ปรากฏสายฟ้าฟาดลงมาหนึ่งเสียง เสียงดังสนั่นมาจากบนฟ้า ครุฑตนนึงโบยบินอยู่กลางนภา บินหลบหลีกสายฟ้าจำลอง ของพระอินทร์ ประเพณีนี้จัดขึ้นเพื่อรำลึกและบูชาต้นตระกูลของเขาที่นำพาน้ำอมฤต หลบหลีกการโจมตีของสายฟ้า ครั้งแล้วครั้งเล่า เหล่านกหลายพันธุ์ที่อยู่ในท้องฟ้า ต้องล่วงหล่นลงมาสิ้นชีพ ไตรยวายุพานพบแล้วสลดใจ และรู้สึกเวทนานัก เขาครุ่นคิดในใจว่า เหตุการณ์นี้มีขึ้นมาเพื่อสิ่งใด ปีกที่ยังไม่แข็งแรง กับใจที่อยากรู้อยากเห็น พร้อมกับดวงตาที่ยังไม่สมบูรณ์ เขาลอยด้วยปีกขึ้นไปบนชั้นฟ้า ชั้นแรกที่ผสานกับท้องฟ้าเบื้องบนหิมพานต์นั้น แรงลม แรงกดของอากาศไม่มากนัก ครุฑหนุ่มพยานด้วยปีกสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ก่อนถึงชั้นสองแห่งเขาสุเนรุ เห็นเหล่านางอัปสรร่ายรำเป็ จำนวนหนึ่ง ก่อนจะเข้าสู่ป่างิ้ว อันเป็ที่อยู่โดยรวมของเหล่าครุฑชั้นกลาง แรงลมสุดต้านทาน ทำให้เขาถลาควมคุมลมใต้ปีกได้ไม่ดีนัก ทำให้เขาพักที่ชะง่อนเขาเยื้องด้านล่างลงมา ฝั่งตรงข้ามเขากลับเห็นกุมภานารี แอบซ่อนหลังต้นไม้ต้นหนึ่ง มี่ชะง่อนผาห่างออกไป
ทำให้เขายิ่งสงสัยนัก เหมือนมีงานรื่นเริง ้า เขาเห็นแสงประกายสีทองจากผิวกายของครุฑตนหนึ่ง นั่งอยู่บนบัลลังก์แต่ไม่อาจเห็นได้ถนัดตานัก มีสิ่งหนึ่งบินลงมาอย่างไรเสียงใดๆ ด้านหลังของเขา พอเขารู้ว่าเป็กุมภา ก็โล่งใจ พร้อมเอ่ยถาม
" เกิดเื่อันใด ข้าไม่เคยพบ"
...
" เ้ารู้สึกเช่นไร รู้สึกไม่พอใจรู้สึกกระวนกระวายใจใช่หรือไม่
นั่นเกิดจากสัญชาตญาณของเ้าที่มีต่อปักษา ความรู้สึกของเ้าล้วนปกติแล้ว" กุมภา
.....
" เืในกายของข้า เหมือนมันไม่ปกติ"
" นั่นคือความรู้สึกที่ไม่สบายใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เ้าคงกำลังโกรธ และเ้าต้องรู้จักควบคุมสติ เพื่อให้เืไหลเวียนโดยปกติ " กุมภา
...
" .......... " ไตรย
" นี่คือ.... ประเพณีของพวกครุฑ ไม่ได้เกิดทุกวันหรอกนะ พอครบรอบของพวกมัน ไม่ใช่สิ พวกเ้า ก็เ้าเป็ครุฑนี่นะ... "
" เอ่ยต่อเลย " ไตรย
" มันจะให้เหล่าเดนตาย ที่ไม่เต็มใจจะร่วม ไปสมมุติลักพาน้ำอมฤต แล้วหลบหลีกสายฟ้าจำลอง เพื่อให้ไปถึงธงชัยที่พวกมันกำหนด
เหล่านก หรือครุฑที่ไม่เต็มใจเ่าั้ล้วนตายบ้าง รอดบ้าง สุดแต่วาสนา " กุมภา
" แกล้งกันอย่างนี้ ใยพวกนั้นสรวลเสเฮอา ไม่รู้จักสำนึกบ้าง " ไตรย
......
เปรี๊ย.... งงงงง !!!!!!!
เสียงสายฟ้าเหมือนโดนไปยังเป้าหมาย ครุฑตนหนึ่งได้ร่วงหล่นจากฟ้าแต่ด้วยสายฟ้าโดนที่ปีกด้านขวา ทำให้ครุฑตนนั้นาเ็ แต่การทรงตัวนั่นลำบากนัก พร้อมกับพยายามหลบสายฟ้าลูกต่อไป หม้อน้ำอมฤตล่วงหล่นจากมือ
ไตรยวายุ เหินขึ้นไปบนฟ้า สังเกตเห็นครุฑที่าเ็ พยายามจะคว้าจับหม้อน้ำอมฤตทั้งๆที่ตนพร้อมจะตายได้ทุกเมื่อ เขาไม่สนหม้อน้ำที่หล่นผ่านหน้าเขาไป เขาบินไปพยุงครุฑตนนั้น ส่วนทางด้านกุมภาเหตุการณ์ไม่สู้ดี ได้คว้าจับกระบอกน้ำที่ทำด้วยไผ่ ที่สะพายอยู่ข้างกาย อมน้ำเข้าไปปริมาณน้อย แล้วท่องมนต์ พ่นเป็ลูกธนูออกมา พร้อมคันศรทิพย์ ง้างอย่างเร่งรีบ แล้วยิงไปที่หม้อน้ำเพื่อเปลี่ยนทิศทาง ไม่ให้หม้อน้ำอมฤตเสียหาย ให้ล่วงหล่นที่ชะง่อนผาใกล้เคียง
ไตรยวายุค่อยๆพยุงครุฑที่าเ็ แต่เหตุการณ์เริ่มเลวร้ายเมื่อเหล่าทหารครุฑหลายตนบินมาเพื่อสำรวจ
กุมภาบอกกล่าวไตรย ว่าตอนนี้ถ้าปะทะก็มีแต่ตายเปล่า สู้ปลอมเป็ครุฑนี้เท่านั้นจึงจะพลางตารอดได้ เวลาถูกย่นกระชับเข้ามา ไตรยตัดสินใจเร่งด่วน คว้าจับหม้อน้ำที่หล่นอยู่บริเวณนั้น แล้วบินต่อไป ทหารครุฑเห็นเช่นนั้น จึงหยุดติดตาม พร้อมส่งสัญญาณให้ทำกิจกรรมต่อ ไตรยวายุมองเห็นธงชัยอีกครึ่งทาง แต่สายฟ้ารวดเร็วนัก โจมตีเข้าทีาเขา เขาหลบเลี่ยงได้ลำบากนัก ด้วยแบกหม้อน้ำและปีกก็ยังไม่แกร่งกล้าต่อแรงลมชั้น์ สายฟ้าเฉี่ยวเข้าที่ใบหน้าของเขา ด้วยสัญชาตญาณทำให้เขาหลบไปได้เสี้ยวกระพริบตา แต่ผ้ามนตราที่ปกปิดไว้ได้โดยทำลาย ผ้าสีกรักปลิวออกจากที่เดิม ล่องลอยหายไป แต่อารมณ์ของไตรยวายุ เริ่มครุกรุ่น เืดั่งสูบฉีดทั่วร่าง กายสีแดงเริ่มแปรเปลี่ยนเป็สีทอง ดวงตาที่ถูกปิดไว้แสดงสีอัคคีอย่างชัดเจน เขาควบคุมตัวเองไม่อยู่
บินอย่างบ้าคลั่ง ทะยานขึ้นไปเบื้องบน !!!!!!!
++++++++++++
( ติดตามตอน 10 )