["หึหึ ฮะฮ่าฮาาาาาาาาาาาาาาา"] เสียงอันยิ่งใหญ่หัวเราะก้องกังวานทุกสิ่งอย่างโดยรอบก็สั่นไหว ไม่ช้าจักรวาลก็ราวกับจะแตกดับเพราะน้ำเสียงอันยิ่งใหญ่นี้
["หนุ่มน้อยบททดสอบของเรานั้นแท้จริงช่างง่ายดาย ภายในนี้มีเวลาไม่จำกัดดุจนิจนิรันดร์ เพียงเ้าขยันเสียหน่อยไม่ช้าอาจจะสามารถทำสิ่งนี้เห็นเป็จริงได้ เพียงแค่การเรียนอักษร"]
"เรียนอักษร" ซุนนานขมวดคิ้วเล็กน้อย หากเป็ดังน้ำเสียงที่ยิ่งใหญ่พูดจริง ก็หาใช่ว่าตัวมันจะทำไม่ได้ นอกจากนั้นน้ำเสียงอันยิ่งใหญ่ยังบอกอีกว่าเวลาภายในนี้มีดุจนิจนิรันดร์ มิใช่ว่าทุกคนแค่อดทนและมีความพยายามก็ผ่านได้รึ แม้ในใจซุนนานมันจะคิดเช่นนี้ หากแต่ความรู้สึกอันลึกล้ำภายในจิตใจมันก็ร้องเตือนว่าสิ่งนี้มิได้รีบง่ายดังที่น้ำเสียงยิ่งใหญ่กล่าวอย่างแน่นอน มันเกรงว่าภายในต้องมีเล่ห์กลอะไรซ่อนอยู่แน่ๆ
["อักษรที่เ้าจะต้องเรียนรู้ก็คือ [มหาปฐมอักษรแรกกำเนิด] หนึ่งพันตัวอักษร มหาปฐมอักษรแรกกำเนิดทุกตัวอักษรนั้นแฝงซึ่งความนัยเหนือธรรมชาติยิ่งใหญ่เหนือห้วงมหาจักรวาล เป็อักษรแรกเริ่มของทุกห้วงมหามิติอันเป็นิรันดร์และจักรวาลอันไร้จุดเริ่มต้นและไร้ที่สิ้นสุดนี้ อักษรหนึ่งพันตัวนี้เมื่อผู้ใดเรียนรู้ได้ทุกตัวอักษร มันสามารถรับรู้ซึ่งความนัยของทุกสรรพชีวิต อักษรทุกตัวที่เกิดขึ้นภายหลังล้วนถูกตีความและเข้าใจได้ในทันทีหากเมื่อเ้ารู้ซึ่งมหาปฐมอักษรแรกกำเนิด เพียงแค่หนึ่งพันตัวอักษรที่ไร้จุดเริ่มต้น... และไร้ซึ่งที่สิ้นสุด"]
["ซุนนานตัวเ้าได้รับตัวอักษรแรกแล้วนั้นคือคำว่า (ว่าง) "]
ซุนนานเมื่อเห็นอักษรที่รูปลักษณ์แปลกประหลาดนั้นมันก็เข้าใจในความหมายทันที มันเป็ความรู้สึกเหมือนตอนที่มันกำลังหลับใหลในห้วงจักรวาลสว่างจ้าสีขาว องค์ความรู้บางอย่างค่อยๆ ซึมซับเข้าสู่กายจิตของตัวมันอย่างล้ำลึก
จากนั้นเสียงจิติญญาก็ดังก้องอีกครั้งหลังซุนนานซึมซับองค์ความรู้จากตัวอักษรแรกคำว่า (ว่าง) สำเร็จ
["เ้าพร้อมจะเรียนรู้ตัวอักษรถัดไปหรือไม่ หึหึ"]
ไม่รู้ทำไมซุนนานรู้สึกว่าภายในน้ำเสียงที่ยิ่งใหญ่นั้นแฝงไว้ซึ่งความดูแคลนในตัวมันอยู่ไม่น้อย หากแต่ตอนนี้ตัวมันก็ไม่มีทางถอยแล้ว อย่างไรมันก็เลือกที่จะเดินไปข้างหน้า ซุนนานกล่าววาจาเสียงดังฟังชัด "ข้าพร้อม"
จากนั้นอักขระลึกลับก็ปรากฏตรงหน้ามันทันที หากแต่เหตุใดไม่รู้ทันทีที่อักษรนี้ปรากฏตรงหน้าของมันซุนนานเพียงแค่มันเพ่งมอง มันก็เริ่มกรีดร้องในทันที "!!! ย๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาก" จากนั้นไม่ช้าิัรอบกายของมันก็ค่อยๆ แตกออกก่อนค่อยๆ จะลุกไหม้
ตูมมมมมมมมมม
เสียงะเิดังลั่นร่างกายของซุนนานมันถึงกับะเิแตกออกอย่างไม่มีชิ้นดี เนื้อหนังแหลกเหลวและค่อยๆ เผาไหม้ตัวเองเป็จุณ ไม่ช้าซุนนานตัวมันก็ปรากฏขึ้นอีกครั้งสองแขนของมันสั่นเทาอย่างห้ามไม่ได้
หากแต่ในไม่ช้าเสียงที่ยิ่งใหญ่ก็กล่าวคำถามต่อมัน
["เ้ายังไม่เข้าใจในอักษรนี้ดีพอ เ้าจะเรียนรู้มันใหม่ตอนนี้ หรือจะยอมแพ้แล้วตายกลายเป็ซากไร้ิญญาในชีวิตนี้ พร้อมเป็ิญญาดับสูญตลอดไป ฮะฮ่าฮา"]
ราวกับถ้อยคำของปีศาจที่หลอกล่อด้วยอาหารรสชาติแสนเย้ายวน หากแต่เมื่อดื่มกินมันกลับมีแต่พิษร้าย
ซุนนานรอบด่าน้ำเสียอันยิ่งใหญ่นี้ในใจ 'บัดซบ' หากแต่มันหาได้ยอมแพ้ หากแต่สิ่งที่มันพบเจอเมื่อกี้ช่างน่าหวั่นไหว จิติญญาของมันท่องไปในมหาเปลวอัคคีที่ร้อนแรงยิ่ง พื้นผิวโดยรอบมีแต่ลาวาร้อนสีแดงฉาน ความรู้สึกต่างๆ จากความร้อนนั้นช่างแจ่มชัด ตัวมันเมื่อส่งจิตััอักษร ตัวมันก็ไม่คาดคิดเลยว่าจะเจอสิ่งเหล่านี้ มันคือการทรมานอย่างไร้จุดจบชัดๆ สิ่งเหล่านี้มีคนธรรมดาก้าวผ่านไปได้รึ
หากแต่น้ำเสียงอันยิ่งใหญ่ราวกับได้รับรู้ซึ่งความนึกคิดในใจของซุนนานมัน มันร้องบอกกล่าวด้วยน้ำเสียเย้ยหยันแก่ซุนนาน
["เ้าคิดว่าโลกนี้ มหาจักรวาลนี้มีสิ่งใดได้โดยง่ายดายรึ เมื่อปณิธานเ้าไม่แกร่งกล้า อินทรีย์ทั้งห้าในกายเ้าไม่พรั่งพร้อม ยอดสมบัติและยอดวิชาใดเล่าที่เ้าจะควรคู่กับมันรึ มีเพียงขยะถึงเหมาะสมกับขยะ เ้ามันก็แค่บุรุษดูดเต้าอกสตรี ความแค้นในใจรึ อยากกตัญญูรึ ปรารถนาจะดูแลพวกนางรึ ฮะฮาฮา ต่อให้ข้ามอบทุกสิ่งทุกอย่างที่ข้ามีให้แก่เ้า หากแต่ตัวเ้าเวลานี้คู่ควรกับมันรึ โทษผู้อื่น โทษฟ้าดิน โทษชะตา โทษทุกสิ่งอย่าง หากแต่ไม่เคยกล่าวโทษตัวเอง บัดซบนักคนเช่นนี้ หากเ้าเป็พวกสวะบัดซบเช่นพวกมันนั้นก็จงไปเสียเทอะ จงไปตายแล้วเกิดใหม่เป็เศษเสี้ยวจิติญญาอันต่ำต้อย เป็ดุจธุลีก้มกราบเหล่าอาจมผู้เสวยซึ่งอำนาจ เป็สวะต่ำชั้นให้ผู้คนเขาเหยียบย่ำ แล้วตกเย็นยามค่ำคือก็มีความฝันซ้ำๆ ว่าวันหนึ่งข้างหน้าจะมีโชควาสนาได้รับพรอันอัศจรรย์จากพระเ้าซึ่งมิมีอยู่จริง ฮะฮาฮา"]
คำพูดของน้ำเสียงผู้ยิ่งใหญ่ราวกับมีดกรีดแทงใจของตัวมันซุนนาน มันเป็คำดูแคลนจากผู้ยิ่งใหญ่ หากแต่เื่จริงมันก็เป็ดั่งปรัชญาให้ขบคิด
ตรงหน้ามันมีโอกาสให้ไขว่คว้า หากแต่โอกาสนั้นก็คัดสรรผู้เป็เ้าของที่คู่ควรเช่นกัน
อยากเป็ผู้ยิ่งใหญ่มีอำนาจ หากแต่หวาดกลัวเ็ปกลัวตาย เช่นนั้นตัวมันคู่ควรกับอำนาจอันยิ่งใหญ่หรือ
แม้ว่ามันไม่รู้ว่าภายหลังจากบททดสอบนี้จะมีอะไรรอมันอยู่
หากแต่ตอนนี้ตัวมันซุนนาน ก็ได้ขบคิดแล้วว่า ชะตาฟ้าดินอมฤตโชคไม่ว่าอย่างไรมันก็ต้องมันให้จงได้
"ข้าไม่ยอมแพ้ ข้าจะรู้อักษรต่อไป ต่อไปจนกระทั่งสุดท้าย แม้ข้าจะตกตายจะกี่พันกี่หมื่นกี่แสนครั้งข้าก็จะไม่หยุด"
เสียงหัวเราะอันยิ่งใหญ่ดังขึ้นอีกคราว ราวกับว่าการหลอกล่อ ล้อเล่นกับชีวิตคนของมันประสบผลแล้ว
["ดี"]
มันพูดหนึ่งคำจบอักขระลึกลับอันยิ่งใหญ่ก็ปรากฏตรงหน้าซุนนานอีกครั้ง จิติญญามันราวกับจะดับสูญให้ได้อยู่ตลอดเวลา ร่างกายของมันกำลังท่องไปในโลกแห่งเปลวอัคคีไม่รู้จบ
"ย๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาก" เสียงะโร้องลั่นของซุนนาน หากแต่จิตตานุภาพในใจมันต่างกรีดร้องว่าต้องไม่ยอมแพ้ ต้องไม่ยอมแพ้ มันะโร้องพร้อมรับความเ็ปจากเปลวอัคคีแล้วอัคคีเล่าแผดเผาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
เวลาค่อยๆ ล่วงผ่านไป ล่วงผ่านไปราวกับไม่มีจุดจบ จนแม้แต่ตัวซุนนานเองไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว มันราวกับตกนรกก็ไม่ปาน
"ฟิววววววววว" ไม่ช้าก็มีแสงสีทองเข้ามาห้อมล้อมกายมัน ความตระหนักรู้ก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นในจิตมัน ความหมายของอักษรลึกลับตัวนี้ (ไฟ) ซุนนานตอนนี้เข้าใจอักษรนี้อย่างแจ่มชัดแล้ว ร่างิญญานั้นไม่มีซึ่งความเหนื่อยหอบ หากแต่มันก็สะท้อนความรู้สึกเ็ปทุกข์ทน และอุปนิสัยต่างๆ ของตัวมันได้อย่างแท้จริง
ซุนนานมันแสดงทีท่าหอบหายใจไม่หยุด แน่นอนนั่นเพราะตัวมันพึงผ่านห้วงนรกโลกันตร์อันร้อนแรงมาอย่างไรละ
ผู้ยิ่งใหญ่ของห้วงมิตินี้รับรู้ถึงความประจักษ์แจ้งในตัวอักษรที่สองของซุนนาน มันกล่าววาจาทำลายกำลังใจของซุนนานราวกับกำลังจะบอกว่า นิเ้าพึงผ่านแค่สองตัวอักษรเท่านั้น
["ยังเหลืออีกแค่ 998 ตัวอักษรเท่านั้น เ้าบุรุษผู้พิการเ้าคิดว่าความตายจะไม่เ็ปน้อยกว่ารึ ฮะฮาฮา"]
หากแต่ยามนี้ตัวซุนนานมันหาได้สนใจในน้ำเสียงเย้ยหยันของผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้ไม่ มันตั้งสติมั่น เพื่อจะก้าวเข้าสู่โลกแห่งอักษรถัดไปแล้ว
.
.
.
อักษรที่ 4 (น้ำ) ["ผ่าน"]
อักษรที่ 7 (แข็ง) ["ผ่าน"]
อักษรที่ 11 (สว่าง) ["ผ่าน"]
.
.
.
["ฮะฮาฮา ไม่เลวๆ มาถึงอักษรที่หนึ่งร้อยสองแล้ว เ้าพร้อมจะไปต่อรึยัง"]
'บัดซบ' ซุนนานรอบด่าน้ำเสียงผู้ยิ่งใหญ่ในใจอีกคราว มันอยู่กับเ้าบ้านี้มากี่ร้อยปีแล้วก็ไม่รู้ ยิ่งผ่านอักษรไปได้ไกลมากเท่าไหร่มันรู้ได้เลยว่าความยากและความเนิ่นนานก็เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น มันเป็แบบทดสอบจิตใจของคนบ้าเสียสติอย่างแท้จริง
แต่ตัวซุนนานเองมันก็ไม่คิดยอมแพ้เช่นกัน จนกว่าจะหนึ่งพันอักษร ต่อให้มันต้องตายหมื่นชีวิต มันก็ไม่สนใจ "!!!ไปต่อ" ซุนนานะโเสียงดัง
.
.
.
ณ หมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งมีบุรุษตาบอดข้างหนึ่งแบกหามหนึ่งหญิงชราผู้เป็มารดา เดินเที่ยวขออาหารไปทั่วเมือง
"นายท่าน ขออาหารให้ข้าซะหน่อยเถอะ" บุรุษตาข้างหนึ่งบอดมืด ร่างกายผายผอม ก้มกายต่ำด้วยความนอบน้อมยิ่งหลายวันแล้วที่ตัวมันกับมารดาผู้ชรามิได้กินสิ่งใด มีแต่ดื่มน้ำในลำธารเลี้ยงชีวิต
"ซุนนานข้าบอกเ้าแล้วไงให้เ้าทิ้งหญิงชรามารดาผู้พิการที่เป็กาลีของเ้าผู้นี้เสีย หากเ้าทิ้งนางข้าก็จะให้ข้าวเ้า พร้อมแนะนำงานดีๆ ให้เ้าทำ เหตุใดจึงไม่เชื่อฟังกันเลย"
"นายท่านมารดาข้านั้นมีบุญคุณยากจะทดแทน หลังจากบิดาเสียไปแม้นางลำบากนางก็ดูแลข้าอย่างดีมาโดยตลอด หากไม่ใช่เพราะเกิดอุบัติเหตุตกเขามารดาข้าคงไม่มีสภาพเช่นนี้" บุรุษตาบอดหนึ่งข้างซุนนานบอกกล่าวเหตุผล หวังว่านายของบ้านนี้จะมอบข้าว มอบอาหารให้มันบ้าง แม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม
"ซุนนานนะซุนนานเ้าช่างโง่เง่านัก บุญคงบุญคุณอะไร ตอบแทนอะไร ซุนนานเ้ามิรู้รึอยากอิ่มท้องต้องใช้เงิน อยากยิ่งใหญ่ต้องกล้าหาญกล้าเสียสละซึ้งชีวิตไร้ค่าเหยียบย่ำพวกมันขึ้นสู่ที่สูง อยากอิสระและไปได้ไกลในใจต้องไร้ซึ่งการมีภาระตัวถ่วงในจิต สิ่งนี่ต่างหากเล่าคือปรัชญาวิธีคิดแห่งปราชญ์ที่จะทำให้ตัวเ้ายิ่งใหญ่และประสบความสำเร็จ"
ซุนนานบุรุษตาบอดได้ฟังตัวมันก็มีทีท่าขบคิดทันที ที่หลังมันก็ยังมีมารดาชราเกาะหลังหลับไม่ได้สติอยู่ ตอนนี้มันอยู่ในวัยสามสิบกว่า มารดามันอายุห้าสิบกว่าแล้ว นางพิการมาได้สิบกว่าปี เงินที่ตัวมันซุนนานหามาได้นั้น ไม่ว่ามีเท่าไหร่ก็หามาเพื่อรักษามารดามันจนหมดสิ้น
ตอนนี้การงานที่มันทำก็ไปทำมิได้อีก เพราะเมื่อมันจากไปมารดามันก็ร้องเ็ปราวกับเป็คนสติไม่ดี มีแต่พออยู่ใกล้มันเท่านั้นจึงพอพูดเป็ผู้เป็คนได้บ้าง นอกจากนั้นเมื่อก่อนปกติต่อให้ไม่มีกิน มันก็ออกไปหาปลา หาของป่ามากินก็ได้อย่างง่ายดาย
หากแต่หลังจากที่มารดามันป่วยเป็คนพิการ ไม่รู้เพราะฟ้าดินกลั่นแกล้งมันหรืออย่างไร ข้าวแต่ละเม็ด ปลาแต่ละตัวกว่าจะจับได้ช่างแสนยากเย็น ยามเดินเข้าป่ากับมารดาฟ้าก็ครึมฝนก็ตก ยามไปตกปลา ปลาก็เหมือนจะแหวกว่ายหนีหายมันไปสิ้น ส่วนคนที่มาข้างๆ มันนั่งแป๊บเดียวก็ตกปลาได้เอาได้เอา
ที่นาที่มันเคยมี หลายปีมานี้ปลูกข้าวไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ไม่ว่ามันจะขยันขนาดไหน หากข้าวไม่แห้งตาย ก็ต้องถูกน้ำท่วมนาเสียหาย และไอ้การเสียหายแบบนี้ก็เป็เฉพาะนาของมัน
วันหนึ่งมันกลุ้มใจจึงไปหาท่านนักบวชผู้รอบรู้ นักบวชผู้นั้นบอกว่ามารดามันคือดาวเคราะห์ร้ายเป็กาลกิณีของตัวมัน หากมันยังแบกหามดูแลมารดาอยู่ ตลอดชีวิตนี้ข้าวจะมีกินแค่ 1 ส่วน 3 วันจะโชคร้าย วันที่ 4 จึงจะได้ข้าวปลาพอกินหนึ่งกำมือ หากแต่ถ้ามันกินคนเดียวมันจะได้เพิ่มเป็ 10 กำมือทันที พร้อมทั้ง 3 วันต่อมาก็จะมีโชคหาของกินได้ง่ายๆ หากแต่ในโชคนั้นมันห้ามให้สิ่งใดมารดามันกิน ต้องปล่อยนางตายโชคร้ายทั้งหลายของมันก็จะหมดไป
หากแต่ถ้ามันแบ่งข้าวกับมารดากินกันคนละครึ่งกำมือ วันนั้นทั้งสองคนได้กิน อีก 3 วันข้างหน้าจะหาข้าวตกถึงท้องมันและมารดาไม่ได้เลย
หากแต่ถ้ามันยกข้าวให้มารดากินหนึ่งกำมือหนึ่งของมัน อีก 7 วันข้างหน้ามันก็จะหาข้าวกินไม่ได้เลยเช่นกันจนกว่าจะครบกำหนด
ในตอนนั้นตัวมันซุนนานไม่รู้ว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อนักบวชผู้นั้นดี หากแต่ในวันนั้นมันได้ข้าวหนึ่งกำมือมาพอดี มันจึงยกทั้งหมดให้มารดามันกินและมันก็พบว่าอีก 7 วันต่อมาไม่ว่ามันจะทำอย่างไรมันก็หาข้าวปลากินไม่ได้อย่างที่นักบวชบอก
เื่ราวที่เกิดขึ้นของมันรู้ไปทั่วหมู่บ้านและตัวเมืองรอบข้าง เหล่าบัณฑิตทั้งหลายต่างสงสารมัน เห็นว่าเมื่อก่อนเป็คนขยันทำงาน หากแต่ดันมีมารดาเป็ตัวกาลกิณีในดวงชะตาคอยเกาะหลังเป็ภาระแก่มัน พวกคนทั้งหลายจึงต่างพากันแนะนำให้มันทิ้งมารดาที่ราวกับเป็ซากไร้ชีวิตนี่เสีย
แม้แต่ตัวนักบวชเองก็ยังบอกกล่าวเช่นนั้น...
ตอนนี้มันมีชีวิตเป็ขอทานมา 3 ปีแล้ว เพราะมันได้ขายบ้านทรัพย์สินทุกอย่างไปหมดสิ้นแล้ว
มันมองหน้าท่านเศรษฐีตรงหน้ามันครู่หนึ่งก่อนที่จะหันหลังมองมารดาของตัวมัน
ท่านเศรษฐีเห็นซุนนานคล้ายมีความสนใจในคำพูดของมัน มันตบมือดีใจ ก่อนจะร้องเรียกคนรับใช้และเหล่าข้าทาสของมัน "เด็กๆ พวกเ้าไปเอาโต๊ะเอาอาหารเอาเหล้าที่ดีที่สุดในบ้านออกมาซิ วันนี้ข้าจะเลี้ยงสหายซุนนาน"
ไม่ช้าโต๊ะอาหารก็เรียงรายกันหลายสิบโต๊ะ แต่ละโต๊ะมีอาหารนับสิบอย่าง ไม่ช้าท่านเศรษฐีก็บอกกับซุนนาน "ซุนนานหากวันนี้เ้าปล่อยแม่เ้าลงจากหลังและให้คนของข้าเอานางไปทิ้งเสีย อาหารสิบโต๊ะนี้จะเป็ของเ้า นอกจากนั้นขาจะให้ที่นากับเ้าร้อยหมู่ บริวารร้อยคน เหรียญทองร้อยพวง นางรับใช้อีกหนึ่งร้อยนาง แต่ละนางงดงามและต่างเยาว์วัย เ้าว่าเป็อย่างไร"
ชาวบ้านที่ได้ยินได้ฟังโดยรอบต่างร้องใท่านเศรษฐีผู้นี้ช่างใจใหญ่
เสียงะโรอบข้าดังใหญ่ บ้างบอกซุนนานทิ้งหญิงชรานั้นเถอะ ไอ้บอดทิ้งอีแก่นั้นเถอะและเอาเงินไปซื้อเหล้ากินกับข้าข้าจะพาเ้าไปรู้จักกับความสุข
ซุนนานมองโต๊ะอาหารกลืนน้ำลายอึกใหญ่ 3 วันมาแล้วที่มันไม่ได้กินอะไรเลย
ในใจภายในมันก็ดุจมีมารส่งเสียงร้องดังอยู่ตลอดเวลา ว่า "ทิ้งนางเลย ทิ้งนางเลย เ้าจะได้กินของอร่อย เ้าจะได้มีชีวิตที่ดีเสียที เ้าแทนคุณอีแก่นี้มามากพอแล้ว จะมีชีวิตบัดซบต่อไปเพื่อนางทำไม"
ไม่ช้าเหมือนกับว่ามารดาชราของมันจะได้กลิ่นอาหารหอมๆ นางจึงพลันลืมตาตื่นขึ้น นางมองเห็นอาหารมากมาย นางรู้สึกปรารถนาที่จะกินมันเหลือเกิน มือของนางตบหลังซุนนานเบาๆ พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงที่แ่เบาว่า "ซุนนานแม่หิวข้าวจังเลย"
ท่านเศรษฐีเห็นดังนั้นก็โกรธเกรี้ยวทันทีพร้ะโกนด่านางทันที "บัดซบซุนลี่หรู เ้ามันกาลีบ้านกาลีเมืองโดยแท้ บุตรชายเ้าชีวิตกำลังไปได้ดี กำลังจะประสบความสำเร็จใหญ่โต จะได้เป็บัณฑิตใหญ่ เป็นายคนเป็ขุนนางใหญ่ของแผ่นดินนี้ หากไม่ใช่เพราะเ้าเป็ตัวกาลีขัดขวางตัวมันไว้ มันคงเป็ใหญ่เป็โตเป็หน้าเป็ตาแก่บ้านเมืองนี้ไปแล้ว ซุนก่างสามีเ้าก็คนแล้วที่ต้องตายเพราะแต่งเ้าเป็เมีย ข้าก็เคยเตือนมันแล้วเช่นกันให้ทิ้งเ้าเสียแต่มันก็โง่นัก วันนี้ถึงคราวบุตรของเ้าอีก ซุนลี่หรูเ้ามันเห็นแก่ตัวคิดถึงแต่ตัวเอง" ท่านเศรษฐีถือกระบี่แล้วโยนไปด้านหน้าซุนนานและมารดาของมัน "ซุนลี่หรูหากเ้ามีน้ำใจรักในบุตรของเ้าจริงจงปาดคอตัวเองให้ตกตายเสียเถอะ อย่างเป็ภาระแก่บุตรเ้าเลย"
หากแต่ในระหว่างที่นางจะเอื้อมตัวไปจับกระบี่ ซุนนานตัวมันจับมือของมารดามันไว้ ห้ามมิให้จับกระบี่
ไม่ช้าน้ำตาของซุนหรูลี่ก็ไหลรินออกมา จากดวงตาที่แก่ชราและฝ้าฟางของนาง
ไม่ช้าซุนนานก็โค้งตัวขอโทษท่านเศรษฐีก่อนจะถามว่า "ท่านเศรษฐีอาหารมากมายนี้ไม่ทราบว่าข้าขอแบ่งให้ตัวข้าและท่านแม่ได้กินบ้างได้หรือไม่ขอรับท่านเศรษฐี"
ท่านเศรษฐีเห็นดังนั้นก็ร้องบอกบัดซบเสียงดังจากนั้นก็ะโดังก้องว่า "กินร่วมกับมารดาให้ข้าวเปล่าหนึ่งกำมือ ทิ้งมารดาแล้วนั่งกิน กินได้ทั้งสิบโต๊ะ นอกจากนั้นข้าจะมอบนาร้อยหมู่ บริวารร้อยคน ทองสิบพวง นางรับใช้อีกหนึ่งร้อยให้แก่เ้า"
ไม่ช้าเสียงด่าว่า ว่าขอทานบ้าง เ้าโง่บ้างก็ดังก้อง
ในมือของซุนนานมีเพียงแค่ข้าวหนึ่งกำมือ ที่แบ่งกินกับมารดาคนละครึ่ง