลถูกเจ้าหน้าที่ของทางการบุกจับเพราะให้ความช่วยเหลือกากเดนจากราชวงศ์ก่อน

    ขุนนางที่อยู่เบื้องหลังต่างร้อนรน คิดหาวิธีปิดปากไม่ให้เรื่องสาวมาถึงพวกตนอย่างสุดความสามารถโดยไม่รู้เลยว่ายามนี้มีผู้ติดตามทุกฝีก้าว

    ค่ำคืนเต็มไปด้วยดาวพร่างพราวอยู่เต็มท้องนภา จ้าวลู่ชิงกับฉีอ๋องเดินเคียงคู่กันมายังบริเวณที่เป็นสระบัวภายในอาราม ทุกอย่างถูกจัดการเกือบเรียบร้อย เรื่องไต่สวนหาต้นสายปลายเหตุปล่อยให้ราชสำนักจัดการ อีกไม่นานเกินรอคงรู้ว่าผู้ใดจะถูกดึงลงจากตำแหน่งบ้าง

    “ท่านกับท่านปู่วางแผนกันมานานแล้วหรือยัง”

    “วางแผน?” ใบหน้าเต็มไปด้วยคำถาม

    “ท่านมิต้องมาแกล้งไม่เข้าใจในสิ่งที่ข้าต้องการสื่อ”

    “เจ้าต้องการสื่ออันใด”

    “ท่านกับท่านปู่ของข้ากำลังทำอันใดกันอยู่” หรี่สายตาจับผิดทว่าใบหน้าของเขายังนิ่งเฉยดังเดิม

    “ท่านปู่ข้าถูกปลดแล้ว เหตุใดถึงยังช่วยราชสำนักปราบกบฏอยู่อีก”

    “เจ้าต้องไปถามท่านปู่ของเจ้าเอง ข้าไม่ทราบเหมือนกันว่าเพราะเหตุใดท่านปู่ของเจ้าถึงต้องทำเช่นนี้”

    “พวกท่านต่างก็มีแผนการอยู่ในหัวเต็มไปหมด มนุษย์นี่แหละเป็นสิ่งที่เข้าใจยากที่สุด”

    “เจ้าเป็นเด็กอย่าได้คิดอันใดให้มาก”

    จ้าวลู่ชิงเบื่อหน่ายกับคำว่าเด็ก อายุจริงของมากกว่าเขาเสียอีก ส่วนร่างนี้ปีหน้าก็ถึงวัยปักปิ่น บางคนอายุเท่านางมีบุตรก็ถมเถไป

    “เรื่องของราชสำนักเจ้าอย่าได้เข้าไปยุ่งให้แปดเปื้อน ใช้ชีวิตอยู่กับเรื่องเงินทองของเจ้าไปเถิด”

    “เสบียงถูกนำมาแจกจ่ายให้กับชาวบ้านแล้วใช่หรือไม่”

    “ถูกนำมาแจกจ่ายให้กับชาวบ้านหลายวันแล้ว”

    “หวังว่าเสบียงพวกนี้จะช่วยบรรเทาความทุกข์ยากของราษฎรได้ อีกไม่นานก็จะเข้าหน้าหนาวแล้วชาวบ้านจะหาเงินจากที่ใดมาใช้จ่าย”

    “เจ้าอย่าทุกข์ใจกับเรื่องของราษฎรให้มาก เจ้าก็เป็นเพียงราษฎรคนหนึ่ง คนที่ควรทุกข์ใจกับเรื่องของราษฎรคือผู้ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์กับขุนนางในราชสำนัก พวกเขามีหน้าที่คิดหาวิธีช่วยเหลือราษฎร”

    “ที่ท่านพูดมาก็ถูกต้อง ข้าเป็นเพียงราษฎรคนหนึ่ง ข้าไม่มีเรี่ยวแรงและพละกำลังมากพอที่จะช่วยคนทั่วแคว้นให้รอดพ้นจากความอดอยาก”

    “เจ้ารู้ก็ดีแล้วจะได้ไม่ต้องเป็นทุกข์ เจ้าจงมีความสุขกับสิ่งที่ตัวเองทำ อย่าได้เอาความทุกข์ของผู้อื่นมาทำลายความสุขที่มี”

    “แล้วท่านล่ะ ใกล้จะหน้าหนาวแล้ว กองทัพของท่านตุนเสบียงไว้พอหรือไม่”

    ถ้านางจำไม่ผิดหรือเหตุการณ์ไม่เปลี่ยนแปลงภายในปีนี้หลี่ซื่อหมินจะมีคำสั่งเด็ดขาดให้ปราบเผ่าทูเจวี๋ยตะวันออกที่คอยสร้างความปั่นป่วนให้กับทางตอนเหนือไม่หยุดหย่อน

    “เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง”

    จ้าวลู่ชิงไม่พูดเรื่องนี้ให้มากความ นางรู้อยู่แล้วว่าเขาต้องใช้ทรัพย์สินส่วนตัวซื้อเสบียงเลี้ยงทหารในกองทัพ ราชสำนักนำเงินมาซื้อเสบียงช่วยเหลือราษฎรจนท้องพระคลังคงมีที่กว้างให้หนูวิ่งเล่น จะเอางบจากที่ใดอุดหนุนกองทัพให้อยู่ดีกินดี

    “เงินจากการยึดทรัพย์จวนใหญ่หลายจวนในครั้งนี้น่าจะได้มากโข” จ้าวลู่ชิงเปรยขึ้น การยึดทรัพย์เพื่อหาเงินเติมท้องพระคลังหลี่ซื่อหมินถนัดนักแล

    “เหตุใดเจ้าถึงรู้เรื่องการเงินของผู้อื่นดีนัก” ยกนิ้วเคาะหน้าผากนางแผ่วเบา ไม่คิดเลยว่านางจะสามารถรู้สถานะการเงินของจวนอื่น ๆ แม้กระทั่งสถานะการเงินคลังหลวงนางก็ยังทราบ

    “ข้าคาดเดาเท่านั้น บ้านเมืองอยู่ในช่วงฟื้นฟูหลังจบสงครามกลางเมือง ราชสำนักจะเอาเงินมาจากที่ใด รายได้จากภาษีก็น้อยนิดยิ่งเกิดภัยพิบัติราชสำนักจำต้องยกเว้นการเก็บภาษีไปอีกปี แล้วท่านคิดว่าราชสำนักจะมีเงินมาจากที่ใด เหมืองเกลือหรือว่าเหมืองเหล็ก?”

    รายได้เพียงแค่นั้นจะไปพอได้อย่างไร แต่นางก็หาได้สนใจไม่ หลี่ซื่อหมินกับขุนนางพวกนั้นต่างมีวิธีสามารถทำให้บ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองอยู่แล้ว แค่เพียงต้องใช้เวลาสักระยะ

    “ได้ข่าวว่าเจ้าและครอบครัวเป็นผู้ริเริ่มทำอาหารแจกจ่ายช่วยเหลือผู้ประสบภัยอยู่ที่ตำบลหลงซี”

    จ้าวลู่ชิงพยักหน้าตอบรับ

    ดรุณีนางนี้แม้จะชอบเรื่องเงินทอง แต่พอเห็นผู้อื่นเดือดร้อนก็ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือโดยไม่หวงแหนทรัพย์สิน นางช่างเป็นผู้มีจิตใจงดงามเหมือนกับหน้าตา

    “ท่านทำอันใด” จ้าวลู่ชิงที่กำลังแหงนหน้ามองดวงดารา หันขวับทันใดเมื่อมือเขายื่นมาแตะแก้มของนาง

    “แก้มเจ้านุ่ม” ชักมือที่ยื่นออกไปจิ้มแก้มของนางราวกับคนละเมอกลับด้วยท่าทีเลิ่กลั่ก

    “นุ่มมากหรือไม่” ยกนิ้วขึ้นจิ้มแก้มของตนเองเล่น นางไม่รู้สึกถึงความนุ่มเลยสักนิด

    “นุ่มมาก” เขามิได้โกหกแก้มนางนุ่มนิ่มเป็นอย่างมาก ยกฝ่ามือเข้าไปกุมมือของนาง

    จ้าวลู่ชิงมองฝ่ามือที่กุมฝ่ามือของตนเอง นางไม่ได้สะบัดทิ้ง ทั้งสองเลยยืนกุมมือกันเงียบ ๆ มองดวงดาราที่ส่องแสงระยิบระยับ

    ท้องฟ้าในยุคสมัยนี้มองเห็นดาวได้ชัดและสวยงามกว่ายุคที่นางจากมา จ้าวลู่ชิงสัมผัสได้ถึงความกังวลของคนที่อยู่ข้าง ๆ

    “ท่านอยากกล่าวอันใดก็กล่าวมาเถิด อย่าได้เก็บไว้ให้รู้สึกไม่สบายใจ”

    ฉีอ๋องหันหน้ามองสตรีที่ยืนเคียงข้าง แปลกใจที่นางอ่านความรู้สึกของเขาได้

    “ยามนี้แววตาของท่านกำลังสับสน”

    “ข้าแสดงออกชัดเจน?”

    “หากไม่ชัดแล้วข้าจะรู้ได้อย่างไร ท่านนี่ก็ถามแปลก”

    “ข้าเพียงอยากรู้ว่าเพราะเหตุใดตู้โม่โฉวถึงได้คอยติดตามเจ้า”

    “เขาคอยติดตามข้าหรือ” จ้าวลู่ชิงฉงน นางยังไม่รู้เลยว่าคุณชายตู้คอยติดตามนาง

    “ข้าเห็นเขาติดตามเจ้ายามที่อยู่ในอุโมงค์” ใบหน้านิ่งขรึมไม่แสดงความรู้สึกอันใด

    “อ้อ เขาก็ถูกจับไปเช่นเดียวกัน ข้ากับเขาพบกันโดยบังเอิญ จึงร่วมมือกันหนีออกมา”

    “เรื่องบังเอิญไม่เคยมีอยู่จริง” เปรยออกมาเสียงเรียบ

    “ท่านอย่าคิดในแง่ร้ายสิ เรื่องบังเอิญมีอยู่มากมาย เพียงแค่ท่านยังไม่เคยพบเจอ”

    “เจ้าอยู่ให้ห่างเขาเอาไว้”

    “ได้ ข้าจะเชื่อฟังที่ท่านบอก”

    จ้าวลู่ชิงไม่ถามหาเหตุผลให้มากความ นางกับตู้โม่โฉวไม่ได้เกี่ยวข้องอันใดกันอยู่แล้ว ยกมือขึ้นปิดปากหาวความง่วงกำลังเล่นงานาง

    “ข้าง่วงแล้ว พรุ่งนี้ต้องเดินทางกลับบ้าน ท่านต้องเดินทางกลับโยวโจวเลยหรือไม่”

    “ข้ายังต้องอยู่ที่นี่อีกสองสามวัน”

    “อืม”

    ฉีอ๋องเดินไปส่งนางกลับห้องนอน ซูเซียงที่รออยู่หน้าห้องเห็นคุณหนูกลับมาก็รีบเข้าไปรับด้วยความโล่งอก

    ประตูห้องถูกปิดลงทว่าจ้าวลู่ชิงยังรับรู้ได้ว่าเขายังยืนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน

    “ท่านกลับไปพักผ่อนเถิด อย่าได้ยืนตากน้ำค้างนาน ไม่สบายขึ้นมาจะเป็นเรื่องใหญ่”

    ฉีอ๋องยกยิ้มมุมปากกับเสียงที่ดังออกมาจากด้านในห้อง หันหลังเดินกลับไปยังห้องพัก

    “คุณหนู ท่านอ๋องได้ล่วงเกินคุณหนูหรือไม่” ซูเซียงถามด้วยความร้อนใจ นางถูกอี้หมัวมัวกับซูเจินกำชับว่าต้องดูแลคุณหนูให้ดี

    “เจ้าอย่าได้พูดจาเหลวไหล ฉีอ๋องไม่ใช่คนที่เจ้าจะไปหมิ่นเกียรติได้” นางรู้ว่าซูเซียงเป็นห่วงจึงเอ็ดไปเพียงเล็กน้อย เกียรติของคนในราชวงศ์นั้นสำคัญ นางจะปล่อยให้สาวใช้พูดจาเรื่อยเปื่อยมิได้

    “ข้าเป็นห่วงคุณหนู”

    “ข้ารับรู้ความห่วงใยที่เจ้ามีให้ แต่เจ้าอย่าได้กล่าววาจาเหลวไหลไปทั่ว ถ้าเกิดมีผู้ใดได้ยินเข้าแล้วนำไปพูดในทางที่เสียหาย ทั้งข้าและท่านอ๋องจะถูกนินทาไปในทางที่ไม่ดี”

    “เจ้าค่ะ ข้าจะปิดปากให้สนิท”

    จ้าวลู่ชิงส่งยิ้มให้คนที่ยังเป็นเด็ก นางเป็นผู้อาวุโสกว่าต้องค่อยบอกค่อยสอนสาวใช้ข้างกายให้รู้จักควบคุมวาจา ยุคนี้เพียงลมปากก็สามารถดึงให้ตกต่ำลงได้ นางก็ต้องพยายามควบคุมวาจาและการกระทำของตนเองเช่นเดียวกัน

    คล้ายกับเรื่องจ้าวลู่ชิง คหบดีหญิงแห่งต้าถัง ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405