“โอ้โห กลัวคนเขาจะไม่รู้รึไงว่าเป็พ่อลูกกัน เ้าจะไปป่าศูนย์กลางอะไรนั่นไม่ใช่รึไง คนอื่นเขาเตรียมตัวเสร็จแล้วนะ”
หลังจากเกิดเหตุการณ์ทะเลาะกับผู้กล้าขึ้นเมื่อวานจนป่าเละเทะไม่เหลือเค้าเติม ทำให้กำหนดการเดินทางที่ต้องเริ่มเมื่อวานเปลี่ยนเป็เช้าวันนี้แทน พอรุ่งเช้าได้มาถึงทุกคนได้เตรียมตัวออกเดินทางกันหมแแล้ว แต่ก็มีอยู่คนนึงมันยังหลับไม่สนใจโลกอยู่ ไม่สิ่ สองต่างหาก ทำให้ดอนน่าต้องไปปลุกพ่อลูกขี้เซา
“มานี่เลยยัยตัวแสบ”
ถึงแม้ว่าการปลุกดอนจะประสบความสำเร็จ แต่โซเฟียที่หลับอยู่บนตัวของเขาไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมาเลย ดอนน่าจึงเข้าไปอุ้มเธอออกมาจากตัวของดอน
“ไม่เอามะม๊าหนูจะนอน~”
โซเฟียพูดร้องออกมาพร้อมขยับตัวยุกยิกๆอยู่ในอ้อมแขนของดอนน่า ส่วนเหตุผลที่ว่าทำให้เ้าตัวเล็กถึอยากนอนต่อนั่นก็เพราะเมื่อคืนเธอไล่ป่วนคนอื่นไปทั่วจนแทบนอนกันไม่ได้ พอแบตจะหมดก็พุ่งเข้าไปนอนกับดอนที่หลบไม่สนโลก เื่มันก็ประมาณนี้แหละ
“ให้โซเฟียหลับต่อเถอะค่ะคุณดอนน่า เมื่อคืนเล่นขนาดนั้นเป็แบบนี้ก็ไม่แปลกหรอกค่ะ”
แซนนี่เดินเข้าไปหาดอนน่าแล้วบอกกับเธอพร้อมลูบหัวโซเฟีย ซึ่งความจริงแล้วดอนน่าก็ให้โซเฟียหลับต่อนั่นแหละ แค่เปลี่ยนให้มาอยู่กับเธอเพียงเท่านั้น
“เอาล่ะ ไปกันเถอะ”
ดอนที่ไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมากมายเมื่อหยิบหอกทั้งสามเล่มมาเหน็บไว้ที่หลังแล้วร้อนแล้วเขาก็หยิบแผนที่ออกมา และเริ่มเดินทางจากป่าอิคเคเซียไปยังป่าศุนย์กลาง โดยที่ไม่รู้เลยว่าพวกตนนั้นได้สร้างเื่เล่าถึงพลังทำลายล้างปริศนาในป่าอิคเคเซียให้แก่ชาวบ้านชาวเมืองที่อาศัยอยู่แล้วนั้นไปเสียแล้ว
พวกเขาเดินทางออกจากป่าอิคเคเซียกันได้ด้วยดี ไม่มีใครมาดักหาเื่ที่ปากทางอย่างครั้งก่อน ดอนจึงนำหน้าพลพรรคพร้อมกับมองแผนที่ที่อยู่มือเพื่อให้ไม่หลงแวะเที่ยวระหว่างทางโดยไม่จำเป็ ตอนนี้เขาอยากจะเห็นไอ้สัตว์ประหลาดที่แซนนี่กับดอนน่าเล่าให้ฟังใจจะขาดอยู่แล้ว
“เจ๊แซน เราครั้งนี้เราต้องใช้เวลากันอีกกี่วันอะ”
ลูซที่ทั้งตัวเต็มไปด้วยผ้าพันแผลจนเกือบจะกลายเป็มัมมี่ก็สาวเท้าขึ้นมาจากด้านหลังเพื่อถามแซนนี่ถึงระยะทางที่พวกเขาต้องเดินเท้าไป เพราะถ้าเป็เหมือนการเดินทางจากป่าทอร์เทียมายังป่าอิคเคเซียล่ะก็ เขาคงเฉาตายเพราะความเบื่อหน่ายเป็แน่
“13วันขั้นต่ำจ่ะ”
แซนนี่ตอบออกมาด้วยเลยยิ่ม บนใบหน้าของลูซก็มีรอยยิ้มเช่นกัน แต่เป็รอยยิ้มที่มุมปากกับหางตากระตุกต่างหาก เขาถึงได้แต่หวังว่ามันมีเื่อะไรสักอย่างเกิดขึ้นระหว่าทางเพื่อให้มันไม่น่าเบื่อ
”ฮันนี่ ดูเหมือนจะมีเื่วิ่งมาหาถึงที่อีกแล้วค่ะ”
ในระหว่างทางหลังจากที่ออกมากันได้ไม่นานก็มีมนุษย์หมาป่าเพศชายคนหนึ่งมาขวางพวกเขาเอาไว้ เขามีผิวสีแทนผมสั้นสีเทา อายุน่าจะราวๆ20ต้นๆมีท่าทางเหมือนพวกนักเลงและมีโซ่โลหะพันเป็ม้วนอยู่บนท่อนแขนซ้าย
“พวกนายสิ่นะที่เป็คนมำเสียงดังในป่าจนชาวบ้านชาวเมืองเขาวุ่นวายกันน่ะ”
ชายหนุ่มยืนกอดอกพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเท่าแข็งก้าว
“ถ้าใช่แล้วนายจะทำไม”
ดอนพูดออกมาอย่างไม่สนใจชายที่อยู่ตรงหน้าว่าเขาถามไปเพื่ออะไร
“ก็ฉันคนนี้จะสั่งสอนพวกนายเองยังไงล่ะ”
เขาพูดออกมาแล้วปล่อยให้โซ่ที่พันอยู่ตกลงสู่พื้นโดยที่ในมือซ้ายยังคงจับปลายโซ่ไว้อยู่
“จัดการมันเลยลูซ ฉันี้เีว่ะ”
หลังจากการต่อสู้กับพวกผู้กล้าเมื่อวาน มันก็ให้ดอนี้เีสู้กับคนอื่นไปอีกสักพัก เขาจึงส่งลูซออกไปเพราะเห็นว่าไอ้หมอนี่มันสายตาเปล่าประกายราวกับรอให้เกิดเื่แบบนี้ขึ้น
“จัดให้เลยลูกพี่ ไปกันเถอะทูซ”
“ถ้าเจ็บตัวล่ะขึ้นมาล่ะก็เป็ความผิดของนายน่ะที่มาหาเื่น่ะ”
เมื่อได้ยินคำสั่งของดอน ฝาแฝดจึงพุ่งตัวออกไปในทันที ถึงแม้ว่ามันจะดูไม่ยุติธรรมที่ได้สู้แบบสองต่อหนึ่ง แต่โลกนี้มันก็ไม่ยุติธรรมอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง
“แค่สองคนจะไหวหรอ?”
เหวอ!
ชายหนุ่มพูดออกไปแล้วตวัดมือซ้ายทำให้โซ่สบัดไปใส่ฝาแฝดที่เข้ามาหาเข้าอย่างไร้สมองและแบบแผน ทางฝาแฝดที่ถูกโซ่พุ่งเข้าใส่ก็ต้องหลบไปคนละทิศคนละทาง
“หืม? มีอาร์ติแฟกต์ระดับกลางซะด้วย ไม่ใช่ย่อยเลยนะเอ็ง”
“แน่นอน ขอบใจที่ชม”
“แต่ไอ้สองคนนั้นก็มือคนละอันนะเหมือนกันนะ”
หะ!
คำพูดชมเชยของดอนทำให้เขาคนนั้นหันมาสนใจในทันที เพราะน้อยคนนักที่จะรู้ว่าโซ่ที่เขาใช้อยู่นั้นมันคืออาร์ติแฟกต์ แต่ก็ต้องใเมื่อดอนบอกว่าฝาแฝดมันก็มีเหมือนกัน
“พวกตูก็มีเฟ้ยไอ้หมา”
ลูซพุ่งเข้าไปโจมตีเขาด้วยหมัดซ้ายที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิง ทำให้เขาใช้มือขวาจับโซ่ขึ้นมาดึงให้ตึงเพื่อรับการโจมตีนั้น แต่ดาบที่อยู่ในมือขวาที่ถูกง้างมาตั้งแน่ปีมะโว้ก็ฟาดออกมาต่อจากการโจมตีด้วยหมัดซ้าย
“ใช้อาวุธสองอันเลยหรอวะ!”
เขาร้องใเมื่อถูกดาบฟาดขึ้นใส่หลังจากรับหมัดเอาไว้ด้วยโซ่ เขาจึงใช้เท้าซ้ายถีบไปที่ข้อมือขวาของลูซในระหว่างที่มันกำลังฟาดเขามา ทำให้การโจมตีนั้นไร้ผลก่อนจะเว้นระยะห่างจากลูซ
“เหวอ! ใหมด”
แต่ทันทีที่เว้นระยะออกมาแล้วก็โดนทูซพุ่งเข้ามาฟันด้วยดาบที่ถูกหุ้มด้วยเปลวเพลิง ด้วยความเร็วในการตอบสนองของชายหนุ่ม ทำให้เขาสามารถตอบสนองการโจมตีนั้นได้ทัน แม้ว่าเสื้อของเขาจะมีรอยไหม้ติดมาด้วยนิดนึงก็เถอะ
“ตาฉันบ้างนะ”
ชายหนุ่มพูดออกมาแล้วเริ่มเหวี่ยงโซ่ไปมา และดูเหมือนว่าโซ่นั้นจะยาวขึ้นมาตอนแรกเสียอีก จนเกิดเป็การโจมตีต่อเนื่องใส่ฝาแฝดแบบไร้ช่องว่างให้ตอบโต้
ทางฝาแฝดที่กำลังหลบกับปัดป้องการโจมตีก็หันมาพยักหน้าส่งสัญญาณให้กันแล้วยื่นดาบออกมาให้โซ่มันพันที่ใบดาบ
อาเร๊ะ!
“ถึงคราวของพวกเราแล้วไอ้หนุ่ม”
เมื่อโซ่พันเข้ากับใบดาบของฝาแฝด พวกเขาก็ออกแรงกระชากพร้อมกันจนชายครึ่งถูกดึงแล้วกระเด็นมาล้มหัวทิ่งดินต่อหน้าของพวกเขา
“อะจ๊าก! ผมผิดไปแล้วคร้าบ! อย่าทำผมเลยคร้าบ!
“ตื้บมันเลย ตื้บมัน”
ฝาแฝดทำการรุมประทืบชายหนุ่มทันทีหลังจากที่พูดจบ แต่ภาพที่ออกมามันเหมือนกันเด็กที่เ
ล่นกันมากกว่าการตีกันที่จริงจัง ซึ่งมันคือโชคร้ายของเขาที่ต้องเจอกับไอ้แฝดนรกหนึ่งบวกหนึ่งมากกว่าสอง
ตอนพวกคุณอ่านรู้สึกง่วงกันมั้ยครับ แต่ตอนผมเขียนรู้สึกง่วงมากเลย หรือผมชอบเขียนตอนตัวเองกำลังจะง่วงกันนะ 555