ตอน 17 รักร้ายชุลมุน
"องค์หญิงเพคะ... ตามหาท่านเสียให้ทั่ว...เหตุใดท่านมานั่งที่สกปรกแห่งนี้" สาวใช้วิ่งหอบแฮกๆ อย่างร้อนรนไม่ดูตาม้าตาเรือให้ดี หลงเอ่ยปากเรียกฐานะที่แท้จริงของนางออกมาให้เจ้อิได้ยินเต็มสองหู
"ที่ท่านแม่นางก็คือ... องค์หญิงอย่างนั้นหรือ" เจ้อิแกล้งเป็คนโง่เขลาเบาปัญญาจากที่กำลังจะก้าวขาเดินหนีไปให้ได้ทั้งที่มือของนางก็ยังคงดึงรั้งอาภรณ์ของเขาไว้.... เจ้อิก็หยุดชะงักลงหันขวับกลับมา มีสีหน้าชื่นมื่นในยศศักดิ์อันสูงส่งของนาง
"ขะข้า....ขออภัยที่ไม่ได้บอกฐานะที่แท้จริงต่อท่าน... เป็เพราะข้านั้นต้องคอยระแวดระวังตัวอยู่ตลอดอีกทั้งออกมานอกวังครานี้ เป็ข้าที่หลบหนีออกมาเที่ยวเล่นเสียเอง...หากเสด็จพ่อรู้เข้า...คงโกรธจนหัวเสีย"ชาลั่วมองสาวใช้นางนั้นด้วยสายตาไม่พอใจนัก!!!ที่เปิดเผยฐานะของนางโดยไม่ได้รับอนุญาต
แต่ด้วยความที่ต้องแสร้งเป็หญิงงามน้ำใจดี มากด้วยเมตตาจึงทำท่าทีโมโหร้ายมิได้มากนัก ถือว่าสาวใช้นางนั้นรอดตัวไป
"หากนั่นเป็ความประสงค์ขององค์หญิง...คนต้อยต่ำเช่นข้า มีหรือจะกล้าปฏิเสธ...สองสามวันนี้...ต้องอาศัยพึ่งบารมีของท่านแล้ว... "ทุกอย่างเป็ไปตามแผนเข้าทางเจ้อิหมดทุกดอก... ปานนั้นเขาก็ยังแสร้งเป็เกรงอกเกรงใจ...ประหนึ่งจำใจรั้งอยู่....
"เช่นนั้นเพื่อความปลอดภัยขององค์หญิง...หลี่เหวิ่นผู้น้อยขอบังอาจไปส่งท่านที่หน้าวัง ได้หรือไม่...เป็เช่นนั้นข้าถึงจะวางใจ ว่าท่านปลอดภัยดี" ก่อนจะไล่จากไฉเจ้อิหว่านคำหวานหยอดชาลั่วแล้วหนึ่งแมท
เพียงแค่คำพูดประโยคเดียวทำให้ชาลั่วแทบคลั่ง...เอากลับไปฉุกคิดทุกท้วงคำ ยิ่งหลงตัวเองไปใหญ่ คำพูดพวกนั้นชักชวนให้นางคิดเออ-ออไปเองว่าชวนหลี่เหวิ่น(ตัวตนที่เจ้อิปลอมแปลงมา) มีใจให้ตนไม่น้อย
ระหว่างที่กำลังจะโน้มตัวลุกขึ้นนั้น... ชาลั่วเหลือบตาไปเห็นแมลงสาบเกาะปลายอาภรณ์ของเจ้อิ...นางใร้องกรี้ด วิ่งกระดกขา... ล้มตัวลงกอดเจ้อิแแ่...ลืมทีไปว่าตัวเองแกล้งเจ็บขาเดินไม่ได้
"หึๆมารยาหญิงมากอุบาย...มีหรือที่ข้าจะตามไม่ทัน" ไฉเจ้อิยักคิ้วพร้อมแสยะยิ้มมุมปากอย่างร้ายๆ ประมาณว่า ภูมิใจที่ตัวเองรู้เท่าทันมารยาหญิงเพราะเขารู้ดีว่านางเลือกพูดความเท็จตั้งแรกจึงเลือกพานางมานั่งพักในสถานที่สกปรกเช่นนี้
"องค์หญิงหายเจ็บแล้วหรืออย่างไร... "เจ้อิแกล้งหลับหูหลับตาพูด...
เมื่อเป็เช่นนั้น...ชาลั่วฉุกคิดขึ้นมาได้ จึงแกล้งเจ็บขาแบบเนียนๆต่อไป...ถึงตอนนั้นเอง... แม้เจ้อิจะรู้เต็มอกว่านางแสร้งทำ...เขาก็ยังเต็มใจจะเล่นตามน้ำไป...
เป็ชายโง่งมที่ตามไม่ทันมารยาหญิงมองไม่ออกว่านางเล่นกลอุบายลวงใจหวังหว่านเสน่ห์ทอดกาย
ร่างกายกำยำ หัวไหล่กว้างเบ่ง... หน้าอกผายผึ่ง ท่าเดินสง่าผ่าเผยน่าเกรงขาม...เขาโน้มตัวลงโอบอุ้มนางไว้ในอ้อมกอดอีกครั้ง...พานางฝ่าฝูงชนที่ล้นหลามในตลาด...เดินไปตามเส้นทางมุ่งหน้าไปเรื่อยๆ กระทั่งจ่อที่หน้าวังหลวง
ไฉเจ้อิถูกควบคุมตัว ปลายดาบใหญ่ของเหล่าทหารเฝ้าประตูวังชูงัดวาดมาประชิดลำคอของเขา...พร้อมกรีดเนื้อบาดบั่นหั่นคอให้ขาดอยู่เนืองๆ..
"หยุดนะ!!! บังอาจ!!!พวกเ้าบังอาจกล้าวาดดาบใส่ราชบุตรเขยอย่างนั้นหรือ!!!" องค์หญิงปี่ชาลั่วเอ่ยปากออกไปอย่างตั้งใจ เรียกชายที่เพิ่งพบหน้าว่าราชบุตรเขยทำเอาสีหน้าเจ้อิเหว๋อชวนอึ้ง
"ข้าทำไปเพราะปกป้องท่าน ขออภัยด้วย"ชาลั่วกระซิบข้างหูเจ้อิ
ทหารรีบลดดาบลงพื้น...คุกเข่าคำนับองค์หญิงของพวกเขาและขออภัยไฉเจ้อิในความวู่วามนั้น
เมื่อเขาส่งชาลั่วถึงวังแล้ว... เจ้อิเดินจากมาอย่างสบายใจ... ที่ปลายทางเขตแดนซานเป่ยใกล้ท่าเทียบเรือ...เจ้อิเช่าเรือนเล็กหลังเก่าๆนั่น. เพื่อเฝ้ารอนางอันเป็ที่รัก....
แต่ทว่าหลังจากที่จากปี่ชาลั่วมา....เพียงไม่กี่ชั่วยามข่าวคราวที่ว่าตนนั้นเป็ราชบุตรเขยถูกกล่าวขานลือออกไปเป็ข่าวใหญ่หนาหู...
และแล้วเื่นี้ดันเข้าหูฝ่าาผู้ปกครองเมืองซานเป่ยเช่นกัน...เขาร้อนใจออกคำสั่งให้ไล่ล่าตามหาชายผู้นั้นและสังหารเสียให้สิ้น
"ลูกข้า... ไม่ว่าเ้าจะพยายามเล่นอุบายอะไรไว้ก็หลอกตาเฒ่าอย่างข้ามิได้หรอก!!! ถึงอย่างไรก็ต้องแต่งเข้าเมืองเปียนจิง!!!" ฝ่าาผู้เป็ใหญ่ยื่นคำขาดต่อบุตรสาวผู้เป็ที่รักพร้อมสั่งขังนางไว้ในวังอันโอ่อ่า...
"ประกาศออกไป!!ว่าไม่มีผู้ใดในเมืองนี้เป็ราขบุตรเขยของข้าทั้งนั้น!!! ไม่มี และจะไม่มีตลอดไป!! ลูกข้าต้องเป็ชายาขององค์ชายใหญ่รัชทายาทเปียนจิงเท่านั้น!!!"คนเป็พ่ออย่างเขาโกรธจนหนวดกระตุก
"ขอรับฝ่าา"
"เสด็จพ่อ....เหตุใดถึงได้บังคับข่มขู่ชาลั่วนัก...หรือว่าท่านเห็นข้าเป็เพียงเบี้ยหมากในการยึดอำนาจ..."
"ชาลั่วอยากถามท่านบางคำ...ท่านเคยเห็นข้าเป็บุตรธิดาของท่านบ้างหรือไม่!!!"องค์หญิงปี่ขาลั่วเอ่ยปากพูดด้วยความปวดใจพร่ำเพ้อพึมพำกับผู้เป็บิดา... ร้องขอความเป็ธรรม
"เ้าเป็บุตรที่ข้าทำให้เกิดมา...ทุกย่างก้าวล้วนเป็ข้าที่มอบให้เ้า!!!ไม่มีสิทธิ์ร้องขออะไรทั้งนั้น"ฝ่าาผู้เป็พ่อสะบัดอาภรณ์ัปักเลี่ยมทอง สะบัดหนีหันหลังให้อย่างไม่ไยดี
น้ำตาขององค์หญิงผู้สูงส่งหยดรินเป็สายน้ำ เพียงเพราะ้าอยากจะสมหวังกับชายที่ตนรัก.....ั้แ่เล็กจนโตชีวิตของนางถูกจัดแจงทุกระเบียบนิ้ว ยิ่งสูงยิ่งหนาวแม้เป็องค์หญิงที่ท่านชายหลายแคว้นหมายปองแต่มิอาจทำตามใจตัวเองได้แม้แต่เื่เดียว
********************
ณ ท่าเทียบเรือเขตซานเป่ย...
ไฉเจ้อิแต่งตัวเป็ชายสูงสง่าผู้รักสันโดษ...นั่งจิบเหล้าไหเล็กอยู่ริมน้ำ...แววตาวาดมองผิวน้ำที่กระเพรื่อมไปมา.... ทั้งที่จุดประสงค์หลักคือเพ่งเล็งเรือที่ติงอวี่กับเสี่ยวชิงนั่งมาจอดเทียบฝั่ง...
ทันทีที่เห็นเขาทั้งสองลงเรือ...ท่าทีกะหนุงกะหนิง ภาพตรงหน้ามันชวนให้แสนปวดใจ....แต่ทว่าเจ้อิก็ยังคงข่มอารมณ์ไว้ได้ดี
"อะหึ้ม...มิทราบว่า...ท่านทั้งสองมาจากดินแดนใด...ท่าทางจะเดินทางไกลมาจากคนละฟากฝั่ง...มิสู้นั่งพักจิบชา...ชิมเหล้าดีของเรือนข้าเสียหน่อยดีหรือไม่"เจ้อิในคราบชวนหลี่เหวิ่นชายผู้ลึกลับ...เอ่ยปากชวนสองหนุ่มสาวนั่นอย่างจริงใจ
"หึหึ...ท่านผู้นี้เป็ใครกัน...เหตุใดเลือกปลีกวิเวกพักอยู่เรือนร้างริมน้ำแห่งนี้ คนดีๆเขาไม่ชักจูงผู้อื่นเข้าเรือนกันหรอกโดยเฉพาะคนแปลกหน้าอย่างพวกข้า..."
"บอกมาซะดีๆ เ้ามีจัดประสงค์อันใด"
ได้ฟังคำพูดที่แสนก้าวร้าวและไร้การประนีประนอมแสดงออกชัดเจนถึงการไม่ให้เกียรติผู้อื่นของจ้าวติงอวี่ ไฉเจ้อิก็ยังคงใจเย็นอยู่
เจ้อิหวังต่อล้อต่อเถียง หยั่งเชิง ถ่วงเวลาเง้างอดเชิญชวนทั้งสองให้ดื่มชา ลิ้มลองเหล้าที่หมักบ่มอย่างดี
"ฮะฮ่า(หัวเราะเกลื่อนๆ)ข้าจะมีปัญญาอะไรมีจุดประสงค์อื่น...นอกเสียจากหามิตรสหายสักคน...
ตัวข้านี้อาภัพนัก...ครอบครัวทอดทิ้งั้แ่เกิด...เร่ร่อนเตร็ดเตร่ฝึกวิชาหลายสำนักแต่ไม่ได้ผลเพราะความโง่เขลาของข้า... ดังนั้นหลายปีมานี้ข้าจึงเดินทางหลายพันลี้เพื่อผดุงความยุติธรรมให้ผู้ที่ถูกข่มเหงรักแกดั่งข้าในวัยเด็ก...." ไฉเจ้อิการละครตีหน้าเศร้าเล่าความลวง ปั้นน้ำเป็ตัว น้ำตาชายหนุ่มหลั่งไหลพรั่งพรูเป็เม็ดๆ
** จ้าวติงอวี่แม้จะแฝงตัวในวังหลวงเมืองเปียนจิงเนิ่นนาน...แต่เขาไม่เคยเห็นใบหน้าจะๆของไฉเจ้อิที่ไร้ผ้าคาดปิดตา...ดังนั้นจึงทำให้เขาจำโฉมหน้าของเจ้อิมิได้...**